มารตีพยักไหล่เล็กน้อย “อย่าทำให้พี่ผิดหวังละกัน”
นัทพงษ์หัวเราะเบาๆ “ผมจะพยายามให้ดีที่สุด…เพื่อหัวใจทั้งสามดวงของพี่ครับ”
เขาขยับเข้ามาใกล้ช้าๆ โดยไม่ต้องเอ่ยคำขออนุญาต มือข้างหนึ่งของเขาคลี่ออกมาวางบนแก้มเธอสัมผัสอุ่นนุ่มจากฝ่ามือที่เคยห่างหายทำให้หัวใจเธอสั่นไหว แต่ไม่คิดจะหลีกหนีอีกต่อไปสาวสวยหลับตาลงรับรู้ถึงลมหายใจร้อนเผ่าของเขาที่ขยับใกล้เข้ามาทีละน้อย จนกระทั่งริมฝีปากของเขาสัมผัสที่ริมฝีปากของเธอเบา... อ่อนโยน... ราวกับกลีบดอกไม้ที่แตะกันครั้งแรกในฤดูฝนหลังจากฤดูแล้งอันยาวนาน
จูบนั้นไม่เร่าร้อน ไม่เร่งรีบ ไม่มีความหิวโหยหากเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ การให้อภัย และคำสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใดๆ
เขาขยับตัวถอยห่างออกมาเล็กน้อย เพื่อจะมองใบหน้าเธอที่เปื้อนรอยยิ้มละมุนรอยยิ้มที่เขาคิดถึงในคืนที่เหน็บหนาวและยาวนานที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน
“ผมกลับมาแล้วครับพี่” เขากระซิบเสียงแหบพร่าแต่ยังคงความกระตือรือร้น
มารตีไม่พูดอะไร เพียงแต่นิ่งมองเขา แล้วเลื่อนตัวไปข้างๆ ช้าๆ กอดชายหนุ่มต่างวัยไว้เงียบๆเขากอดตอบ แขนโอบรัดร่างของหญิงสาวไว้แน่นพอที่จะบอกว่า นับจากนี้ไปเขาจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญสิ่งใดเพียงลำพังอีกต่อไปแล้วทั้งสองนั่งกอดกันอยู่อย่างนั้น ในห้องที่ยังคงมีแสงแดดอาบผ่านหน้าต่างบางครั้งแค่การกอดกันโดยไม่พูดอะไรเลย ก็มีความหมายมากกว่าถ้อยคำใดๆที่จะเอ่ยออกมา
ภายในห้องทำงานที่เคยใช้เพื่อประชุม วางแผน และออกคำสั่งกลับกลายเป็นสถานที่ที่เสียงหัวใจเต้นดังกว่าเสียงใดๆ ที่เคยได้ยินในห้องนี้ มารตีอยู่ในอ้อมแขนของนัทพงษ์กลิ่นกายอุ่นที่คิดถึงและคุ้นชินกำลังโอบล้อมเธอไว้ราวกับคำสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
เมื่อจูบเบาๆ เมื่อครู่ค่อยๆ ลามไปสู่ความลึกซึ้งความรู้สึกที่เคยสะกดไว้เพราะความลังเลทั้งหมดกำลังหลอมละลายลงอย่างช้าๆ มารตีหลับตาลงซึมซับทุกสัมผัสจากชายหนุ่มตรงหน้า ลมหายใจของเขาหนักแน่นขึ้นและร่อนผ่าวขึ้นเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากของเขาเลื่อนจากปากเธอไปที่ซอกคอ
มารตีเอียงหน้าเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ ราวกับร่างกายรู้คำตอบก่อนจิตใจเธอวางมือบนแผ่นหลังของเขา ลูบช้าๆ ไล่ไปตามแนวกล้ามเนื้อแน่นที่สั่นไหวเพราะแรงปรารถนา
“พี่รตี...” เสียงของเขาขาดเป็นห้วงๆ เหมือนหายใจสดุด
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ทั้งดวงตาเขาและเธอลุกวาวด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจยับยั้งและปิดบังอะไรอีกต่อไปไม่มีกรอบ ไม่มีคำถาม มีแต่ความต้องการที่จะให้หัวใจได้พูดในภาษาของร่างกาย
มือของชายหนุ่มไล้ลงไปที่เอวของหญิงสาว ลูบเบาๆ ผ่านเสื้อเชิ้ตบางเบาที่ยังไม่ได้ปลดกระดุมมารตีสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเย็นของนิ้วเขาที่สัมผัสกับผิวเนียนตรงริมสะโพกเหนือกระโปรงทรงดินสอเธอยิ้มอย่างขวยเขินในขณะเดียวกันก็ยื่นมือไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างรีบร้อน
