ตอนที่ 3 จอมมารอหังการ
เพลินใจกลับมาจากฉลองวันเกิดที่สกายไลท์คลับพอเปิดประตูห้องนอนได้ ก็โยนกระเป๋าถือลงบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วคว้าหมอนจากบนหัวเตียงเอามาฟาดกับเก้าอี้ด้วยความขัดเคืองบุญพริ้งเดินตามเข้ามาในห้องก็ถามลูกสาวว่า
“ไปโกรธแค้นใครมาลูก”
“ก็อีนังพิมน่ะสิคะแม่ หนูไปจัดงานเลี้ยงวันเกิดก็นั่งคุยกับนักร้องชื่อปริวรรต แต่อีพิมมันมาแย่งความสนใจของเขาไปจากเพลินค่ะหนูแค้นมันที่สุดเลยค่ะ นี่ ๆ ๆ “ สาวเพลินยังคงทุบหมอนเพื่อระบายความโกรธ
“ใจเย็น ๆ ลูกไอ้นักร้องนั่นก็เพิ่งเข้ามาร้องที่นั่นวันแรกนี่เอง คนเต้นกินรำกินอย่างนั้นลูกจะไปรักไปชอบมันทำไม ไม่เอานะลูกอย่างเพลินนี่ต้องได้กับลูกชายรัฐมนตรีหรือลูกนายทหารถึงจะสมน้ำสมเนื้อกันนะ”
“ก็เพลินชอบนี่คะแม่หรือแม่อยากให้นังพิมมันเอาชนะหนู”
“เอา ๆ ถ้าลูกชอบจริง ๆแม่ก็จะหาทางให้ลูกได้เข้าไปใกล้ชิดมัน คืนนี้จะลองคุยกะพ่อดูให้ลูกได้เข้าไปช่วยบริหารไนต์คลับนั่น ดีมั๊ยลูก”
“จริงหรือคะแม่ แหมแม่หนูน่ารักที่สุดเลย” เพลินใจก็หอมแก้มมารดา
บุญพริ้งก็กอดลูกสาวไว้ แล้วครุ่นคิดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
คืนนั้นในห้องนอนของบุญพริ้ง
เสี่ยเริงศักดิ์เอนกายลงนอนแต่ยังไม่ทันหลับบุญพริ้งก็เอื้อมแขนไปกอดเขา ก่อนจะเอาคางเกยกับแผ่นอกของสามี แล้วกล่าวว่า
“ที่รักคะเพลินใจก็เรียนจบมาจากเมืองนอกแล้วน้องว่าจะให้แกลองไปช่วยบริหารงานที่ไนต์คลับของเราดูนะค่ะ คุณเห็นว่ายังไงคะ”
“ก็ดีนะ ให้แกไปเรียนรู้ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้ถามหิรัญดูแล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะสั่งหิรัญไว้ให้”
“ขอบคุณมากค่ะ ที่รัก”บุญพริ้งกล่าว ก่อนจะจูบเสี่ยเริงศักดิ์ไปหลายครั้ง
เริงศักดิ์ก็เอื้อมมือไปปิดสวิทโคมไฟที่หัวเตียงจากนั้นก็...
วันรุ่งขึ้น
ปริวรรตและสมาชิกวงเทวินคอรัสไปพบเสี่ยชูศักดิ์ที่บ้านย่านเสนานิคม ถนนพหลโยธิน
“ผมมาขอลาออกจากดาร์ลิ่งไนต์คลับเพราะไม่สะดวกวิ่งรอกไปเล่นหลายที่น่ะครับทางสกายไลท์ก็อยากให้เราเล่นทุกคืนที่เดียว” ปริวรรตกล่าว
“เอาเถอะ ไม่เป็ไรถ้าพวกเธอก้าวหน้า ฉันก็ดีใจด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จจากใจจริงนะ”
“พวกผมก็เป็หนี้บุญคุณเสี่ยจริงๆ นะครับ ถ้าไม่มีเสี่ยให้โอกาสพวกเราเริ่มต้น วงของเราคงไม่มาถึงทุกวันนี้”สังข์ชัยกล่าวด้วยสีหน้าอาลัยยิ่ง
“เอ้ย บุญคุณบุญเคินอะไรคนเราก็ต้องแสวงหาโอกาสด้วยกันทั้งนั้นแหละ จะมาจมปลักอยู่ที่เดียวได้ยังไงพวกเธอทำถูกแล้ว อย่าคิดมาก”
“อย่างนั้น พวกเรากราบลาละครับ”ตรีมิตรยกมือไหว้
“เอา ๆ โชคดี แล้วเจอกันใหม่”
ณบ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง ในนครลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ชายหนุ่มผิวขาวสามคนกำลังเอนกายพักผ่อนบนเตียงผ้าใบริมสระว่ายน้ำส่วนตัวในบริเวณบ้าน สักครู่ก็มีรถลีมูซีนสีแดงแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านสาวสวยผมบลอนด์นางหนึ่งก้าวลงจากรถ หล่อนทาลิปสติกสีแดง สวมเสื้อสีเขียวอ่อนกางเกงสแลคสีเขียวเข้ม ผ้าพันคอสีเขียว รองเท้าสีเขียว หล่อนถอดแว่นกันแดดออกแล้วโบกมือทักทายเพื่อน ๆ
“เฮ้ สวัสดีเกร๊ก” ( Greg Harris )
“เฮ้ นอร์ม่า พวกเรารออยู่”ชายหนุ่มชื่อเกร๊กลุกขึ้นต้อนรับ
นอร์ม่าโอบกอดเขาอย่างเพื่อนสนิทก่อนที่เพื่อนหนุ่มจะแนะนำเพื่อนอีกสองคน
“นอร์ม่า นี่ฟิลิป นี่ปีเตอร์”
“นี่นอร์ม่า จีน เทย์เลอร์( Norma Jean Taylor ) ดาราสาวที่พวกนายก็คงรู้จักแล้ว”
“ยินดีที่รู้จักค่ะ ฟิลิปยินดีค่ะ ปีเตอร์” หล่อนกล่าวทักทายพร้อมจับมือ ( Philip Timberland , Peter Warlord )
“ดาราดังแถมสวยเซ็กซี่อย่างคุณใครบ้างจะไม่รู้จักครับ ยินดีที่รู้จักเช่นกัน” ฟิลิปกล่าว
“เราทำบาบีคิวและค๊อกเทลไว้ต้อนรับเธอด้วยนะ”เกร๊กบอก
“โอ้ว เยี่ยมเลย เกร๊ก” ดาราสาวโปรยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
“แล้ว่นี้มีงานแสดงเยอะหรือเปล่าครับ”ฟิลิปถาม
“อ๋อ่นี้ดิฉันเก็บตัวก่อนนะค่ะ กำลังมีข่าวซุบซิบในทางไม่ค่อยดีและอยากจะพักผ่อนสักระยะ”
“เช่นนั้นคืนนี้คุณต้องเต้นรำกับเราให้สนุกสุดเหวี่ยงนะครับจะได้คลายเครียด” ปีเตอร์กล่าว
“แน่นอนค่ะ เอ้อ ขอโทษนะคะคุณทั้งสองทำธุรกิจอะไรอยู่คะ”
“ผมทำธุรกิจอาหารแช่แข็งส่วนปีเตอร์เป็ที่ปรึกษารองประธานาธิบดี”
“โอ้ว สุดยอดเลยค่ะเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับท่านที่ปรึกษานะคะ”
“ผมก็ยินดีที่ได้รู้จักดาราสาวสุดฮอตแห่งสหรัฐอเมริกาเช่นกันครับ”
“เราไปเต้นรำกันเถอะ”เกร๊กเชิญชวน
“โอเคค่ะ”
แผ่นเสียงเพลงในจังหวะทวิสต์ถูกเปิดเสียงดังไปทั่วบริเวณริมสระน้ำแห่งนั้นในยามอาทิตย์อัสดง กระทั่งท้องนภาไร้แสงตะวัน มีแต่ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าถ่านไฟในเตาย่างบาบีคิวก็มอดลง แต่หนุ่มสาวยังคงปาร์ตี้กันอยู่
“ถ้าคุณไม่รังเกียจผมอยากจะเชิญคุณไปดินเนอร์ในวันพรุ่งนี้ คงไม่ขัดข้องนะครับ” ฟิลิปเชิญชวน
“อืม ที่ไหนคะ”
“ที่บ้านพักของผมเองแล้วผมจะให้คนไปรับนะครับ ว่าแต่คุณพักที่ไหนละครับ”
“ดิฉันว่าจะขับรถไปเองดีกว่าค่ะเพราะดิฉันแต่งตัวนาน เกรงว่าคนของคุณจะรอนาน”
“ถ้าอย่างนั้นนี่เป็ที่อยู่ของผมนะครับ” ฟิลิปยื่นนามบัตรให้
“ตกลงค่ะ แล้วเจอกัน”
คืนวันรุ่งขึ้นณ บ้านเลขที่ 51 ถนนเรดวู้ด
นอร์ม่า จีนขับรถยนต์ส่วนตัวมาจอดหน้าบ้านของฟิลิป ประตูรั้วอันงามสง่าถูกเปิดออกหล่อนขับรถเข้าไปจอดข้างในโรงรถ ขณะที่ฟิลิปเดินลงมาต้อนรับที่บันไดหน้าบ้าน
“ยินดีต้อนรับสาวสวยครับ”
“บ้านคุณใหญ่จังเลยค่ะ”
“มันคงใหญ่เกินไปสำหรับชายโสดอย่างผมละมังครับ”
“แหมโสดจริงหรือว่ามีซ่อนไว้ที่ไหนหรือเปล่าคะ”
“นั่นก็ต้องรอให้คุณพิสูจน์ดูแหละครับดื่มไวน์ก่อนครับ” ฟิลิปรินไวน์ขาวใส่แก้วยื่นให้หล่อน
บนโต๊ะอาหารที่มีเชิงเทียนตั้งอยู่ตรงกลางมีอาหารชั้นเลิสหลายอย่างวางเรียงรายเต็มไปหมด
“คืนนี้ดิฉันมีความสุขจังเลยค่ะน่าภูมิใจที่มีโอกาสมาร่วมโต๊ะกับมหาเศรษฐีอย่างคุณ”
“ผมดีใจที่คุณคิดเช่นนั้นนี่ครับกุ้งลอบสเตอร์อบชีส”ฟิลิปตักกุ้งตัวโตวางบนจานของดาราสาว
หลังจากมื้ออาหารทั้งสองก็เต้นรำกันภายใต้แสงเทียนในจังหวะสโลว์ สายตาของเขาและเธอต่างก็ประสานกันเมื่อบรรยากาศและอารมณ์พาไป เขาก็จูงมือหล่อนเข้าไปยังห้องนอนก่อนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนียบนที่นอนอันอ่อนนุ่ม ครั้นเมื่อเสร็จกิจฟิลิปก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียผสมกับความเมา แต่นอร์ม่ายังไม่หลับ หล่อนค่อย ๆย่องลงจากที่นอน แล้วเปิดประตูห้องนอนอย่างแ่เบา ก่อนจะก้าวออกไปสำรวจในห้องต่างๆ ของบ้าน กระทั่งเข้าไปพบเอกสารบางอย่างในห้องทำงานของเศรษฐีหนุ่ม
“PREPAR NCY FRM SOV2CB PTSPY2WH SND 620805”
“นี่มันรหัสอะไร” ดาราสาวคิดในใจ
“หรือว่าฟิลิปจะเป็นักค้าอาวุธกำลังจะส่งอาวุธจากโซเวียตไปให้คิวบา และปีเตอร์เป็สายลับไปสอดแนมในทำเนียบขาว อย่างนี้ประธานาธิบดีและคนอเมริกันก็ตกอยู่ในอันตรายนะสิ”หล่อนใช้กล้องขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในจี้ห้อยคอถ่ายรูปข้อความในกระดาษแผ่นนั้นไว้แล้วรีบขับรถหนีออกจากบ้านนั้นไปท่ามกลางความมืด
เมื่อนอร์ม่า จีนขับรถมาถึงบ้านหล่อนก็ผลัดผ้าอาบน้ำจนสบายตัวแล้ว ก็นุ่งผ้าขนหนูไปนั่งบนเตียงก่อนจะเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างเตียงนอน กำลังหมุนหมายเลขของใครบางคนแต่ทันใดนั้นมือลึกลับข้างหนึ่งยุดมือข้างที่หล่อนถือหูโทรศัพท์แล้วบีบอย่างแรงจนหล่อนต้องปล่อยมือส่วนมืออีกข้างของคนลึกลับก็จิกหัวหล่อนจากด้านหลังเมื่อหล่อนหันมาเห็นคนที่มาทำร้าย ก็เหมือนถูกมนต์สะกดเป็นางมารรมิตานั่นเองที่สะกดจิตหล่อนไว้
“กินยานี่ซะ”รมิตาแบมือที่มีแคปซูลจำนวนนับสิบเม็ดพร้อมด้วยแก้วที่มีน้ำดื่มยื่นให้นอร์ม่าดาราสาวก็หยิบไปกลืนกิน แล้วดื่มน้ำตามอย่างไร้สติจนหมด ก่อนจะถูกจับตัวนอนคว่าบนเตียงในสภาพเปลือยเปล่าแล้วก็มีชายอีกคนใช้เข็มฉีดยา ฉีดสารบางอย่างเข้าไปยังแขนของนอร์ม่า แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมร่างหล่อนไว้ครึ่งตัวจัดท่าทางให้เสมือนหล่อนกำลังนอนหลับ มือข้างซ้ายจับหูโทรศัพท์วางไว้ที่ขอบเตียงบนโต๊ะข้างหัวนอนมีกองขวดยาหลายชนิดจากนั้นชายหนุ่มก็ไปทุบกระจกหน้าต่างจากด้านนอกบ้านทำประหนึ่งว่ามีคนร้ายบุกรุกเข้ามา แล้วนางมารก็กล่าวกับชายคนนั้นว่า
“โอเค ดีมาก ปีเตอร์พรุ่งนี้เช้าหนังสือพิมพ์จะต้องพาดหัวข่าวใหญ่ว่าดาราสาวแห่งฮอลลีวู้ดกินยาเกินขนาดจนเสียชีวิต”
พวกเขาทิ้งศพดาราสาวไว้ภายในห้องนอนโดยมีร่างของแม่บ้านนอนสลบอยู่หน้าบ้านสุนัขที่เลี้ยงไว้ก็ส่งเสียงเห่าไล่หลังมารสาวและฆาตกรหนุ่มที่เดินออกจากบ้านหายไปในความมืด
ณฐานลับของกามันดา
“สหรัฐอเมริกาค้นพบอาวุธนิวเคลียร์ที่คิวบาแล้วครับทางเราก็ค้นพบฐานลับของสหรัฐอโรมาที่แหลมตะลุมพุก นครศรีธรรมราช มันส่งภาพถ่ายดาวเทียมสอดแนมไปให้อเมริกาครับ”สายลับรายงานให้เภสันรู้ผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิด
“อืม มันบังอาจมาก ท่านพ่อช่วยไปสร้างพายุถล่มแหลมตะลุมพุกให้ด้วย อย่าให้เหลือซาก” เภสันบอกอสูรทรมานผู้เป็พ่อ
“ฮ่า ฮ่า สบายมาก เื่กล้วย ๆแค่นี้ เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”
ณร้านเพชรของบุหรง
ปริวรรตและเพื่อน พร้อมวิกานดาถูกเรียกมาประชุมเื่สำคัญ
“น้าเพิ่งได้รับข่าวว่า สายลับของ CRA คนหนึ่ง ถูกฆาตกรรมเมื่อคืนนี้ แต่คนร้ายจัดฉากให้แพทย์และสื่อมวลชนเข้าใจว่าเป็การกินยาเกินขนาดหรือฆ่าตัวตายหล่อนคือ นอร์ม่า จีน เทเล่อร์ เพื่อนสายลับรุ่นเดียวกับน้านี่แหละ”
“โอว ดาราดังระดับโลกเลยนะนั่น”สังข์ชัยอุทาน
“แหม เสียดายยังสาวยังสวยไม่น่ารีบตายเลย หน้าอกูเาไฟ มีไฝที่มุมปาก โอ๊ย ”คทาวุธกล่าว
“ไอ้บ้าเอ็งก็คิดแต่เื่พรรค์นั้นแหละ”ตรีมิตรว่าเพื่อน
“เอาละ ๆ ไม่ต้องเถียงกันที่เรียกพวกเรามาวันนี้ เพื่อจะบอกว่าขบวนการก่อการร้ายของพวกเภสันมันชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วเครือข่ายของมันมีอยู่ทั่วโลก ซึ่งเสี่ยเริงศักดิ์เป็แค่สาขาหนึ่งของมันเท่านั้นพวกเธอต้องหาทางเจาะเข้าไปหาเภสันให้ได้ ว่ารังใหญ่ของมันอยู่ที่ไหน”
“แต่ตอนนี้พวกเราก็เพิ่งเข้าไปทำงานในสกายไลท์คลับไม่นานเลยทำอย่างไรจะสาวถึงตัวเภสันได้นะ”จักราถาม
“ก็ต้องพยายามต่อไป” ปริวรรตกล่าวพร้อมครุ่นคิดหาวิธีเข้าไปล้วงความลับของเภสัน
สถานการณ์ทางการเมืองของโลกในขณะนั้น
