ประมาณสิบนาทีถัดมาบลานซ์ก็เดินพาร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิเิเของเขาเข้ามา“โทษทีช้าไปหน่อยพอดีคนที่จะซื้อการ์ดเขาขอเลือกดูหลายใบน่ะ” เขาพูดขึ้นมือเห็นแทนยืนกอดอกพิงผนังวิหารอยู่
“ตลาดที่นี่คนเยอะไหม”แทนถามพร้อมกับเดินมาที่บลานซ์
“ไงดีล่ะ...ถ้าเทียบกับเมืองอื่นแถวนี้ก็น่าจะเยอะที่สุดแล้วล่ะแต่ถ้าเทียบกับเมืองที่อยู่นอกกรีนโซนนี่ล่ะก็ น่าจะเทียบไม่ติด” ชายร่างสูงอธิบาย
“กรีนโซนหรืออ้อ...ที่บอกว่าถ้าอยู่ในเขตเมืองต้นๆ ที่เรียกว่ากรีนโซนแบบเมืองนี้จะไม่สามารถสู้กับผู้เล่นด้วยกันได้ถ้าผู้เล่นนั้นไม่ยินยอมสู้ด้วยใช่ไหม” แทนนึกถึงรายละเอียดที่เขาอ่านเจอในสมุดคู่มือเกม
“ใช่แล้วล่ะแต่ถ้าออกจากเมืองคัลเดียนี่ไปทางตะวันตกจะเข้าเรดโซนเขตที่ผู้เล่นสามารถโจมตีใส่กันได้ทันที อันตรายมาก เพราะการชิงการ์ดเกิดขึ้นเสมอ”บลานซ์พูดพร้อมกับเดินนำแทนไปเขตการค้า
แทนเบ้ปาก “อย่างนี้ไม่ฆ่ากันกระจายเลยเรอะ...”เขาพูดขึ้น ใบหน้าแสดงความสงสัย
“ส่วนใหญ่ถ้าเข้าเรดโซนคนจะมี‘กิลด์’ กันน่ะ เวลามีกิลด์คนที่จะมาหาเื่ก็ต้องเกรงใจกิลด์ด้วยยิ่งอยู่กิลด์ใหญ่ๆ นี่ยิ่งไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่ง” บลานซ์อธิบาย“แต่ยกเว้นกิลด์คู่อริกันนะ”
“กิลด์หรือ...หมายถึงสังกัดหรือกองทัพอะไรประมาณนั้นใช่ไหม”แทนถามขณะเดินเข้าใกล้เขตการค้า
“ถ้าจะว่าอย่างนั้นก็ใช่แหละ...”บลานซ์ตอบ
“แล้วเราเอาไงกันดีล่ะ...เื่กิลด์เนี่ย”
บลานซ์ส่ายหัว “รอนิกกี้เข้าเกมมาก่อนค่อยว่ากันดีกว่าเห็นเธอว่ากำลังตัดสินใจจะเข้ากิลด์อยู่ แต่กำลังเลือกระหว่างสองกิลด์”
“สวยเลือกได้จริงๆ”แทนพูดถึงนิกกี้ เมื่อเขานึกถึงว่าเธออยู่ด้วยน่าจะตอบโต้เขากลับมาเป็ชุด
บลานซ์และแทนมาถึงย่านการค้าใน่เวลาเย็นแสงแดดอ่อนแรงลงไปมาก ย่านการค้าที่อยู่ตรงหน้าเต็มไปด้วยร้านรวงเต็มลานกว้างผู้คนเดินหาซื้อของกันมากมาย แทนเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นภาพตรงหน้าไอ้เื่ที่ว่าร้านค้ามากมายนั่นก็น่าใอยู่ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักให้ผู้ชายคนนี้ประหลาดใจ
“ไอ้ลูกกลมๆ ใสๆ ที่มีคนกับโต๊ะขายของอยู่ข้างในนั่นมันอะไร...” แทนถามบลานซ์ถึงสิ่งที่เห็น มันเป็ภาพวัตถุทรงกลมโปร่งใสขนาดใหญ่เรียงกันเป็แถวๆด้านในมีผู้เล่นและเคาท์เตอร์อยู่ด้านในด้านหลังของพวกพ่อค้าแม่ค้าเป็รายละเอียดของสิ่งที่นำมาตั้งขายส่วนด้านหน้าจะเป็ประโยคสั้นๆ ที่มีข้อความแตกต่างกันไป
“สเฟียร์…” เสียงตอบกลับ “ร้านค้าในเกมนี้น่ะเขาสร้างมาเพื่อพวกพ่อค้าแม่ค้าจะตัดเสียงพูดคุยกับลูกค้าเวลาไม่อยากให้คนอื่นได้ยินได้ส่วนของที่ขายอยู่ข้างหลังจะมีได้ร้านละยี่สิบชนิด” บลานซ์ตอบ
