ชั้นใต้ดินวิหารโบราณ ลั่วอู่หลินที่มาถึงตอนนี้กำลังมองทุกสิ่งอย่างด้วยแววตาตกตะลึงยิ่ง เพราะเบื้องหน้าของเขาคือสมบัติจำนวนมากมายมหาศาล อีกสถานที่นี้ยังเต็มไปด้วยไอปราณธาตุแสงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเผ่ามารฟ้า
"ช่างเป็นปราณธาตุแสงที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก เผ่ามารฟ้าคือเผ่าพันธฺุ์ของปีศาจจริงๆหรือ"ลั่วอู่หลินอดที่จะสงสัยไม่ได้ ถึงเขาจะรู้มาจากในคัมภีร์โบราณว่าเป็นเผ่าปีศาจที่ใช้ธาตุแสง แต่ทว่าก็ไม่คิดว่าแสงของเผ่ามารฟ้ามันจะบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้ หากจะให้เทียบก็น่าจะเป็นรองพฤกษาจรัสแสงแต่ก็คงไม่ได้มากมายนัก
ลั่วอู่หลินเรียกหอคอยออกมาจากนั้นเก็บเอาสมบัติส่วนมากเข้าไปเหลือไว้เพียงสมบัติสามชิ้นที่อยู่เบื้องหน้า ประกอบไปด้วยคัมภีร์โบราณ กระบี่สีฟ้าครามระดับสวรรค์ที่มีอักขระสีทองสลักไว้ และสุดท้ายคือโลงศพที่แผ่ไอปราณออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
ลั่วอู่หลินไม่รอช้าเปิดมันในทันที สิ่งที่เขาเห็นคือหญิงงามล่มเมืองเส้นผมสีทองทอประกายผิวพรรณขาวประดุจหิมะทรวดทรงนับว่าสมบูรณ์แบบอย่างหาที่ติมิได้ด้านหลังของนางมีปีกสีขาวหนึ่งคู่เปร่งแสงทอประกายทำให้นางดูสูงศักดิ์ราวกับเทพธิดาก็ไม่ปาน
แม้แต่ลั่วอู่หลินที่ได้รับความทรงจำของเทพมังกรกลับคืนมาแล้วก็ยังต้องกลืนน้ำลาย แววตาอดมองนางด้วยความต้องการอยากจะครอบครองไม่ได้ แต่เมื่อผ่านไปสักพักเขาก็ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
"ไม่ๆๆ ข้าจะไม่ฉวยโอกาสนางโดยเด็ดขาด"ลั่วอู่หลินกล่าวเสียงแข็ง หญิงสาวนางนี้ยังอยู่ในสภาวะจำศีลไม่รู้ความ หากเขาฉวยโอกาสนางคงจะไม่ต่างอะไรจากเศษสวะทั้งหลายที่ปล้นข่มขืน
ลั่วอู่หลินปิดโลงศพนั้นเพื่อไม่ให้ใจตัวเองไขว้เขว่ จากนั้นก็เก็บทั้งโลงและดาบเอาไว้ด้านในหอคอยชั้นที่ห้า ก่อนที่จะหันมาเปิดคัมภีร์โบราณและอ่านมัน
"ถึงผู้ที่มีวาสนากับสมบัติแห่งเผ่ามารฟ้า สมบัติทุกชิ้นในที่นี้ท่านสามารถนำพวกมันไปได้ทั้งหมด แต่พวกเรามีคำขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ได้โปรดช่วยเหลือเจ้าหญิงของพวกเราให้ตื่นจากการจำศีลอันยาวนานและช่วยดูแลนางนับจากนี้ไปด้วยเถิด "
นี่คือข้อความทั้งหมดที่ถูกสลักเอาไว้ในตำราโบราณ ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากมาย กลับกันใจเขายังอดชื่นชมเผ่าพันธุ์มารฟ้านี้ไม่ได้ แม้เผ่าพันธุ์จะถูกทำลายไปก็ไม่ได้คิดหวังจะให้เขาแก้แค้นให้ แต่กลับเป็นการฝากฝังหญิงสาวที่นอนหลับไหลในโรงศพให้เขาดูแล นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นปีศาจที่มีจิตใจดีเพียงใด
