“ป่ะ คุณเลขา เตรียมตัวไปงานเลี้ยงกับผมได้แล้ว” ท่านประธานหนุ่มเดินออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วเอ่ยปากสั่งเลขาของตน
“เอ่อ ท่านประธานเดินทางไปก่อนผมได้ไหมครับ เดี๋ยวผมว่าจะขับรถไปเอง” เสียงนุ่มน่าฟังจากนวพรรษบอกเ้านายไปและที่สำคัญเข้าไม่อยากเดินทางไปพร้อมเ้านายตอนนี้ ขอทำสมาธิ ทำใจของตัวเองให้เต้นให้เป็จังหวะปกตินิดนึงก่อน
“เอารถคุณจอดไว้ที่บริษัทนี่แหละ ไปทางเดียวกันจะขับรถไปให้เปลืองน้ำมันทำไมหลายคัน ไม่ช่วยโลกเลยนะคุณเนี่ย” คนร่างสูงหรือจะยอม
“เอ่อ แต่ว่า ผมว่าจะไปอาบน้ำที่คอนโดก่อนครับ ท่านประธานไปก่อนได้เลยครับ”
“ไม่ต้องไปอาบหรอก ไปอาบที่บ้านผมก็ได้ ได้ยินว่าที่บ้านผมท่านเ้าสัวจัดห้องส่วนตัวไว้ให้คุณด้วยนี่ จะถึงเวลางานแล้ว ไปพร้อมกันนี่แหละ เดี๋ยวเสียวเวลา เอ๊ะ รู้แล้ว คุณไม่อยากไปพร้อมผม เพราะคุณเขินผมใช่ไหม หรือคุณกลัวหวั่นไหว อดใจไม่ไหวที่อยู่ใกล้ผม คุณคิดอะไรกับผมหรือเปล่าเนี่ย” เวทานนท์พูดดักอีกคนไว้
“ผมไม่ได้คิดอะไรกับท่านประธานทั้งน้ันแหละครับ ผมไม่ได้กลัวหรือเขินอายอะไรด้วย โอเค ผมไปพร้อมท่านประธานก็ได้ครับ ขับรถตามกันไป เพราะเสร็จงานแล้วผมจะได้ขับกลับบ้าน”
อีกคนรีบแย้งปฏิเสธทันที พร้อมหาทางออกให้ตัวเองจะไปพร้อมกันยังไงถึงจะไม่ต้องขึ้นรถคันเดียวกันกับคนที่ทำให้ตัวเองใจสั่นตอนนี้
“ไม่ต้อง ไปรถคันเดียวกันนี่แหละ งั้นมันจะเรียกว่าไปด้วยกันได้ยังไง รถคุณจอดทิ้งไว้ที่บริษัทนี่แหละ ป่ะ ไปกันได้แล้ว” มีหรือคนที่วางแผนแกล้งอีกคนจะยอม เขารู้หรอกว่า เลขาคงไม่อยากไปพร้อมเขา
“โอเค ครับ เอาตามที่ท่านประธานบอกก็ได้นั้น” แล้วก็รีบเดินตามหลังท่านประธานของเขาทันที จะก้าวยาวไปไหน กว่าจะถึงเวลางานเริ่มตั้งเกือบสามชั่วโมง
ตอนนี้ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนมานั่งอยู่ในรถหรูคันโปรดของท่านประธาน โดยคนขับก็เป็เ้าของรถนั่นเอง เวทานนท์ชอบขับรถเองมากกว่าที่จะใช้คนขับรถ ยกเว้นว่าวันไหนมีงานด่วนต้องเคลียร์ระหว่างเดินทางถึงจะใช้คนขับรถของที่บ้าน บรรยากาศในรถตอนนี้เงียบมาก ไม่มีใครคุยกับใครเลย อีกคนเหมือนต้ังใจขับรถมาก อีกคนก็นั่งอยู่อย่างอึดอัดไม่รู้จะทำอะไรดี เหมือน์เป็ใจอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ของนวพรรษก็ดังขึ้น แต่เป็เบอร์ที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ ชายหนุ่มจึงกดรับ
“สวัสดีครับ”
“หวัดดีน้องนิว นี่พี่เจษเองนะ”