นับั้แ่าโลกครั้งที่สองได้ยุติลงประเทศต่าง ๆ ในโลก ได้แบ่งออกไปสองฝ่ายใหญ่ ๆ คือฝ่ายโลกเสรี นำโดยสหรัฐอเมริกา สหรัฐอโรมาและประเทศที่นิยมประชาธิปไตยทั้งหลายกับอีกฝ่ายคือประเทศที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ นำโดยโซเวียตและจีนแต่หลังจากปีค.ศ.1960 เป็ต้นมา การเมืองโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ
นโยบายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (Peaceful Co-existence) ของประธานาธิบดีนิกิต้าครุสช้อฟ (NikitaKhrushchev)โดยเขาเปลี่ยนการใช้าด้วยอาวุธมาเป็การใช้การค้าระหว่างประเทศและการทำาที่ไม่ต้องใช้อาวุธและนั่นคือที่มาของ”าเย็น” โดยหนึ่งในยุทธวิธีที่ทั้งสองค่ายมหาอำนาจใช้คือการใช้จารชน หรือสายลับนั่นเอง
ณแหลมตะลุมพุก ในตอนค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2505
จอมอสูรทรมานได้ใช้อิทธิฤทธิ์ก่อพายุโซนร้อนแฮเรียต ซึ่งเป็พายุที่หมุนเป็วงกลมรูปโดนัทมีช่องว่างตรงกลาง เคลื่อนตัวจากทะเลจีนใต้ มุ่งเข้าสู่อ่าวไทยแต่เทพเ้าที่ปกป้องน่านน้ำไทย พยายามขัดขวางอสูรร้าย
“นี่เ้าจะทำอะไรน่ะ ออกไปจากน่านน้ำไทยบัดเดี๋ยวนี้”
“ฮ่า ฮ่า เทพกระจอกอย่างพวกเ้าจะมาทำอะไรข้าได้”ว่าแล้วอสูรทรมานก็กวัดแกว่งอาวุธสองครั้งก็เกิดรัศมีกว้างใหญ่กวาดเอาบรรดาเทพรักษาสมุทรแตกพ่ายไป จากนั้นอสูรร้ายก็นำพายุพัดเข้าสู่แหลมตะลุมพุกด้วยความเร็ว 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 กิโลเมตรใหญ่เท่ากับนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด แรงลมพัดจนบ้านเรือนชาวบ้านพังทลายลงจนราบเป็หน้ากลองท้องฟ้าแดงฉาน คลื่นทะเลม้วนตัวสูงกว่ายอดมะพร้าวพัดขึ้นฝั่งเป็เวลา 3 ชั่วโมงจนบ้านเรือนผู้คนเริ่มพัง ไฟฟ้าดับ ลูกเล็กเด็กแดงร้องไห้กันระงมจนถึงเวลา 4 ทุ่มลมพายุก็สงบนิ่งสนิท บรรดาชาวบ้านที่ไปหลบภัยอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเข้าใจว่าลมสงบแล้ว เริ่มออกมาสำรวจความเสียหาย อีกราวครึ่งชั่วโมงพายุก็พัดสวนทางออกไปยังชายฝั่ง คราวนี้แรงกว่าเดิม ได้พัดพาเอาเศษบ้านเรือนและผู้คนลงทะเลไปจนหมดผู้คนล้มตายกว่า 911 คน สูญหาย 142 คน าเ็สาหัส 252 คนและไร้ที่อยู่อาศัยอีกว่า 16,000 คน อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งจังหวัดพังเสียหายกว่า20,000 หลัง สวนผลไม้ สถานที่ราชการรวมถึงฐานควบคุมสัญญาณดาวเทียมของสหรัฐอโรมาบนยอดเขาก็พังถล่มลงมาพร้อมกับดินและหินจำนวนมากทับเส้นทางรถไฟสายใต้จนใช้การไม่ได้หลังจากพายุสงบ ทั่วทั้งตำบลตะลุมพุก กลายเป็สุสานที่ร้างผู้คน ซากศพ เศษสิ่งของเรือแพ ต้นยาง ต้นมะพร้าว ลอยเกลื่อนไปทั่วทั้งชายหาด ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องมาล้มตายเพียงเพราะพวกกามันดา้าทำลายฐานปฏิบัติการของศัตรู
“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็ยังไงล่ะไอ้พวกที่คิดต่อกรกับอสูรอย่างข้า ต้องเจอแบบนี้แหละ” อสูรทรมานหัวเราะชอบใจ
ณเขาไกรลาศ ดินแดนแห่งศิวะเทพ
บรรดาเ้าสมุทรและทวยเทพพากันเดินทางมาฟ้องพระตรีเนตร
“ข้าแต่พระโพเรนาถได้โปรดช่วยพวกเราด้วย บัดนี้จอมอสูรทรมานได้เหิมเกริมก่อพายุเข้าถล่มดินแดนภาคใต้ของไทยจนผู้คนล้มตายบ้านเรือนและสถานที่ราชการเสียหายอย่างหนักขอพระองค์ทรงโปรดเสด็จไปปราบจอมมารตนนั้นด้วยเถิดพระเ้าข้า” พระยานาคราชกล่าว
“ดูก่อนเทพสมุทร เราเองก็อยากจะช่วยพวกท่านอยู่หรอกแต่ว่าอสูรตนนั้นเคยบำเพ็ยตบะอย่างแรงกล้า จนได้รับพรจากเราว่า อย่าได้มีเทพองค์ใดมนุษย์หรือสัตว์ใด ๆ หรือครึ่งคนครึ่งสัตว์ ครึ่งเทพครึ่งคน ใด ๆที่จะสังหารมันได้ ไม่ว่าจะด้วยอาวุธใด ๆ หรือแม้แต่มือเปล่า ๆ ก็อย่าได้ฆ่ามันได้ซึ่งพรที่เราได้ประทานไปแล้ว ไม่อาจลบล้างได้ จนกว่ามันจะได้พบกับผู้ที่มิใช่เทพมิใช่มนุษย์หรือสัตว์ มิใช่ครึ่งคนครึ่งเทพ มิใช่ครึ่งคนครึ่งสัตว์และไม่ใช้อาวุธใด ๆ ไม่ใช้มือเปล่าในการสังหารมัน จึงจะปราบมันได้”
บรรดาเทพน้อยใหญ่ได้ฟังเช่นนั้นก็พากันอ้ำอึ้งปริวิตกไปตามๆ กัน ต่างก็พากันตีอกชกหัวว่า
“บรรลัยแล้ว วิบัติแล้วต่อแต่นี้จะมีใครเล่าที่จะปราบพญามารตนนี้ได้ถ้าแม้องค์มหาเทพยังมิอาจทำอะไรมันได้ พวกเราจะหันหน้าไปพึ่งใครเล่า”
“ข้าแต่มหาเทพยังมีเ้ากามันดา เทพทรยศที่ขโมยเทวรูปไปจาก์คราวนั้นเรามีทางจะกำจัดมันได้หรือไม่” ฤาษีนารอดทูลถาม
องค์พรหมเทพผู้มีสี่หน้าก็ทำสีหน้าเคร่งเครียดทุกหน้าก่อนจะกล่าวว่า
“แม้แต่กามันดาเราก็เคยให้พรเช่นเดียวกับองค์ศิวะสังกรเช่นเดียวกันเราผิดเองที่คิดว่าให้พรเช่นนั้นแล้วเทพตนนั้นจะรักษาหอเทพธรณินทร์ไว้ให้ปลอดภัยจากมารร้ายทั้งปวงหารู้ไม่ว่าผู้ที่เราไว้ใจที่สุด กลับทรยศได้ร้ายที่สุด”
ทั้งองค์วิษณุนารายณ์ องค์พรหมเทพพระพิฆเนศ พระขันธกุมารและมหาเทวีทั้งสาม ต่างก็อับจนหนทาง พากันส่ายพระพักตร์ด้วยความสงสารชาวโลกผู้ประสบภัยอย่างสุดซึ้ง
สองวันต่อมา
หลังจากที่สถานีวิทยุอ.ส.ประกาศว่าพระบาทสมเด็จพระเ้าอยู่หัวทรงให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมใจบริจาคเงินทองสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยก็มีคนหลั่งไหลไปบริจาคกันมากมาย เช่นเดียวกับปริวรรตและพิมพ์ดาราที่นำสิ่งของมาบริจาคที่สถานีวิทยุอ.ส.
