ชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    ตอนที่ 125

    ตอนที่ 125

    เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    .

    เหล่าคนป่าจุดไฟกองใหญ่และเต้นรำอยู่รอบกองไฟ โดยมีศิลาจากพระผู้เป็นเจ้าวางอยู่บนแท่นบูชาใกล้กับกองไฟ

    ระหว่างงานรื่นเริงของเหล่าคนป่า เด็กสาวในเผ่าคนหนึ่งเผลอไปจับเข้ากับศิลานั้นด้วยความซุกซนของเธอ

    แสงสว่างเกิดขึ้นเมื่อเด็กสาวจับเข้ากับศิลา เธอสลบไปหลังจากสัมผัสกับมัน คนในเผ่าที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดว่าพระผู้เป็นเจ้าคงจะพิโรธ

    พวกเขาได้อุ้มเด็กสาวขึ้นไปวางบนแท่นบูชาเพื่อเตรียมสำหรับบูชาเธอให้กับพระเจ้าในตอนรุ่งเช้า

    .

    .

    .

    เด็กสาวตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองถูกมัดเข้ากับแท่นบูชา เธอรู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำลังจะถูกบูชายัญ

    ด้วยความเป็นเด็ก เธอจึงหวาดกลัวและกรีดร้องออกมา พิธีกรรมของชาวเผ่ากำลังจะเริ่ม

    ผู้อาวุโสของเผ่าหยิบมีดที่ทำจากหินขึ้นมาเตรียมจะสังหารเด็กสาวเพื่อเป็นเครื่องเซ่นสังเวยต่อพระผู้เป็นเจ้า

    เด็กสาวกรีดร้องออกมาพร้อมกับพลังบางอย่างที่กระจายออกมาจากรอบตัวเธอ

    ผู้อาวุโส แท่นบูชา และสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเด็กสาวถูกพลังจากตัวของเด็กสาวทำให้กลายเป็นฝุ่นผงก่อนจะสลายหายไป

    คนในเผ่าต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น เด็กสาวผู้หวาดกลัวได้ลุกขึ้นจากเศษฝุ่นที่ปกคลุมตัวเธอและยืนขึ้นต่อหน้าคนในเผ่า

    เมื่อพวกเขาได้เห็นเด็กสาวตื่นขึ้น คนในเผ่าก็คุกเข่าและเริ่มกราบไหว้ในพลังของเธอเพราะคิดว่าพระเจ้าประทานพลังมาให้กับเธอ

    .

    .

    .

    หลังจากเหตุการณ์นั้นคนในเผ่าก็ได้สร้างบัลลังก์ที่ทำจากหินให้กับเด็กสาวได้นั่ง โดยมันวางอยู่ใจกลางหมู่บ้าน

    เด็กสาวผู้โดดเดี่ยวได้นั่งอยู่บนนั้นโดยมองดูคนในเผ่านำสิ่งต่างๆ มาถวายให้กับเธอ

    ในใจของเด็กสาวเพียงแค่ต้องการไปวิ่งเล่นกับเด็กวัยเดียวกัน แต่เธอทำได้เพียงนั่งและนอนอยู่บนบัลลังก์

    จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้เริ่มเบื่อหน่ายจนทนไม่ไหว แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถมาเล่นกับเธอได้

    เด็กสาวจึงหันมาสนใจศิลาที่ตกลงมาจากฝากฟ้า มันวางอยู่ไม่ไกลจากบัลลังก์ของเธอ

    เธอสัมผัสกับศิลาไปจนทั่วแต่ก็ไม่เกินอะไรขึ้น ระหว่างที่กำลังนั่งจ้องมองศิลาอยู่นั้นเอง

    เด็กสาวก็นึกไปถึงช่วงที่เธออยู่บนแท่นบูชา เธอพยายามทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง

    เธอยื่นมือมาสัมผัสกับศิลาและพยายามทำสิ่งนั้นอีกครั้งกับศิลา

    แสงสว่างเกิดขึ้นอีกครั้งเหมือนกับตอนที่หญิงสาวสัมผัสกับมันเป็นครั้งแรก

    เธอสลบไปหน้าบัลลังก์ของเธอ โดยไม่มีคนในเผ่าคนไหนกล้าเข้าไปใกล้เธอ

    เพราะต่างหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้อาวุโสในพิธีบูชายัญ

    พวกเขาทำได้เพียงมองเด็กสาวด้วยความกังวลอยู่ห่างๆ

    .

