แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านผืนเมฆเบื้องบน ขับให้หมู่บ้านเล็ก ๆ บริเวณเชิงเขาแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางถนนดินและผู้คนจำนวนน้อยที่เริ่มออกมาตั้งร้านขายของ ร่างของชายหนุ่มในชุดเปื้อนเืปรากฏตัวท่ามกลางฝุ่นควัน — เฉินฟาน
“ที่นี่…ตระกูลเฉิน” เขาพึมพำ มองประตูไม้เก่าคร่ำที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าคฤหาสน์กลางหมู่บ้าน ร่างกายเขายังมีาแ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยสติปัญญาและความเด็ดเดี่ยว
เมื่อเขาก้าวเข้าไปในรั้วบ้าน เสียงฝีเท้าก็ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งหันขวับ
“นายน้อย!?” เสียงร้องอย่างใดังขึ้นจาก เสี่ยวหลาน สาวใช้ที่เขาเคยช่วยเหลือในอดีต เธอรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าเขา น้ำตาคลอเบ้า
“ท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ... ข้านึกว่าท่านตายไปแล้ว...”
เฉินฟานยิ้มบางก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ข้าไม่ตาย และข้าจะไม่ตายง่าย ๆ อีก”
ในขณะที่เสี่ยวหลานกำลังพยุงเขา เสียงชายชราก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านใน
“เสียงอะไรน่ะ...เสี่ยวหลาน?”
ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนเดินออกมาช้า ๆ นั่นคือ เฉินเหยียน บิดาของเฉินฟาน
เมื่อเห็นลูกชายของตนในสภาพนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ตื่นใ “ฟานเอ๋อร์!?”
“ข้ากลับมาแล้ว ท่านพ่อ” เฉินฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ไม่ทันไร หลินซู มารดาของเขาก็ปรากฏตัวจากด้านหลัง มือยังถือผ้าขาวม้า ดวงตาสั่นระริก
“ลูก...เ้ายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ...” เธอปรี่เข้ามาโอบลูกชายแน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี “แม่...คิดว่าแม่จะไม่ได้เห็นหน้าเ้าอีก...”
ภายในห้องโถงไม่นานนัก ผู้คนในตระกูลสาขาย่อยก็มารวมตัวกัน รวมถึง ลุงเฉินลู่ ที่ยืนกอดอกมองเฉินฟานด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
“กลับมาได้ก็ดี...แต่หวังว่าเ้าจะไม่ก่อเื่ซ้ำอีก” เขากล่าวเสียงเรียบ
เฉินฟานไม่ตอบ เขาเพียงก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนหันไปหาบิดา
“ท่านพ่อ ข้ามีเื่มากมายที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตระกูลนี้ และเกี่ยวกับตัวข้าเอง... ข้าอยากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
เฉินเหยียนพยักหน้า สีหน้าเครียดขึ้นทันที “ดี...เ้าโตแล้ว ถึงเวลาที่เ้าจะต้องรู้ความจริงบางอย่าง…”
เฉินฟานนั่งลงข้างเตาไฟ กลิ่นไม้แห้งและน้ำซุปจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก เสี่ยวหลานกำลังต้มยาให้เขาด้วยความเป็ห่วง
เื้ับรรยากาศอบอุ่นในครอบครัว กลับมีบางอย่าง...กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด
และเฉินฟานรู้ดี ว่าการกลับบ้านครั้งนี้ คือเพียงจุดเริ่มต้นของพายุที่ใหญ่กว่าสิ่งใด...
หลังจากพักฟื้นอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ ภายในเรือนเล็กด้านหลังตำหนักของตระกูลเฉิน เฉินฟาน ก็นั่งสมาธิใต้ศาลาไม้ไผ่ ดวงตาปิดสนิท ในมือมีแท่งไม้บาง ๆ ที่เขากำลังกรีด แกะ และขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไป
“ระบบ XIAN คำนวณพลังงานจากแร่ปราณในพื้นที่รอบเรือน ข้า้าสร้างอุปกรณ์ช่วยรวบรวมพลังปราณขั้นพื้นฐาน”
[เริ่มการประเมิน... ตรวจพบอัตราการไหลเวียนของปราณธรรมชาติอยู่ในเกณฑ์ต่ำ / คำแนะนำ: สร้างเสาเก็บปราณต้นแบบ — ใช้วัสดุไม้ไผ่ผสมผงหยกละเอียด]
เฉินฟานยิ้มมุมปาก “แม้จะอยู่ในโลกยุทธภพ แต่แิทางพลังงานของข้ายังคงใช้ได้ดี...”
เขาเริ่มประกอบสิ่งของอย่างชำนาญ มือของเขาหยาบกระด้างจากการเดินทาง แต่ยังคงความแม่นยำในฐานะอดีตวิศวกรระดับโลก
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ลืมฝึกฝนพลังปราณของตนเองด้วยการเคลื่อนไหวตามกระบวนท่าพื้นฐาน ขยับมือ สะบัดแขน พลิกฝ่ามือช้า ๆ อย่างมีแบบแผน
ในจังหวะที่เขากำลังยกฝ่ามือขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตากลับสะดุดกับบางสิ่งภายใต้ระเบียงเรือนเก่า — กล่องไม้เก่าคร่ำที่เต็มไปด้วยฝุ่น
“เสี่ยวหลาน สิ่งนั้นคืออะไร?” เขาชี้ไปที่กล่อง
“นั่นหรือเ้าคะ? ข้าไม่แน่ใจนัก แต่เคยได้ยินท่านปู่ของท่านกล่าวว่า เป็ของตกทอดจากบรรพบุรุษรุ่นก่อน”
เฉินฟานเดินเข้าไปเปิดกล่องช้า ๆ ด้านในมีม้วนคัมภีร์โบราณที่ปิดผนึกด้วยยันต์สีจางและสัญลักษณ์ประหลาด
[ตรวจพบโครงสร้างภาษารหัสยุทธขั้นสูง / คำเตือน: วิชานี้ยังไม่ถูกใช้มาเกินหนึ่งร้อยปี]
“วิชาลับของตระกูล...” เฉินฟานพึมพำ “ระบบ วิเคราะห์และถอดรหัสให้ข้า”
[กำลังแปลผล... วิชานี้เรียกว่า ‘หมื่นเข็มิญญาปราณ’ เป็กระบวนท่าที่ใช้ควบรวมปราณเข้าสู่เส้นชีพจรเพื่อเพิ่มความแม่นยำของการปล่อยพลัง]
“เหมาะกับข้าเลย” เขาเหยียดยิ้ม
เฉินฟานนั่งลงทันที เริ่มฝึกตามคำแนะนำของระบบ ในใจรู้สึกได้ถึงเส้นทางปราณที่เริ่มเปิดกว้าง เส้นชีพจรสั่นะเืเล็กน้อยเมื่อพลังถูกอัดแน่นเข้าสู่ภายในร่าง
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ร่างของเขานิ่งสนิท คล้ายถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่าง
[ความเข้าใจถึงขีดสูงสุด — วิชาหมื่นเข็มิญญาปราณ: สำเร็จระดับต้น]
เฉินฟานลืมตาขึ้น แววตาเป็ประกายราวกับดวงดาวในรัตติกาล
“ข้าจะทำให้ทุกคนรู้…ว่า ‘ขยะ’ อย่างข้า ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว”