ตอนที่ 12 การประลองที่แสนจะตื่นเต้น
หลังจากการประลองกลุ่มที่สามเสร็จสิ้นหลินเฟยได้ไปลงชื่อเหมือนคนที่ผ่านเข้ารอบคนอื่นๆ โดยในรอบที่สองนี้นั้นจะเป็ดังเช่นรอบแรก เพื่อทำให้ผู้เข้าร่วมทั้งหนึ่งพันคนที่ผ่านเข้ารอบมาได้ลดลงจนเหลือเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น
แต่ผู้ที่มีอันดับั้แ่หนึ่งร้อยหนึ่งขึ้นไปถึงสามร้อยนั้นก็ยังได้คงได้รับสิทธิ์ที่จะท้าประลองชิงเก้าอี้ของว่าที่ศิษย์สายในทั้งร้อยคนได้คนละหนึ่งครั้ง ภายในระยะเวลาสามเดือน
หลินเฟยได้รับสายตาชื่นชม จากบรรดาผู้าุโจำนวนไม่น้อยที่นั่งรับชมอยู่บนเวทีขนาดใหญ่ที่ห่างออกไป หลินเฟยเดินกลับมาหาพวกของเสี่ยวหลินด้วยท่าทีสบายๆ
สหายของพวกเขาทั้งสามต่างตกตะลึงกับพละกำลังอันแข็งแกร่งของหลินเฟย ที่เขาได้แสดงมันออกมาและยังดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มนั้นยังไม่ได้เอาจริงเสียด้วยซ้ำ
หลินเฟยยิ้มกว้างหัวเราะคุยเล่นกับบรรดาสหายของเขาด้วยสีหน้ามีความสุขโดยไม่ได้สนใจรอบข้างที่สายตาหวาดกลัวมองมาที่เขาเป็ระยะๆ
หลินเฟยไม่ได้สนใจศิษย์สายนอกนั้นมีพลังตบะที่ไม่โดดเด่นจึงเป็ได้เพียงศิษย์สายนอกสายตาของเขาตอนนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงอันดับหนึ่งของศิษย์สายนอกเพียงเท่านั้น
แต่เขาตั้งใจว่าจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุดก้าวข้ามศิษย์สายในกลายเป็ศิษย์หลักให้จงได้เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงตระกูลหลินและพาครอบครัวย้ายกลับเข้ามาอยู่ในภายในสำนักโลหิตั
แต่เื่นี้ก็นับว่าไม่ง่ายจากที่เขาเคยได้ยินมา ศิษย์สายในนั้นมีการแข่งขันที่สูงกว่าศิษย์สายนอกมากนัก อีกทั้งไม่ว่าตบะหรือวิชายุทธ พวกเขานั้นนับว่าห่างไกลจากศิษย์สายนอกหลายขุม
แน่นอนว่าพวกเขาก็เป็ส่วนหนึ่งที่เคยผ่านการคัดเลือกของศิษย์สายนอกมาก่อน ทั้งนั้นย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าคนปกติอยู่แล้วอีกทั้งยังมีผู้ที่มีพร์โดดเด่นอีกหลายต่อหลายคน ที่สามารถเข้าเป็ศิษย์สานในได้โดยตรงจากพร์อันโดดเด่นของพวกเขา
“พี่หลินเฟย...” เสียงอันอ่อนน้อมเสียงนึงดังขึ้นด้านหลังของหลินเฟย ทำเขาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเคารพยำเกรง
“เ้า...”
หลินเฟยหรี่ตาลงทำหน้าไม่ไว้ใจออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาหาเขาคือผู้ใด บุรุษหนุ่มผู้นี้อายุพอๆกับเขา มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายพอที่ใจทำให้หญิงสาวหวั่นไหวได้โดยง่าย ผมยาวสีดำสนิทของมันปลิวสยายตามสายลมดูเข้ากับรอยยิ้มน้อยๆของมันในตอนนี้ไม่น้อย
“แฮะๆ เป็ข้าเองิเต้า...” ิเต้ากล่าวพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆมือข้างหนึ่งลูบหัวตัวเองป่อยๆ
“มีอะไรกับข้า”
หลินเฟยถลึงตาใส่พยามดัดเสียงให้เคร่งขรึมที่สุด อาจเป็เพราะปกติแล้วเขาไม่เคยที่ได้ทำอะไรแบบนี้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมามันจึงออกจะแปลกแปร่งไปสักหน่อย แต่ก็ยังพอทำให้ิเต้าสะดุ้งได้อยู่บ้าง
“คือข้าอยากจะมากล่าวขออภัย ที่ข้าได้ล่วงเกินสหายสนิทของท่านในครั้งนั้น... หวังว่าพี่หลินเฟยจะไม่ถือสาผู้น้อง...”