    .

    .

    เด็กสาวได้สติอีกครั้ง เธอมองไปรอบๆ และเห็นคนในเผ่านั่งล้อมเธออยู่ห่างๆ

    เมื่อเห็นเด็กสาวได้สติพวกเขาก็ต่างดีใจ เพราะพวกเขามองเธอเป็นดั่งตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้า

    หากเด็กสาวเป็นอะไรไป พวกขาก็คิดว่าพระผู้เป็นเจ้าจะต้องโกรธและลงโทษพวกเขา

    หลังจากเด็กสาวตื่นมาเธอพยายามพูดกับคนในเผ่าแต่ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เธอพูดสักคนเดียว

    เพราะว่าพวกเขาเป็นเพียงคนป่าไม่มีภาษาพูดหรือภาษาเขียนด้วยซ้ำ

    มีเพียงการแสดงออกผ่านท่าทางเท่านั้นที่คนในเผ่าใช้สื่อสารกัน

    ทำให้สิ่งที่เด็กสาวพูดออกมาไม่มีใครเข้าใจเธอ

    แสงสว่างที่เกิดขึ้นครั้งที่สองไม่ได้มอบพลังให้กับหญิงสาว แต่เป็นความรู้มหาศาลที่ศิลามอบให้กับเธอ

    เธอเข้าใจสิ่งต่างๆ มากมายอย่างรวดเร็วรวมถึงพลังของตัวเธอเองด้วย

    .

    เด็กสาวเริ่มทำสิ่งต่างๆ มากมายให้กับคนในเผ่าของเธอโดยการใช้พลังในการควบคุมอะตอมของสิ่งต่างๆ

    เธอได้สร้างสิ่งของมากมายอย่างบ้านที่ทำจากไม้ เครื่องมือที่ทำจากหิน กำแพงไม้รอบหมู่บ้านเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย

    แม้จะมีพลังมหาศาลและความรู้มากมาย แต่ด้วยจินตนาการและประสบการณ์ของเธอทำให้เธอไม่สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่

    เธอได้พยายามสอนภาษาที่เธอรู้จักให้กับคนในเผ่าของเธอแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่หลายปีจนเด็กสาวกลายเป็นหญิงสาวเต็มตัว

    .

    คนในเผ่า : " ท่านอีฟครับ พวกที่ไปล่าสัตว์ในป่าได้รับบาดเจ็บมาครับ "

    ชายที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูหน้าหมู่บ้านวิ่งมาแจ้งข่าวให้กับหญิงสาว

    หลังจากรู้เรื่องหญิงสาวก็รีบลุกจากบัลลังก์ของเธอและตรงไปยังหน้าประตูหมู่บ้าน

    กลุ่มที่ไปล่าสัตว์ก็หมดแรงอยู่หน้าประตูเพราะต้องแบกคนเจ็บกลับมาด้วย

    อีฟได้วิ่งไปดูคนเจ็บและเริ่มพลังของเธอสนามรอยแผลให้กับคนเจ็บ

    .