“ล้ำ...” แทนว่า “แล้วไอ้อันที่ไม่มีคนอยู่ล่ะ”
“ขายอัตโนมัติ” บลานซ์เสียงเรียบพร้อมกับค่อยๆเดินไปในย่านการค้าตรงหน้า “ระบบจะมีให้ตั้งราคาขายไว้ด้วยถ้าคนซื้อพอใจแล้วหยิบของออกจากเคาเตอร์แล้วเดินผ่านเ้ากลมๆ ใสๆ นั่นก็จะถูกเก็บเงินอัตโนมัติ ระบบจะหักจากบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ส่วนถ้าใครมีเงินไม่ครบก็จะออกจากสเฟียร์นั่นไม่ได้”
แทนพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินตามบลานซ์ไปเรื่อยๆเขามองเห็นดวงอาทิตย์ที่บอกว่าเป็่เวลาเย็น “ไอ้เวลาเกมนี้กับโลกจริงนี่มันยังไงกัน”เขาถาม
บลานซ์ส่ายหัว “ไม่รู้สิ ฉันเองก็ว่าเวลามันแปลกๆ ฉันออกนอกเกมไปเป็วันๆแต่พอกลับเข้ามากลับผ่านไปไม่นาน ตรงข้ามเลยนะ...ตอนที่ฉันอยู่ในเกมนี้นานมากเวลาออกไปเวลาข้างนอกผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเอง”
“แปลก...” แทนยกมือขึ้นจับปลายคาง “ถ้าเวลาในนี้เร็วกว่าโลกจริงมาก เวลาเราออกไปแล้วกลับมาในเกมนี้น่าจะผ่านไปหลายวัน แต่นี่กลับผ่านไปแค่แป็บเดียว แปลกจริงๆ”
“ช่างเถอะ...เอาเป็ว่าเราสนุกก็พอว่าไหมนั่นก็ปล่อยเป็เื่ของพวกคนสร้างก็แล้วกัน เราเป็ลูกค้าสนุกกับของที่เราจ่ายเงินก็น่าจะพอแล้ว” บลานซ์พูดพร้อมกับหยุดยืนอยู่หน้า‘สเฟียร์’ อันหนึ่งซึ่งด้านในไม่มีคนอยู่ มีแต่สินค้าวางขายไว้
“ถูก...” แทนเห็นด้วยกับความคิดเพื่อนของเขา
“ยังขายไม่ได้เลยแฮะ” บลานซ์ว่า แทนที่ยืนอยู่ข้างๆ มองหน้าคนพูด“เข้าไปกันเถอะ” บลานซ์พูดต่อพร้อมกับเดินเข้าไปในสเฟียร์“ร้านฉันเอง”
“อะเฮ้ย...อยากมีบ้าง!” แทนทำท่าทางสนใจ “ทำไงถึงได้มาล่ะ”
“Npcตรงหัวถนนนั่นน่ะ คุยแล้วตอบข้อแรกสามครั้ง จะเสียเงินสองร้อยกิลก็จะได้ร้านแบบนี้” บลานซ์ชี้มือไปที่หัวถนนไกลออกไปก่อนจะมองไปที่พื้นที่ข้างๆ ร้านของเขา “นายมาตั้งร้านรวมกับฉันสิมันจะเป็แบบตรงนั้น” เขาชี้มือไปที่ร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลนักมันเกิดขึ้นจากสเฟียร์ใสๆ สามอันรวมกันเป็แนวยาว
แทนพยักหน้าหงึกก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปทำตามที่เพื่อนของเขาบอก และไม่นานนักร้านค้าของแทนไทยก็กำลังจะถูกเปิด
“ไอ้ตรงนี้คืออะไร...” แทนถามบลานซ์เมื่อมีช่องให้กรอกตัวหนังสือ
“โฆษณา...โฆษณาสั้นๆ ที่จะบอกว่าในร้านมีอะไรน่าสนใจ” บลานซ์พูดพร้อมกับชี้ให้ดูประโยคโฆษณาที่เขียนอยู่หน้าร้านของเขา
แทนเหลือบมองตามที่เพื่อนของเขาชี้ แล้วก็พอจะรู้ถึงสาเหตุผลว่าทำไมร้านของบลานซ์จึงขายไม่ค่อยดี“เยอะ...ดูเอง?” แทนอ่านข้อความที่เพื่อนของเขาเขียนไว้หน้าร้าน
“เป็ตูก็ไม่มาดู...” ชายหนุ่มพูดพร้อมส่ายหัวไปมา
“มีอะไรรึ” เสียงถามดังขึ้น
“ปล๊าว!”
