ชูล่าลืมตาขึ้นเพราะเสียงเรียกของอาลูลุ เขาคงสลบไปนานจนถึงขั้นฝันได้เป็เื่เป็ราว ในความฝันนั้นเป็ความฝันที่ประหลาดที่สุดของชูล่าเท่าที่เคยฝันมา ดูเหมือนภาพยนตร์แสนสุขที่มีเอลฟิเอน่ากับผู้ชายหน้าเหมือนเขาเป็คู่พระนาง
“เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย?”
ชูล่าจำได้เพียงว่าก่อนที่จะสลบไป ตัวเองลอยอยู่กลางอากาศและกำลังจะร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว แต่ตอนนี้เขากำลังนอนอยู่ในพื้นที่กว้างที่ราวกับจะมองเห็นสุดขอบโลกอยู่ไกลลิบตา บนพื้นราบเรียบที่สะท้อนทุกอย่างได้ราวกับกระจก ชูล่ารู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่บนท้องฟ้า แกะสีขาวตัวนั้นยังคงยืนจ้องชูล่าอยู่ไม่ยอมหนีไปไหน และเมื่อชูล่าทำท่าจะลุกขึ้น มันก็ออกเดินอีกครั้งอย่างเชื่องช้าราวกับรอให้เขาไล่ตามมัน
ชูล่ากับอาลูลุตัดสินใจเดินตามมันไปเงียบ ๆ จนกระทั่งถึงปลายสุดของพื้นดิน ขอบของแผ่นดินถูกตัดออกจนราบเรียบราวกับชิ้นเค้ก กลายเป็หน้าผาที่น่ากลัว ชูล่ามองเห็นดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าสีม่วงดำ และที่นั่นเอง ชาร์ลก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วยท่าทีสงบนิ่งเหมือนกับว่ารอชูล่ามานานแสนนานแล้ว เ้าแกะเดินไปยืนข้างเขาและวางชุดสีขาวลงกับพื้น เขาลูบหัวมันอย่างเอ็นดู และจากนั้นมันก็อันตรธานหายไป
ชาร์ลลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินมาหาชูล่าพร้อมกับรอยยิ้ม ผู้ชายคนนี้ยิ้มบ่อยกว่าชูล่า จนเขารู้สึกอิจฉาอยู่ในใจที่ทำไมตัวเองไม่มีรอยยิ้มแบบนี้บ้าง จากนั้นเมื่อชาร์ลแตะตัวชูล่า แสงสว่างเข้มข้นก็กระจายไปทั่วบริเวณ ความทรงจำของชาร์ลพรั่งพรูเข้าสู่สมองของชูล่า และก็กลับกลายเป็ภาพความฝันอีกครั้ง
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
“จับไว้แน่น ๆ นะ! เอล!”
ชาร์ละโเรียกเอลฟิเอน่าอยู่ตลอดเวลาที่เขารั้งแขนของเธอเอาไว้ เขารวบรวมแรงทั้งหมดไว้ที่แขนทั้งสอง เพราะความเป็ความตายของเอลฟิเอน่าขึ้นอยู่กับมือของชาร์ล
“ปล่อยฉัน! ชาร์ล ไม่อย่างนั้นเธอจะตกลงมาด้วยนะ!”
เอลฟิเอน่ามาลงไปยังก้นเหว เป็ความผิดของเธอแท้ ๆ ที่อยากได้ดอกไม้ตรงเชิงผาจนเผลอพลัดตกลงมา อาจเป็โชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่ชาร์ลรั้งเธอเอาไว้ได้ทัน
“พูดบ้าอะไร! ให้ตาย ฉันก็ไม่ยอมปล่อยมือหรอก”
“แต่ว่า!”
“เชื่อใจฉันนะ”
เมื่อชาร์ลพูดเช่นนั้น เอลฟิเอน่าก็พร้อมที่จะเชื่อเขา เพราะมันเป็ความเชื่อมั่นที่อยู่ภายในก้นบึ้งของหัวใจที่ไม่อาจถ่ายทอดให้ใครรับรู้ได้
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
จู่ ๆ พื้นที่นั้นก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็ภาพของการไล่ล่า ชูล่ามองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านดวงตาของชาร์ลที่กำลังวิ่งหนีพวกทหารที่ออกตามล่าตัวเขาไปทั่วทั้งเมือง เขาถูกยิงที่ไหลและขาขวาจนเืโชก แต่ก็ยังกระเสือกกระสนวิ่งต่อไปเพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่าง
ชูล่ารู้สึกว่าเขาเคยมาที่นี่มาก่อน เขาจำได้ถึงขนาดที่ว่าต่อไปชาร์ลจะวิ่งไปทางไหน จนกระทั่งถูกล้อมกรอบ และสุดท้ายก็ถูกะุสังหารเข้าที่กลางอก ชูล่าเจ็บแปลบเช่นเดียวกับชาร์ลราวกับเป็ร่างกายเดียวกัน
ดวงตาของชาร์ลกำลังจะปิดลงแต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาคลานไปบนพื้นหิมะสีขาว พลันนั้นภาพที่เห็นคือเอลฟิเอน่าที่กำลังร้องไห้อยู่ ชูล่ารู้สึกเ็ปรวดร้าวไปทั้งหัวใจทั้งที่มันไม่ใช่เื่ราวของเขาเลยสักนิด แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เจ็บขนาดนี้ การรับรู้ความเ็ปในครั้งนี้ทำให้รู้ว่าชาร์ลนั้นรักเอลฟิเอน่ามากแค่ไหน น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกจากเบ้าตาที่กำลังจะปิดลง อาจเป็ของชาร์ลหรือของชูล่า
เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจของชาร์ลเต้นอีกแล้ว แสงสีขาวเลือนหายไป ชูล่ากลับมาได้สติอีกครั้งหลังจากมองผ่านความทรงจำของทั้งสองคน ตอนนี้เขาเข้าใจทั้งหมดแล้วถึงความปรารถนาของเอลฟิเอน่า เพราะความเศร้าและความกลัวทำให้เธอติดอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำ เธอรอคนรักอยู่ภายในที่แห่งนี้อย่างโดดเดี่ยวมานานแสนนานเหลือเกิน ดังนั้นเอลฟิเอน่าถึงร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากใครบางคน และคนนั้นก็คือชูล่านั่นเอง
“อาลูลุ เธอเชื่อในเื่พรหมลิขิตหรือเปล่า?”
“พรหมลิขิต? ของแบบนั้นมาถามจักรกลอย่างฉันก็คงไม่ได้คำตอบหรอกค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ…”
แต่ชูล่ารู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้พบคำตอบนั้นบ้างแล้วนิดหน่อย
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
จู่ ๆ โลกก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้มันกลับกลายเป็ซากสิ่งก่อสร้างมากมายที่ถล่มทับถมกันจนกลายเป็ูเาสูง ที่บนยอดนั้น เอลฟิเอน่าในชุดสีขาวถูกมัดเอาไว้กับเสาเหล็ก สภาพของเธอดูอิดโรยมาก และรายรอบตัวเธอนั่นมีตัวอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายกับดินน้ำมันปั้น มันมีหัวและขาที่สร้างขึ้นมาอย่างลวก ๆ พวกมันถือเหล็กแหลมยาวเป็อาวุธและกำลังคืบคลานขึ้นไปหวังจะทำร้ายเธอ
“หยุดนะ!”
ชูล่าไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ดินน้ำมันตัวที่ใกล้ที่สุด หลบเหล็กแหลมที่พุ่งใส่และจับมันเหวี่ยงไปกระแทกกับอีกตัวหนึ่ง ดูเหมือนว่าเ้าตัวพวกนี้จะดูไม่ค่อยมีแรงและพิษสงอะไรนัก แต่ทว่า ทหารดินน้ำมันที่ถูกจับเหวี่ยงตนนั้นหลอมรวมกับอีกตัวหนึ่งและขยายตัวเองจนใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ตัวอื่นก็เริ่มกระโจนเข้ามาหาชูล่า มันเกาะที่ขาของเขาหนึบหนับแม้ว่าจะพยายามสลัดออกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุด ในขณะที่อีกตัวหนึ่งก็รั้งมืออีกข้างเอาไว้ ชูล่าถูกมันเกาะจากด้านหลังและรัดคอเขา ในขณะที่เริ่มจะหายใจไม่ออก ชูล่าพยายามใช้ไฟเผาตัวที่เกาะอยู่ที่หลัง และก็ได้ผล มันเริ่มละลายและหลุดออกจากเขาในที่สุด เขาทำแบบเดียวกันกับเ้าสองตัวที่เกาะแขนขา ในขณะที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเอลฟิเอน่า
เ้าตัวใหญ่สุดเงื้อเหล็กแหลมหวังจะแทงใส่เธอ ชูล่าวิ่งไปจับที่ขาของทหารดินน้ำมันั์และเผาขาของมันจนละลาย ตัวที่ไร้ซึ่งขาที่จะแบกน้ำหนักปล่อยเอลฟิเอน่าหลุดออกจากมือและเอนล้มลงอย่างรวดเร็ว ชูล่าต่อยลงไปที่กลางลำตัวของมัน เปลวไฟลุกอย่างรวดเร็วไปทั่วร่าง ทหารดินน้ำมันค่อย ๆ ละลายและเปลี่ยนรูปร่างไปจนสุดทายก็กลายเป็ก้อนแข็งไร้รูปทรง
“เป็อะไรหรือเปล่า?”
ชูล่าถลาขึ้นไปหวังจะแก้มัดเธอ แต่เอลฟิเอน่ากลับส่ายหน้าด้วยความกังวล ระหว่างนั้นเอง อาลูลุก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวใต้พื้นดิน เธอะโเรียกชูล่า
“นายท่านชูล่า! ถอยออกมาจากตรงนั้น!”
แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว ยังไม่ทันที่ชูล่าจะขยับไปไหน มือขนาดั์ก็พุ่งขึ้นจากูเาซากปรักหักพังนั้น มันรวบตัวเอลฟิเอน่าไว้ และกำไว้แน่นจนเธอกรีดร้อง จากนั้นก็ดูดกลืนร่างของเธอเข้าไปในมือข้างนั้น ชูล่าแม้ว่าจะเหนี่ยวนิ้วมือเอาไว้ได้ แต่แล้วก็หล่นร่วงลงมากระแทกกับพื้น
ูเาซากปรักหักพังกระจายออก และก็พลันปรากฏร่างเ้าของมือนั้น มันเป็สัตว์ประหลาดที่ใหญ่โตมโหฬารเสียจนตัวชูล่ากลายเป็มดไปเลยทีเดียว เ้าสัตว์ประหลาดคำรามลั่น เพียงแค่คลื่นเสียงจากการคำรามของมันก็ทำให้เศษหินและเศษดินกระเด็นออกเป็วงกว้าง มันดูเหมือนมนุษย์แกะที่มีเขาแหลมบนหัวจำนวนมาก ดวงตาดุร้ายที่ราวกับจะมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในตลอดเวลา ขนตามร่างกายของมันมีสีทองเป็ประกายแวววับเหมือนใส่ชุดขนสัตว์ที่ทอจากทองคำ
มันดึงดาบยาวข้างตัวออกมาและกระแทกลงไปบนพื้น พลันนั้นก็มีบางสิ่งพุ่งขึ้นมาและพาตัวของเ้าสัตว์ประหลาดสูงขึ้นจากพื้นดินเรื่อย ๆ จนกลายเป็หอคอยสีดำทะมึน เ้าสัตว์ประหลาดเกาะอยู่บนยอดพร้อมกับเอลฟิเอน่าในอุ้งมือ มันคำรามอีกครั้งหนึ่ง เสียงคำรามนั้นทำให้ท้องฟ้าเบื้องบนขานรับตอบด้วยเสียงฟ้าผ่า อีกอึดใจต่อมาก็ตามด้วยสายฝนโหมกระหน่ำ