“อ๋อ สวัสดีครับพี่เจษ พี่ได้เบอร์นิวมาจากไหนเหรอครับ”
พอได้ยินนวพรรษคุยโทรศัพท์ เวทานนท์ก็เงี่ยหูฟังทันที อีตาเจษฎาเมื่อตอนกลางวันนี่นา นี่ติดใจจนต้องโทรมาหากันอย่างเร็วขนาดนี้เลยเหรอ
"ความสามารถส่วนตัวครับ ขออุบไว้ก่อน”
“พี่เจษมีอะไรให้นิวรับใช้หรือเปล่าครับ”
“เปล่าหรอก พี่แค่จะชวนนิวออกมาทานข้าวแค่นั้นแหละ วัันนี้นิวว่างไหม เลิกงานแล้วนี่”
“เอ่อ ต้องขอโทษทีครับ พอดีวันนี้นิวต้องไปงาน เลยไม่ว่างเลยครับ”
“ไม่เป็ไร อาทิตย์หน้านิวว่างวันไหน”
“อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ นิวไปทำงานที่ภูเก็ตครับ”
“ว้า เสียดายจัง พี่อยากเจอนิว”
“เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้านิวครับมาจากภูเก็ตแล้ว เดี๋ยวนิวโทรหา”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ โอเคพี่ไม่กวนเราแล้ว เดี๋ยวค่อยเจอกัน พี่วางแล้วนะ คิดถึงนะตัวเล็ก”
“โอเคครับ คิดถึงเหมือนกันครับ”
เสียงบอกคิดถึงกันทำเอาคนที่พยายามให้สมาธิขับรถอยู่หงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วเราจะหงุดหงิดทำไมวะ อ๋อก็เค้าคุยกันเสียงดังน่ารำคาญ รบกวนสมาธิในการขับรถ เวทานนท์หาเหตุผลที่ตัวเองอารมณ์ไม่ดี ส่วนนวพรรษพอวางสายจากเจษฎาหันมามองคนขับรถรู้สึกว่าอีกคนหน้าหงิก ขับรถเร็วขึ้น ไม่รู้ไม่พอใจอะไรหรือเปล่า อยากจะถามคนหน้าคม หล่อแบบลูกครึ่งของเ้านายแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่แอบมองด้านข้างคนขับเรื่อยๆ สลับกับถนนทางด้านหน้าอย่างใจลอย รู้ตัวอีกทีรถคันหรูสมฐานะก็เคลื่อนเข้ามาจอดที่คฤหาสน์ของเ้าสัวเวทินแล้ว ที่จริงนวพรรษเคยมาค้างที่นี่หลายครั้งแล้วเวลาต้องเดินทางไปต่างจังหวัดกับพี่ท้อปและเ้าสัวเวทินตอนเป็ท่านประธาน เ้าสัวใจดีถึงกับยกห้องของที่บ้านไว้ให้เป็ห้องส่วนตัวของนวพรรษไว้ใช้เวลาที่นวพรรษมาพักที่นี่ ร่างโปร่งได้แต่ใ เราใจลอยจนกระทั่งไม่รู้ตัวว่าเขาถึงบ้านแล้วเหรอเนี่ย เป็เอามากแฮะเรา
“อ้าว คุณ จะไม่ลงรึไงถึงแล้ว หรือต้องรอให้ผมไปเปิดประตูอุ้มลงมาในท่าเ้าสาว หรือมัวแต่คิดถึงคนในสาย เมื่อกี้” ประธานหนุ่มเอ่ยแหย่แซวคนใจลอย และหัวเราะในคอ
“หึ หึ ไหนคุณบอกอยากอาบน้ำไง ถึงแล้วก็รีบไปอาบซิ จะได้ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวเ้าสัวรอนาน ป่ะ ลงไปได้แล้ว”
นวพรรษก้าวลงจากรถฝั่งข้างคนขับด้วยความหงุดหงิดในคำพูดของเ้านาย แต่ก็รีบก้าวตามประธานหนุ่มทันที