“น่าสงสารชาวบ้านตะลุมพุกจริง ๆเลยนะคะ” พิมพ์ดารากล่าว
“ใช่ครับแต่มันเป็ภัยธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวบ้านก็เลยไม่ทันได้ระวัง”
“ได้มาทำบุญด้วยกันน้องปลื้มใจจริง ๆ ค่ะ” สีหน้าสาวพิมค่อยระรื่นขึ้นเมื่อนึกถึงผลบุญ
“พี่ก็เช่นกันไว้วันหลังเราไปทำบุญกันอีกนะ” หนุ่มคิ้วหนาตาโตมองหน้าสาวพิมผู้มีใบหน้าหวานซึ้ง
“ได้ค่ะ”
“นี่ใกล้เที่ยงแล้วน้องพิมหิวหรือยัง เราไปทานเป็ดย่างร้านพูลสินกันมั๊ย”
“ดีค่ะ ไปกันเถอะ”
ที่ภัตตาคารพูลสินข้างวัดตรีทศเทพ ย่านวิสุทธิกษัตริย์ กรุงเทพ
“อาหารอร่อยดีนะคะนี่ถ้าน้องพรมาด้วย คงจะกินจนพุงกางแน่เลย พอดีเขาไปทัศนศึกษา” พิมพ์ดารากล่าว
“น้องพิมก็ทานเยอะ ๆ นะครับรู้สึกว่าจะผอมเกินไปแล้วเนี่ย” ปริวรรตตักเต้าหู้ทรงเครื่องให้หญิงสาว
“่นี้พี่ไปร้องเพลงทุกคืนหรือเปล่าคะเป็อย่างไรบ้าง แขกเยอะมั๊ย”
“ก็ไปทุกคืนแขกก็เต็มทุกโต๊ะอยู่นะ แต่ยังหานักร้องหญิงที่ร้องเพลงฝรั่งเก่ง ๆ ไม่ได้ที่มีอยู่ก็ร้องได้แต่เพลงไทย”
“แล้วพี่คิดว่าน่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรคะ”พิมถาม
“พี่คิดว่าน่าจะลองไปดูตามไนต์คลับอื่น ๆ นะ เผื่อจะมีคนที่เหมาะสม”
“พี่หมายถึงให้เราไปซื้อตัวมาอย่างนั้นหรือ”
“ก็ทำนองนั้นละจ๊ะ” ปริวรรตตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ
“มันจะสร้างความบาดหมางระหว่างเ้าของหรือเปล่าละคะพิมว่าประกาศทางวิทยุหรือหนังสือพิมพ์ให้เขามาสมัครเองดีมั๊ย”
“จริงอย่างพิมว่านะ พี่ก็ลืมนึกไปแหะ แหะ”
“ที่จริงมันเป็หน้าที่ของฝ่ายบุคคลอย่างคุณหิรัญนะที่ต้องสรรหานักร้องมาเพิ่ม เดี๋ยวพิมจะช่วยพูดให้ค่ะ”
“โอเคแล้วพี่จะลองไปฝากนักจัดรายการช่วยประกาศอีกทางหนึ่ง”
เย็นวันนั้นณ สกายไลท์คลับ ย่านสี่พระยา
หิรัญเรียกพนักงานทุกคนพร้อมทั้งนักร้องนักดนตรีมาประชุมกันที่ห้องผู้จัดการ
“เอาละทุกคนวันนี้ผมขอแจ้งให้ทราบว่า นับแต่วันนี้ คุณเพลินใจ ลูกสาวของเสี่ยเริงศักดิ์ จะมาเป็ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของที่นี่ขอให้ทุกคนปรบมือต้อนรับผู้บริหารคนใหม่ของเราครับ” หิรัญกล่าวจบก็ส่งช่อดอกไม้ให้เพลินใจ
สิ้นเสียงปรบมือเพลินใจก็กล่าวว่า
“ขอบคุณทุกคนมากนะคะดิฉันก็หวังว่าคงจะได้รับความร่วมมือจากพวกเราอย่างดี”สายตาของเพลินใจจับจ้องอยู่ที่ปริวรรตอย่างไม่วางตา
“เอาละทุกคนไปทำงานได้”หิรัญกล่าว
“คุณปริวรรต ก่อนถึงเวลาเปิดร้านลองซ้อมร้องเพลงให้เพลินฟังหน่อยสิคะ”
“ได้ครับ อ้อคราวหน้าเรียกชื่อเล่นของผมก็ได้ครับ ผมชื่อวรรต”
“ค่ะ พี่วรรต ฮิฮิ”เพลินใจนั่งจ้องชายหนุ่มอยู่หน้าเวที
ปริวรรตก็ซ้อมร้องเพลงกับวงเทวินคอรัสไปพลางๆ ในขณะที่พนักงานในร้านก็เตรียมจัดร้าน สักพักหนึ่งก็มีพนักงานเดินมาหาเพลินใจกล่าวว่า
“ผู้จัดการคะมีคนมาหาที่ห้องทำงานค่ะ เป็คนญี่ปุ่น บอกว่าจะมาสมัครเป็นักร้อง”
“เอ๊ะเราประกาศรับสมัครั้แ่เมื่อไหร่”
ปริวรรตได้ยินดังนั้นก็หยุดร้องเพลงแล้วพูดกับเพลินใจว่า
“คุณเพลินครับผมเป็คนไปประกาศรับสมัครเอง เพราะเรายังขาดนักร้องหญิงที่ร้องเพลงสากลได้เก่ง ๆต้องขออภัยด้วย ที่ผมทำเกินหน้าที่”
“อ้าว แล้วก็ไม่บอกเพลินก็หลงโมโหแทบแย่ เอาละ เดี๋ยวฉันจะไปดู” เพลินใจเดินตามพนักงานไปยังห้องทำงาน
เมื่อเดินเข้าไปยังห้องผู้จัดการก็เห็นหญิงสาวหน้าตาดี ผิวขาวดังหิมะ มานั่งรอหล่อนผู้นั้นเห็นเพลินใจเข้ามาก็ลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างสุภาพตามธรรมเนียมของชาวอาทิตย์อุทัย
“สวัสดีค่ะดิฉันมาสมัครเป็นักร้องค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
เพลินใจเห็นรูปร่างหน้าตาของสาวลูกครึ่งคนนี้สะสวยก็เกรงว่าหากรับเข้ามาแล้ว ปริวรรตอาจจะหลงเสน่ห์ของหล่อนจะเป็ศัตรูหัวใจของตนในภายภาคหน้า จึงคิดจะปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน
“อืมแต่ตอนนี้นักร้องของเราก็มีมากเกินพออยู่แล้ว คงยังรับคุณไม่ได้หรอกนะ”
เพลินใจพูดจบก็ต้องตกอยู่ในภวังค์ เมื่อสบตากับผู้มาสมัครงานั์ตาของสาวญี่ปุ่นมีประกายสีชมพูสว่างวาบแล้วก็เริ่มสะกดจิตเพลินใจให้ทำตามคำสั่ง
“จงรับฉันเข้าทำงาน เธอเต็มใจเธอ้าอย่างแรงกล้าที่จะให้ฉันมาเป็นักร้อง เธอขาดฉันไม่ได้”สาวญี่ปุ่นพูดซ้ำ ๆ เช่นนั้นอยู่สามรอบ แล้วก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้งเพลินใจก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ แล้วก็เปลี่ยนท่าทีไปจากเดิม
“เออ คุณมาสมัครก็ดีแล้วเรากำลัง้านักร้องหญิงเพิ่มพอดี ไหนดูสิ คุณชื่ออะไร”เพลินใจหยิบเอกสารใบสมัครขึ้นมาดูนอกจากมีรูปถ่ายแล้วก็มีข้อความรายละเอียดส่วนตัวจำนวนหนึ่ง
“ชื่อไทย หัสดี บัวภักดี อายุ 25 ปี ชื่อญี่ปุ่น ฮาสุโกะ เร็งเงะวุฒิการศึกษา ศิลปะการขับร้องและการแสดง มหาวิทยาลัยโตเกียว ความสามารถพิเศษภาษาอังกฤษ จีน ไทย ญี่ปุ่น”
เพลินใจอ่านประวัติของฮาสุโกะแล้วก็กล่าวว่า
“คุณเป็คนญี่ปุ่นทำไมพูดไทยได้ชัดจังเลย”
“อ๋อ แม่ดิฉันเป็คนไทยค่ะบ้านเกิดดิฉันก็อยู่แถวบางขุนเทียนนี่เองคุณพ่อเป็ทหารญี่ปุ่นที่เคยมาประจำกองทัพที่กรุงเทพสมัยาโลกจึงได้มาพบคุณแม่”
“อืมแล้วคุณร้องเพลงภาษาอะไรได้บ้างล่ะ”
“ร้องได้หลายภาษาค่ะ ไทย จีนอังกฤษ ญี่ปุ่น”