เ้าสัตว์ประหลาดชี้ปลายดาบมาที่ชูล่าและหัวเราะด้วยความเย่อหยิ่ง ทว่าชูล่าไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาพลางคิดไปถึงเสียงหัวเราะของโยฮันที่แสนเกลียดแล้วก็รู้สึกโมโหอยู่ในใจ มันช่างดูเหมือนโยฮันเสียจริง
“อาลูลุ… ถ้าไม่จัดการกับเ้าแกะผีนั่น เราก็จะออกไปจากที่นี่ไม่ได้สินะ”
“ถ้าตามหลักแล้วก็ใช่ค่ะ… สัตว์ประหลาดตนนั้นคือส่วนหนึ่งของจิตใจด้านลบที่รวมตัวขึ้นมาภายในผนึกโซดิแอค ว่ากันง่าย ๆ ก็คือส่วนที่มีหน้าที่คอยป้องกันผู้บุกรุก แล้วบังเอิญว่าพวกเราก็เข้ามาในสถานะนั้นด้วยน่ะสิคะ…”
ชูล่าพยักหน้าและไม่พูดะไรต่อ เขาตั้งต้นวิ่งไปยังหอคอยสีดำทันที โดยอาลูลุทำได้เพียงมองการต่อสู้ในครั้งนี้ เ้าแกะปีศาจหัวในลำคอ มันคำรามหนึ่งครั้ง สายฝนก็รวมตัวกันเป็เหล็กแหลมยาวและพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าเป็จำนวนมากมาย ทว่าชูล่าสะบัดเปลวไฟเพียงครั้งเดียว เหล็กแหลมเ่าั้ก็ระเหยกลายเป็ไอน้ำจนหมด ดูเหมือนว่าพลังของชูล่าจะสามารถแสดงอานุภาพได้มากขึ้นเมื่ออยู่ในโลกนี้
พอเข้ามาถึงภายในหอคอย ข้างในนั้นก็เป็บันไดวนที่มุ่งตรงไปสู่ยอดหอ เขาไม่รอช้าวิ่งขึ้นบันไดไปทีละขั้น เ้าแกะนั้นยังไม่หมดลูกเล่น มันใช้ดาบยาวของมันแทงเข้ามาในหอคอยเป็ระยะ ๆ ทำเหมือนกับชูล่าเป็โจรสลัดในถังเบียร์ที่วิ่งวนรอให้ดาบแทง ชูล่าเองก็ต้องก้มหลบคมดาบและเศษหินที่กระเด็นใส่ไปพลาง
ดูเหมือนว่าเ้าสัตว์ประหลาดจะรู้สึกหงุดหงิดที่แทงไม่ตรงเป้าหมายเสียที มันโยนดาบใหญ่ขึ้นไปบนฟ้า และดาบนั้นก็แตกออกกลายเป็ดาบเล็ก ๆ มากมายพุ่งเข้าเสียบหอคอยพร้อมกัน จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างทำลายเพดานหอคอยออกเพื่อดูผลงานของตนเอง
ทว่า ไม่มีร่องรอยของชูล่าภายในนั้นเลย เ้าแกะั์รู้สึกแปลกใจว่าชูล่าหายไปไหน โดยหารู้ไม่ว่าชูล่าแอบปีนมาอยู่ด้านหลังของมันแล้วั้แ่ตอนที่มันเล่นสนุกกับการแทงดาบ เขาปีนมาที่ไหล่ของมัน หลบอุ้งมือที่พยายามจะจับตัวชูล่า และะโวิ่งตรงไปยังแขนข้างที่จับตัวเอลฟิเอน่าไว้ พร้อมกับปลดดาบปืนจากด้านหลังและใช้มันฟันไปที่ข้อมือของเ้าสัตว์ประหลาดเต็มแรง ความคมของมันตัดิัที่เหนียวไปถึงเส้นเืใหญ่ เืมากมายพุ่งทะลักออกจากแผล
ชูล่าะโคว้าเอลฟิเอน่าที่หลุดออกจากมือของมันได้ทันท่วงทีและลงมายังบันไดหอคอยที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างสวยงาม เ้าสัตว์ประหลาดโมโหสุดขีด มันสูดลมหายใจและพ่นลมร้อนกับเปลวไฟออกจากลำคอ ไม่ต่างอะไรกับั ชูล่าอุ้มเอลฟิเอน่าและโกยสุดฝีเท้า โดยมีเปลวไฟนั้นลุกลามพุ่งตามชูล่าลงมาทีละชั้นจนแทบจะจ่อติดหลัง เขากระโจนออกจากหอคอยและไถลไปลงบนเนินก่อนที่เปลวไฟจะเผาทำลายหอคอยจนสลายเป็ผุยผง ชูล่าวิ่งพาเอลฟิเอน่าที่อ่อนแรงและเกือบจะหมดสติไปซ่อนตัวยังจุดที่อาลูลุหลบอยู่
“เฮ้! เป็อะไรหรือเปล่า เอลฟิเอน่า!”
