หลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงกำลังยืนอยู่บนเทือกเขาทางเหนือที่ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายอันตรายที่สุดที่ชาวบ้านร่ำลือกันด้านหน้าของพวกนางทั้งสองคือต้นไม้โบราณสูงใหญ่สองต้นที่เติบโตเคียงข้างโน้มเอียงเกี่ยวพันเข้าหากันจนเกิดเป็ซุ้มประตูขนาดใหญ่
ทั้งสองแย้มยิ้มมองหน้ากันและกันก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้าไปในซุ้มโค้งของต้นไม้ทันทีที่ร่างของพวกนางก้าวผ่านซุ้มโค้งก็พบเข้ากับม่านหมอกที่ยากจะมองเห็นเบื้องหน้ากระทั่งชุนเชียงที่ติดตามเคียงข้างหลี่เจี่ยหลิงเองก็ยังมองเห็นได้เพียงเลือนรางเท่านั้นและนี่คือที่มาของหมอกกลืนคนกินวิญญารที่ชาวบ้านเล่าลือต่อกันมาั้แ่ในอดีต
แม้จริงแล้วหมอกนี้คือค่ายกลขนาดใหญ่ที่ใช้ปกป้องสำนักหุบเขาสมุนไพรที่จะคอยทำให้ผู้คนหลงทางจนหาทางออกไม่เจอและขับไล่พวกเขาออกจากหุบเขาไปโผล่ที่ตีนเขาอีกลูก
สำนักหุบเขาสมุนไพรเชี่ยวชาญด้านการปรุงโอสถยาโอสถที่ปรุงโดยสำนักหุบเขาสมุนไพรได้ชื่อว่ามีประสิทธิภาพอย่างยิ่งดังคำกล่าวว่าไว้ต่อให้เก่งกาจมีอำนาจมากมายเพียงใดก็ไม่อาจหลีกหนีโรคภัยหรือความตายได้ใน่เวลาความเป็ความตายมีเพียงหมอเท่านั้นที่จะสามารถยื้อชีวิตคนจากความตายได้
ตำรับยาและเทียบยาหลายอย่างของสำนักหุขเขาสมุนไพรเป็โอสถระดับสูงที่สามารถยื้อชีวิตดึงิญญาคนตายกลับมาได้แม้แต่ใน่เวลาสุดท้ายแล้วก็ตาม
คนไร้ความผิดผิดที่ถือครองหยก[1]
ครั้งอดีตเ้าสำนักสองคนก่อนของสำนักหุบเขาสมุนไพรได้ปรุงยาที่ช่วยพระาาแคว้นทางเหนือแคว้นหนึ่งไว้ได้ทำให้ต่อมาทั้งราชสำนักแคว้นต่าง ๆหรือสำนักยุทธในดินแดนเซียนต่างก็พากันบุกเข้าโจมตีสำนักหุบเขาสมุนไพรแทบทั้งสิ้นด้วยหวังเพียง่ชิงตำรับยาเซียนของสำนักหุบเขาสมุนไพร
หุบเขาสมุนไพรมุ่งเน้นด้านการปรุงยาและคุณธรรมช่วยเหลือคนยากจนรักษาคนเจ็บอย่างไม่หวังผลตอบแทนพอโดนโจมตีจากทุกทางพร้อมกันเช่นนั้นก็ยากที่จะต่อต้านมีคนภายในสำนักไม่น้อยที่ต้องตกตายภายใต้การแย่งชินครั้งนี้
หวังหยางชุนเ้าสำนักหุบเขาสมุนไพรในตอนนั้นตัดสินใจพาทั้งสำนักหลบหนีออกจากดินแดนเซียนตัดสินใจตั้งรกรากก่อตั้งหุบเขาสมุนไพรใหม่ที่นี่และติดตั้งค่ายกลมากมายเพื่อปกป้องสำนักกลายเป็สำนักปิดไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกอีก
ั้แ่นั้นมาก็ไม่เคยมีใครในยุทธภพได้เห็นสำนักหุบเขาสมุนไพรอีกเลย
มีเพียงคนเดียวที่สามารถบุกเข้าไปในหุบเขาสมุนไพรได้อย่างกับเป็สวนหลังบ้านตัวเองก็คือหมอปีศาจเฒ่าแม้ว่าหมอปีศาจจะไม่รู้วิชายุทธสามารถใช้ได้เพียงวิชาตัวเบาที่ทำให้ตัวเองวิ่งเร็วเท่านั้นแต่นางก็สามารถผ่านค่ายกลเข้าออกขโมยสมุนไพรล้ำค่ามากมายหลายต่อหลายรอบได้อย่างสบาย