ิเต้ากล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมกับคารวะขออภัยให้กับหลินเฟยและหลี่ปิง หลี่ปิงยิ้มกว้างกล่าวตอบรับเสียงดัง มันไม่ใช่คนเ้าคิดเข้าแค้นจนถึงกับอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
นั่นก็นับว่าเป็ข้อดีในการมองโลกของหลี่ปิงเช่นกัน อีกทั้งครั้งนั้นเป็พวกของิเต้าที่าเ็กันไม่น้อย มันจึงไม่ไม่ได้นำมาใส่ใจมากเท่าใด
สำหรับิเต้ามันยังนับว่าฉลาดและมีความกล้าอยู่บ้าง แม้มันจะมีพี่ชายของมันอีกคนที่มีพลังตบะเกือบจะเข้าสู่ระดับปราณก่อเกิด แต่มันก็ไม่แน่ใจว่าพี่ของมันจะเอาชนะหลินเฟยได้หรือไม่
ที่สำคัญคือพี่ชายของมันอยู่ทางฝั่งตะวันตก และกว่าพี่ชายของมันจะแก้แค้นให้มันได้ก็คงอีกนาน มันก็นับว่าไม่ได้ประโยชน์อันใด อาจเพียงได้ความสะใจเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันคงพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมเป็ศิษย์สายในไปเลย
อีกทั้งมันเองก็เป็หนึ่งในคนที่ผ่านเข้าสู่การคัดเลือกในรอบที่สอง ซึ่งคนที่ผ่านรอบแรกทั้งหมดทั้งหนึ่งพันคนจะต้องเข้าโรมรันกัน หากหลินเฟยคิดแค้นเคืองเื่ที่มันกระทำกับสหายสนิทเขาในครั้งนั้น
แม้จะจบลงที่พวกเขาพ่ายแพ้ แต่หากหลินเฟยยังผูกใจเจ็บอยู่อีกละอย่าว่าแต่พลังตบะขั้นผู้ฝึกตนรับหกของมันเลย ขนาดมู่ปิงเว่ยที่มีพลังตบะอยู่ที่ขั้นปราณกำเนิดยังถูกหลินเฟยสยบได้เพียงกระบวนท่าเดียว อีกทั้งเมื่อมองดูสภาพแล้วแม้ไม่ถึงตาย แต่ก็ไม่สามารถกลับมาได้เต็มร้อยอย่างแน่นอน
หากหลินเฟยปล่อยผ่านเื่คราวนั้นก็แล้วไป แต่หากไม่เล่า...มันไม่เชื่อว่ามันจะสามารถหลีกหนีการโจมตีที่รวดเร็วดังภูติพรายของหลินเฟยได้ และหากเป็เช่นนั้นมันคงมีสภาพไม่ต่างกับมู่ปิงเว่ยก็เป็ได้
ตัวมันเป็ความหวังของตระกูลิด้วยอีกคน พร์ที่ไม่นับว่าอ่อนด้วยของมัน มันจึงเลือกที่จะมาพูดคุยขอโทษหลินเฟยตรงๆไปเสียเลยดีกว่า
“...ข้าไม่ได้ติดใจอะไรมาก เ้าอย่าได้กังวลสู้ให้เต็มที่เถอะข้าจะไม่สอดมือ”
หลินเฟยรับรู้ความคิดของมันได้ไม่ยาก ตัวเขาเองไม่ได้คิดอะไรมากจริงๆแทบจะลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ส่วนเื่ที่เคยเกิดขึ้นในสองปีแห่งความยากลำบากนั้นเขาคิดว่ามันก็ไม่ได้สูญเปล่าสักทีเดียว
เขาได้รับความรู้มากมายจากชั้นล่างของหอตำรา ได้ออกไปนอกสำนักแทบจะตลอดเวลาเพื่อทำภารกิจและยังได้พบเจอสมุนไพรต่างๆอย่างใกล้ชิด เขายังนึกขอบคุณพวกคนที่เคยกดดันเขาด้วยซ้ำ หากไม่แล้วเขาคงไม่มีความคิดที่จะมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองได้มากขนาดนี้
หลินเฟยคิดว่าหากเขาไร้ซึ่งหนทางในการฝ่าทะลุขั้น เขาก็ยังสามารถเป็นักปรุงยาได้ และด้วยความจำที่ดีเลิศของเขา ย่อมต้องมีอนาคตที่กว้างไกลไม่ต่างจากหนทางแห่งการฝึกตน
แต่ตอนนี้เขามีพลังแล้วและยังสามารถพัฒนาไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดใดๆ เขาก็พร้อมที่จะขวนขวายหาชื่อเสียงมาให้ตระกูลของเขา ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
“เป็เช่นนั้น...”
