บทที่ 58 เธอไม่โกรธ
ตอนที่ไป๋อวี้พาฉินเสี่ยวกั่วเดินเข้าไป ฉินเสี่ยวกั่วกลับผงะถอยหลังหนึ่งก้าว ท่าทางดูต่อต้านนิดหน่อย
หญิงเร่ร่อนคนหนึ่งรูปร่างไม่สูง หลังค่อมเล็กน้อย ผมเผ้ารุงรัง ก้มหน้ามองเด็กน้อยแวบหนึ่งผ่านเส้นผมที่สกปรกมันเยิ้ม เธอไม่แม้แต่ชายตามองไป๋อวี๋ พอเห็นเสี่ยวกั่วถอยหลังก็นึกว่าเด็กน้อยกลัวสกปรกซะอีก
เธอเลยไม่ได้ใส่ใจ
จ้าวชิงชิงจึงชี้แจงกับเธอว่า “พี่สะใภ้ พี่สาวคนนี้บอกว่าเคยเป็นชาวบ้านฉินเจียถุน มาหาญาติ แต่ไม่รู้ว่าญาติไปอยู่ที่ไหนแล้ว”
หลายปีมานี้ฉินเจียถุนเปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ หลายคนปลูกบ้านใหม่ และมีคนเปลี่ยนที่อยู่ด้วย
เหล่าจ้าวได้ทำการปรับโครงสร้างบ้านแล้ว
ฉะนั้นหาไม่เจอก็เป็นเรื่องปกติ
ไป๋อวี้เลยถามว่า “ญาติเธอชื่ออะไรเหรอ”
หญิงเร่ร่อนคนนั้นส่ายหน้า ไม่ปริปากพูดสักคำ
“แต่เธอรู้จักปู่จ้าว” จ้าวชิงชิงกล่าว “เห็นบอกว่าจะให้เราพาไปบ้านตระกูลจ้าว”
จ้าวชิงชิงคิดว่าในเมื่อรู้จักชื่อของจ้าวโหย่วเต๋อ คิดว่าคงน่าจะพอเชื่อได้อยู่บ้าง ช่วงนี้นอกจากไป๋อวี้จะทำงานเอกสารแล้ว ยังช่วยป้าฮวาทำงานของสตรีแม่บ้านด้วย
พอเห็นแบบนี้เธอก็พูดว่า “โธ่ อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง งั้นเดี๋ยวฉันพาเธอไปเองนะ”
จ้าวชิงชิงเอ่ย “งั้นฉันไปบ้านพี่สะใภ้แล้วนะ”
ไป๋อวี้พยักหน้า “ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วฉันจะไปหาเธอนะ”
จ้าวชิงชิงวิ่งกลับไปด้วยความตื่นเต้น
เธอจะขายยาให้ฉินเจียถุน ช่วงนี้เลยคล่องแคล่วว่องไว
……
เหล่าจ้าวกับป้าฮวาไปนาที่รับผิดชอบแล้ว เป็นเพราะเรื่องของจ้าวต้าหมิน ช่วงนี้พวกเขาก็ถูกติฉินนินทาอยู่เหมือนกัน
ดีที่ก่อนหน้านี้เหล่าจ้าวแสดงท่าทีอย่างเด็ดขาดฉับไว แถมยังดูแลหมู่บ้านมานานหลายปี เลยไม่กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตอะไร
แต่ทั้งคู่ก็ยังแย่งกันทำงาน ทำอะไรได้ก็ทำ ไม่ยอมอยู่ว่างอย่างเด็ดขาด
มีแค่จ้าวอิ้งหงที่อยู่ในช่วงให้นมลูกเลี้ยงลูกอยู่บ้านและจัดการงานจิปาถะหยุมหยิมบางส่วนของหมู่บ้าน
ไป๋อวี้รู้ดี ด้วยเหตุนี้ตอนที่พาหญิงเร่ร่อนเข้าไป เลยให้เธอยืนอยู่ตรงลานบ้านก่อน
“เธอรอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเรียกคนมาให้”
ไป๋อวี้ไม่ได้รังเกียจอีกฝ่าย
แต่จ้าวอิ้งหงมีลูกน้อย แล้วหญิงเร่ร่อนคนนี้ก็สกปรกเกินไป แถมตัวยังเหม็นอีกต่างหาก เธอไม่กล้าพาเข้าไปในบ้านทั้งอย่างนี้
พอเข้าไปในบ้าน ก็เล่าให้จ้าวอิ้งหงที่กำลังให้นมลูกได้ฟังเรื่องราว
“ใครกันน่ะ ชื่ออะไร”
ไป๋อวี้ส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน เธอไม่ได้บอกนะ แต่ชิงชิงบอกว่าหล่อนรู้จักลุงจ้าว แถมยังบอกด้วยว่าจะมาหาลุงจ้าว”