ตอนแรกหวังชุนเค่อปวดหัวกับเ้าโจรคนนี้อย่างยิ่งไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจับตัวได้ ปรับเปลี่ยนค่ายกลก็แล้วแต่ไม่อาจป้องกันนางได้อยู่ดีสุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เพิ่มกระดิ่งเตือนยามนางมาแทน และบอกให้นางมาขอกับเขาดี ๆ
แม้ว่านิสัยของหมอปีศาจเฒ่าจะแปลกประหลาดและค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองไม่ทำตามกรอบธรรมเนียมไปเสียหน่อยแต่นางก็มีเจตนาดีที่้านำสมุนไพรเ่าั้ไปช่วยเหลือผู้คนแม้ว่าหวังชุนเค่อจะบ่นก็ยินยอมมอบให้นางแต่โดยดีนานวันเขาทั้งสองก็สนิทกันจนเรียกขานเป็สหายกันอย่างสนิทใจ
หุบเขาสมุนไพรเป็สำนักปิดลูกศิษย์ในสำนักจึงมีไม่มานัก ส่วนใหญ่ก็เป็ลูกหลานของลูกศิษย์รุ่นก่อน ๆที่เรียนวิชาสืบต่อกันมาลูกศิษย์ที่เก่งกาจหน่อยพวกเขาก็จะส่งออกไปนอกสำนักเรียนรู้ช่วยเหลือผู้คนด้วยคุณธรรมและความเมตตาและนำความรู้เกี่ยวกับนอกหุบเขากลับมาสอนคนในหุบเขาต่อ
และหากลูกศิษย์คนไหนประพฤติตนในทางที่ไม่ดีสำนักก็จะไม่ลังเลที่จะทำโทษอย่างเข้มงวดเช่นกันลูกศิษย์ทุกคนในหุบเขาล้วนถูกสั่งสอนอย่างเข้มงวดให้ประพฤติตนอยู่ในความดีงามและคุณธรรมเสมอ
ใน่สุดท้ายของหมอปีศาจเฒ่าเองก็จบชีวิตที่นี่นางกลับมาขออาศัยที่นี่จนห้วงสุดท้ายชีวิตหวังชุนเค่อได้ถามนางว่าเหตุใดที่ผ่านมานางถึงสามารถเข้าออกสำนักได้หมอปีศาจเฒ่าหัวเราะและบอกอย่างทะนงตนว่า ข้าแค่เก่งกว่าสำนักเ้า
หลี่เจี่ยหลิงคว้ามือชุนเชียงให้มาอยู่ข้างตัวเองกันไม่ให้นางเดินหลงทางสังเกตทิศทางลม ความชื้นของอากาศ เสียงแม่น้ำสายลมและใบไม้รอบด้านอย่างละเอียดก่อนจะเดินไปตามเส้นทาง
ตอนที่ก่อตั้งที่นี่ผู้าุโเฒ่าสำนักหุบเขาสมุนไพรใช้ค่ายกลพฤกษาและค่ายกลดวงดาวสองค่ายผสานเข้าด้วยกันกับธรรมชาติกลายเป็ค่ายกลธรรมชาติขนาดใหญ่คอยปกป้องหุบเขา
แต่หมอปีศาจเฒ่าเป็คนที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและพฤกษาอีกทั้งยังเดินทางตลอดย่อมรู้ทิศทางดวงดาวเป็อย่างดีตอนที่นางมาถึงหุบเขาแห่งนี้นางก็แค่ใช้สัญชาตญาณในการเดินป่าเดินผ่านไปอย่างง่ายดายคนที่รู้วิธีนี้และสามารถใช้ได้มีเพียงหลี่เจี่ยหลิง ศิษย์เพียงคนเดียวของหมอปีศาจเฒ่า
ไม่นานหลี่เจี่ยหลิงก็จูงมือชุงเชียงเดินออกจากม่านหมอกมาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าบันไดทางเข้าขนาดใหญ่ของหุบเขาสมุนไพร