ชูล่าเขย่าร่างของเอลฟิเอน่าเพื่อเรียกสติของเธอให้กลับคืนมา เอลฟิเอน่าพยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนล้า ในขณะที่เ้าสัตว์ประหลาดคำรามและใช้มือทุบผืนดินอย่างบ้าคลั่งและมองหาพวกชูล่าที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบของกองซากปรักหักพัง
“อาลูลุ ฝากดูหล่อนไว้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันกลับมา”
ในขณะที่ชุล่ากำลังจะลุกไปนั้น มือของเอลฟิเอน่าก็รั้งแขนของเขาเอาไว้ ชูล่าหันกลับมาและพบว่าเธอจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงนั้นแ่เบาแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย
“อย่าตายนะ… ชาร์ล…”
ชูล่าพยักหน้าและยิ้ม ก่อนจะวิ่งออกจากที่ซ่อนไป เขาอาศัยโอกาสที่มันเผลอ วิ่งอ้อมไปยังเนินด้านหลังเ้าสัตว์ประหลาดพอดี และกะจังหวะที่มันเดินผ่าน จากนั้นก็ปลดไกปืนตรงดาบออกพร้อมกับยิงะุใส่ไม่ยั้ง แม้ว่าะุจะไม่อาจทำอะไรมันได้ แต่ก็ทำให้มันวิ่งเข้ามาหาชูล่าตามแผน ชูล่าหยุดยิงในขณะที่เ้าสัตว์ประหลาดพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว เขารวบรวมสมาธิไว้ที่มือและสร้างดาบอีกเล่มขึ้นจากเปลวไฟสีแดง จากนั้นก็กะจังหวะที่มันโจมตีปักดาบไปที่มือ จากนั้นก็ใช้แรงเหวี่ยงจากแขนในจังหวะที่มันยกกำปั้นขึ้น พุ่งดาบเปลวเพลิงไปยังตัวของเ้าสัตว์ประหลาด โดยมีเป้าหมายคือจุดที่บอบบางที่สุด นั่นคือดวงตาของมัน
และก็ได้ผล ดาบปักไปยังดวงตาของมันและสลายเป็เปลวไฟเผาผลาญใบหน้าของมัน ชูล่ายังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาะโไปเกาะที่หลังและใช้ปืนยิงระยะเผาขนอีกหลายนัด ก่อนจะไถลลงมาตามหลังลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย กระนั้นแล้ว เ้าสัตว์ประหลาดก็ยังไม่ยอมล้มลง ราวกับว่ามันเป็ะไม่รู้จักความตาย
ชูล่าเองก็หอบหายใจถี่เพราะความเหนื่อย เ้าสัตว์ประหลาดที่ตาบอดไปข้างหนึ่งชูมือขึ้นและทุบลงไปกับพื้นด้วยแรงอันมหาศาล พื้นดินและซากปรักหักพังบริเวณนั้นพุ่งกระเด็นปลิวไปตามแรงที่บ้าคลั่งราวกับพายุ แม้ว่าจะเบี่ยงตัวหลบแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้น ชูล่าถูกก้อนหินขนาดใหญ่กระแทกเต็มแรงปะทะ เขาลุกขึ้นและรีบหาที่ซ่อนตัวและดูาแ แขนขวาของชูล่าหักเสียแล้ว และถ้าหากยังเป็แบบนี้ต่อไปเขาคงไม่โชคดีเหมือนเมื่อครู่