    อีฟ : " เราจะเข้าไปในป่าและจัดการมันเอง "

    อีฟลุกขึ้นหลังจากรักษาแผลให้คนเจ็บเสร็จแล้ว เธอพูดว่าจะไปจัดการกับสัตว์ร้ายในป่าด้วยตัวเอง

    ทำให้คนในเผ่าเป็นกังวลว่าอีฟจะได้รับบาดเจ็บพวกเขาจึงติดตามเธอเข้าไปในป่าด้วย

    อีฟและคนในเผ่าเดินเข้าไปในป่าซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาใช้ล่าสัตว์และเจอเข้ากับเสือตัวใหญ่ตัวหนึ่ง

    คนในเผ่าต่างหวาดกลัวกับเสือที่เห็นตรงหน้าตามสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต

    แต่กลับอีฟ เธอยื่นจ้องหน้ามันอย่างไม่หวาดกลัว เสือตัวนั้นก็จ้องกลับมายังดวงตาของอีฟเช่นกัน

    ทั้งสองมองเข้าไปในดวงตาของกันและกันก่อนที่เสือตัวนั้นจะกระโจนเข้าไปใส่อีฟ

    แต่ก่อนที่เสือจะพุ่งเข้ามาตะปบอีฟ พลังของเธอก็ทำงานสลายร่างกายของเสือตัวนั้นจนกลายเป็นฝุ่นผง

    .

    .

    .

    ในวันหนึ่งที่อีฟกำลังเดินเล่นอยู่ริมทะเล ก็มีสิ่งประหลาดอยู่ที่เส้นขอบฟ้า

    อีฟจ้องมองมันอย่างสนใจในขณะที่สิ่งนั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

    เรือลำใหญ่อยู่ห่างจากเกาะไม่ไกลก่อนจะมีเรือเล็กลำหนึ่งแล่นเข้ามาใกล้เกาะ

    อีฟยื่นรอมันเข้ามาใกล้และพบว่ามีคนอยู่บนนั้น

    .

    อีฟ : " สิ่งนั้นคืออะไร? "

    อีฟถามกับกลุ่มคนที่นั่งเรือเล็กเข้ามาบนเกาะ แต่ด้วยความแตกต่างทางภาษาทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจกัน

    .

    ??? : " หลวงพ่อเข้าใจไหมครับว่าเธอหมายถึงอะไร? "

    บาทหลวง : " ไม่เคยได้ยินภาษาแบบนี้ด้วยสิ คงจะยากซะหน่อย "

    พวกเขาคือกลุ่มคนที่มาเผยแผ่ศาสนา พวกเขาได้ไปมาหลายเกาะและหลายพื้นที่มาแล้ว

    จึงมีบาทหลวงที่พอจะเข้าใจภาษาของหลายชนเผ่าอยู่บางแต่สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดบาทหลวงไม่เข้าใจเลย

    และการแต่งตัวของหญิงสาวก็ดูไม่เหมือนกับคนป่าหรือชนเผ่าอีกด้วย

    .

    อีฟ : " เราเข้าใจภาษาที่พวกคุณพูด เราสามารถพูดภาษาเดียวกันกับพวกคุณได้ "

    อีฟเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด จึงหันมาใช้ภาษาเดียวกันกับกลุ่มคนตรงหน้า

    .

    บาทหลวง : " เข้าใจภาษาของพวกเรางั้นเหรอ เคยมีคนมาที่นี่ด้วยเหรอ "

    อีฟ : " พวกคุณเป็นกลุ่มแรกและเหตุผลที่พวกคุณมาที่นี่ล่ะ "

    บาทหลวง : " พวกเรามาเผยแพร่คำสอนของพระผู้เป็นเจ้า "

    บาทหลวงเริ่มพูดเกี่ยวกับศาสนาของตัวเองโดยลืมมองสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้า

    .

    อีฟ : " เราและคนในเผ่าไม่เชื่อเรื่องในพระเจ้า พวกคุณคงจะเสียเวลาหากพยายามทำแบบนั้น "

    บาทหลวง : " ..................... "

    ??? : " พวกเราขอคุยกับหัวหน้าเผ่าของเธอจะได้ไหม "

    อีฟ : " เรานี่แหละ หัวหน้าเผ่าที่พวกเจ้าหมายถึง "

    ??? : " เธอเหรอหัวหน้าเผ่า ปกติจะเป็นพวกผู้ชายไม่ใช่หรือไง "

    บาทหลวง : " หรือว่าเธอเป็นแม่มดหรือพวกหัวหน้าลัทธิบูชาซาตาน "