ิเต้าตาโตอุทานออกมาเบาๆ มันไม่คิดว่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้ มันรู้สึกถูกชะตากับหลินเฟยมากขึ้นทันที จะมีสักกี่คนที่เมื่อมีความแข็งแกร่งแล้วไม่คิดอคติกับคนที่เคยทำไม่ดีกับตนเองยามตกต่ำ
ิเต้ารู้สึกว่าได้ยกูเาออกจากอก หากกลับกันที่เป็มันเองที่มีพลังขึ้นมาจากความตกต่ำ ไม่บอกก็รู้ว่ามันจะต้องหาทางสร้างความลำบากให้กับคนที่เคยกลั่นแกล้งมันไม่มากก็น้อย
หากไม่ต้องต่อสู้กับหลินเฟย มันมั่นใจกว่าเจ็ดในสิบส่วนที่จะผ่านเข้าสู่หนึ่งร้อยคนแรกได้ แม้ผู้เข้าร่วมประลองจะมีพลังตบะมากกว่ามัน แต่มันก็มีวิชาประจำตระกูลของมันอยู่ ซึ่งถือว่าเป็ไพ่ลับของมันได้เลย
“เป็เช่นนั้น...”
หลินเฟยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาก็ไม่ได้อยากสร้างศัตรูเพิ่มอีกทั้งเื่ในอดีตนั้นไม่จำเป็ต้องนำมาใส่ใจ ตอนนี้เขาควรมีศัตรูเพียงแค่ผู้าุโห้าที่พลังตบะลึกล้ำ เพียงคนเดียวก็หนักมือมากพออยู่แล้ว แม้ความจริงจะเป็ศัตรูของบิดาก็เถอะ...
แต่หลินเฟยก็มีความโกรธเกรี้ยวไม่น้อยกับการกระทำของผู้าุโห้า เขามีส่วนไม่น้อยกับการที่บิดาของเขาต้องออกไปจากสำนัก และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่หยุดลงเพียงแค่บิดาของเขา
เขาเองก็โดนหางเลขไปด้วย เขาลอบสาบานกับตัวเองไว้เลยว่าจะต้องทำให้ผู้าุโห้าพบกับความอดสูให้ได้ในสักวัน...
ิเต้าอยู่พูดคุยกับหลินเฟยและสามสหายอยู่นาน ไม่นานด้วยความกะล่อนของิเต้ามันก็เป็คนที่มีส่วนร่วมไปกับทุกบทสนทนาของกลุ่มหลินเฟย
หลินเฟยส่ายหัวเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าิเต้าจะอยากผูกมิตรกับเขามากขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรมีสหายเพิ่มดีกว่ามีศัตรูเพิ่มขึ้นมา
ไม่นานกระประลองรอบแรกก็จบลงทั้งสิบกลุ่ม หลินเฟยและสหายของเขาทั้งหมดต่างเดินไปหาอะไรทานกันเป็ที่เรียบร้อย ก่อนจะกลับมาด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมอีกครั้ง หนึ่งชั่วยามผ่านไปลานประลองก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยกลายเป็ลานประลองขนาดใหญ่
แน่นอนว่าการสร้างลานประลองขึ้นมาใหม่นั้น อาศัยพลังเวทของผู้าุโที่มีพลังธาตุดินระดับสูงผู้หนึ่ง และรอบนี้ยังมีอัศจรรย์ล้อมรอบ เพื่อรองรับเหล่าบรรดาศิษย์ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ให้ได้นั่งชมการประลองอีกด้วย
“หมดเวลาพักแล้วผู้เข้าร่วมประลองในรอบที่สองขึ้นไปยังลานประลองได้!” ผู้าุโคุมกฎที่นั่งอยู่บนเวทีขนาดใหญ่พลันลุกขึ้นกล่าวด้วยเสียงอันดังไปทั่วบริเวณ
ฟุบ! ฟุบ!