“ข้าคิดแล้วว่าคนที่กล้าเข้ามาที่นี่ต้องมีแค่เ้า”หวังหลี่ลี่ หลานสาวเพียงคนเดียวของหวังชุนเค่อ ยืนเท้าเอวมองหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงด้วยใบหน้าเริงร่ามีความสุข
“คารวะแม่นางหลี่ชุนเชียง” สวี่จื่อกำปั้นคารวะแบบชาวยุทธ“ท่านเ้าสำนักรอพวกท่านทั้งสองอยู่ที่ตำหนักหลักแล้วขอรับ”
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะอารมณ์ดีไม่ได้แปลกใจอะไร“ยังรู้ตัวไวเหมือนเดิมเลยนะ”
หวังหลี่ลี่สูญเสียพ่อแม่ไปั้แ่เด็กหวังชุนเค่อมีพ่อของหวังหลี่ลี่เป็ทายาทเพียงคนเดียว หลังจากพ่อของนางเสียไปหวังหลี่ลี่ก็ได้กลายมาเป็ว่าที่เ้าสำนักคนต่อไปั้แ่ยังเด็กผู้คนในสำนักตั้งความหวังไว้สูง ทุกคนล้วนแต่ให้ความสำคัญและเคารพนาง การวางตัวของทุกคนจึงห่างเหินไม่สนิทสนมหวังหลี่ลี่เผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยวและความเหงา
สหายของนางมีเพียงสองคนคือหลี่เจี่ยหลิงกับเซี่ยเิ พอได้ยินเสียงสัญญาณบุกรุกนางก็รีบวิ่งมารอหลี่เจี่ยหลิงที่หน้าบันไดด้วยความตื่นเต้นในทันที
“เ้าหายหน้าหายตาไปนานเกือบสามปีแบบนี้จะต้องโดนทำโทษ งานนี้ไม่เมาไม่เลิกรา”หวังหลี่ลี่เอ่ยอย่างร่าเริงเดินเข้ามาคล้องแขนหลี่เจี่ยหลิง“เ้าอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยดีหรือไม่ ข้าปลูกสมุนไพรส่วนเ้าปรุงยา”
ชุนเชียงหลุดหัวเราะสีหน้ามีเลศนัย“ท่านพูดเหมือนกำลังขอฮูหยินข้าแต่งงาน ทั้ง ๆ ที่คู่หมั้นของท่านก็ยืนอยู่ตรงนั้นแท้ๆ” ชุนเชียงส่ายหน้าระอา
“ฮูหยิน?”หวังหลี่หลี่กระชากตัวหลี่เจี่ยหลิงมามองหน้าชัด ๆ นี่นางฟังไม่ผิดใช่ไหม?พอหันไปมองเห็นสีหน้ามึนงงของสวีจื่อ แสดงว่านางไม่ได้ฟังผิดจริงๆ“เ้าแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ เอ๊ะ! อย่างไง เมื่อไร?”
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจมองไปทางชุนเชียงเป็เชิงเตือนชุนเชียงรีบเบือนหน้าหนี ...ฮูหยินข้ามีท่านเขยแล้วจริง ๆ นี่
หลี่เจี่ยหลิงปลดมือที่เขย่าตัวนางออก“ตอนนี้เ้ามีคู่หมั้น ส่วนข้ามีสามีแล้ว ยอมรับเสียเถอะพวกเราสองคนไม่มีทางคู่กันได้” หลี่เจี่ยหลิงเอ่ยเป็เชิงทีเล่นทีจริงก้าวเดินนำไปอย่างไม่ใส่ประมาณแล้วแต่จะคิดแล้วกัน
หวังหลี่ลี่หันไปมองชุนเชียงอีกรอบอีกฝ่ายพยักหน้าราวกับไก่จิกทำให้นางขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็ความจริง
“เื่ใหญ่เพียงนี้เหตุใดเ้าไม่ส่งข่าวมาบอกข้าสักคำบ้างเล่า”หวังหลี่ลี่รีบวิ่งเข้าไปกระชากคว้าแขนของหลี่เจี่ยหลิงมาเขย่าเร่งเร้า“สามีเ้าคนนี้เป็อย่างไร หล่อหรือไม่ แล้วหล่อเท่าสวีจื่อของข้าหรือไม่?”