“ไหนลองไปร้องเพลงให้ฉันฟังบนเวทีซิ”
ทั้งสองเดินออกไปที่เวทีการแสดงแล้วก็บอกปริวรรตให้ฮาสุโกะขึ้นร้องเพลง
ฮาสุโกะก็ร้องเพลง อุเอ โอะมุอิเทะ อะรุโค ( UE O MUITE ARUKOU ) หรือเพลง สุกิยากี้ ( Sukiyaki)ของ คิว สะคะโมโต้ (Kyu Sakamoto ) ทั้งเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ตามด้วยเพลงจีน เกาซันชิง (อาลีซานตีกูเหนียง阿里山的姑娘) พอร้องจบทุกคนในที่นั้นก็ปรบมือกันเกรียวกราวด้วยความชอบใจ
“ยอดเยี่ยมมาก คุณฮาสุโกะไปทราบจากไหนว่าทางนี้รับสมัครนักร้องครับ”ปริวรรตถาม
“ขอบคุณค่ะดิฉันฟังรายการวิทยุประกาศก็เลยมาสมัคร”
“อ่อยินดีต้อนรับเข้าร่วมวงเทวินคอรัสของเรานะครับ” ปริวรรตยื่นไปจับมือกับหัสดีหรือฮาสุโกะในชื่อญี่ปุ่น
“เช่นกันค่ะฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ทุกคน” หล่อนโค้งคำนับให้เพื่อนร่วมวง
นับั้แ่คืนนั้นสกายไลท์คลับก็มีสีสันเพิ่มขึ้นจากน้ำเสียงที่หวานใสและรูปร่างหน้าตาที่น่าหลงใหลของหัสดีดึงดูดให้แขกทั้งหนุ่มและแก่พากันมาจองโต๊ะไม่เว้นแต่ละคืน
นอกจากจะมีนักร้องเสียงดีดนตรีชั้นเลิศแล้ว สกายไลท์ไนต์คลับแห่งนี้ ยังมีดีอีกอย่างคือพาร์ทเนอร์สาวสวยอย่าง แวว มธุรส ซึ่งสามารถเต้นรำได้ทุกจังหวะและช่างพูดจาอ่อนหวาน เอาอกเอาใจแขกได้เก่ง
“วันนี้ป๋าจะทิปหนูเท่าไหร่คะเต้นกับป๋าตั้งห้าเพลงแล้ว”
“นี่จ้าเอาไปเลย ห้าร้อย เพลงละร้อย” ลูกค้าที่แก่คราวพ่อเอาธนบัตรใบละห้าร้อยซุกที่ร่องอกของสาวสวย
“อุ๊ยขอบคุณค่ะป๋า แหมป๋านี่ใจดีจังเลย” แววพนมมือไหว้ที่ไหล่ของชายแก่
“มาให้ป๋าหอมทีนึงนะ” ชายแก่พูดแล้วจะก้มลงหอมแก้ม แต่แววมธุรสเบี่ยงตัวหลบ
“ว๊าย ๆอย่าเพิ่งใจร้อนสิคะป๋า อายเค้า ถ้ารักหนูจริงต้องพิสูจน์ให้หนูเห็นก่อนนะ ใจเย็นๆ “
สาวน้อยตัวขาว ๆ เล็ก ๆ อย่างแวว เอาตัวรอดจากเฒ่าหัวงูมาได้ทุกคืนและก็ได้เงินกลับไปให้พ่อได้ใช้จ่ายเช่นเดียวกับคืนนี้เมื่อเธอเลิกงานกลับบ้านพร้อมกับหิ้วห่ออาหารกลับไปฝากพ่อที่บ้านเช่าย่านวัดแคนางเลิ้ง
“พ่อมากินผัดไทยสิ หนูซื้อมาจากประตูผี” แวว วางห่อผัดไทยไว้บนโต๊ะอาหาร
พ่อของหล่อนก็เดินมานั่งแกะห่อผัดไทยที่ห่อด้วยใบตองแล้วหุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ภายนอกมัดด้วยเชือกกล้วย ผักแกล้มก็มีหัวปลี ต้นกุยช่าย ใบบัวบก และถั่วงอกดิบ
“แขกเยอะมั๊ยล่ะคืนนี้”พ่อแววถาม
“เยอะอยู่จ๊ะพ่อได้ทิปตั้งเยอะแน่ะ นี่จ้ะ พ่อเอาไว้ใช้นะ แต่ห้ามเอาไปกินเหล้าล่ะ”แวววางเงินให้พ่อปึกหนึ่ง
“เออเอ็งก็เอาไว้ใช้บ้างเถอะ เป็ผู้หญิงมันต้องแต่งตัว ทั้งเสื้อผ้า ทำผมพ่อใช้ไม่มากหรอก ตั้งสามพัน พ่อเอาไว้สองร้อย นอกนั้นเอ็งเก็บไว้ซะพ่อไปแสดงหนังเป็ตัวประกอบก็พอได้เงินใช้บ้าง ไม่อดหรอกลูกเอ๊ย”พ่อแววแบ่งส่วนเงินให้ลูกสาว
แววมธุรสเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดเป็ชุดผ้าถุงกระโจมอกแล้วเดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำหลังบ้าน
“นี่ถ้าแม่เอ็งยังไม่ตายจากไปพวกเราคงได้อยู่กันพร้อมหน้า” ชายแก่นั่งกินผัดไทยพร้อมรำลึกถึงเมีย
เช้าวันรุ่งขึ้น ที่บ้านของเสี่ยเริงศักดิ์
เสี่ยเริงศักดิ์นั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร แวดล้อมด้วยบุญพริ้ง เพลินใจ อีกฝั่งหนึ่งก็มีพิมพ์ดาราและพรดารี
“ไปทำงานวันแรกเป็ยังไงบ้างล่ะลูก” บุญพริ้งถามเพลินใจ
“สนุกดีค่ะแม่ได้พบปะผู้คนมากมาย ทั้งนักธุรกิจ พ่อค้า ข้าราชการระดับสูงหนูว่าได้รู้จักคนพวกนี้ไว้ น่าจะมีประโยชน์ในการทำธุรกิจของพ่อด้วยนะคะ”
เสี่ยเริงศักดิ์ได้ฟังลูกเลี้ยงว่าดังนั้นก็ว่า
“อืมที่จริงพ่อก็รู้จักคนมากมายอยู่แล้ว เพราะเป็สมาชิกสโมสรโรตารี่และหอการค้าไทยอีกทั้งยังออกงานสังคมบ่อย ๆ เหมือนกับแม่ของหนูน่ะแหละไปเป็กรรมการเหล่ากาชาดด้วยไม่ใช่หรือ บริจาคเงินปีนึงไม่รู้กี่ล้าน”
“แหม เพลินเขาก็อยากเอาใจคุณนั่นแหละค่ะ”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรดีแล้ว ช่วยแบ่งเบาภารกิจ พ่อขอบใจนะ” เริงศักดิ์หยิบแผ่นขนมปังมาทาเนย
“แล้วพิมละจ๊ะ เมื่อไหร่จะเรียนจบ” เพลินใจหันไปถามพิมพ์ดารา
“ใกล้จะสอบเทอมสุดท้ายแล้วละจ๊ะเดือนหน้านี่แหละ ถ้าสอบผ่านก็จบแล้ว”
“หนูอิ่มแล้วละค่ะขอตัวก่อนนะคะ จะรีบไปเรียน เดี๋ยวรถติด” พรดารีรวบช้อนบนจานแล้วลุกออกไป
“อ้าวกินแค่นิดเดียวเหมือนแมวดม จะอิ่มหรือลูก” เสี่ยเริงศักดิ์เป็ห่วง
“หนูก็อิ่มเหมือนกันค่ะจะรีบไปเรียนเหมือนกัน สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะน้า”พิมพ์ดารายกมือไหว้พ่อกับแม่เลี้ยง
“เออ ไปหมดเลยนาน ๆ จะได้กินข้าวกันพร้อมหน้าอย่างนี้ ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะลูกสองคนนี้”
“ปล่อยเขาเถอะค่ะเขาโตแล้ว อีกหน่อยก็ต้องแต่งงานออกเรือนไป”
“เหรอถ้าเพลินใจแต่งงานไปอีก เราก็ต้องอยู่กันสองคนตายายนะสิ”เสี่ยเริงศักดิ์แหย่เมียรัก
“แหม คุณก็อีกหน่อยก็คงมีหลานมาให้เลี้ยงหรอกน่า”
ก่อนจะเกิดาในเวียดนาม