จ้าวอิ้งหงกลัวว่าจะเป็นญาติที่ตกระกำลำบาก ให้นมลูกเสร็จก็ฝากลูกน้อยไว้ไป๋อวี้โดยที่ไม่ทันจับลูกเรอด้วยซ้ำ
“เธอช่วยจับเรอหน่อย ฉันขอไปดูหน่อย”
“ได้เลย ๆ”
ไป๋อวี้อุ้มเด็กแล้วนั่งลงบนเตียงเตา ปกติฉินเสี่ยวกั่วจะตามติดมาเล่นกับน้องชาย แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรดูท่าทางลนลาน
เจ้าตัวน้อยวิ่งไปข้างประตู ชะโงกหน้ามองครู่หนึ่งแล้วจู่ ๆ ก็วิ่งออกไป
……
เดิมจ้าวอิ้งหงนึกว่าเป็นญาติที่มีเรื่องลำบาก เพราะหลายปีก่อนละแวกนี้มักมีผู้หญิงถูกลักพาตัวประจำ
ตอนที่ออกไปทีแรกเธอยังนึกไม่ออก
จึงถามอย่างเป็นมิตร “ฉันจ้าวอิ้งหง ลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้าน รับผิดชอบงานสตรีแม่บ้านของที่นี่ สหายท่านนี้เป็น...”
“อิ้งหง...”
หญิงเร่ร่อนคนนั้นโพล่งขึ้นมา
จ้าวอิ้งหงชะงักไปเล็กน้อย ทำไมเสียงถึงได้คุ้นหูแบบนี้นะ
หญิงเร่ร่อนเกลี่ยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ซูบผอม
“อิ้งหง ฉันไต้หนานเอง...”
จ้าวอิ้งหงตะลึงงัน ก่อนจะมีน้ำโห “เธอ...เธอกลับมาทำไม!”
นี่มันหม่าไต้หนาน เมียเก่าฉินต้าซาน แม่แท้ ๆ ของฉินเสี่ยวซู่!
แถมไป๋อวี้ยังเป็นคนพาเข้ามาอีก!
หม่าไต้หนานสะดุ้งโหยงแล้วเอ่ย “ทำ...ทำไมเธอพูดแบบนี้ ทำ...ทำไมฉันจะกลับมาไม่ได้ ฉันคิดถึงผู้ชายของฉัน ฉันคิดถึงลูกชายฉันไง…”
จ้าวอิ้งหงพูดอย่างเดือดดาล “ผู้ชายของเธอ ลูกชายเธออะไรกัน! เธอจากไปตั้งแปดปีแล้ว ถ้าคิดถึงคงคิดถึงนานแล้ว! ทำไมเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้!”
เธอตั้งใจกดเสียงให้เบาลงพลางมองข้างหลังอย่างตื่นตระหนก เพราะฉินเสี่ยวกั่วนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูกำลังมองพวกเธอด้วยความสงสัยใคร่รู้
ฉับพลันจ้าวอิ้งหงยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม!
หม่าไต้หนานร้องไห้ “อิ้งหง ทำไมฉันถึงกลับมาไม่ได้ สามีมีเมียใหม่ แต่ลูกก็ยังเป็นลูกฉัน อีกอย่างตอนที่ฉันไปไม่ได้บอกว่าจะเลิกรากับเขาซะหน่อย...”
จ้าวอิ้งหงพูดอย่างเกรี้ยวกราด “เธอกล้าพูดได้ยังไง! เธอยังมียางอายอยู่ไหม!”
“แล้วเธอต้องการอะไร จะลากฉันออกไป ปล่อยให้ฉันตายอยู่ข้างนอกเหรอ...”
จ้าวอิ้งหงเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ใช่ว่าเธอจะไม่มีครอบครัวซะหน่อย ครอบครัวเธอไม่ได้อยู่ฉินเจียถุนนี่! ฉินต้าซานไม่ใช่คนของเธออีกแล้ว!”
ไป๋อวี้มองจากข้างในก็เห็นฉินเสี่ยวกั่วนั่งอยู่บนพื้นเลยรีบออกมาบอกให้ลูกสาวลุกขึ้น
ประจวบเหมาะกับที่ได้ยินจ้าวอิ้งหงพูดว่า ‘ฉินต้าซานไม่ใช่คนของเธออีกแล้ว’ พอดี
ไป๋อวี้ “...ฮะ”
จ้าวอิ้งหงพลันสะดุ้งโหยงทันทีราวกับขโมยโดนจับได้ เธอหันหน้ามาด้วยความกลัว แล้วฉีกยิ้มเจื่อน ๆ ให้ “ไป๋อวี้ คือว่า...”