คุณหนู”สวีจื่อเดินไปดึงตัวหวังหลี่ลี่มาอยู่ในอ้อมแขนตัวเองเป็เชิงปรามนี่มันเหมาะแล้วหรือที่จะถามแม่นางหลี่เช่นนี้ “โรคบ้าชายงามของท่านกำเริบอีกแล้วหรือ?”เขาโน้มหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของหวังหลี่ลี่ “หรือเห็นข้าเป็ของตาย”
หวังหลี่ลี่กระแอมเบื้องหน้าแดงก่ำออก“แน่นอนว่าเ้าย่อมหล่อเหลาที่สุดในใต้หล้านี้”
สวีจื่อพยักหน้าหน้าอย่างพึงพอใจท่ามกลางเสียงหัวเราะหยอกล้อของหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียง
หวังหลี่ลี่มีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งนางพยายามแสดงท่าทางก๋ากั๋นด้วยการหยอกล้อเหล่าชายหนุ่มโดยเฉพาะหนุ่มน้อยผิดขาวหน้ามนหุ่นดี หากนางเห็นที่ไหนก็จะเข้าไปเต๊าะเมื่อนั้น
แน่นอนว่าการรุกอย่างรุนแรงเช่นนี้ของนางต่อให้นางงดงามราวเทพธิดา ชายหนุ่มที่ไหนก็ต้องวิ่งหนีกันแทบทั้งสิ้นแต่ถึงนางจะทำตัวก๋ากั๋นเพียงใดหากเมื่อใดที่เจอคนจริงสวนกลับนางจะวิ่งหนีแทบไม่ทันทีเดียว
อย่างเช่นสวีจื่อตอนเด็กระหว่างที่กำลังเล่นกันเกิดอุบัติเหตุทำให้สวีจื่อหอมแก้มหวังหลี่ลี่โดยบังเอิญ ตั้งแต่ตอนนั้นมาหวังหลี่ลี่ก็หมายมั่นปั้นมือให้สวีจื่อเป็นสามีของตัวเอง ช่วงแรกสวีจื่อก็วิ่งหนีแต่นานเข้าเขาก็รำคาญเลยสวนกลับตอนนั้นแหละที่เขารู้ว่าการจะจัดการหวังหลี่ลี่คือทำให้นางเขินอายจนไม่กล้าอีกก็เป็นพอเมื่อหลุดจากอ้อมแขนสวีจื่อหวังหลี่ลี่ก็ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจเดิม รีบเข้ามากระซิบข้างหูหลี่เจี่ยหลิง
“ว่าอย่างไง หุ่นดีผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาใช่ไหม?”หวังหลี่ลี่เว้น่เล็กน้อยหน้าแดงก่ำจนถึงหู“พวกเ้าทำเื่ในห้องหอแล้วใช่ไหม?”