หลังจากสิ้นาโลกครั้งที่สองเมื่อฝรั่งเศสแพ้าที่เดียนเบียนฟูในปี ค.ศ.1954 มีการทำสนธิสัญญาสันติภาพเจนีวาให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากอินโดจีน ทำให้ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา ได้รับเอกราชโดยในเวียดนามได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป แต่ก่อนจะมีการเลือกตั้งนั้น เวียดนามก็แบ่งเป็สองฝ่ายเหนือใต้ ณ แนวเส้นขนานที่ 17 คือเขตปลอดทหารเวียดนามอยู่ห่างจากเมืองเว้ไปราวหนึ่งร้อยกิโลเมตร ทางเวียดนามเหนือ มีโฮจิมินห์เป็ผู้นำศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองฮานอย มีโซเวียตให้การสนับสนุน ส่วนเวียดนามใต้มีกษัตริย์บ๋าวได๋เป็ผู้นำ มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงไซ่ง่อน มีสหรัฐอเมริกาสนับสนุน
ทางสหรัฐอเมริกานั้นผู้นำเชื่อในทฤษฎีโดมิโน่ คือถ้าประเทศใดเป็คอมมิวนิสต์แล้วประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคนั้นก็จะพลอยเป็คอมมิวนิสต์ตามไปด้วยเป็ทอด ๆเหมือนโดมิโน่ที่ล้มตาม ๆ กันไป จึงเกรงว่า ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เลือกโฮจิมินห์ขึ้นเป็ผู้นำประเทศแล้วจะทำให้เวียดนามใต้เป็คอมมิวนิสต์ไปตามแบบเวียดนามเหนือซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็เกษตรกรที่ยากจนต้องทนกับการกดขี่ขูดรีดของนายทุน จึงนิยมคอมมิวนิสต์สหรัฐจึงต้องเข้าแทรกแซงมิให้มีการเลือกตั้งทั่วไปและส่งทีมที่ปรึกษาพร้อมทั้งงบประมาณและอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปให้การสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้เพื่อใช้ต่อต้านเวียดนามเหนือ
ณ ฐานลับของกามันดา
เภสันนั่งคุยกับจอมอสูรทรมานและนางรมิตาภายในห้องบัญชาการ
“เราจะต้องยุให้เวียดนามเหนือและใต้รบกันให้ได้และพยายามดึงอเมริกาเข้ามาในาด้วยท่านพ่อส่งอาวุธไปช่วยเหลือเวียดนามเหนือและเวียดกงในเวียดนามใต้นะ ส่วนรมิตาไปดลจิตสะกดใจให้ผู้นำอเมริกาสั่งซื้อสารเคมีสำหรับทำฝนเหลืองจากเราเยอะ ๆสะกดจิตพวกสภาคองเกรสด้วย ให้นโยบายแทรกแซงเวียดนามผ่านสภา”
“รับทราบค่ะนายท่าน”
“ได้เลยลูกว่าแต่ไอ้พวก CRA ที่ชอบมาสอดแทรกขัดขวางเราล่ะจะทำยังไง”
“หาทางเจาะถึงรังใหญ่ของมันแล้วทำลายเสียโดยเฉพาะผู้นำประเทศของมัน”
“แต่พวกมันกระจายกำลังออกไปทั่วโลกนะเ้าคะแม้ในประเทศไทยก็มีสายลับอยู่ไม่น้อย”
“ข้าเชื่อว่าเ้าต้องตามล่ามันได้คนสวย” เภสันเอื้อมมือไปจับคางของนางมารสาว
“ข้าจะกำจัดมันให้ได้ค่ะท่าน” แววตาของนางมารบ่งบอกถึงความหวาดกลัว เภสันปล่อยมือจากคางของหล่อนแล้วยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ณ สกายไลท์คลับ ยามเย็น
หิรัญเดินเข้ามาทำงานเมื่อถึงห้องผู้จัดการ เพลินใจก็แนะนำให้เขารู้จักกับนักร้องสาวเชื้อสายญี่ปุ่น
“พี่หิรัญนี่นักร้องใหม่ของเรา หัสดี บัวภักดี หรือฮาสุโกะ”
“อ้อสวัสดีครับ” หิรัญประหลาดใจเล็กน้อย “ยินดีที่ได้รู้จัก คุณเป็คนญี่ปุ่นหรือชื่อเหมือนญี่ปุ่น”
“ดิฉันเป็ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นค่ะแม่เป็คนไทย”
“น่าภูมิใจมากนะครับเมืองไทยยังไม่ค่อยมีนักร้องญี่ปุ่นมาร้องเพลงตามไนต์คลับเท่าไหร่ส่วนใหญ่เห็นจะมีแต่ในบาร์ญี่ปุ่นแถวสุรวงศ์เท่านั้น”หิรัญเองก็อดหลงเสน่ห์ความสวยแบบเย้ายวนใจของฮาสุโกะไม่ได้
“ขอบคุณนะคะยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ” สาวสวยโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“ผมก็ขอฝากหัวใจไว้ด้วยนะครับ”หิรัญโค้งตอบ แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะกันอย่างเริงร่า
ปริวรรตและสมาชิกวงเทวินคอรัสเดินทางมาถึงที่ทำงานและเตรียมเครื่องดนตรีให้พร้อมจะเล่นในตอนค่ำเพลินใจก็เดินไปพูดกับปริวรรตว่า
“พี่วรรตคืนพรุ่งนี้ขอให้วงเทวินคอรัสไปเล่นในงานราตรีสโมสรของสมาคมนักเรียนเก่าอเมริกาหน่อยนะส่วนทางนี้จะจ้างวงพิเศษมาเล่นชั่วคราว”
“อ่อ ได้ครับ”ปริวรรตตอบรับแบบงง ๆ
“พี่ทานข้าวมาหรือยังมาทานกับน้องมั๊ย นี่สเต๊กเนื้อสัน ชิมสิ”สาวเซ็กซี่เอาส้อมจิ้มชิ้นเนื้อสเต๊กที่หั่นแล้วยื่นใส่ปากของชายหนุ่มปริวรรตก็อ้าปากกินด้วยความเกรงใจ ท่ามกลางสายตาของนักดนตรีและพนักงานเสริฟซึ่งหิรัญก็เห็นและพึงพอใจอยู่เงียบ ๆเพราะคู่แข่งหัวใจของตนจะได้มีคนมาดึงออกไปห่าง ๆ จากพิมพ์ดาราที่ตนหลงรักเสียที
ตอนค่ำวันต่อมา ณ สมาคมนักเรียนเก่าอเมริกา
หัสดีหรือฮาสุโกะ ในชุดกระโปรงสั้นสีแดง (มินิสเกิร์ท) และรองเท้าบูทส้นตึกสีขาวกำลังร้องเพลงฝรั่งอยู่บนเวที โดยมีทีมนักดนตรีวงเทวินคอรัสเล่นเต็มวงมีผู้ชมที่มางานเลี้ยงแบบค็อกเทลร่วม 500 คนห้องจัดเลี้ยงประดับไปด้วยดอกไม้และลูกโป่ง สายรุ้ง ดูน่าสนุกสนานตื่นตาตื่นใจ
เมื่อสาวญี่ปุ่นร้องจบปริวรรตก็ร้องเป็คนต่อไป เพลงที่ร้องก็เป็เพลงร้อคแอนด์โรลที่กำลังนิยมอยู่ในยุคนั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มมีเสน่ห์และลีลาท่าทางโยกและคลึงอันเย้ายวนใจสาว ๆทำให้ได้รับเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากผู้ชมเป็อย่างมาก กระทั่งจบเพลงเพลินใจก็มากระซิบกับเขา แล้วปริวรรตก็เดินตามหล่อนลงไปจากเวที เพื่อไปพบกับชายชราวัยประมาณ80 ปี ที่แต่งตัวภูมิฐานคนหนึ่ง
“นี่ท่านชายสนุกสุขหรรษา ผู้อำนวยการสร้างแห่งเอเดนภาพยนตร์ และนี่คุณปริวรรต นักร้องนำวงเทวิคอรัส”
เพลินใจผายมือแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน
“สวัสดีครับท่านชาย” นักร้องหนุ่มโค้งคำนับท่านชาย
“สวัสดีคุณปริวรรตผมได้ชมการร้องและการแสดงของคุณแล้ว ทำได้ดีมาก พอดีผมกำลังหาพระเอกไปแสดงในหนังเื่ใหม่ของผมคุณสนใจไหม”
“เอ่อ ...”ปริวรรตมองหน้าเพลินใจ ซึ่งหล่อนก็พยักหน้าสนับสนุน เขาจึงตอบรับ
”สนใจครับ ขอบคุณครับ”
“ดีมากวันมะรืนนี้ ไปพบผมตามที่อยู่ในนามบัตรนี้นะ จะได้คุยรายละเอียดกัน”
“ขอบพระคุณมากครับ”ปริวรรตยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
นับจากนั้น เพลินใจก็กลายเป็ผู้จัดการส่วนตัวของปริวรรตที่ติดตามเขาไปกองถ่าย คอยดูแลเสื้อผ้าหน้าผมให้พระเอกหนุ่มอย่างไม่ให้คลาดสายตา
ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ถนนราชดำเนินกลาง
ม.จ.สนุก สุขหรรษา นั่งกลางโต๊ะแถลงข่าวเคียงข้างด้วยดาราหลายคน เบื้องหน้าโต๊ะมีช่างภาพและผู้สื่อข่าวห้อมล้อมรุมสัมภาษณ์อย่างเนืองแน่น
“ผมมีความยินดีแนะนำนักแสดงในภาพยนตร์เื่ใหม่ของผมเื่หยกเ้าพระยา โดยมีพระเอกชื่อดังคือ สุริยัน ขวัญเมืองและนางเอกดาวรุ่งแห่งเอเชียจากฮ่องกง มิสหลันหลัน พร้อมด้วยดาาายหน้าใหม่คือ ไตรเทพเมืองตรัง ซึ่งได้ร้องเพลงประกอบในหนังของเราด้วย” ท่านชายแนะนำปริวรรตซึ่งได้รับการตั้งชื่อใหม่ในวงการว่าไตรเทพ
“แล้วจะเปิดกล้องเมื่อไหร่คะ”นักข่าวถาม
“เราจะบวงสรวงกันในวันพรุ่งนี้แล้วเปิดกล้องเลยคาดว่าจะนำออกฉายได้ราวสี่เดือนข้างหน้า”
แสงแฟลชจากกล้องของนักข่าวส่องสว่างแวบวับจนตาพร่าเหมือนชีวิตสายลับอย่างปริวรรตในยามนี้ ที่กำลังพร่างพรายห่างไกลจากเป้าหมายในการเข้าไปสืบข่าวของเสี่ยเริงศักดิ์ในการค้าอาวุธออกไปเรื่อยๆ
ณ ห้องประชุมในชั้นใต้ดิน ร้านเพชรของบุหรง
“พวกเธอรับภารกิจมาก็หลายเดือนแล้วแต่ผลงานยังไม่คืบหน้า เรายังไม่ได้ข่าวความเคลื่อนไหวของเสี่ยเริงศักดิ์เลยนี่เรากำลังห่างไกลจากเป้าหมายหลักขององค์กรหรือเปล่า ถ้าเทียบกับสาขาอื่น ๆในเอเชียแล้ว สาขาประเทศไทยมีผลงานตกลงมาก ในขณะที่ต่างประเทศเราได้รับรายงานที่องค์กรของเภสันไปก่อวินาศกรรมไว้มากมาย หรือพวกเธอจะว่ายังไงลองว่ามาซิ”
“พวกเรากำลังดำเนินการอยู่ครับเพราะจนป่านนี้เรายังไม่ได้พบตัวเสี่ยเริงศักดิ์เลย” ปริวรรตกล่าว
“แต่ก็เจอลูกสาวของเสี่ยครับ”สังข์ชัยเสริม ทำเอาปริวรรตต้องจ้องหน้าเขา
บุหรงมองดูพวกหนุ่มๆ ทั้งห้า แต่ไม่กล่าวอะไร
“ตอนนี้ปริวรรตก็กำลังตีสนิทกับลูกสาวเสี่ยถ้าความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปกว่านี้คงเข้าถึงตัวเสี่ยได้ไม่ยากครับ”ตรีมิตรช่วยขยายความให้อีกแรง
“อ้อเหรอก็ดีนี่ แต่อย่ามัวหลงผู้หญิงจนเสียงานล่ะ” บุหรงทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อน้ำยาของปริวรรต
ปริวรรตและสหายทั้งสี่ต่างก็นั่งก้มหน้าไม่กล้าโต้เถียงส่วนวิกานดาก็ร้อนใจแทนพี่ชายแต่ไม่รู้จะพูดอะไรได้ ท่ามกลางความเงียบบุหรงก็กล่าวขึ้นว่า
“เอาละขอให้พวกเธอพยายามต่อไปเจาะเข้าถึงตัวเสี่ยเริงศักดิ์ให้ได้ เพื่อโยงไปถึงเภสันในเวลาอันใกล้นี้”
หลังจากวันนั้นปริวรรตก็ยุ่งอยู่กับการเข้าฉากถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งในและนอกสถานที่ มีทั้งฉากบู๊ฉากสนทนา ยกเว้นแต่ฉากรักหรือเลิฟซีน ซึ่งเป็คิวแสดงของพระเอกสุริยันขวัญเมืองกับนางเอกชื่อดังอย่างมิสหลันหลัน แต่พอนอกฉากการแสดงในระหว่างซ้อมบทหรือพักระหว่างฉากนั้น พระรองอย่างปริวรรตกับมิสหลันหลันก็ดูจะสนิทสนมพูดคุยกันถูกคอ บางครั้งก็เอาอกเอาใจดูแลซับเหงื่อให้กันจนเป็ที่อิจฉาของพระเอกอย่างสุริยัน แต่ก็เก็บความหมั่นไส้ไว้เงียบ ๆ
กระทั่งวันหนึ่ง ในกองถ่ายซึ่งกำลังถ่ายทำในอาคารแห่งหนึ่งปริวรรตเดินสวนกับสุริยันในทางแคบ ๆที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์ระเกะระกะปริวรรตก็พยายามเบี่ยงตัวหลบแต่ไหล่เ้ากรรมดันไปกระทบกับไหล่ของสุริยันดังปั้ก
“เฮ้ยหาเื่หรือวะ” สุริยันตวาดลั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนในกองถ่าย แล้วพระเอกในจอก็โชว์คิวบู๊สดๆ ด้วยการต่อยเข้าใส่ปริวรรตทว่าหมัดของเขาเหมือนต่อยโดนอากาศที่ว่างเปล่าเคว้งคว้างเพราะปริวรรตสามารถหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว
“ผมขอโทษครับพี่”ปริวรรตยกมือไหว้ แต่สุริยันก็ยังไม่พอใจ จึงชักปืนพกขึ้นมายิงใส่ปริวรรตไปสามนัด
ปัง ปัง ปัง
เสียงกรีดร้องด้วยความใของสาวๆ ในกองถ่าย พร้อมกับผู้คนที่วิ่งวุ่นหลบไปหาที่กำบังกันอลหม่านข้าวของล้มระเนระนาด เพราะโดนคนวิ่งชน ผู้กำกับเองก็ใหงายหลังจนลุกหนีแทบไม่ทันต้องคลานหนีงุด ๆ
หลังจากหายตกตะลึงปรากฏว่ามีคนถูกลูกหลงาเ็สองคน
“เป็อะไรกันมากมั๊ย”ผู้กำกับะโถาม
“โต้งกับรองโดนะุไปคนละนัดแต่ไม่โดนจุดสำคัญครับ แค่ถาก ๆ “ ผู้ช่วยผู้กำกับบอก
“ปริวรรตล่ะ เป็อะไรหรือเปล่า”
“ปลอดภัยครับ”ปริวรรตยืนเอามือไพล่หลัง ในมือของเขากำะุปืนของสุริยัน ความร้อนจากะุ 11ม.ม. ทำให้ฝ่ามือเขามีรอยแดง ๆ เขาแอบทิ้งะุให้ตกลงพื้นเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขามีวรยุทธ
“คุณไม่เป็อะไรจริงๆ หรือคะ ดิฉันเห็นเขายิงใส่คุณกับตา ถ้าเป็คนอื่นคงตายคาที่แล้ว” หลันหลันถาม
“ไม่เป็อะไรจริงๆ ครับ ผมมีของดี” ปริวรรตตอบยิ้ม ๆ แต่หลันหลันงง ว่าของดีหมายถึงอะไร
“เครื่องรางน่ะครับAmulet You know “
