ตอนที่ 6.1
เวลาผ่านไปประมาณสามสัปดาห์หลังจากฉันได้รับชานมไข่มุกแก้วแรก แน่นอนว่ามีแก้วที่สองสามสี่ห้าตามมาทุกวัน จริงอยู่ว่าชอบแต่กินทุกวันมันก็ไม่ดีหรอก ฉันลองเขียนจดหมายแผ่นน้อยไปหย่อนไว้ที่ล็อคเกอร์ว่าขอบคุณนะ
จนกลายเป็ตอนนี้เราคุยกันผ่านกระดาษเป็ข้อความ
สั้นๆ ทุกวัน ที่คุยกันก็จะประมาณว่า...
‘ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้องซื้อมาก็ได้ เราเกรงใจ’
‘อยากให้ครับ : )’
‘โอเค 5555+ แล้วรู้ได้ไงว่าเราชอบ’
‘วันนี้ไข่มุกขาวหมดเลยสั่งสีดำ กินได้เนอะๆ ปล.เห็นกินบ่อยเลยไปสืบมา : )’
‘บอกได้ไหมว่าเป็ใคร ไม่บอกไม่กินแล้วนะ’
‘เฮ้ย! ไม่กินจริงด้วย 5555 ไม่บอกหรอก ถึงไม่กินก็จะให้ทุกวันอยู่ดี : )’
นั่นคือข้อความที่ฉันได้มาหลังจากเคยทิ้งแก้วชานมไว้ใน
ล็อคเกอร์ เ้าของชานมไม่ยอมหยุดส่งมา แต่เปลี่ยนเป็ขนมบ้าง สลัดบ้าง บางวันก็เป็เค้ก และแน่นอนว่าต้องมีชานมไข่มุกสลับมาด้วยเรื่อยๆ
ทุกข้อความตอบกลับที่เขาส่งมาจะมีรูปยิ้มเสมอ ฉันกับพิมมี่เลยเรียกเขาว่าพี่ยิ้ม ถึงจะไม่รู้ว่าเขาเรียนปีไหนก็เรียกพี่ไว้ก่อนนั่นแหละ
เคยดักรอเพื่อแอบดูคนให้เหมือนกัน แต่เขาให้บริการผ่านแอพส่งอาหารและเครื่องดื่มอ่ะ มีพนักงานส่งของใส่ยูนิฟอร์มบริษัทมาส่งทุกวันจนฉันเลิกตามไปดู
‘สลัดเมื่อวานอร่อยดี ขอบคุณนะคะ’
ฉันหยิบเครื่องดื่มแก้วที่วางอยู่ออกมาแล้ววางกระดาษข้อความไว้แทนที่ วันนี้มารับของเร็วชานมเลยไม่จืด ดูดเพลินเลยล่ะ
“อยากได้บ้างอ่า พี่ยิ้มคือดี คือน่ารัก พิมมี่ชอบ~~” เพื่อนสนิทตัวดีพูดแล้วทำหน้าเพ้อ
“ถ้าเห็นหน้าพี่ยิ้มแล้วไม่ถูกใจยังจะชอบไหมพิมมี่~~”
“โถ่! หวงหรอ ฉันไม่แย่งแกหรอกน่า”
“บ้าสิ! แย่งอะไร ยังไงฉันก็ชอบพี่แจ็ค!” ฉันตอบ
เราเดินมาถึงโต๊ะม้าหินอ่อนพอดี ฉันกับพิมมี่วางของแล้วนั่งคุยกัน
“เอ้อ! นี่ก็ชอบเหลือเกิ้นนน ชอบจนฉันสงสารอ่ะ”
ฉันฟังแล้วสะดุดกับคำว่า ‘สงสาร’ ที่เพื่อนพูด
“ทำไมอ่ะ?”
“ก็ไม่รู้สิ แกดูแบบว่า ไงดีอ่ะ คือออกตัวแรงว่าชอบพี่แจ็คมากแต่พี่เขาก็ดูไม่ได้อะไรขนาดนั้นไง”
“...”
“แต่ฉันไม่ได้พูดให้แกคิดมากนะเว้ยซอ ถ้าแกมีความสุขมันก็โอเค”
ฉันเงียบแล้วฟังที่พิมมี่พูด มันก็จริงนะ ฉันออกตัวแรงมากว่าชอบพี่แจ็คั้แ่อยู่มอสี่ ยิ่งตอนรู้ว่าเขาต้องสอบติดมหาลัยที่ต่างจังหวัดยิ่งซึมเศร้า แต่พอเขาซิ่วมาก็ร่าเริงสดใสแล้วตั้งใจว่าจะสอบเข้าที่นี่ให้ได้เพื่อจะเรียนที่เดียวกับพี่แจ็ค
คือจริงๆ พี่แจ็คอายุมากกว่าเราสามปี แต่พอซิ่วมาเลย อยู่ปีสี่ในขณะที่พวกฉันอยู่ปีสองไง
วันก่อนเขาลงรูปฉันในไอจีตอนแรกก็ตื่นเต้นแหละ แต่คือเขาก็เคยลงรูปคนอื่นนะ แถมยังเป็รูปคู่ด้วย รูปคู่พี่เฟรมที่เป็ลูกพี่ลูกน้องฉัน รูปคู่ซึง คู่พิมมี่ คู่เพื่อนสายรหัสที่เป็ผู้หญิง แล้วก็มีคนอื่นอีกพอสมควร
พอคิดดูแล้วฉันเลยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพิเศษอ่ะ ที่ผ่านๆ มาส่วนมากก็เพ้อเจ้อไปตามเื่ตามราว
แล้วถึงหลังจากนั้นพี่แจ็คจะตามไปรับไปส่งฉัน แต่พอครบหนึ่งสัปดาห์ตามข้อตกลงฉันก็ขับรถมาเรียนเองเหมือนเดิม
ถึงจะคุยกันบ้างแต่บอกไปแล้วไงว่าการอ่านไม่ตอบและการดองแชทของพี่แจ็คคือสิ่งที่ฉันโดนบ่อยจนชินไปแล้ว
“ทำไมอยู่ๆ แกถึงพูดเื่นี้อ่ะพิม” ถามเพื่อนด้วยความสงสัย
“อ่า... ฉันก็แค่รู้สึกว่า่นี้แกดูแฮปปี้กับพี่ยิ้ม เหมือนเป็กิจวัตรประจำวันที่ก่อนไปกินข้าวเที่ยงต้องไปแวะดูว่าวันนี้มีของไหม”
“ก็จริงเนอะ”
“แล้วจำได้ป่ะ มีอยู่วันนึงที่เขามาส่งช้าแกก็นอยด์ แล้วก็ชวนฉันไปส่องตู้ล็อคเกอร์อีกรอบ พอเจอว่ามีเค้กอยู่แกก็ร่าเริงไปทั้งบ่ายเลยอ่ะ”
“...” ที่พิมมี่พูดมานั่นก็จำได้
“นอกจากพี่แจ็คฉันก็พึ่งเห็นพี่ยิ้มนี่แหละที่แกดูสนใจ ตอนผู้ชายคนอื่นมาจีบแกยังไม่อะไรขนาดนี้เลย...
“...”
เออเนอะ...
ฉันเองอาจจะไม่รู้สึกตัวแต่พอมองจากมุมของพิมมี่มันก็ใช่ทุกประการเลย
.......................................................
พี่แจ็คจะว่าไงน้าาาาา 5555555555