แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า รังสีอาทิตย์แรกของวันสาดส่องผ่านม่านมงคลสีแดงฉานที่ยังคงแขวนประดับอยู่ในห้องหออันโอ่อ่า ทว่าบัดนี้ความโอ่อ่านั้นกลับดูอ้างว้างและหนาวเหน็บอย่างน่าใจหาย แสงตะวันไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่กลับทำหน้าที่เป็พยานใจร้ายที่คอยเปิดเผย "ร่องรอยแห่งการทรยศ" ที่ทิ้งไว้เื้ั
แม่ทัพเฉินหยาง ค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นจากฟูกที่นอนด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะราวกับถูกค้อนมหึมาทุบซ้ำๆ ฤทธิ์ยาชาอ่อนๆ และสุราดอกกุ้ยฮวาที่เขาดื่มเข้าไปเมื่อคืนยังคงทิ้งความมึนงงไว้ในประสาทัั ร่างกายของเขายังคงอ่อนแรง าแที่ต้นขารู้สึกปวดหนึบขึ้นมาทันทีที่เขาพยายามจะขยับตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักงันไม่ใช่ความเ็ปทางกาย แต่คือความเงียบสงัดที่ผิดปกติภายในห้องหอแห่งนี้
"เม่ยเหลียน..." เขาร้องเรียกเสียงแ่เบา สำเนียงนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าจะมีสตรีนางน้อยผู้เพียบพร้อมลุกขึ้นมาปรนนิบัติซับหน้าเยี่ยงทุกวันที่ผ่านมา
เขาหันมองไปยังที่ว่างข้างกาย หวังจะพบกายานวลเนียนที่เขาเพิ่งสวมกอดและ "ตีตรา" ความเป็เ้าของคืนเมื่อรัตติกาลที่ผ่านมา ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความเย็นเยียบของผ้าปูที่นอนที่ไร้เงาของคนรัก ฟูกไหมที่ยับย่นบ่งบอกว่ามีคนเคยนอนอยู่ตรงนี้ แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่าเยี่ยงหลุมหลบภัยที่ถูกทิ้งร้าง เฉินหยางใจหายวาบ สัญชาตญาณแม่ทัพที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้งเตือนเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรงเกิดขึ้น
เขากวาดสายตาไปรอบห้องที่สลัวราง เห็นควันกำยานที่มอดดับไปนานแล้ว ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางโดดเดี่ยวอยู่บนหมอนข้างกาย ลายมือที่อ่อนช้อยทว่ามั่นคงในจดหมายนั้นช่างดูแปลกตาและทรงพลังอย่างประหลาด เฉินหยางเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน หัวใจของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความลางสังหรณ์ที่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง
ทันทีที่สายตาของเขากวาดผ่านตัวอักษรแต่ละบรรยากาศ โลกทั้งใบของแม่ทัพผู้เกรียงไกรก็คล้ายจะถล่มทลายลงตรงหน้า
'ท่านพี่เฉินหยาง... ยามที่ท่านอ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าคงเดินทางไปไกลแสนไกลเกินกว่าที่เงื้อมมืออันอำมหิตของท่านจะเอื้อมถึง'
เฉินหยางกัดฟันกรอด ลมหายใจเริ่มติดขัด ความโกรธแค้นเริ่มก่อตัวขึ้นในทรวงอกราวกับพายุที่รอวันปะทุ
'ท่านเคยบอกว่าร่างกายของข้าเป็สิทธิ์ของท่านเพียงผู้เดียว ท่านคิดว่าการใช้อำนาจบีบบังคับและการแสดงความเป็เ้าของที่ไร้หัวใจจะกักขังิญญาของข้าไว้ได้ ทว่าข้าอยากให้ท่านรู้ไว้ในวินาทีนี้ว่า... ทุกครั้งที่ท่านััข้า ใจของข้ากลับไม่ได้เตลิดหนีไปที่ใด แต่มันกลับโหยหาเพียง "รสสวาท" จากชายที่ท่านตราหน้าว่าเป็พรานป่าชั้นต่ำคนนั้น ััที่หยาบกร้านทว่ารุ่มร้อนและจริงใจที่เขาปรนเปรอให้ข้าในเงามืด ช่างหอมหวานและมีค่ากว่าทุกสิ่งที่ท่านเคยเสแสร้งมอบให้ในกรงทองแห่งนี้หลายร้อยเท่า'
มือของเฉินหยางสั่นสะท้านด้วยความอัปยศถึงขีดสุด ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวและแดงซ่านด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน ความรู้สึกถูก "NTR" หรือการหยามเกียรติในฐานะสามีต่อหน้าบุรุษอื่นกัดกินหัวใจของเขาจนแทบกระอักออกมาเป็โลหิต นี่คือการ "ลบเหลี่ยม" ที่เจ็บแสบที่สุดเท่าที่นักรบคนหนึ่งจะพึงได้รับ เขาไม่ได้เสียเพียงแค่สตรีคนหนึ่งไป แต่นางกำลังประกาศว่าเขา "พ่ายแพ้" อย่างหมดรูปบนเตียงนอนของตนเอง!