"ในเมื่อข้ารับสมบัติของพวกท่านมาแล้ว ข้าขอรับปากว่าจะปลุกองค์หญิงของพวกท่านจากการหลับไหลให้ ทว่าเรื่องการดูแลนั้น หากนางต้องการข้าก็จะดูแลนางให้ ทว่าหากนางปฏิเสธข้าก็จะปล่อยนางไปตามทางของนาง"
ลั่วอู่หลินให้คำปฏิญาณสำหรับเขาแค่ทำให้หญิงสาวนางหนึ่งตื่นจากการหลับไหลนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถือซะว่าเป็นการตอบแทนอีกฝ่ายที่มอบสมบัติให้ก็แล้วกัน
ชายหนุ่มหันหลังกลับทันทีเมื่อได้ในสิ่งที่ตอนเองต้องการ เมื่อออกจากมาโบราณสถานก็พลันมองไปยังทะเลที่มีทั้งสายฟ้าและพายุโหมกระหน่ำด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ
"ทะเลแห่งนี้สมชื่อว่าเป็นทะเลแห่งความโกลาหลเสียจริงๆทั่วทั้งบริเวณเหมือนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย"ลั่วอู่หลินกล่าว จากนั้นเขาก็บินไปยังใจกลางของทะเลที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ปลดปล่อยพลังกลืนกินทั้งสายฟ้าและพายุเข้าไปในร่างกาย
สามวันผ่านไป ภายในทะเลแห่งจิตใจดวงจิตอสูรเทวะราชามังกรอัสนีบาตทรราชเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กรงเล็บที่สี่ของมันงอกออกมาพร้อมกับสายฟ้าที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงอมดำให้ความรู้สึกหน้าหวาดหวั่นมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
ลั่วอู่หลินที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของมันก็ยกยิ้มอย่างยินดีออกมา "ในที่สุดดวงจิตรอสูรเทวะของข้าก็พัฒนากลายเป็นจักรพรรดิมังกรเสียที"
ใช่! ตอนนี้ราชามังกรอัสนีบาตทรราชนั้นได้กลายเป็นจักรพรรดิมังกรอัสนีบาตทรราชแล้ว และที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะชายหนุ่มได้ดูดกลืนความโกลาหลของทะเลทั้งหมดให้แก่มัน
อีกทั้งความโกลาหลเหล่านั้นมันยังไปทำลายผนึกของเทพมังกรผนึกแรกอีกด้วย ทำให้ตอนนี้แม้ตบะมารปีศาจของเขาจะอยู่ที่ระดับกษัตริย์ก็ตามแต่พลังกายของเขากลับทัดเทียมกับเซียนเบิกฟ้าขั้นต้นแล้ว และยังได้ทักษะพิเศษของเทพมังกรมาอีกหนึ่งทักษะนั่นคือการผนึกพลังที่มีความเกี่ยวข้องกับมังกร
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปีศาจมังกรหรืออสูรมังกรหากมีตบะน้อยกว่าเทพสวรรค์ย่อมถูกปิดผนึกได้อย่างง่ายดาย แต่หากระดับเทพสวรรค์ขึ้นไปแม้จะไม่สามารถผนึกได้ทั้งหมดแต่ลั่วอู่หลินก็มั่นใจว่าจะลดทอนพลังของมันได้ถึงสามส่วนด้วยกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่าถ้าเป็นในสนามรบหรือสงครามการถูกปิดผนึกพลังสามส่วนสามารถทำให้เกิดผลกระทบครั้งใหญ่ของกองทัพได้เลยทีเดียว