ไม่นานนักร้านของแทนไทยก็ตัดริบบิ้นเปิดครั้งแรกเมื่อบลานซ์เห็นข้อความที่ตั้งอยู่หน้าร้านก็ขมวดคิ้วตามด้วยเสียงหัวเราะ
‘ไม่แพง...!แต่ปากหมาน...!’
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...สมกับเป็นาย” บลานซ์พูดกลั้วหัวเราะ
แทนแสยะยิ้มก่อนจะจัดการ์ดต่างๆของเขาเข้าไปในรายการของที่จะขาย หลักๆก็เป็การ์ดที่เขาได้มาจากการเดินทางจากเมืองเริ่มต้นมาที่คัลเดีย การ์ดจากหอคอยทางเหนือแต่ก่อนที่เขาจะตั้งขายของต่างๆ ก็หันหน้าไปถามบลานซ์ “นายลองมาดูการ์ดพวกนี้ก่อนสิบลานซ์มีใบไหนที่พอจะใช้ได้บ้าง”
บลานซ์เดินมาที่แทนพร้อมกับมองไปที่การ์ดแต่ละใบที่เพื่อนเขาส่งให้เขาไล่ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ มีการ์ดนักรบต้องสาปเท่านั้นที่บลานซ์หยิบออกมา “ใบนี้นายมีกี่ใบการ์ดนักรบต้องสาป” บลานซ์ยื่นการ์ดให้แทนดูและเมื่อเห็นการ์ดใบนั้นแทนก็ตรวจดูในช่องเก็บของ
“สามใบ” แทนพูดออกไป
“นายจะตั้งเท่าไรน่ะ” เสียงบลานซ์ถาม
“เดี๋ยวมีต่อยถามงี้” แทนหรี่ตามองบลานซ์
“ทำไม...นายไม่อยากขายหมดรึ” บลานซ์ทำหน้างง
“เป็เพื่อนกันถามงี้มีโกรธ อะไรที่ใช้ได้นายก็เอาไปเถอะแต่อะไรที่เป็ของนายแล้วฉันชอบฉันเอานะ ฮ่า...ฮ่า...” แทนว่า
บลานซ์รับการ์ดมาแต่โดยดี แล้วหยิบการ์ดปีศาจหอคอยเดสกีซเซอร์ อีกหนึ่งใบออกมาแต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรต่อไปแทนก็นึกบางอย่างได้ “เดี๋ยวๆ ฉันยังมีการ์ดที่ไม่ได้ตั้งขายด้วย”แทนพูดก่อนจะหยิบการ์ดอื่นๆ ออกมาให้บลานซ์ดู การ์ดซัพพาทูล่าและกิ้งก่าผลึก
และเมื่อบลานซ์อ่านความสามารถการ์ดแต่ละใบเรียบร้อยแล้วเขาก็พูดขึ้น“ไม่มีอันที่มีความสามารถเหมาะกับเด็คของฉันนะ”บลานซ์ว่าพร้อมกับยื่นการ์ดกลับไปให้แทน “แต่ฉันว่านายไม่น่าขายหรือถ้าจะขายก็เอาแพงๆ เลย ไม่ก็เอาไว้แลกกับคนอื่น”
แทนพยักหน้าเข้าใจแต่เขาก็ยังเอาการ์ดซัพพาทูล่าและกิ้งก่าผลึกขึ้นรายการขาย“อ่าว...เพิ่งบอกไปว่าอย่าขายนายก็ตั้งขายซะงั้น” บลานซ์ขมวดคิ้วบ่นเพื่อนของเขา
“ดูราคาก่อน” แทนว่า
บลานซ์หันมองราคาการ์ด 3 ใบที่แทนตั้งขายก็ต้องตาค้าง “สิบล้าน!” เขาะโเสียงดัง “นายตั้งราคาอะไรของนายตั้งสิบล้านใช่อยู่การ์ดพวกนี้มันของมีราคา แต่เต็มที่ก็ประมาณเกือบๆ แสนตั้งสิบล้านใครเขาจะมาหยิบ...” บลานซ์โวยวาย