หลี่เจี่ยหลิงดันหัวหวังหลี่ลี่ออก“ใช่เื่ที่สาวน้อยยังไม่ออกเรือนเช่นเ้าพูดได้อย่างนั้นหรือ” หลี่เจี่ยหลิงหลี่สายตาไปทางสวีจื่อ“ข้าว่าเ้าควรจะให้อาจื่อสอนมารยาทพิ่มอีกดีกว่าไม่อย่างนั้นท่านปู่เ้าไม่มีทางอนุญาตให้พวกเ้าแต่งงานกันไปทั้งชาติ”
พูดถึงเื่นี้แล้วหงุดหงิดชวนร้องไห้สิ้นดี“ท่านปู่เป็ตาแก่ขี้หวง เ้ากับข้าก็อายุสิบแปดเท่ากันแท้ ๆตอนนี้เ้ามีสามีเป็ตัวเป็ตนแล้ว ข้ากับสวีจื่อหมั้นกันั้แ่เด็กท่านปู่กลับบอกว่าข้าเด็กเกินไปยังแต่งงานออกเรือนไม่ได้”
ชุนเชียงหัวเราะท่าทางอย่างกับเด็กน้อยเช่นนี้ท่านผู้าุโอนุญาติให้ท่านออกเรือนก็คงแปลกแล้ว ดีแค่ไหนแล้วที่ว่าที่สามีของท่านเป็คนในสำนักหากเป็คนนอก ไม่รู้บ้านสามีจะรับท่านได้หรือไม่ด้วยซ้ำ
นางมองไปทางสวีจื่อชายผู้นี้อายุเท่ากับท่านเขยท่าทางไม่หยี่ระสนใจสิ่งใดช่างเหมือนกับท่านเขยยิ่งนักชายผู้นี้ถึงกับเอ่ยออกตัวว่าหาก คุณหนูหลี่ลี่อยากแต่งสามีหลายคนเขาก็ยินยอมและบอกว่าไม่ว่าสิ่งใดที่คุณหนูหลี่ลี่้าเขายินดีมอบให้ทุกอย่างตามที่นาง้า
ชุนเชียงส่ายหัวช่างเป็เด็กน้อยไร้เดียงสานัก พอถึงตอนนั้นเ้าเห็นชายหนุ่มโอบหน้าโอบหลังคุณหนูหวังแล้วเ้าจะเสียใจ
หุบเขาสมุนไพรค่อนข้างกว้างใหญ่มีหลายยอดเขาแต่ละยอดเขาเองก็มีเ้ายอดเขาคอยดูแลและฝึกศิษย์แตกต่างกันออกไปแต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่วิชาสมุนไพร ปรุงยา และวิชาแพทย์เพื่อรักษาเป็หลัก
ตำนักหลักเป็ตำนักที่เ้าสำนักและผู้าุโอาศัยอยู่ด้านในสุดของหุบเขาแห่งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้าุโทั้งหลายจะเก็บตัวฝึกตนไม่ค่อยออกมาคนที่คอยดูแลหุบเขาทั้งหมดจึงเหลือเพียงเ้าสำนักคนปัจจุบัน หวังชุนเค่อ
พวกเขาเดินกันมานานพอสมควรก็มาถึงตำนักขนาดใหญ่สวีจื่อแย้มยิ้มเดินนำเข้าไปยังห้องโถงกลางที่ใช้ต้อนรับแขกของที่นี่โดยไม่พูดอะไรเมื่อไปถึงที่นั้นก็พบกับชายชราท่าทางเปี่ยมไปด้วยเมตตาคุณธรรมนั่งรอพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ
“เ้าหายหน้าไปเสียนานแม้แต่ส่งข่าวกลับมาก็ไม่มี” หวังชุนเค่อมองดุั้แ่ที่อาจารย์ของเด็กคนนี้เสียไปนางก็ออกเดินทางไปทั่วใต้หล้าสร้างชื่อเสียงไม่น้อยและสามารถคว้าชื่อหมอปีศาจต่อจากอาจารย์ได้อย่างไร้ข้อกังขา
หวังชุนเค่อเลี้ยงดูสั่งสอนหลี่เจี่ยหลิงั้แ่เด็กพูดได้ว่าเป็ผู้าุโคนหนึ่งของนาง ย่อมทั้งเป็ห่วงและภาคภูมิใจในตัวนางดวงตาชรามองเห็นเด็กสาวตัวน้อยที่ครั้งอดีตคอยเดินตามหลังเขาในสวนสมุนไพรพูดเจื้อยแจ้วถามตลอดทางว่า ‘ท่านปู่ ต้นนี้คืออะไรหรือเ้าคะ’
พอมองดูตอนนี้นางเติบโตมากพอที่จะเดินทางออกสร้างชื่อไปทั่วใต้หล้าด้วยตัวคนเดียวได้แล้วเฮ้อ... เ้าเห็นแล้วหรือไม่สาวน้อยที่เ้าเลี้ยง ยามนี้เติบใหญ่เพียงใดเ้าอยู่บนนั้นก็เฝ้ามองให้ดีและคอยคุ้มกันนางด้วยเล่าอย่าได้เกียจคร้านเป็อันขาด
หลี่เจี่ยหลิงมองไปยังบนโต๊ะมีขนมของโปรดของนางมากมายจัดวางคู่กับน้ำชาชั้นดีเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วนางก็แย้มยิ้มอารมณ์ดี
“เ้าเดินทางมาไกลพักอยู่ที่นี่สักเดือนสองเดือนเถิดข้าให้คนไปจัดเตรียมห้องพักของเ้าไว้เรียบร้อยแล้ว”
หวังหลี่ลี่เห็นหน้าหวังชุนเค่อก็พาลนึกโกรธเื่ที่เขาไม่ยอมจัดพิธีแต่งงานให้นางกับสวีจื่อสักทีเดินเข้าไปคว้าขนมบนโต๊ะกัดกรวมเข้าเต็มแรงเพื่อระบายอารมณ์
“หึ!เจี่ยหลิงไม่นอนนี่หรอกเ้าคะ?”
หวังชุนเค่อมองท่าทางกระโดกกระเดกของหลานสาวคิ้วชราของเขาขมวดมองสวีจื่อที่ยืนบื้ออยู่ไม่ห่างอย่างเคืองโกรธ นี่สั่งสอนกันมาอย่างไงกัน?ไม่ได้เื่
หวังชุนเค่อไม่สนใจหลานสาวพูดไปก็เท่านั้นไม่พูดเสียยังดีกว่า เลยหันไปหาหลี่เจี่ยหลิง“เ้ามีธุระที่อื่นต่ออย่างนั้นหรือ?”
หวังหลี่ลี่รีบเอ่ยแทรกทันที“มีธุระอะไรกันเ้าคะ เจี่ยหลิงแค่รีบจะกลับไปอยู่กับสามีของนางที่จวนต่างหาก”พูดถึงตรงนี้ก็พาลโกรธขึ้นมา โดยไม่สนใจสีหน้าเพื่อนเลยสักนิด “ท่านคิดดูสิเจี่ยหลิงอายุเท่ากันกับข้าแท้ ๆ แต่นางแต่งงานได้ แต่ข้ากลับแต่งงานไม่ได้นี่มันหมายความอย่างไร ท่านพูดมาสิว่ายุติธรรมดีหรือไม่?”
นี่สินะที่เขาบอกว่าควรเลือกคบเพื่อนให้ดีรู้เื่อะไรไม่ได้เลยจริง ๆ
หลี่เจี่ยหลิงมองหนวดหวังชุนเค่อกระตุกคว้าขนมขึ้นมาชิมแล้วนั่งลงอย่างสงบ
“เ้าแต่งงานแล้ว”หวังชุนเค่อมองตามหลี่เจี่ยหลิงไม่คลาดสายตา
หลี่เจี่ยหลิงไม่ตอบทันทีแต่ยกน้ำชาขึ้นมาจิบแทน“แม้ว่าจะไม่มีพิธีไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินแต่...ก็นับว่าพวกเราสองคนเป็สามีภรรยาแล้วเ้าค่ะ”
“ยายหนู!”หวังชุนเค่อมองท่าทางนิ่งสงบของหลี่เจี่ยหลิงก็ยิ่งอยากกุมขมับตัวเองมากขึ้น
อาจารย์ก่อเื่แค่ไหนลูกศิษย์ก็ไม่แพ้กันเลยจริงๆ ปวดหัวทั้งคู่
“เื่แต่งงานใช่เื่เล่นๆ หรืออย่างไง? บอกข้ามาสิว่าเ้าหนุ่มนั่นเป็ใคร? มาจากไหน และทำอะไรครอบครัวเป็เช่นไรบ้าง?”
