สองวันต่อมา
น็อกในเครื่องแต่งกายชุดสูทสีดำ กับมินมินในชุดลูกคุณหนูไฮโซ และหลินในมาดบอร์ดี้การ์ดสาวนั่งอยู่ในห้องจัดเตรียมการประชุมที่ดูอลังการไม่น้อย ช่างผิดกับใบหน้าที่เบื่อโลกของน็อกเป็นอย่างมาก เพราะชุดสูทนี้แม้มันจะใส่สบาย แต่ก็ให้ความรู้สึกเทอะทะไม่น้อย น็อกที่ไม่ชินกับการแต่งตัวอย่างเป็นทางการ ได้แต่บ่นอย่างเซงๆ มาตลอดทาง จนสองสาวต้องแยกตัวออกไปห่างๆ เพราะทนความรำคาญไม่ไหว ก่อนหน้านี้เขาได้เช็คกำลังคนรอบๆ อย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าคนของผู้กองทศบางส่วนปะปนในงาน และในตึกรอบๆ ข้างนั่นยังมีสไนเปอร์มือดีซุ่มอยู่รอบๆ ส่วนผู้กองทศรับหน้าที่ในต้อนรับผู้นำของแต่ละประเทศ ด้วยสีหน้าที่เกร็ง จนเขาต้องเข้าไปช่วยพูดให้ผ่อนคลายลง
หากการประชุมครั้งนี้ผลลงเอยจบลงไปได้ด้วยดี จะทำให้การเงินในประเทศแข็งตัวขึ้น และมันจะช่วยทำให้น็อกสามารถทำอะไรภายในประเทศได้สะดวกมากขึ้น ส่วนผู้กองทศก็จะมีคนคอยสนับสนุน ทำให้ไม่ต้องหวั่นเกรงอำนาจของคนใหญ่คนโตภายในประเทศ แต่ถ้าล้มเหลวขึ้นมาบอกได้คำเดียวว่า อาจพังพินาศทุกฝ่ายก็เป็นได้ ทำให้ผู้กองทศรู้สึกเป็นกังวลไม่น้อย
ในส่วนของลุงจอร์น ลุงกร จะต้องเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย ส่วนเลขาชินเพียงแค่รับผิดชอบในการเซ็นสัญญาในกรณีที่ตกลงกันได้เท่านั้น แต่ทุกคนนั้นต่างก็กังวลใจไม่น้อย แม้แต่มือของเลขาชินก็ยังสั่นไม่หยุด ผิดกับน็อกที่กำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์ ถ้าลองสังเกตุดีๆ มันกำลังนั่งหลับอยู่อย่างหน้าตาเฉยด้วยซ้ำ
"พรึ่บ!!?"
รถยนต์ส่วนบุคคลของลุงจอร์นที่ให้คนของผู้กองทศ ขับไปรับผู้นำของแต่ละประเทศค่อยๆ เข้ามาจอดเทียบภายในที่จอดรถของโรงแรมพาราไดซ์ทีละคัน พร้อมกับผู้นำแต่ละประเทศที่มาพร้อมบอร์ดี้การ์ดส่วนตัว เข้ามาในห้องจัดงานประชุม ผู้กองทศรีบไปทำหน้าที่ของตนโดยที่พยายามเก็บอาการประหม่าให้ได้มากที่สุด ลุงจอร์น ลุงกร และเลขาชิน เริ่มหลั่งเหงื่อเย็นออกมา
"ปัง!!?" จู่ๆ น็อกที่กำลังนั่งหลับเพลินๆ ก็หน้าขมำไปฟาดกับโต๊ะจนสะดุ้งตื่น ผิดกับเหล่าบอร์ดี้การ์ดที่อารักขาผู้นำของพวกเขา ที่ตื่นตัวชักอาวุธปืนขึ้นมายืนคุ้มกันทางผู้นำของตนทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด และความตกใจของทุกคนภายในงานที่หน้าเริ่มจะถอดสีกันหมด
น็อกที่งัวเงียราวกับเด็กพึ่งตื่นมองไปด้านหน้า ก็เห็นสายตาของทุกคนมองมาที่เขา จึงกระแอมแก้เขินเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉานเป็นภาษาอังกฤษ