ลั่วอู่หลินสูดลมหายใจเมื่อดูดซับความโกลาหลทั้งหมดท้องทะเลสีดำก็กลับมาสงบอีกครา ตบะของลั่วอู่หลินก็พลันเลื่อนขั้นเป็นจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งได้อย่างง่ายดาย นับว่าเขาตัดสินใจได้ดีจริงๆที่อยู่ดีๆพุ่งเข้าไปดูดซับมัน ด้านในทะเลแห่งจิตใจไฉ่เยว่เอ่อร์ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่และบ่นออกมา
"ให้ตายเถอะ เจ้าจะทำอะไรก็ควรจะบอกกันบ้าง อยู่ดีๆก็พุ่งไปกลางพายุและสายฟ้าทำเอาข้าตกใจหมดเลย"
"ฮ่าๆๆขอโทษด้วยพี่สาว ที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ตอนแรกข้าเพียงอยากจะลองดูดซับดูดเท่านั้นไม่คิดเหมือนกันมันจะมีพลังอัดแน่นมหาศาลขนาดนี้"
"หึ อย่างไรก็เถอะ เจ้าสมควรจะออกจากที่นี่ได้แล้ว การที่ความโกลาหลของท้องทะเลหายไปเฉยๆแบบนี้อีกไม่นานเหล่าปีศาจทั้งหลายคนพากันมาที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย เจ้าคงไม่กระหายการฆ่าขนาดนั้นหรอกใช่หรือไม่"
ลั่วอู่หลินพยักหน้าจากนั้นร่างกายค่อยๆจมลงไปในเงาและออกไปจากที่แห่งนี้ ในทวีประดับต่ำไม่มีสิ่งใดที่เขาสนใจอีกแล้ว และสถานที่ต่อไปของเขาจะไปคือดินแดนระดับกลาง
หลังจากที่ลั่วอู่หลินออกจากตรงนั้นไปสักพัก ก็เป็นดั่งที่ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวจริงๆ เหล่าปีศาจพากันมุ่งตรงมาที่ทะเลแห่งความโกลาหลหลายต่อหลายขุมกำลัง อีกทั้งทุกขุมกำลังนั้นยังมีจักรพรรดิอสูรควบคุมมา คงต้องบอกว่าการหายไปของพายุและสายฟ้านั้นสร้างความแตกตื่นให้กับทวีประดับต่ำแห่งนี้เป็นอย่างมาก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทะเลแห่งความโกลาหลถึงได้เงียบสงบเช่นนี้!!"จักรพรรดิปีศาจคนหนึ่งที่มีเขาคล้ายกวางกล่าวขึ้น ดวงตาสีเขียวมองไปยังทะเลเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ
"แบบนี้ไม่ดีแน่ ตามบันทึกโบราณสายฟ้าและพายุเหล่านี้ผนึกสิ่งมีชีวิตโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบทำลายพิภพปีศาจเอาไว้ หากมันตื่นขึ้นมาเมื่อไรคงจะมีแต่หายนะเท่านั้นที่รอคอยพวกเราอยู่"หญิงชราที่มีเกล็ดงูสีเขียวมรกตประดับกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวยิ่ง
"จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้น ผนึกสายฟ้าและวายุล้วนเป็นของสิบตระกูลแห่งแดนนรก ดังนั้นเมื่อมันถูกทำลายพวกเขาย่อมต้องรู้ตัวและมาที่นี่เพื่อผนึกมันอีกครั้ง ทางที่ดีพวกเราแยกย้ายกันอพยพก่อนดีกว่าเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน"ชายวัยกลางคนที่มีลวดลายสีดำตามตัวกล่าวขึ้น จากนั้นพวกเขาก็พากันแยกย้ายกันออกไป
ทวีประดับต่ำเกิดความวุ่นวายขึ้นในทันทีทันใด ทว่าตัวต้นเหตุอย่างลั่วอู่หลินกลับไม่คิดที่จะสนใจแม้แต่น้อยและกำลังตรงไปยังทวีประดับกลาง