“ชาร์ล ถ้านายอยากจะช่วยคนรัก ก็มอบพลังให้ฉันด้วย”
เขาพูดกับดาบเล่มนั้นพร้อมกับรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายกำมันแน่นและพุ่งออกไปอย่างบ้าบิ่น บรรยากาศรอบตัวของเ้าสัตว์ประหลาดบิดเบี้ยวและกดดัน เปลวไฟลุกโชนขึ้นรอบตัวของมัน ชูล่าตวัดคมดาบตัดเปลวไฟจนขาดและพุ่งฝ่ามันเข้าไปหาโดยไม่สะพรึงกลัวแต่อย่างใด จากนั้นก็แทงที่ท่อนขาของมันอย่างแรงจนมันล้มลง เขาปีนขึ้นไปบนร่างของแกะนรกและเงื้อดาบสุดท้ายลงไปที่กลางอกสุดแรงที่มี แต่ดูเหมือนว่าจะรอยแผลนั้นจะตื้นเกินไป มันผลักร่างของชูล่าจนกระเด็นออกไป จากนั้นก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับชูแขนขึ้นบนอากาศ เปลวไฟผุดขึ้นจากพื้นดินและพุ่งขึ้นเป็เสาเพลิงสูงเสียดฟ้า จากนั้นเสาเพลิงทั้งหมดก็พุ่งมารวมกันที่มือของมันกลายเป็ลูกไฟขนาดมหึมา มันขว้างลูกบอลนั้นออกไปอย่างสะเปะสะปะ ลูกบอลพุ่งไปไกลและะเิออกเป็วงกว้าง พลังทำลายล้างรุนแรงจนซากตึกนั้นถูกทำลายหายไปเหลือเพียงฝุ่นผง เ้าปีศาจยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันเริ่มสร้างบอลลูกใหม่ที่ใหญ่กว่าของเดิมหลายเท่า เป้าหมายคือพื้นที่ทั้งหมดที่ชูล่ายืนอยู่ตรงนี้ และหากมันขว้างลงพื้น แผ่นดินบริเวณนี้ก็จะถูกทำลายราบเป็หน้ากลอง ไม่เว้นแม้แต่ตัวของมัน
ชูล่าเข้าตาจนเสียแล้ว เขาหมดปัญญาเอาชนะสัตว์ประหลาดตนนี้ แต่ก็คิดว่าจะมาตายตอนนี้ไม่ได้ ชูล่ายังไม่ได้แก้แค้นให้จาฮา ในเวลาแบบนี้ ชูล่าได้แต่คิดทบทวนถึงขีดจำกัดของพลังตัวเอง เขาเคยได้ยินเซซิลพูดถึงพลังของคีย์มาสเตอร์ว่าขึ้นอยู่กับการจินตนาการ ถ้าหากว่าชูล่ารวบรวมสมาธิที่จะใช้พลังที่เหนือกว่าของเ้าแกะนรกตัวนี้ก็อาจจะกำหราบมันลงได้
ชูล่ารวบรวมสมาธิเหมือนกับตอนที่สู้กับัตัวนั้น ดาบปืนที่อยู่ในมือของชูล่ามีออร่าเปลวไฟแผ่พุ่งกลายเป็คมดาบขนาดใหญ่มโหฬารอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนหนึ่งเป็เพราะว่าพลังของชูล่าถูกปลดปล่อยออกมาได้เต็มที่เมื่ออยู่ในโลกแห่งความทรงจำ ในขณะนั้นเอง เ้าแกะนรกก็สร้างบอลเพลิงั์เสร็จแล้วและเตรียมที่จะะเิทุกคนให้เป็จุล ชูล่าไม่อาจรีรอได้ต่อไป เขาพุ่งคมดาบแทงเข้าไปที่กลางอกของมันเต็มแรงอีกครั้งหนึ่ง
“กลับลงนรกไปได้แล้ว! เ้าแกะผี!!!”