    บาทหลวงหยิบไม้กางเขนขึ้นมาหันใส่หญิงสาว

    กลุ่มคนที่มาด้วยก็หยิบดาบปลายปืนมาใส่เข้ากับปืนยาวของพวกเขา

    แต่ท่าทางของอีฟที่เห็นพวกมันก็ไม่มีท่าทางหวาดกลัวใดๆ

    มีเพียงคนในเผ่าที่เฝ้าอยู่ในป่าก็แสดงตัวออกมาเพื่อปกป้องอีฟ

    คนในเผ่าของอีฟเล็งธนูและหน้าไม้ใส่กลุ่มนักเดินเผยแผ่ศาสนา ส่วนอีกฝ่ายก็หันปืนใส่

    .

    อีฟ : " ลดอาวุธซะ เราไม่เป็นอะไรหรอก "

    คนในเผ่าของเธอได้ลดอาวุธตามคำสั่งของอีฟ

    .

    ??? : " เอาไงดีครับ "

    บาทหลวง : " แม่...... "

    บาทหลวงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อีฟไม่อยากจะฟังที่บาทหลวง

    เธอเพียงสะบัดมือเบาๆ ก่อนที่ร่างกายของบาทหลวงจะสลายหายไป

    พวกที่เหลืออยู่ก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นและคิดเอาว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องเป็นแม่มดอย่างแน่นอน

    พวกเขาเปิดฉากยิงทันที กระสุนเหล็กทรงกลมวิ่งเข้าใส่อีฟแต่ถูกหยุดเอาไว้ได้ทั้งหมด

    .

    อีฟ : " กลับไปขึ้นเรือและไปจากเกาะนี้ซะ ก่อนจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง เพราะตอนนี้เรายังอารมณ์ดีอยู่ "

    อีฟกล่าวกับกลุ่มคนที่ยังอยู่ให้รีบขึ้นเรือหนีไปก่อนที่เธอจะอารมณ์ไม่ดีไปมากกว่านี้

    พวกเขารีบขึ้นเรือและพายกลับเรือหลักทันที

    .

    กัปตัน : " เกิดอะไรขึ้นบนเกาะ บาทหลวงไปไหน "

    ลูกเรือ : " บาทหลวง..............ตายแล้ว บนเกาะมีแม่มดอยู่ด้วย "

    กัปตัน : " แม่มดไม่มีจริงซะหน่อย พวกแกดื่มเหล้ามากไป "

    กัปตันและลูกเรือยื่นเถียงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ลูกเรือเห็นชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นบนเกาะเพราะพวกเขาอยู่ที่นั่น

    กัปตันไม่เชื่อว่าจะมีมนุษย์คนไหนบนโลกทำให้คนทั้งคนสลายไปเป็นฝุ่นได้ 

    แต่ด้วยคำพูดของลูกเรือหลายคนและการหายไปของบาทหลวงก็ทำให้กัปตันสั่งโจมตีเกาะนั้นในช่วงค่ำ

    เสียงปืนใหญ่ดังขึ้นหลังจากดวงตะวันลับขอบฟ้า ส่งลูกเหล็กขนาดเท่าหัวคนพุ่งข้ามพื้นน้ำมาตกลงบนเกาะ

    เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นทั่วเกาะเพราะปืนใหญ่จากบนเรือยิงมาอย่างต่อเนื่อง

    เกาะอันมืดมิดก็สว่างไสวเพราะเปลวไฟจากการระเบิดและต้นไม้ที่ลุกไหม้

    หลังจากการระดมยิงชุดแรกจบลง ลูกเรือและกัปตันได้สังเกตเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยื่นอยู่บนผิวน้ำใกล้เรือ

    พวกเขาตกใจมากที่เห็นหญิงสาวยื่นอยู่บนผิวน้ำ

    ลูกเรือจำได้ทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้าคือหญิงสาวคนเดียวกันที่ทำให้บาทหลวงสลายหายไป

    .