ทว่าความเ็ปนั้นยังไม่สิ้นสุด เมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปถึงประโยคสุดท้ายที่เขียนด้วยหมึกดำสนิทเข้มข้น
'หลักฐานการฉ้อโกงเสบียงทหารและการลอบทำสัญญากับฏที่ท่านซ่อนไว้ บัดนี้มันอยู่ในมือของคนที่จะใช้มันทำลายชีวิตและหัวโขนของท่านให้ย่อยยับลงสู่ธุลี... ลาก่อน สามีผู้ไร้น้ำยาและอำนาจ'
"เม่ยเหลียน!!! เ้าคนทรยศ!!! ข้าจะฆ่าเ้า!!!"
เฉินหยางคำรามลั่นจวนด้วยเสียงที่ดังดุจฟ้าผ่า ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง ทว่าแผลที่ต้นขากลับปวดหนึบจนเขาต้องทรุดลงไปกองกับพื้นห้อง เืสดๆ เริ่มซึมออกมาตามผ้าพันแผล แต่นั่นไม่ได้ทำให้นเขาหยุดยั้ง เขาใช้มือกวาดข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งของเม่ยเหลียนจนกระจัดกระจาย กระจกทองเหลืองบานใหญ่ถูกเหวี่ยงจนแตกละเอียด ราวกับภาพสะท้อนชีวิตคู่ที่พังทลายลงในพริบตา
เสียงโกลาหลในห้องหอทำให้บ่าวไพร่และองครักษ์ต้องรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาพบแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่นอนหายใจหอบอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและเพลิงริษยาที่เผาไหม้จิติญญา
อนุชิง วิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว นางมองเห็นสภาพที่น่าเวทนาของเฉินหยางแล้วใจสั่นสะท้าน นางรีบเข้าไปประคองเขา "ท่านพี่! เกิดอะไรขึ้นเ้าคะ! ท่านพี่เม่ยเหลียนหายไปไหน?! หรือว่านางถูกคนร้ายลักพาตัวไป?"
"หุบปาก!" เฉินหยางสะบัดมือนางออกอย่างแรงจนนางล้มลง "นางไม่ได้ถูกลักพาตัว! แต่นางหนีไปกับไอ้พรานชู้นั่น! นางทรยศข้า! นางเอาศักดิ์ศรีของข้าไปโยนลงโคลนตม!"
เขากระชากคอเสื้อองครักษ์นายหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ "พวกเ้าทำหน้าที่กันอย่างไร?! ปล่อยให้สตรีคนหนึ่งลอบออกจากจวนไปพร้อมกับความลับทางการทหารได้อย่างไร! หากข้าไม่ได้หัวไอ้พรานป่านั่นมาล้างอายในวันนี้ พวกเ้าทุกคนต้องตาย!"
เฉินหยางพยายามฝืนอาการาเ็ลุกขึ้นยืน แววตาของเขามืดบอดด้วยความอาฆาต เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เม่ยเหลียนไม่ได้เพียงแค่นอกใจเขาเพื่อแก้แค้นเื่ส่วนตัว แต่นางกำลัง "ถอนรากถอนโคน" อำนาจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตด้วยน้ำมือของนางเอง ความฉลาดของ "Smart Heroine" ที่เขาเคยดูถูกบัดนี้กลับเป็อาวุธร้ายที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขา
เขาสั่งระดมพลทหารม้าฝีมือดีที่สุดทันที "ส่งหน่วยล่าสังหารออกไป! ออกล่าพวกมันให้ทั่วป่าทิศตะวันออกและชายแดน! ใครที่ได้ตัวเม่ยเหลียนกลับมาข้าจะมีรางวัลอย่างงามให้... แต่ถ้าหากนางขัดขืน หรือถ้าหากนางอยู่กับไอ้ชู้รักนั่น... ให้ฆ่ามันต่อหน้านาง แล้วลากนางกลับมาขังไว้ในคุกมืดที่ลึกที่สุด ให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงนรกบนดินที่เ้าเป็คนเลือกเอง!"
บรรยากาศในจวนแม่ทัพบัดนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของาและการล้างแค้นที่เข้มข้น ทหารนับสิบควบม้าฝ่าลมหนาวมุ่งหน้าไปตามรอยเท้าที่เลือนรางในป่าทึบ ในขณะที่เฉินหยางยืนเกาะขอบหน้าต่างจ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เริ่มสว่างวาบด้วยแสงแดด แต่อนาคตของเขากลับมืดมนยิ่งกว่ากาลก่อน
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เืไหลซึมออกมาเป็ทาง ทว่าความเ็ปนั้นไม่อาจเทียบได้กับ "ความสูญเสีย" ที่เขากำลังเผชิญ เขาไม่ได้โกรธเพียงเพราะความหึงหวงในร่างกายสตรี แต่เขาโกรธที่ถูกคนพรานป่าชั้นต่ำ "ลบเหลี่ยม" และ่ชิงสตรีที่เป็กรรมสิทธิ์ของเขาไปอย่างเยือกเย็น
"เ้าคิดว่าเ้าจะหนีพ้นไปได้หรือเม่ยเหลียน..." เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน หรือต้องหลั่งเืคนทั้งแคว้น ข้าก็จะพาเ้ากลับมาทรมานให้สาสมกับที่เ้าทำกับข้า!"
รัตติกาลแห่งรสสวาทจบลงแล้ว... ทว่า "าแห่งเืและการแก้แค้น" บทสุดท้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ โดยมีชีวิตของเม่ยเหลียนและอาซานเป็เดิมพัน!