ชูล่าใช้พลังทั้งหมดของตนเองรวมออร่าไปที่ปลายดาบและฟันลงไปเต็มแรง ตัดผ่านลูกบอลเพลิงของมันและผ่ากลางหัวไปจนถึงกลางลำตัว จากนั้นก็กดคมดาบด้วยพละกำลังอันมหาศาลจนกรีดร่างผ่าเ้าสัตว์ประหลาดออกเป็สองส่วน ลูกบอลเพลิงแตกสลายไป ปีศาจแกะร้องโหยหวนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลวไฟจากออร่าจะเผาผลาญกลืนกินร่างของมันจนสลายกลายเป็ฝุ่นขี้เถ้าจำนวนมหาศาลลอยฟุ้งไปในอากาศ
เม็ดฝนหยดลงปะทะที่ใบหน้า และเริ่มหนาเม็ดขึ้น ชูล่าล้มลงไปนอนกับพื้นและถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าสุดขีดท่ามกลางสายฝนบริสุทธิ์ ที่กำลังชำระล้างพื้นที่แห่งาให้กลับกลายเป็ทุ่งหญ้าอันสงบสุขอีกครั้ง
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
เมื่อสายฝนหยุดตกและเมฆดำจางหายไป แหวกทางให้แสงสว่างปรากฏขึ้น มันพุ่งจากท้องฟ้าลงสู่ผืนดิน เอลฟิเอน่ายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้ม เป็รอยยิ้มแรกที่เธอมอบให้กับชูล่าั้แ่รู้จักกัน ชูล่าลากสังขารของตนเองเดินเข้าไปหาเอลฟิเอน่า แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เอลฟิเอน่าก็โผเข้ากอดเขา ฝันร้ายอันยาวนานผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้เธอเป็อิสระจากทุกอย่างที่ผูกมัดเธอเอาไว้ ทั้งความแค้น ความกลัว และความโศกเศร้า
“ขอบคุณมาก… ขอบคุณจริง ๆ”
เอลฟิเอน่าพูดกับเขาแต่เพียงคำนี้ ชูล่าก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เธอผละออกจากชูล่า ปาดน้ำตาที่แก้มและยื่นมือออกมา ตอนนั้นเอง ชาร์ลก็เดินออกมาจากร่างของชูล่าและจับมือของเอลฟิเอน่าไว้
“จะไปแล้วเหรอ?”
ชูล่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อย เอลฟิเอน่าพยักหน้า ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินกุมมือไปยังแสงสว่างนั้น
“นี่! เอลฟิเอน่า!”
ชูล่าะโเรียก
“ฉันกับเ้าหมอนั่น ใครหน้าตาดีกว่ากัน!”
เอลฟิเอน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะะโตอบกลับมา
“ตาบ้า!”
มันเป็คำด่าที่ดีและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอัดแน่นอยู่ภายใน ชูล่าพยายามยิ้มให้สวยที่สุดเท่าที่จะสวยได้ ยากให้รอยยิ้มของเขาเป็ของขวัญอำลาให้ทั้งสองคน ชาร์ลและเอลฟิเอน่ารู้สึกได้ถึงความปรารถนาของชูล่า พวกเขาจับมือกันและกลายเป็อณูเม็ดแสงและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนก่อนที่ลำแสงจะจางหายไป
“รู้สึกอิจฉา… นิดๆซะแล้วสิ”
ชูล่าถอนหายใจและล้มตัวลงนอนกับพื้น
“ฉันจะมีวันที่ยิ้มได้แบบชาร์ลไหมนะ… อาลูลุ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาลูลุกับยิ้มให้กับชูล่า
“นายท่านชูล่าเองก็มีรอยยิ้มที่สดใสและน่าประทับใจไม่แพ้ผู้ชายคนนั้นหรอกค่ะ”
ชูล่าจ้องมองอาลูลุและเขินกับกับคำพูดของเธอ และในตอนนั้นเองก็จู่ ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวสั่นะเืไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าและผืนดินหลุดร่อนออกอย่างรวดเร็วอันเป็สัญญาณบอกว่าโลกแห่งความทรงจำกำลังจะสลายตัว
“แย่แล้ว เราต้องรีบออกไปจากที่นี่แล้ว นายท่านชูล่า!”
อาลูลุรีบจัดการเปิดระบบของตนเองในขณะที่พื้นดินรอบตัวชูล่ากำลังกลายเป็อากาศธาตุ มันเร่งความเร็วในการร่อนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“ประมวลผลการทำงานของโปรแกรม D จะนับถอยหลังการใช้งานจากสิบ… เก้า… แปด…”
“เร็วหน่อย อาลูลุ!”
พื้นที่ยืนของชูล่าเหลือเพียงแค่ขาข้างเดียวแล้ว และในตอนนั้นเอง ช่องว่างแสงสว่างสีขาวก็ปรากฏขึ้นมาที่เบื้องหน้า ชูล่าตัดสินใจะโเข้าไปในช่องว่างนั้น ก่อนที่จะได้ยินเสียงอื้ออึงในโสตประสาท ดวงตาของชูล่ามองไม่เห็นอะไรนอกจากสีขาวโพลน
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