    อีฟ : " เราคิดว่าพวกเจ้าจะคุยรู้เรื่องมากกว่านี้ "

    หญิงสาวพูดขึ้นขณะที่ลูกเรือและกัปตันของเรือมองหญิงสาวอย่างสงสัย

    ก่อนที่เรือทั้งลำจะสลายเป็นฝุ่นไปพร้อมกับผู้คนบนเรือเพียงแค่หญิงสาวพลิกฝ่ามือนิดเดียว

    หญิงสาวคิดว่าภัยคุกคามหายไปแล้ว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

    เพราะมีลูกเรือคนหนึ่งได้พายเรือเล็กหนีจากเรือใหญ่ไปนานแล้ว

    ในขณะที่เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นลูกเรือที่หนีไปก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล

    เรือทั้งลำสลายหายไปเป็นฝุ่นอยู่ที่ปลายขอบฟ้าระหว่างที่ลูกเรือคนนี้กำลังพายเรือหนี

    .

    ??? : " มีเรือเล็ก!! มีคนหมดสติอยู่ด้วย "

    กองเรือของทหารฝูงหนึ่งเห็นเรือเล็กลอยลำอย่างไร้จุดหมาย

    ทหารได้ลากเรือเล็กเทียบท่าและพาคนบนเรือไปรักษา

    .

    ทหาร : "นี่มันลูกเรือของเรือที่เผยแผ่ศาสนานี้ ลูกเรือคนอื่นอยู่ไหน "

    ลูกเรือ : " พวกเขาตายหมดแล้ว พวกเราไปเจอเกาะของแม่มด "

    ลูกเรือที่ถูกช่วยเหลือได้พูดถึงเรื่องเกาะและแม่มดที่พวกเขาได้พบเจอ

    ทหารที่ได้ยินก็ไม่เชื่อว่าจะมีแม่มดจริงๆ พวกทหารคิดว่าคงจะเป็นภาพหลอนซะมากกว่า

    แต่ท่าทางของลูกเรือก็ไม่ได้มีอาการหลอนหรือเมาเหล้าแต่อย่างได้

    .

    ทหาร : " กัปตันให้มาถามว่าจำเส้นทางได้ไหม "

    ทหารได้เอาแผนที่มาให้ลูกเรือเพื่อบอกตำแหน่ง

    หลังจากทราบตำแหน่ง กองเรือก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปยังจุดที่ลูกเรือบอกเอาไว้

    เรือหลายลำจอดอยู่ใกล้ชายฝั่งของเกาะตามที่ลูกเรือบอกเอาไว้

    .

    ลูกเรือ : " เกาะนั่นแหละ เรือของพวกเราถูกจม.........ไม่สิ มันหายไปเพราะแม่มดบนเกาะ "

    ลูกเรือมีสีหน้าและท่าทางที่หวาดกลัวมาก

    หลังจากที่กองเรือมาถึงเกาะตามที่เขาบอกเอาไว้ ลูกเรือได้ขอเรือเล็กเพื่อหนีออกจากที่นี่

    ด้วยท่าทางของลูกเรือทำให้กัปตันของกองเรือสั่งให้ทหารพาลูกเรือไปขังเพื่อสงบสติก่อน

    .

    กัปตัน : " ทหารบางส่วนไปสำรวจเกาะ "

    ทหารหน่วยหนึ่งลงเรือเล็กเพื่อขึ้นฝั่งตามคำสั่งของกัปตัน

    โดยมีกัปตันส่องกล้องทางไกลดูอยู่บนเรือหลัก ทหารที่ส่งไปเจอกับหญิงสาวที่ยืนรออยู่บนชายหาด

    ในมุมมองของกัปตันเหมือนว่าพวกเขาจะพูดคุยกันอยู่ แต่ก็แค่สักพักก่อนที่ทหารหน่วยนั้นจะขึ้นเรือเล็กกลับมา

    .