“มาถึงกันแล้วเหรอลูก ไปๆ พากันขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน น้องนิวใช้ห้องของน้องนิวที่เคยใช้นะลูก ลุงให้คนเอาชุดไปแขวนไว้ให้แล้ว อีกสักชั่วโมงน่าจะเสร็จเน๊าะ จะได้ไปพร้อมกัน”
“คุณลุงก็ไปรถคันเดียวกันด้วยใช่ไหมครับ” นวพรรษถามเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่โดนทิ้งให้โดยสารไปกับท่านประธานปากเปราะ
“ใช่ๆ เดี๋ยวไปด้วยกันสี่คนเลย มีพี่ท้อป ด้วยอีกคน”
“งั้นนิวขออนุญาตใช้ห้องนะครับ” คนหน้าสวย ขออนุญาตเ้าของบ้านอีกที่
“ตามสบายเลยลูก ลุงยกห้องนั้นให้เป็ของน้องนิวเลย ไม่ต้องเกรงใจ” ตอบเลขาของลูกชายที่ตัวเองรักเหมือนลูกเสร็จเ้าสัวเวทินก็หันมามองลูกชายตัวเอง
“เป็ไง เ้าเวย์ ลูกไปทำอะไรให้เลขาเขากลัวขนาดนั้น แกอย่ามาเล่นๆ นะโว้ย ลูกเอามีพ่อมีแม่ อย่าลืมที่สำคัญพ่อแม่เค้าเป็เพื่อนพ่ออีก”
“ไม่มีอะไรครับพ่อ ใครจะไปกล้าทำอะไรล่ะ ระวังตัวแจขนาดนั้น เห็นนิ่มๆ เวลาอยู่กับคนอื่น แต่กับเวย์ทำปากแซ่บเหลือเกิน ยอมเวย์ที่ไหน” ชายหนุ่มคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำกับอีกคนไว้ก็อดยิ้มไม่ได้ นอกจะปากแซ่บแล้วปากยังนุ่มและหวานอีก นี่เป็สิ่งที่เขาไม่ได้บอกผู้เป็บิดา
“เวย์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะพ่อ เดี๋ยวไม่หล่อ แล้วเมียพ่อล่ะ” เวย์ทานนท์ถามหาธนศิลป์ทันที เพราะปกติไม่เคยเห็นห่างกัน
“ท้อปเค้าแต่งตัวอยู่ อีกเดี๋ยวคงเสร็จแล้ว แกไปเถอะ”
ใช่แล้ว ท้อปหรือธนศิลป์ เป็รุ่นพี่ที่รู้จักและสนิทกับเวทานนท์ั้แ่เรียน่เรียนปริญญาโทที่อังกฤษ พอดีจบเวทานนท์เลยขอร้องให้ธนศิลป์มาเป็เลขาให้เ้าเวทินผู้เป็พ่อ และฝากดูแลเ้าสัวตอนที่เค้ายังต่อปริญญาเอกที่เมืองนอกต่อ ใครจะไปรู้ว่าธนศิลป์เลขาคนเก่งของเ้าสัวจะโดนเ้าสัวจับกินเสียเอง ตอนนี้เป็คนรักเป็คนรู้ใจกันอยู่กินกันอย่างเปิดเผย ซึ่งเวทานนท์รับทราบตลอด แต่ก็ไม่ได้ห้ามหรือคัดค้านอะไร อะไรที่พ่อทำแล้วมีความสุข และไม่ผิดเขาเป็ลูกก็พร้อมสนับสนุน ในเมื่อคนสองรักกัน เขาก็ไม่ห้าม ซึ่งตอนนี้ท้อปก็มาอยู่กินและจดทะเบียนกับเ้าสัวแล้ว เ้าสัวอุตส่าห์ลงทุนบินไปจดทะเบียนถึงต่างประเทศและพาเมียรักมาอยู่ที่บ้าน คุยกับพ่อแล้วชายหนุ่มก็เดินขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองทันที
นวพรรษอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวอยู่ในห้องนอนแขก ซึ่งห้องนี้เขาเคยมานอนหลายครั้งแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในห้องนี้ เ้าสัวเวทินเตรียมไว้ให้ แล้วเขียนข้อความติดไว้ให้เขาใช้ แต่งตัวเสร็จชายหนุ่มก็เตรียมตัวลงไปข้างล่างเพื่อไปตามที่เ้าสัวนัดหมาย พร้อมกับถุงใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่ก่อนหน้า จะได้ไม่เป็ภาระต้องกลับมาเอาอีก พอผลักประตูห้องออกมาก็เจอกับเ้านายหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในชุดสูทสีดำตัวใหม่ ผมสีน้ำตาลเข้มที่โดนเซ็ตเรียบร้อย คนอะไรหล่อไม่แบ่งคนอื่น ไม่คิดจะให้คนอื่นได้เกิดเลยหรือไง
“ตลึงในความหล่อของผมเหรอ คุณเลขา หึ หึ ”
“เปล่าครับ ผมจะมองท่านประธานทำไม ผมเองก็หล่อน้อยกว่าคุณซะที่ไหน” ตอบอีกคนเสร็จนวพรรษก็ก้าวลงบันไดมาก่อน ตามหลังด้วยร่างสูงผู้เป็เ้านาย
“อย่างคุณเขาไม่เรียกว่าหล่อหรอกนะ เค้าเรียกว่าหน้าสวย ต่างหากล่ะคนสวย”
เวทานนท์แอบมองเลขาของตัวเองในชุดสูทสีเทาเข้ม รับกับร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหวานละมุนนั่นอีก ถึงแม้จะไม่บอบบาง ตัวเล็กอยางที่เขาชอบ แต่อีกฝ่ายมองยังไงก็ดูดี เขาไม่ชอบตัวเองที่รู้สึกแบบนี้เลย ไม่อยากจะให้สายตาของตัวเองไปคอยแต่จะจับจ้องอยู่แค่ร่างโปร่งนั้น
“มาพอดีเลย เดี๋ยวไปกันสองคนเลยนะลูก พอดีพี่ท้อปปวดท้องกระทันหัน พ่อว่าจะพาไปโรงพยาบาลซะหน่อย” เ้าสัวเวทินเอ่ยบอกสองหนุ่มรูปงามที่ตอนนี้เดินเข้ามาในโถงของห้องรับแขก ให้ไปงานคืนนี้กันเองสองคน
“อ้าว พี่ท้อปเป็อะไรมากหรือเปล่าครับ ให้นิวพาไปหาหมอเป็เพื่อนอีกคนไหมครับ” นวพรรษเสนอตัว
“ไม่ต้องหรอกลูก เดี๋ยวน้องนิวไปงานเป็เพื่อนพี่เวย์เค้าเถอะ เดี๋ยวลุงพาพี่ท้อปไปเองได้ ”
“แล้วนั่นถุงอะไร” เ้าสัวเวทินถามทันทีที่เห็นชายหนุ่มลูกชายเพื่อนถือถุงซึ่งน่าจะเป็เสื้อผ้าชุดเดิม
“เอ่อ ถุงเสื้อผ้าครับ นิวจะได้ไม่ต้องกลับมาเอาอีก” นวพรรษรีบตอบเ้าสัวทันที นวพรรษเป็แบบนี้ทุกครั้งที่มาบ้านนี้ จะเก็บห้องเนียบร้อยและก็จะเก็บถุงเสื้อผ้าชุดเดิมไปซักที่บ้านตัวเองตลอด ทั้งๆ ที่เ้าสัวเคยบอกเอาไว้ให้แม่บ้านที่นี่ซักให้ก่อนแล้วจะเอาไปให้ที่ทำงานแต่เ้าตัวก็บอกเกรงใจ
“ไปกันได้แล้วลูกเดี๋ยวเข้างานช้า เ้าเวย์พ่อฝากขอโทษบอกคุณขจรด้วยนะ ที่ไม่ได้ไปแสดงความยินดีด้วยตัวเอง ” เ้าสัวเวทินหันมาสั่งลูกชายอีกรอบ
“ครับพ่อ งั้นเวย์เอารถเวย์ไปเองดีกว่าครับพ่อ ไปคุณ” ตอบรับผู้เป็พ่อเสร็จ ก็หันมาหาเลขาหน้าสวยทันที
“งั้นนิวลาก่อนนะครับคุณลุง” นวพรรษยกมือไหว้ลาท่านเ้าสัวก่อนจะเดินตามหลังคนตัวสูงไปอย่างเสียมิได้ จะเปลี่ยนใจไม่ไปก็ไม่ได้