เสียงของเหล่าบรรดาศิษย์สายนอกทั้งหนึ่งพันคนต่างะโขึ้นไปบนลานประลอง หลินเฟยขยับเข้าใกล้กับเสี่ยวหลินทันที ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้นมากเมื่อได้ยืนข้างๆหลินเฟย
ถัดไปไม่ไกลก็เป็ิเต้าผู้เข้าประลองรอบๆ ต่างก็คิดว่ามันเป็หนึ่งในกลุ่มของหลินเฟยไปแล้ว หลังจากที่เห็นพวกเขาเดินไปไหนต่อไหนด้วยกันก่อนหน้านี้
มันเชิดหน้าขึ้นน้อยๆรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏที่ใบหน้าของมัน มันรู้สึกว่าคิดถูกจริงๆที่เข้าไปพูดคุยกับหลินเฟย และเลือกที่จะสานสัมพันธ์ฉันสหายกับหลินเฟย เพียงแค่มันมองไปพวกผู้เข้าประลองรอบๆ
ต่างก็รีบหลบสายตาของมันทันที ทำให้มันมีความสุขอย่างมาก สำหรับคนที่ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นแล้วนับว่ามันเป็เื่ที่ทำให้ชุ่มฉ่ำหัวใจเสียจริงๆ
ความจริงหลังจากโดนหลินเฟยอัดเมื่อตอนนั้นมันก็เบาเื่พวกนี้ไปเยอะ เรียกได้ว่าเข็ดเลยดีกว่าเพราะมันไม่รู้เลยว่าจะเจอกับปีศาจเช่นหลินเฟยอีกเมื่อไหร่ หากมันยังคงทำตัวอันธพาลอยู่แบบนั้น
แม้ตัวมันจะรู้ดีว่าหลินเฟยยังคงไม่ได้ยอมรับมัน แต่หากมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น เื่การประจบสอพลอแล้วมันมั่นใจในตัวเองไม่น้อยเช่นกัน
อีกทั้งหลินเฟยยังควรค่าแก่การติดตามจะมีใครก้าวผ่านปราณขั้นสองมายังระดับเจ็ดได้เพียงเวลาไม่นาน...แต่หากมันรู้ระดับพลังที่แท้จริงของหลินเฟยแล้วมันคงไม่แคล้วต้องกัดลิ้นตัวเองเป็แน่ หากมันได้เป็ศิษย์สายในจริงๆ มันตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะ้าเป็หนึ่งในสหายของหลินเฟยให้ได้
“รอบนี้จะคัดเหลือเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้นแต่ผู้ที่ได้อับดับที่หนึ่งร้อยหนึ่งถึงสามร้อยยังคงได้รับสิทธิ์ตามกฎ หากทุกคนพร้อมแล้วก็...เริ่มได้!”
ฟิ้วว...~
ก่า ก่า ก่า~
“...”
แทบจะได้ยินเสียงอีกาที่บินผ่าน...