ชุนเชียงได้ยินคำถามของหวังชุนเค่อก็ยิ้มแหย่จะตอบได้อย่างไรละว่าคุณหนูไปเก็บมาจากข้างทาง เป็ใครก็ไม่รู้น่ะ
ชุนเชียงเหลือบสายตามองไปทางหลี่เจี่ยหลิงที่ยังสงบเป็ทองไม่รู้ร้อนหลี่เจี่ยหลิงไม่คิดปิดบังเื่นี้อยู่แล้วเพราะอย่างไรการที่นางมาที่นี่ก็เพื่อหาทางช่วยชีวิตของจ้าวห่าวหลินอยู่แล้วไม่ว่าทางใดนางก็ต้องเอ่ยถึงเื่จ้าวห่าวหลินกับหวังชุนเค่ออยู่ดี
“หลิงเอ๋อร์ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะว่าห่าวหลินเป็ใครมาจากไหนเ้าคะ”
หวังชุนเค่อหงายหลังถอนหายใจยาวปวดหัวช่างเหมือนกันทั้งอาจารย์ทั้งลูกศิษย์จริง ๆ หาแต่เื่
นึกย้อนกลับไปตอนเขาเจอกับหลี่เจี่ยหลิงครั้งแรกตอนนั้นอาจารย์ของนางอุ้มห่อผ้ามาหาเขาด้วยท่าทางรีบร้อนราวกับไปขโมยของใครมาพอเห็นว่าในห่อผ้าเป็เด็กเขาก็แทบล้มทั้งยืนกลัวว่าเ้าตัวดีจะแอบไปขโมยลูกใครแล้วหนีมากบดานที่สำนักของเขา
เขายังจำคำพูดของนางตอนนั้นได้ดี‘ตาเฒ่าช่วยข้าด้วยเ้าหนูนี่ร้องไห้ไม่หยุด ข้าไม่รู้จะต้องทำอย่างไง?’ในตอนนั้นข้าอยากจะถามนักว่าแล้วเ้าจะไปขโมยมาทำไมั้แ่แรกเล่า
พอนึกถึงตอนนี้ก็นึกได้ว่าก่อนยายเฒ่านั่นสิ้นใจได้สั่งเสียเื่ไร้สาระไว้เื่หนึ่งกับยายหนูก่อนตายเขารีบหันไปมองหลี่เจี่ยหลิงอย่างหวาด ๆ
“ยายหนูเ้าคงไม่ได้รีบร้อนหาทายาทให้อาจารย์เ้าจนไปฉุดหนุ่มชาวบ้านบ้านใดมาหรอกใช่หรือไม่?” หากใช่ข้าควรทำอย่างไร อืมในฐานะผู้าุโข้าควรจะขอโทษครอบครัวเ้าหนุ่มนั่นหรือว่าจะซ่อนเ้าหนุ่มนั่นไว้ในหุบเขาดี
ชุนเชียงได้ยินคำพูดของหวังชุนเค่อก็สะกดอารมณ์ไม่อยู่ตาเฒ่าท่านคิดอะไรของท่าน ข้าอุส่าห์เกร็งตั้งนานนึกว่าจะโดนตีเสียอีก เฮ้อ...จะว่าไปท่านก็คาดเดาได้ใกล้เคียงอยู่นะ
หวังหลี่ลี่ที่ยืนมองนิ่งเงียบอยู่นานบังเอิญเห็นชุนเชียงพยักหน้างึกๆ ก็ะโออกมาด้วยความใจนหวังชุนเค่อที่ตกอยู่ในภวังค์ใตามไปด้วย
หวังหลี่ลี่ชี้ไปทางหลี่เจี่ยหลิง “เจี่ยหลิง นี่เ้าไปฉุดหนุ่มชาวบ้านมาจริงหรือโอ้! เ้าช่างกล้านัก”
หลี่เจี่ยหลิงคิ้วกระตุกช่างสมกับเป็ปู่หลานกันจริงๆ สองคนนี้ คิดไปถึงไหนเนี่ย
“ข้าไม่ได้ฉุดห่าวหลิน”ก่อนจะเล่าเื่ที่ได้พบเจอกับจ้าวห่าวหลินอย่างไรและเหตุผลที่มาเยือนที่หุบเขาแห่งนี้ด้วย
หวังชุนเค่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็ตบอกอย่างสบายใจ“ไม่ไปฉุดใครมาก็ดีแล้ว เฮ้อ...อย่างน้อยเ้าหนุ่มนั่นก็ยินยอมพร้อมใจให้เ้าอย่างสมัครใจ”
อะไรคือยินยอมสมัครใจ? ท่านมิใช่ควรถามข้าที่เป็สตรีหรอกหรือตาเฒ่า
-------------------------------------
[1] คนไร้ความผิดผิดที่ถือครองหยก เป็สำนวนจีนหมายถึง คนที่ของล้ำค่ามากทำให้กลายเป็ที่จับจ้องของคนอื่นและนำภัยมาสู่ตัวเอง