    กัปตัน : " ว่าไงคุยไม่รู้เรื่องสินะ พวกเราไม่มีคนรู้ภาษาของพวกคนป่าด้วยสิ "

    ทหาร : " ไม่ครับ เธอพูดภาษาของเราได้ "

    กัปตัน : " เธอว่าอะไรบ้าง "

    ทหารเล่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนเกาะให้กัปตันฟัง หญิงสาวที่พวกเขาเจอมีชื่อว่าอีฟและเธอเป็นหัวหน้าเผ่า

    หลังจากนั้นพวกทหารก็ถามเกี่ยวกับเรือลำก่อนหน้าแต่หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร ทำให้พวกเขาพยายามเข้าไปสำรวจเกาะ

    แต่หญิงสาวตรงหน้าไม่อนุญาตให้เข้าไป พวกทหารจึงต้องขึ้นเรือเล็กกลับมา

    .

    กัปตัน : " มันน่าสงสัยนะ รอตอนกลางคืนค่อยส่งคนไปสำรวจ "

    กองเรือจอดอยู่ให้ไกลจากชายฝั่งเพื่อไม่ให้คนบนเกาะรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามอยู่

    เมื่อยามค่ำคืนมาถึง ทหารหน่วยเล็กไม่กี่คนก็กระโดดลงน้ำก่อนจะว่ายเข้ามาในเกาะ

    สิ่งที่พวกทหารเห็นคือป่าไม้หนาทึบตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินเข้าไปในเกาะ

    .

    ทหาร : " เห็นบางอย่างข้างหน้า "

    ทหาร : " กำแพงไม้ "

    ทหารเดินเข้ามาในใจกลางเกาะและเจอเข้ากับกำแพงไม้โดยมีแสงไฟสว่างไสวมาจากภายใน

    พวกเขามองลอดเข้าไปในช่องว่างของกำแพงไม้

    .

    ทหาร : " ได้ที่ส่องแสงอยู่มันคืออะไร "

    อีฟ : " พวกคุณไม่ควรอยู่ที่นี้ตอนกลางคืน เข้าไปข้างในก่อนไหม "

    หญิงสาวมาปรากฏด้านหลังของกลุ่มทหาร

    พวกเขาตกใจมากแต่การชี้อาวุธไปยังหัวหน้าของหมู่บ้านตอนนี้คงจะไม่ใช่เรื่องดี

    .

    อีฟ : " เป็นการตัดสินใจที่ดี.........ตามเรามา "

    หญิงสาวพูดกับกลุ่มทหารที่ลดอาวุธลงทันทีที่เห็นว่าเธอคือใคร

    เพราะเธอบอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าเธอคือหัวหน้าของที่นี่

    พวกทหารเข้าไปในหมู่บ้านและเจอกับถนนที่ทำจากหินแผ่นเรียบที่เดินได้อย่างสะดวก

    มีเสาไม้และโคมไฟติดอยู่ด้านบนเพื่อส่องสว่าง บ้านที่ทำจากหินและอิฐ

    และปลายทางที่อีฟพากลุ่มทหารไปคือใจกลางของหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของบัลลังก์ของเธอ

     

    .

    โทรุ : " มีอะไรดอล ทำไมหยุด.......... "

    ดอล : " มีคนมาค่ะ "

    ดอลหยุดเล่าเรื่องเพราะสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังมา

    สักพักก็พยาบาลสาวคนเดิมที่เป็นคนดูแลโทรุและดอลเข้ามาในห้อง

    .

    พยาบาล : " เป็นยังไงบ้าง จำอะไรได้บ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น "

    โทรุ : " เออ...............จำไม่ค่อยได้ครับ "

    พยาบาล : " งั้นเหรอ ตอนนี้ดึกแล้ว พักผ่อนและค่อยคุยกันตอนเช้านะ "

    โทรุแกล้งเป็นจำอะไรไม่ได้ พยาบาลสาวที่เห็นว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้วจึงปล่อยให้โทรุพักผ่อนไปก่อน

    .

    ____________________________________จบตอน_______________________________________

    คล้ายกับเรื่องชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์) ที่คุณอ่าน