หลินเฟยอ้าปากค้างหันไปสบตากระพริบตาปริบๆกับเสี่ยวหลินและิเต้า ทุกคนที่อยู่บนลานประลองต่างเว้นระยะห่างให้กับทั้งสามคน เขาไม่คิดว่าจะไม่มีใครสนโจมตีมาที่พวกเขาเลยแม้สักคนเดียว กลับทำเหมือนพื้นที่บริเวณพวกเขาอยู่เหมือนมีพิษร้าย หากเผลอเหยียบย่างเข้าไปแม้เพียงก้าวจะตกตายเสียอย่างนั้น
ภาพจากมุมสูงนั้นเป็ดังเช่นในรอบที่หลินเฟยลงประลองรอบแรก ผู้เข้าร่วมประลองต่างเทไปอยู่อีกฝั่งต่อสู้อย่างเบียดเสียดกันจนตกลงลานประลองไปอย่างรวดเร็ว
เหตุนี้ด้วยความที่การประลองเป็ไปแบบทีละกลุ่ม ทำให้ทุกกลุ่มต่างได้เห็นการต่อสู้ของแต่กลุ่มและความโหดร้ายของหลินเฟย เขาลงมืออย่างหนักหน่วงกับผู้ที่โจมตีเขานั้น ทำให้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงขนาดขั้นปราณกำเนิดยังสยบเพียงกระบวนท่าเดียวแถมมีสภาพที่เรียกได้ว่าอเนจอนาถ จึงทำให้ผู้คนส่วนมากเลือกที่จะหลีกเลี่ยงเขาเอาไว้ก่อน…
ต้องเข้าใจว่าผู้เข้าร่วมการประลองนั้นตบะขั้นสูงสุดอย่างที่ได้กล่าวไป คือขั้นปราณกำเนิดและที่สูงสุดยังเพียงแค่ระดับกลางพอๆกับมู่ปิงเว่ยเท่านั้น จึงเป็เื่ปกติหากทุกคนจะมีความคิดไปในทางเดียวกัน
“ทำไมมันช่างเป็การประลองที่แสนตื่นเต้นเสียจริงๆ...” หลินเฟยบ่นอุบคิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันจนใกล้จะพันเข้าเป็ปม เขาฝึกฝนมาเพื่อแสดงความสามารถ
แต่เหตุการณ์กลับเป็เช่นนี้ไปได้จึงทำให้เขารู้สึกแย่ไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าภาพของมู่ปิงเว่ยที่ร่างครึ่งนึงไหม้เกรียมแขนซ้ายบิดงอผิดรูปเสียงร้องโหยหวนของมันนั้น ตราตรึงไปในใจของใครหลายๆคน
“คิคิ”
เสี่ยวหลินหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับิเต้า
...แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครที่ไม่กล้าเลย
“ข้ามีนามว่าเหล่ยตู้อยากจะขอคำชี้แนะจากเ้าสักเล็กน้อย...” บุรุษร่างกำยำหน้าตาซื่อตรงผู้นี้ เดินเข้ามาใกล้หลินเฟยในมือถือหอกสีดำสนิทดูน่าเกรงขาม
มันก็เป็คนนึงที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของหลินเฟยมาแล้ว แต่ถึงกระนั้นมันก็คิดว่าเหตุผลที่มู่ปิงเว่ย ที่มีพลังตบะอยู่ที่ขั้นปราณกำเนิดขั้นที่สี่พ่ายแพ้นั้น มันคิดว่าเป็เพราะมู่ปิงเว่ยนั้นประมาทศัตรูมากเกินไปเท่านั้น มันจึงอยากที่จะลองััความแข็งแกร่งของหลินเฟยให้ชัดๆสักครั้ง
ิเต้าและเสี่ยวหลินหน้าซีดเผือดทันที เพราะพลังตบะของชายผู้นี้ที่ปล่อยแรงกดดันออกมานั้นอยู่ที่ปราณกำเนิดขั้นที่หนึ่งระดับสูงไม่นานคงก้าวเข้าสู่ระดับสองแล้ว
ด้วยวัยเพียงสิบแปดปีนับว่าเป็อัจฉริยะคนนึงเลยทีเดียว และยังมีคำเล่าลือไม่น้อยถึงเพลงทวนอันร้ายกาจของเขาในศิษย์สายนอกฝั่งตะวันออกแห่งนี้
“พี่เหล่ยตู้กล่าวเกินไปแล้ว ตัวข้าต่างหากที่ต้องรบกวนท่านออมมือด้วย” หลินเฟยกล่าวอย่างถ่อมตัว เหล่ยตู้แย้มยิ้มเล็กน้อย มันก็ไม่ได้คิดจะแลกชีวิตกับหลินเฟยเพียงอยากประลองแลกเปลี่ยนฝีมือเท่านั้น เมื่อเห็นท่าทางถ่อมตนของหลินเฟย มันจึงอดชื่นชมคู่ต่อสู้ของมันคนนี้ไม่ได้
มันไม่รอช้าเมื่อเห็นว่าหลินเฟยเผยกลิ่นไอแห่งการต่อสู้ออกมาแล้ว มันตั้งท่ายกหอกในมือชี้ไปทางหลินเฟย ก่อนจะกลายเป็เส้นแสงสีขาวพุ่งเข้าใส่หลินเฟยทันที!
ตู้มม!
.
.
.
.
คอมเม้นติชมกันได้จ้า