จ้าวเทียนมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งในใจ อาการาเ็ของเธอนั้นสาหัสมาก แม้เขาจะรักษาให้ไปแล้วแต่นั่นก็เพียงแค่พอให้เธอไม่ตายเท่านั้น
ตอนนี้เธอยังถือเป็ศัตรูของเขาอยู่ หากรักษาเธอจนหายดีก็ไม่รู้ว่าเธอจะลงมือทำอะไรอีกบ้าง ซึ่งดูจากที่เธอแกล้งหลับเพื่อหวังลอบโจมตีเขาแสดงว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว
“ อย่างแรกเลย…ช่วยเล่าเื่ของเธอให้ฉันฟังหน่อย ฉันไม่เชื่อว่าศัตรูเก่าของท่านปู่ลี่จะสามารถสั่งการปรมาจารย์อย่างเธอได้” เขาพูดขึ้น หลังจากเดินเข้ามานั่งลงเก้าอี้ที่ตรงโต๊ะน้ำชาในห้อง
“ เธอควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกมา…เพราะฉันไม่เคยปรานีต่อศัตรูมาก่อน และก็ไม่เคยมีใครกล้าโกหกต่อหน้าฉัน” จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างเ็า
ออร่าจักรพรรดิะเิออกมาโดยที่เขาควบคุมให้ส่งผลต่อโม่ซินหยานเท่านั้น
กึกๆ
ตุบ!
โม่ซินหยานโดนความกดดันของจ้าวเทียนถาโถมเข้าใส่จนตัวสั่นสะท้านเรี่ยวแรงที่รวบรวมไว้เมื่อครู่สลายไปทันที เธอทรุดลงไปนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรง
อั่ก!
หลังจากที่กระอักเืออกมาคำโต โม่ซินหยานก็มองไปที่จ้าวเทียนด้วยสีหน้าหวาดกลัว ชายตรงหน้าเธอต้องเป็อสูรร้ายที่สังหารผู้คนมานับล้านถึงมีออร่าเช่นนี้
มันเป็ความรู้สึกที่ออกมาจากสัญชาตญาณนักฆ่าที่เฉียบคมของเธอ เมื่อพบกับศัตรูที่ไม่สามารถเอาชนะได้
ฉันยังตายตอนนี้ไม่ได้…
ฉันไม่อยากทิ้งลูกสาวฉันไปแบบนี้…
ตามหลักแล้วอาชีพนักฆ่านั้นยึดมั่นในกฎเกณฑ์ที่จะยอมตายดีกว่าเปิดเผยความลับ แต่เมื่อคิดไปถึงชีวิตของลูกสาว อีกทั้งตัวเธอก็เลิกเป็นักฆ่ามานานแล้ว
กฎเกณฑ์ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป…
….
เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดสายตาที่จ้าวเทียนมองโม่ซินหยานก็เพิ่มความชื่นชมขึ้นมาหลายส่วน คนแบบนี้แหละที่เขา้า หากเธอเป็เพียงนักฆ่าที่ทำเพื่อเงินอย่างเดียว
เขาก็คงมองเธอเป็เพียงะุที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น แต่เธอคือคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนสำคัญของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเป็คนที่เชื่อใจได้
เขาสามารถฝากฝังให้เธอช่วยคุ้มครองน้องสาวได้อย่างวางใจ
“ ฉันรู้ถึงสาเหตุอาการป่วยของลูกสาวเธอ” เขาพูดขึ้นแบบสบายๆ
“ และฉันสามารถรักษามันได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแววตาของโม่ซินหยานก็เปลี่ยนไปทันทีจากเดิมที่มีแต่ความสิ้นหวัง ในตอนนี้มันเปล่งประกายความหวังอย่างแรงกล้า
ชายตรงหน้าไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกเธอด้วยความสามารถระดับเขา ปรมาจารย์อย่างเธอแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย
ในการต่อสู้ที่ผ่านมา หากเขาใช้กระบวนท่านั้นั้แ่แรกเธอก็คงพ่ายแพ้ในพริบตาเดียว โดยที่ไม่สามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย
“ ได้โปรดช่วยลูกสาวฉันด้วย...” เธอพยายามฝืนตัวลุกขึ้นมาก้มหัวขอร้องจ้าวเทียน
“ ไม่ต้องกังวล…ฉันตั้งใจจะช่วยอยู่แล้ว เพียงแต่หลังจากนี้เธอต้องทำงานให้ฉัน” จ้าวเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม
“ ฉันไม่ได้้าให้เธอไปฆ่าใคร งานของเธอเพียงอย่างเดียวก็คือปกป้องดูแลน้องสาวฉันเท่านั้น ฉันอยากให้เธอกับลูกสาวย้ายมาอยู่กับน้องสาวฉันั้แ่วันนี้เป็ต้นไป”
จ้าวเทียนพูดต่อเมื่อเห็นแววตาของโม่ซินหยานผิดปกติ เขาพอจะเดาได้ว่าเธอคงไม่อยากกลับไปทำอาชีพเก่า
“ เธอตกลงไหม ”
โม่ซินหยานมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แปลกไป ตอนนี้เขาดูไม่หน้าหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เธอััได้ถึงความรักที่เขามีต่อน้องสาว
อีกทั้งเงื่อนไขของเขานั้นยังคำนึงถึงความรู้สึกของตัวเธออีกด้วย ไม่เคยมีใครปฏิบัติกับเธอแบบนี้มากก่อน ั้แ่เด็กทุกคนมองเธอเป็เพียงแค่เครื่องมือที่ใช้ฆ่าคนให้องค์กรเท่านั้น
ถ้าฉันได้เจอเขาก่อนหน้านี้ซักหลายปี…
“ ฉันยินดีค่ะ…นายท่าน ” เธอตอบด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
ฮา ฮ่า
“ เธอเรียกฉันว่าจ้าวเทียนก็พอ คำว่านายท่านมันรู้สึกแปลกๆ มาเถอะให้ฉันรักษาอาการาเ็ให้ เดี๋ยวเราจะไปหาลูกสาวของเธอกัน” จ้าวเทียนหัวเราะออกมาด้วยความยินดี
ตอนนี้เขาแก้ปัญหาเื่ความปลอดภัยให้น้องสาวของเขาได้แล้ว แถมมีพวกโม่ซินหยานมาอยู่ด้วย น้องสาวเขาก็คงจะไม่เหงาอีกต่อไป
แอ๊ดด!
จ้าวเทียนได้เปิดประตูออกมา ด้านหลังเขามีโม่ซินหยานเดินตามออกมาด้วยความนอบน้อมเขาใช้เวลารักษาอาการาเ็ให้เธอประมาณ 2 ชั่วโมง
ตอนนี้เธอสามารถเดินเหินได้เหมือนคนปกติ เพียงแต่ยังไม่สามารถต่อสู้ได้ เพราะกระดูกของเธอยังไม่สมานกันดีคงต้องพักฟื้นไปอีก3-4วันจึงจะหายเป็ปกติ
“ พวกนายไม่ต้องเฝ้าห้องนี้แล้วล่ะ…เธอจะตามฉันออกไป” จ้าวเทียนหันไปบอกกับพวกบอดี้การ์ดด้วยรอยยิ้ม
“ เอ่อคือ…ได้ครับนายน้อยจ้าว ” หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดตอบด้วยความมึนงง เขามองโม่ซินหยานที่เดินตามหลังจ้าวเทียนออกไปด้วยความเคารพ
เดี๋ยวนะ! ผู้หญิงคนนี้เป็ปรมาจารย์ผู้ต่อต้านไม่ใช่เหรอ…
ในห้องเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นกัน…
ทีมบอดี้การ์ดได้แต่หันมามองหน้ากันเอง จะว่าไปปรมาจารย์หญิงคนนี้หน้าตางดงามมากหรือว่านายน้อยจ้าวจะ…
แค่กๆ
“ เื่นี้เดี๋ยวฉันจะรายงานเอง…พวกนายห้ามพูดอะไรออกไปเข้าใจไหม ” หัวหน้าทีมพูดขึ้นด้วยสีหน้าแปลกๆ ตอนนี้เขายิ่งรู้สึกเคารพบูชาจ้าวเทียนมาขึ้นกว่าเดิม
ฮั้ดชิ้ว!