“ Oh I see ฮ่าฮ่า”หลันหลันหัวเราะ
“สุริยันหนีไปแล้ว”ทีมงานกองถ่ายคนหนึ่งบอก
“โทรไปแจ้งตำรวจเลยมั๊ยครับ”ผู้ช่วยถาม
“เฮ้ย ไม่ได้ ถ้าข่าวแพร่ออกไปหนังเราเจ๊งแน่” ผู้กำกับบอก
“แต่ถ้าสุริยันไม่อยู่หนังเราจะเอาใครมาแสดง ยังถ่ายทำไม่ถึงครึ่งเื่” ปริวรรตถาม
“ใช่ ๆและพวกเราสองคนก็ไม่ยอมให้เื่เงียบแน่ เราจะดำเนินคดีกับสุริยันให้ถึงที่สุดคนอะไรไล่ยิงคนไม่มีเหตุผลแบบนี้ บ้าจริง ๆ “ ผู้าเ็ยืนกุมแขนที่มีเืไหลเปรอะแดงฉาน
ผู้กำกับก็เอามือกุมศีรษะด้วยความกลุ้มใจ
ในค่ำคืนนั้น ณ สกายไลท์คลับ
แววมธุรสเต้นรำกับแขกในจังหวะวอลซ์ ซึ่งวงเทวินคอรัสกำลังบรรเลงเพลงภาษาใจของสวลีผกาพันธุ์ โดยที่พาร์ทเนอร์คนอื่น ๆ ก็เต้นรำกับแขกเช่นกันแขกบางส่วนก็นั่งดื่มสุรา บ้างก็สูบบุหรี่ มองดูเพื่อนฝูงเต้นรำอย่างสบายใจ
ฮาสุโกะกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ในห้องแต่งตัวหลังเวทีหิรัญก็เดินเข้าไปคุยด้วย
“ขออนุญาตมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวนะครับ”
ฮาสุโกะมองหิรัญจากเงาในกระจกแล้วกล่าวตอบว่า
“ อ้อ เชิญค่ะคุณหิรัญ มีอะไรให้ช่วยคะ”
“ไม่มีอะไรครับ แค่มาดูแลเฉย ๆ เผื่อขาดเหลืออะไร ผมจะได้หามาเสริม”
“แค่นี้เองหรือคะ นึกว่ามีอะไรอย่างอื่น”สาวญี่ปุ่นยิ้มและส่งสายตาให้เขาอย่างรู้ทัน
“ เอ่อที่จริงก็มีอีกเื่น่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจ คืนนี้ผมขอเชิญคุณไปทานข้าวรอบดึกได้ไหมครับ”
“ดินเนอร์รอบดึกเลยหรือคะ กว่าไนต์คลับจะเลิก ร้านรวงคงปิดเกือบหมดแล้วเหลือแต่ร้านข้าวต้มกุ๊ยกระมังคะ”
“ผมหมายถึงไปดื่มอะไรในร้านที่เงียบ ๆ โรแมนติคน่ะครับ แถวถนนสีลม เป็บาร์ญี่ปุ่น”
ฮาสุโกะมองตาเขาแล้วก็ตอบว่า
“ ตกลงค่ะเดี๋ยวตอนเลิก ดิฉันไปรอที่ลานจอดรถนะ”
“โอเคครับขอบคุณมาก” หิรัญยิ้มอย่างดีใจที่จีบสาวสวยติด
หลังจากไนต์คลับปิด และผู้คนทยอยกันแยกย้ายกลับบ้านกันแล้ว
หัสดีหรือฮาสุโกะนั่งไปในรถของหิรัญจากสี่พระยาไปทางสุริวงศ์เมื่อรถแล่นไปถึง่ที่ถนนค่อนข้างเปลี่ยวและมืดไร้ผู้คนพลุกพล่านแล้วสาวญี่ปุ่นก็สะกิดแขนของเขาว่า
“คุณคะ ๆจอดรถข้างหน้าก่อน ฉันมีอะไรจะให้ดู”
หิรัญแปลกใจแต่ก็ชะลอรถเข้าจอดข้างทางเพราะอยากรู้ว่าหล่อนจะให้ดูอะไร
“จอดรถแล้วคุณมีอะไรจะให้ดูหรือครับ” หิรัญหันมามองหน้าสาวสวย
“ดูตาชั้นสิคะ”สาวซามูไรก็จ้องตาผู้จัดการหนุ่ม
ประกายสีชมพูสว่างวาบแล้วหิรัญก็ไม่รู้สึกตัวอีก ได้แต่นั่งนิ่งในรถ มองฮาสุโกะค้างอยู่อย่างนั้น
“บอกมาว่าเสี่ยเริงศักดิ์ค้าอาวุธหรือไม่”
“ค้าอาวุธอยู่”
“อาวุธอะไรบ้าง”
“มีทั้งปืนกลปืนยิงจรวด ขีปนาวุธ ะเิชนิดต่าง ๆ สารเคมี สารพิษ อาวุธเชื้อโรค”
“แล้วพวกเครื่องบินเรือรบ หรือรถถังล่ะ มีขายไหม”
“อันนั้นเป็ธุรกิจของเภสันที่อยู่เหนือเสี่ยเริงศักดิ์อีกที”
“เภสันขายเครื่องบินและรถถังให้ใคร”
“ขายให้ประเทศต่างๆ ที่เขายุแยงให้ทำากัน มีทั้งฝ่ายโลกเสรีและฝ่ายคอมมิวนิสต์ล้วนเป็ลูกค้าของเภสันทั้งนั้น”
“แล้วเภสันพำนักอยู่ที่ไหน”
“ไม่ทราบผมไม่เคยเจอตัวเภสัน ได้แต่ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารแต่เสี่ยเริงศักดิ์เคยเจอเภสัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้จักกันอย่างไร”
“แล้วนอกจากค้าอาวุธเสี่ยเริงศักดิ์ยังทำการค้าอะไรอีก”
“ก็มีหลายอย่างทั้งบ่อนคาสิโน อาบอบนวด ซ่องโสเภณี ปล่อยเงินกู้ ขายของหนีภาษี ของเถื่อน เศียรพระวัตถุโบราณที่รับซื้อจากพวกโจรส่งไปขายต่างชาติ”
“แล้วหลังจากนี้มีแผนการอะไรที่เสี่ยเริงศักดิ์กับคุณจะทำต่อไป”
“ก็มีแผนยุให้คนไทยฆ่ากันเอง ทำให้ส่วนกลางเข้าใจคนในชนบทผิด ๆ ว่าเป็คอมมิวนิสต์และทำให้คนยากจนในบ้านนอกเข้าใจรัฐบาลผิด ๆ แล้วทำากัน พวกผมก็จะได้ขายอาวุธต่าง ๆ ให้”
“ จะส่งของล้อตต่อไปให้ใครที่ไหน”
“ส่งไปให้...”หิรัญยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงเคาะกระจกจากตำรวจจราจรที่มายืนมองข้างรถหัสดีก็หมุนกระจกรถลง พร้อมกับโอบคอหิรัญให้ซบกับไหล่ของหล่อนแล้วสาวสวยก็พูดกับตำรวจว่า
“อะไรคะคุณจราจรดิฉันกำลังจู๋จี๋กับแฟนอยู่ค่ะ”
“แหมมาพลอดรักกันอะไรข้างถนนอย่างนี้ ไปที่บ้านดีกว่าไหม”
“ค่ะ ๆ กำลังจะไปแล้วค่ะจ่า” ฮาสุโกะยิ้ม
ตำรวจเห็นว่าไม่มีอะไรก็ขี่รถออกไป สาวญี่ปุ่นก็ผลักหิรัญให้นั่งตรงตามเดิม
“ บอกมากำลังจะส่งอาวุธไปให้ใครต่อไป”
“ ส่งไปให้จินเป๋ง หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์มลายาเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลตุนกูอับดุลเราะห์มาลของมาเลเซีย”
“เมื่อไหร่ที่ไหน”
“วันอาทิตย์หน้าลงเรือที่ท่าเรือคลองเตย เวลาตีสอง”
“ดีมากเมื่อฉันลงรถปิดประตูคุณจงขับรถกลับไปบ้านคุณแล้วหลังจากนั้นคุณจะจำอะไรในคืนนี้ไม่ได้เลย”
นักร้องสาวญี่ปุ่นเปิดประตูก้าวลงรถเมื่อปิดประตูรถ หิรัญก็ขับรถแล่นออกไปในราตรีนั้น
หัสดี บัวภักดีหรือชื่อญี่ปุ่นว่าฮาสุโกะ เร็งเงะ หล่อนเป็ใครกันนะทำไมถึงต้องมาสืบข่าวของเสี่ยเริงศักดิ์ และมีวัตถุประสงค์อะไรในขณะที่สายลับอย่างพวกปริวรรตยังไม่ได้เบาะแสอะไรจากมาเฟียใหญ่สาวญี่ปุ่นคนนี้จะทำให้ภารกิจของพวก CRA ล้มเหลวหรือไม่
จบตอนที่ 3
โปรดติดตามตอนที่ 4 วันลอบสังหาร ต่อไป