"ขอโทษที ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลาได้พักสักเท่าไหร่ ถ้ายังไงก็รีบๆ มาเริ่มการประชุมได้แล้ว"
ผู้นำแต่ละประเทศมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย พวกเขาล้วนพบเจออัจฉริยะรุ่นเยาว์มาจำนวนไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เคยพบเจอใครที่ทำตัวได้สบายอารมณ์อย่างเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาเลย มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้นั้นเติบโตมาในสถานการณ์แบบไหนกันแน่ ก่อนที่ผู้นำของสหรัฐอเมริกาจะปรบมือดังขึ้นเพื่อเรียกสติของทุกคน และเอ่ยอย่างเป็นกันเอง
"เอาล่ะ!! ในเมื่อพวกเรามากันพร้อมแล้วก็เริ่มการประชุมเลยดีกว่า"
น็อกมองไปยังผู้นำสหรัฐอเมริกา ก็อดรู้สึกยินดีไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนที่เก็บอาการได้เป็นอย่างดี และมีบุคลิกสมกับเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกจริงๆ ก่อนจะเชื้อเชิญผู้นำทุกคนมาประจำที่โต๊ะประชุม และเริ่มประชุมในทันที
"ก่อนจะเริ่มการประชุมนั้น ผมขอเคลียปัญหาของพวกคุณก่อน ไม่ทราบว่าได้นำจำนวนเงินตามที่ผมได้แจ้งไว้มาด้วยหรือเปล่าครับ"
ผู้นำของแต่ละประเทศสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเรียกให้คนของเขา นำเงินสดที่บรรจุในกระเป๋าสีดำใบใหญ่อย่างดี โดยเอาไปวางไว้ตรงหน้าของเด็กหนุ่มและเปิดขึ้นเพื่อให้เห็นถึงจำนวนเงินด้านใน น็อกจึงพยักหน้ารับอย่างพอใจ ก่อนจะนำแฟลชไดรฟ์จำนวนเจ็ดอันโยนไปให้คนของผู้นำแต่ละคน และพูดต่อ
"นั่นคือโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำลายไวรัสที่แทรกแซงเข้าไปในระบบเครือข่ายของพวกคุณ นอกจากมันจะทำลายไวรัสแล้ว ยังสามารถดึงข้อมูลที่เสียหายทั้งหมดกลับคืนมาได้ ผมให้เวลาพวกคุณจัดการปัญหาระบบการเชื่อมต่อล้มเหลวภายในประเทศของพวกคุณ 30 นาที จากนั้นค่อยมาเริ่มการประชุมกันอย่างจริงจัง" ทันทีที่น็อกพูดจบ ผู้นำแต่ละประเทศก็รีบจัดการแก้ปัญหาของประเทศตนทันที
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
หลังจากที่ผู้นำแต่ละประเทศจัดการปัญหาพวกเขาเสร็จสิ้น ก็กลับมาวางมาดผู้นำต่อ ส่วนเด็กหนุ่มที่เห็นทุกฝ่ายเตรียมพร้อมแล้ว ก็เริ่มเข้าเรื่องทันที
"เมื่อทุกท่านจัดการปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมมีชื่อว่าน็อก ผมรู้ว่าทุกท่านต้องการตัวผมไปช่วยงานในองค์กรณ์ลับของประเทศพวกคุณ แต่บังเอิญว่าตัวผมนั้นเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบผูกมัดกับใคร เพราะฉะนั้นต่างคนต่างอยู่ดีที่สุด ถ้าหากต้องการเจรจาเรื่องธุรกิจ ก็พอต่อรองคุยกันได้"