ไป๋อวี้กล่าว “แม่เสี่ยวซู่เหรอ”
จ้าวอิ้งหง “...”
หม่าไต้หนานเงยหน้าขึ้นมองไป๋อวี้อย่างเคียดแค้น ก่อนจะก้มหน้าลง
จ้าวอิ้งหงมองไป๋อวี้อย่างอกสั่นขวัญแขวน
ไป๋อวี้ขำจ้าวอิ้งหง อีกฝ่ายทำตัวเหมือนเธอเป็นฉินต้าซานงั้นแหละ
จู่ ๆ ไป๋อวี้ก็ฉีกยิ้มกว้าง
จ้าวอิ้งหง “?”
ไป๋อวี้กล่าว “นี่ ทำไมทำหน้าน่าเกลียดแบบนี้ พี่อิ้งหงรีบพาเธอไปอาบน้ำให้สะอาดเถอะ แบบนี้จะไปเจอเสี่ยวซู่ได้ยังไง”
จ้าวอิ้งหง “...ฮะ!”
“อาบน้ำก่อนไง” ไป๋อวี้เอ่ยอย่างเป็นมิตร “สะอาดแล้วค่อยว่ากัน บ้านพี่มีของกินไหม ฉันจะเอาไปอุ่นบนเตาหน่อย อาบน้ำเสร็จแล้วกินรองท้องหน่อยนะ”
จ้าวอิ้งหงรู้สึกเหมือนตัวเองจะระเบิดแล้ว เธอพลันรู้สึกว่าเรื่องนี้ไป๋อวี้อาจจะไม่โมโห แต่ฉินต้าซานกลับมาต้องโกรธแน่
ในตอนนั้นหม่าไต้หนานก็เอ่ยเนิบนาบ “ฉัน...ฉันต้องอาบน้ำก่อน จะได้ไปพบลูกชายฉัน...”
จ้าวอิ้วหงเกือบจะกระโดดขึ้นมาตบเธอไปฉาดหนึ่ง
ให้ตายสิหน้าไม่อาย!
แต่ท่าทางของไป๋อวี้ออกจะแปลกไปหน่อย ทว่าจ้าวอิ้งหงก็ไร้หนทาง เลยต้องพาอีกฝ่ายเข้าไปในห้องเก็บฟืน ตักน้ำมาให้เธออาบน้ำ
……
พอจ้าวอิ้งหงเสร็จธุระ ก็พบว่าไป๋อวี้กำลังสาละวนอยู่ในครัวแล้วจริง ๆ
“...เธอบ้าไปแล้วหรือไง!”
ไป๋อวี้เอ่ยอย่างงุนงง “อะไรเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก สือโถวหลับอยู่ เสี่ยวกั่วเฝ้าอยู่แน่ะ”
สือโถวเป็นลูกชายของจ้าวอิ้งหง ชื่อเล่นสือโถว ชื่อจริงเซิ่งลี่
จ้าวอิ้งหงไม่มีแก่ใจสนใจลูกชายแล้ว พูดอย่างร้อนใจ “เธอจะพาผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านจริง ๆ เหรอ! หล่อนไม่ใช่คนดีอะไรเลย ตอนนั้นหลอกเอาเงินต้าซานไปก้อนใหญ่! แถมยังหนีไปกับชายอื่นด้วยนะ!”
ทำไมมันฟังดูคุ้นหูขนาดนี้...
ไป๋อวี้ทนไม่ไหวจริง ๆ หลุดขำ ‘ก๊าก’ ออกมา
“ทำไมเขาถึงโดนหลอกเอาเงินอยู่เรื่อยเลย...”
จ้าวอิ้งหงโมโหจนเกือบจะหงายหลัง “เธออยากให้ต้าซานอกแตกตายหรือไง หรือเธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
ไป๋อวี้เห็นเธอกังวลจริง ๆ เลยจำใจต้องหยุดขำ
“แม่ของเด็กมาถึงหน้าบ้านแล้วจะขวางไม่ให้เจอได้เหรอ เสี่ยวซู่รู้เข้าคงเกลียดฉันตายเลย” จ้าวอิ้งหงฟังแล้วสับสน ขมวดคิ้วมุ่น
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมเธอไม่ถามหาฉินต้าซาน แต่กลับมาถามหาที่นี่แทน” ไป๋อวี้กล่าว
จ้าวอิ้งหงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “เพราะมันหน้าไม่อายน่ะสิ!”