แทนกระตุกยิ้มเล็กๆ แล้วมองรายการสินค้าของเขาอย่างชื่นชม“ไม่ได้ให้มาหยิบแค่อยากโชว์ว่าร้านนี้มี” เขาพูด
บลานซ์ขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า...ฉันไม่ได้ตั้งใจขายราคานั้นอยู่แล้ว การ์ดที่ตั้งไว้สิบล้านน่ะแค่อยากให้คนรู้ว่าร้านฉันมีการ์ดใบนี้เดี๋ยวพวกอยากได้จริงๆ ก็เข้ามาถามเองล่ะ”
“อ้อ...” บลานซ์เสียงสูงเมื่อรู้เป้าหมายเพื่อนของเขา“แล้วถ้าเราไม่อยู่ที่ร้านล่ะ” เขาถามต่อ
“ตอนนั้นก็ค่อยปรับราคาลงมาให้สมน้ำสมเนื้อสิ”
“อ่าฮะ...” บลานซ์พยักหน้า
ในระหว่างที่ทั้งสองคุยกันเื่ที่แทนเข้าไปในปราสาทผลึกลูกค้าคนแรกก็เข้ามาในร้านพูดคุยต่อราคากันนิดหน่อยแทนก็ขายการ์ดิญญาพยาบาทได้และหลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆ ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างก็ตามแต่และเมื่อคนเข้ามาที่ร้านของแทนแล้วก็มีบางส่วนที่เดินไปดูของในร้านของบลานซ์ด้วย
“คนเข้าร้านนายเยอะแฮะ ไม่น่าเชื่อว่าเขียนป้ายอย่างนั้นจะขายของได้”บลานซ์พูดขึ้นขณะลูกค้าคนล่าสุดเดินออกไป
“บางครั้งไปเขียนอะไรแบบว่า ‘ถูก’ ‘ของดี’ ก็ไม่ดึงดูดหรอกต้องขึ้นป้ายอะไรก็ได้ที่ดึงดูดสายตา” แทนพูดถึงกลยุทธการตลาดของเขาแต่ก่อนที่จะโม้อะไรต่อชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ผิวออกสีขาวผมสั้นสีดำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นสุดหรู
“น้องชาย พี่สนใจการ์ดซัพพาทูล่า ราคาที่ตั้งไว้นั่นไม่ใช่ราคาจริงใช่ไหม”เขาพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรของตัวเองให้
“เอ็ดเวิร์ด...” แทนอ่านชื่อบนนามบัตร
“ใช่แล้วล่ะ คือถ้ามีการ์ดอะไรที่น่าสนใจยังไงก็ช่วยติดต่อมาหน่อยได้ไหมเห็นการ์ดที่อยู่ในร้านนี้แปลกไม่ค่อยเหมือนร้านอื่น” ชายคนนั้นยืนคุยกับแทนอยู่หน้าเคาท์เตอร์
“ว่าแต่ซัพพาทูล่านั่นสักแปดหมื่นเป็ไง” เ้าผู้ชายที่ชื่อเอ็ดเวิร์ดว่า
“แปดหมื่นไม่ไหวหรอกพี่”
“อ่าวหรอ...ไม่เป็ไรพี่มีอยู่แล้ว นี่ไง” เขาพูดพร้อมหยิบการ์ดซัพพาทูล่าออกมาโชว์ให้แทนดูว่ามีอยู่แล้วจริงๆ“ถ้าราคานี้ยังไงติดต่อมาละกันนะ”
“ผมไม่ค่อยมีการ์ดดีๆ หรอกครับแต่เดี๋ยวถ้ามีการ์ดอะไรน่าสนใจจะปล่อยจะบอกละกันผมเองน่ะไม่ค่อยมีการ์ดเท่าไรหรอก ที่เอามาขายนี่ก็ช่วยเพื่อนขายทั้งนั้นล่ะเพื่อนผมมีการ์ดระดับสิบกว่าดาวกับการ์ดแอเรียอยากปล่อยด้วยนะ” แทนเริ่มกลยุทธ์ค้าขายของเขาทันทีโดยที่บลานซ์ซึ่งฟังที่แทนพูดแล้วมองหน้าเพื่อนเขาทันทีที่พูดมาเกินกว่าครึ่งโกหกทั้งนั้น เพราะการ์ดทั้งหลายนี่แทนหามาเองเสียส่วนใหญ่