เมื่อน็อกพูดจบเหล่าผู้นำต่างๆ ก็ยิงคำถามมาแบบรัวๆ จนน็อกถึงกับต้องปวดหัวทันที และเขาก็ใช้เวลาในการเจรจาธุรกิจไปไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมงจนได้ข้อสรุปที่ดีต่อทุกฝ่าย และตกลงเซ็นสนธิสัญญาเป็นพันธมิตรกัน และจะไม่นำข้อมูลของอีกฝ่ายไปเผยแพร่ ให้กับประเทศอื่นๆ จากการเจรจาครั้งนี้ทำให้น็อกได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล รวมไปถึงทุกๆ คนที่มาร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลง ทุกคนก็หายใจอย่างโล่งอกเลยทีเดียว จะมีก็แต่น็อกเท่านั้นที่บ่นเซ็งๆ ก่อนจะขอตัวกลับไปพักผ่อน เพราะในตอนแรกเขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่า เหล่าประเทศมหาอำนาจจะยอมตกลงกันง่ายๆ ทำให้เขาที่ต้องอดหลับอดนอนสองวัน เพื่อเตรียมแผนงานในการประชุมครั้งนี้ให้ออกมาดีที่สุด จึงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
ขณะที่น็อกกำลังจะกลับนั้น ลุงจอร์นกับลุงกร ก็ชวนไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารก่อน รวมทั้งสองสาว และผู้กองทศกับคนของเขา น็อกจำใจต้องรักษามารยาท ก่อนจะฝืนสังขารตามไป พลันในใจก็คิดขึ้นมาวูบนึงก่อนจะมองไปทางสองสาวเล็กน้อย
"หวังว่าสองสาวนั่นคงจะไม่กินจุเหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ!!!"
----------------------------------------------------------
ร้านอาหารญี่ปุ่น
ลุงจอร์นได้โทรมาสั่งจองห้องอาหารสามห้อง พอพวกเขามาถึงก็มีอาหารมากมายหลายอย่างตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม สองห้องเป็นคนของผู้กองทศ ส่วนอีกห้องเป็นของพวกเขา ทุกคนล้วนดีใจเป็นอย่างมากที่เหตุการณ์ทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะลุงจอร์นที่ตอนนี้ธนาคารของเขา ผ่านพ้นวิกฤติไปได้และยังได้รับผลประโยชน์มาไม่น้อยอีกด้วย จึงสั่งเหล้ามาเลี้ยงฉลองกัน
น็อกมองไปยังเหล้าหลากหลายชนิด ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเปรี้ยวปาก นานแค่ไหนกันแล้วนะที่เขาไม่มีโอกาสได้กินเหล้า ในชีวิตก่อนนั้นเขาชอบกินเหล้าราวกับมันคือส่วนหนึ่งในชีวิตก็ได้ เพราะเคยมีคนบอกเขาไว้ว่าความเมามาย ที่เกิดจากการดื่มเหล้านั้นสามารถลืมความทุกข์ได้ ในทุกค่ำคืนเขาถึงไม่เคยห่างไปจากบาร์เหล้าเลย จนกระทั่งวันนึง.....
ลุงกรมองเห็นน็อกที่จ้องมองขวดเหล้าตาไม่กระพริบ จึงเกิดความคิดขึ้น ก่อนจะไปกระซิบกระซาบกับลุงจอร์น และ ผู้กองทศ ทั้งหมดต่างเห็นด้วยทันที ก่อนที่ลุงกรจะเอ่ยขึ้น
"หลานน็อกสนใจดวลเหล้ากับพวกลุงหน่อยไหม!!?"