“ หืม…ด้วยขอบเขตพลังระดับฉันไม่น่าจะเป็หวัดแล้วนะ หรือว่าวันนี้ฉันจะเหนื่อยเกินไป” จ้าวเทียนบ่นพึมพำออกมา
” เป็อะไรหรือเปล่าค่ะ” โม่ซินหยานถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่มีอะไรหรอก ฉันคงคิดไปเอง” จ้าวเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ภายในห้องประชุมตระกูลลี่
ตอนนี้กงไป๋ฮวาได้พาหลานสาวทั้งสองกลับไปแล้ว เพราะต้องรีบไปจัดการเื่ธุรกิจตามที่ได้ตกลงกันไว้
ลี่สวีฉิงเองก็กลับไปแล้วเช่นกันเพราะเธอวางมือจากการบริหารกิจการของตระกูลมานานแล้ว ในห้องตอนนี้จึงเหลือเพียงแกนนำตระกูลลี่เพียง5 คนเท่านั้น
“ จ้าวเทียนหลานมาพอดีเลยปู่มีเื่สงสัย….” ท่านปู่ลี่ที่เห็นจ้าวเทียนเดินเข้ามาจึงร้องเรียกขึ้น แต่คำพูดต่อมาของท่านก็จุกอยู่ในคอเมื่อเห็นโม่ซินหยานที่เดินตามเข้ามาด้วย
คนอื่นในห้องก็มีอาการแข็งค้างไปเช่นกันตัวพวกเขาสั่นสะท้าน ภาพการต่อสู้ของโม่ซินหยานปรากฏขึ้นมาเป็ฉากๆ
ความรู้สึกหวาดกลัวต่อความกดดันของปรมาจารย์ยังคงตราตรึงอยู่ในใจพวกเขา
“ เธอ…เธอมาอยู่นี่ได้ยังไง ” ลี่หวูเฉินเป็คนที่ออกอาการมากกว่าเพื่อนเพราะเขาโดนเธอแตะอัดประตูเข้าไปเต็มๆ ตอนนี้แค่เห็นหน้าเธอเขาก็รู้สึกปวดแผลขึ้นมาแล้ว
จ้าวเทียนที่เห็นสภาพของทุกคนในห้องก็ยิ้มอ่อนออกมา รู้สึกว่าโม่ซินหยานจะสร้างแผลในใจให้ตระกูลลี่หนักเอาการ
“ ไม่ต้องกังวลนะครับ…ตอนนี้เธอมาทำงานให้ผมแล้ว ” เขาพูดขึ้นอย่างจริงจัง แล้วหันไปพยักหน้าให้โม่ซินหยาน
“ ฉันโม่ซินหยาน…ต้องขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนให้ ตอนนี้ฉันได้เลิกเป็นักฆ่าแล้ว หลังจากนี้ต่อไปฉันจะทำงานเป็แม่บ้านให้จ้าวเทียนค่ะ”
“ ขอฝากตัวด้วยนะคะ” โม่ซินหยานก้าวออกมาก้มหัวขอโทษอย่างสำนึกผิด
เื่ที่ทำงานเป็แม่บ้านนั้นเธอเป็ฝ่ายเสนอกับจ้าวเทียนเอง เธออยากดูแลเื่ต่างๆในบ้านให้จ้าวเทียนกับน้องสาว เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือที่จ้าวเทียนมอบให้
!!
อาการของทุกคนในตระกูลลี่ตอนนี้ใยิ่งกว่าตอนที่เห็นโม่ซินหยานเดินตามจ้าวเทียนมาเสียอีก
ล้อเล่นหรือเปล่า…
นั่นคือปรมาจารย์เชี่ยวนะ…
ปรมาจารย์ที่กระทืบเท้าทีเดียวก็สั่นะเืไปทั้งเมือง…
ปรมาจารย์ที่เกือบจะลบตระกูลลี่ออกจากเมืองเทียนจิน…
คนระดับนั้น กลับยอมลดตัวลงมาทำงานเป็แม่บ้านให้จ้าวเทียน…
ทันใดนั้นสายตาทุกคู่ ก็จ้องไปที่จ้าวเทียนเป็ทางเดียวกัน มันผสมปนเปไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างทั้งความตกตะลึง เคารพยกย่อง และสื่อความหมายแบบมีเลศนัย
……
จนจ้าวเทียนในตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆขึ้นมาแล้ว หยุดมองเขาแบบนั้นได้แล้ว มันไม่ใช่ความคิดของเขาซักหน่อย โม่ซินหยานเธอ้าแบบนี้เอง
แค่กๆ
“ ว่าแต่หลานมาหาพวกเรามีอะไรเหรอ” ท่านปู่ลี่ถามขึ้น ตอนนี้ท่านลืมเื่ที่จะถามจ้าวเทียนไปแล้ว
ท่านส่งสายตาให้คนที่เหลือรีบๆทำงานของตัวเองไป เลิกสนใจเื่นี้ได้แล้ว
“ คือผมมีธุระต้องออกไปจัดการกับโม่ซินหยาน เลยจะเข้ามาบอกลาครับ ” จ้าวเทียนตอบ
“ งั้นเดี๋ยวปู่ให้คนไปส่งเธอแล้วกัน…เธอจะไปที่ไหนก็บอกเขาได้เลยนะ” ท่านปู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ ซึ่งจ้าวเทียนก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง รถคันหนึ่งก็ขับมาจอดหน้าโรงแรมเล็กๆตรงชานเมือง
“ ที่นี่เหรอครับ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยความสงสัย โรงแรมแห่งนี้เล็กมาก และมันดูเก่าเหมือนขาดคนดูแลมานาน มันไม่เหมาะที่คนระดับโม่ซินหยานจะมาอยู่
“ ที่นี่แหละค่ะ…เพราะฉันเลิกเป็นักฆ่ามา 5 ปีแล้ว อีกทั้งเงินเก็บส่วนใหญ่ก็ใช้ไปกับการรักษาลูกสาวก็เลยไม่ค่อยมีเงินติดตัวมากนัก ” โม่ซินหยานตอบแบบอายๆ
นอกจากการต่อสู้กับฆ่าคนเธอเองก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็
เดิมทีเงินเก็บของเธอนั้นพอเพียงจะใช้ชีวิตกับลูกสาวได้แบบสบายไปหลายสิบปี แต่เพราะอาการป่วยของลูกสาวเธอ
ทำให้ต้องใช้เงินหมดไปกับการจ้างหมอเก่งๆทั้งในและนอกประเทศ เพียงไม่กี่เดือนเงินที่เก็บไว้ก็เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อพวกเขาเปิดประตูห้องพักเข้าไป จ้าวเทียนก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย
ใบหน้านั้นแม้จะขาวซีดไปบ้างแต่ก็แฝงไปด้วยความงดงาม หากเธอเติบโตขึ้นมา คงจะเป็หญิงสาวที่สวยระดับเดียวกับลี่เหยาเหยาเลยทีเดียว
!!!
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่ดูคุ้นตาของเด็กสาวคนนั้น จ้าวเทียนก็รู้สึกดีใจ
‘ นั่นใช่เธอจริงด้วย…โม่ปิงหยู ’