“แนะนำพี่ให้รู้จักเพื่อน้องหน่อยได้ไหม”
“โหพี่...ผมก็อดเปอร์เซ็นต์น่ะสิ” แทนพูดพร้อมหัวเราะร่าชั้นเชิงการเจรจาของเขาน่าจะเป็พร์มาจากแม่ที่ทำธุรกิจส่งออกอุปกรณ์ไอที
“ร้ายนะไอ้หนู...” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมหัวเราะ “เอางี้ละกัน งั้นฉันขอซื้อการ์ดซัพพาทูล่าราคาแสนหนึ่งล่ะกันแต่ต้องสัญญานะ ว่าถ้ามีของดีเข้ามาเมื่อไรต้องบอกฉันก่อน”
“เอางี้พี่...เดี๋ยวผมถามเพื่อนผมก่อน” แทนพูดพร้อมเรียกหน้าจอติดต่อขึ้นมาเขากดไปที่ชื่อนิกกี้ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเธอแน่ล่ะ...นิกกี้อยู่นอกเกมติดต่อได้ก็แปลกแล้วล่ะ
“ติดต่อยังไม่ได้เลยครับ เธอน่าจะออกจากเกมไป แต่น่าจะกลับมาไม่นานนี้ล่ะเอาเป็ว่าเดี๋ยวผมติดต่อพี่ก็แล้วกัน” แทนพูดหน้าตาย
ชายคนนั้นพยักหน้ารับ “เอางั้นก็ได้ถ้ายังไงติดต่อมาก็แล้วกัน แต่บอกก่อนนะ ฉันยอมซื้อราคาอย่างนี้แค่ครั้งเดียวนะเห็นแก่ว่าจะมีของมาขายให้พี่อีก” เขาพูดก่อนจะเดินออกนอกร้าน
“ดีนะเนี่ยเขาขอซื้อการ์ดราคาดีเชียวล่ะ ตั้งแสนหนึ่ง” บลานซ์หน้าบาน “ว่าแต่ทำไมนายยังไม่ขายอีกล่ะมันของนายนี่ไม่ใช่นิกกี้ หรือนายจะถามราคาเธอก่อน” เขาถาม
“เหอะ...! มันไม่มีอะไรง่ายอย่างที่นายคิดหรอกบลานซ์การค้านี่อยู่ที่ว่าใครหลอกใครได้เนียนกว่ากันแค่นั้นล่ะ” แทนพูด“ฝากร้านแป๊บนะ ขอออกไปพิสูจน์อะไรหน่อย” แทนพูด
“มันขายอัตโนมัติอยู่แล้วนะ ไม่เห็นต้องฝากอะไรเลย!” บลานซ์ะโบอกแทนซึ่งออกไปนอกสเฟียร์แล้วจริงๆ แล้วแทนเองก็ได้ยินที่บลานซ์พูด และรู้ดีว่าร้านขายด้วยระบบอัตโนมัติแต่ที่เขาพูดไปแบบนั้นเพราะว่าไม่อยากบอกบลานซ์ว่าเขาไม่อยากให้ออกไปด้วยเพราะกลัวบลานซ์จะทำเสียแผน...
แทนสะกดรอยตามเอ็ดเวิร์ดอยู่ห่างๆ ผู้ชายคนนี้เดินวนไปวนมาในตลาดและตรวจดูของหลายชิ้นมีซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างแต่ส่วนใหญ่ที่เขาจะซื้อก็จะมาจากร้านที่มีจุดเด่นคล้ายๆ กัน
ตั้งชื่อร้านด้วยชื่อของที่้าขายและส่วนใหญ่จะมีของชิ้นเดียวในร้าน
“ไอ้เ้านี่ไม่ธรรมดา” แทนว่า “เลือกซื้อแต่ของแพงๆจากพวกผู้เล่นร้อนเงิน หรือไม่ก็พวกเพิ่งได้ของมีราคามาแล้วอยากปล่อยไปซื้อของอื่น”