น็อกที่ได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ทันที ก่อนจะรีบตกปากรับคำในทันที ส่วนหลินเองก็ขอมีเอี่ยวด้วย และไม่นานนักการดวลเหล้าระหว่างทั้งห้าคนก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาใช้เวลาในการดวลไม่นานนัก ลุงกรที่เป็นคนชวนก็ร่วงลงไปคนแรก ต่อมาก็เป็นลุงจอร์น จึงเหลือเพียงแค่เขากับผู้กองทศ และหลิน ที่ดวลกันต่อ ผ่านไปสักพักใหญ่หลินก็ร่วงไปตามลำดับ น็อกมองไปที่นางเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าหลินเองก็คอแข็งไม่น้อย เหลือเขากับผู้กองทศสองคน เขาจึงต้องขอพักชั่วครู่เพื่อโทรไปตามให้พรีมมารับพ่อของเธอกลับบ้านก่อนค่อยเริ่มดวลกันต่อ
ไม่นานนักพรีมก็มาถึง พอเห็นสภาพของพ่อเธอก็อดที่จะบ่นไม่ได้ แต่ก็หันมาขอบใจน็อกที่โทรตามเธอมา ตอนแรกพรีมก็อยากจะอยู่ร่วมงานเลี้ยงต่อด้วย แต่ด้วยสภาพของพ่อเธอแล้วคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก จึงได้ขอตัวกลับไปก่อน
เมื่อพรีมพาพ่อของเธอกลับไปก่อน น็อกก็ให้เลขาชินพาลุงจอร์นกลับไปส่งที่บ้านด้วย และแวะพาหลินไปส่งที่บ้านเขาด้วย เพราะเขาคงจะต้องอยู่จ่ายบิลเองซะแล้ว ส่วนผู้กองทศก็เดินไปสั่งงานคนของเขาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มแยกย้ายกัน แล้วกลับมาดวลเหล้ากันต่อกับน็อก
ผ่านไปอีกราวๆ 2 ชั่วโมง มินมินเริ่มที่จะอิ่มกับอาหารตรงหน้าแล้ว จึงเริ่มมองไปที่น็อกกับผู้กอง ก่อนที่สายตาของเธอจะไปหยุดอยู่กับเหล้าหลากหลายชนิดที่พวกเขาดื่มกันราวกับน้ำเปล่า เธอจึงของลองบ้าง น็อกพยายามจะเอ่ยห้ามแล้ว แต่เธอก็บอกแต่เพียงว่าแค่ลองชิมเท่านั้น ถ้าไม่ไหวจะหยุดเอง น็อกจึงไม่ได้กล่าวอะไรต่อ และไม่นานนักก็เป็นไปตามที่เขาคิด เพราะมินมินเธอเมาซะแล้ว ที่สำคัญเธอไม่ได้เมาหลับเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เริ่มพูดพร่ำพรรณนาไปเรื่อยเปื่อย จนผู้กองทศมองมาอย่างขำๆ ปนเอ็นดู เขาจึงบอกให้น็อกพาเธอกลับไปพักก่อน ส่วนวันนี้พอแค่นี้แล้วกันวันหลังค่อยมาดวลใหม่ น็อกพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเรียกเช็คบิลแล้วก็รีบกลับบ้านทันที
บ้านของน็อก
เมื่อน็อกกับมินมินกลับมาถึงที่บ้านพ่อกับแม่ของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรมากนัก เพราะรู้ว่าช่วงนี้ลูกชายของเขาคงเครียดหลายๆ เรื่องไม่น้อย ส่วนลิลลี่นั้นแทบจะไม่กล้าเข้าใกล้เลย เพราะก่อนหน้านี้ที่เลขาชินพาหลินกลับมา ลิลลี่ก็เป็นคนคอยดูแล แต่ด้วยความเมาของหลินก็อ้วกใส่เสื้อผ้าของลิลลี่ถึงสองครั้ง จนทำให้เธอขยาดจนไม่อยากเข้าใกล้
ตอนแรกน็อกก็ว่าจะให้ลิลลี่ช่วยจัดการอาบน้ำกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับมินมิน แต่ลิลลี่เองก็รีบส่ายหัวทันที ก่อนจะรีบโดดขึ้นห้องไป ครั้นจะให้แม่ของเขาจัดการให้ ก็ถูกปฏิเสธ และแม่ของเขายังลากพ่อ และไล่ให้ทุกคนในบ้านไปพักผ่อนทันที รวมถึงเมดทุกคนอีกด้วย สุดท้ายน็อกก็จำใจต้องจัดการแก้ปัญหาเอง ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย แล้วมองไปทางมินมิน แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะสบถกับตัวเองในใจ
"อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้นะลูกพ่อ ไม่งั้นพ่อจะดีดให้หักเลย!!?"