โต๊ะทำงานที่เคยเป็นพื้นที่สำหรับเอกสาร และโน้ตจดความจำจากประชุมกลายเป็นที่ที่ร่างของหญิงสาวค่อยๆ ถูกดันให้นั่งลงเบาๆขณะเขาเลื่อนตัวเข้ามาประชิด ยืนอยู่ระหว่างเรียวขาที่อ้าเปิดรับเขาอย่างไม่ลังเล
เสียงหายใจของทั้งคู่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆขณะที่มือสลับกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าอย่างรีบเร่งและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน ไม่มีการชะงักมีเพียงความตั้งใจเต็มเปี่ยมของคนสองคนที่ไม่อยากให้เวลานี้สูญเปล่า
เมื่อเนื้อแท้ของกันและกันเริ่มเผยให้สัมผัสเสียงครางแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากมารตี ขณะที่นัทพงษ์โน้มตัวเข้ามาฝ่ามือเขารองแผ่นหลังของเธอไว้ และดันร่างบางเกือบเปลือยของเธอลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม
กระโปรงของเธอถูกเลิกขึ้นสูงถึงเอวเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยจากบ่าข้างหนึ่ง ขณะที่มือเขาวางอยู่บนต้นขาเธอแล้วเลื่อนเข้าใกล้จุดที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มคุกเข่าลงโน้มหน้าเข้าไปแนบชิดเนินเนื้อนุ่มที่มีขนปุกปุยสูดดมความหอมกรุ่นของเนื้อสาวเข้าไปเต็มปอด พลางขยับริมฝีปากไล้ไปมาเบาๆ
“หอมดีจัง...หวานด้วย...”
คำพูดอื่นใดไม่มีอีกแล้วในช่วงเวลานั้น มีเพียงเสียงของร่างกายที่ตอบสนองกันและกันราวกับว่าทุกอย่างที่เคยถูกปิดกั้นไว้ในใจตอนนี้ได้หลอมรวมออกมาเป็นสัมผัสที่แนบแน่น
มารตีสัมผัสถึงแรงเต้นของหัวใจเขาในทุกจังหวะของการแนบชิดรู้ได้ว่าเขากำลังต้องการเธอจริงๆ ไม่ใช่เพียงร่างกาย แต่คือทุกอย่างที่เป็นเธอ
เมื่อเขาสอดกายเข้าไปในตัวเธอ ช้าและลึกสัมผัสแรกนั้นเต็มไปด้วยความละมุนที่เจือด้วยไฟอารมณ์ เธอเผลอร้องครางออกมาเบาๆมือคว้าบ่ากว้างของเขาไว้แน่นขณะร่างสั่นสะท้านกับแรงสอดประสานที่เข้ามาอย่างช้าๆ
นัทพงษ์ไม่ได้เร่ง เขาเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล แม้เปลวไฟในตัวของเขาจะลุกโชนแต่เขากลับเลือกปล่อยให้มันลามอย่างช้าๆ และมั่นคงไม่เผาผลาญเธอแต่ละลายเธอด้วยความอบอุ่น
เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ ดังสม่ำเสมอในห้องทำงานที่ประตูไม่ได้ล็อกอาจเพราะความหลงลืมหรือความเผลอเรอ แต่ก็ปล่อยให้โลกภายนอกถูกตัดออกไปชั่วขณะเหลือเพียงสองคน สองใจ สองร่างที่แนบแน่นกันบนโต๊ะทำงานของมารตี
เสียงครางสอดประสานกับลมหายใจที่หนักหน่วงขึ้นทุกทีความรู้สึกเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนกระทั่งถึงจุดที่เธอกระตุกถี่ๆ ตัวเกร็งและร้องเรียกชื่อเขาออกมา มือกำขอบโต๊ะแน่น ขณะที่เขาโอบเธอไว้ไม่ให้เธอล้มลงจากแรงสั่นสะท้าน
“นัทพงษ์จ๋า...พี่พี่...อื้อ..ดีจัง...”
เขาเองก็สูดหายใจแรงและหนักหน่วง ขณะขยับเข้าไปสุดแรงในจังหวะสุดท้ายก่อนจะหยุดนิ่ง ซุกใบหน้าลงบนบ่าของเธอ ขณะที่ความร้อนในร่างเขาถูกปลดปล่อยเข้าสู่กายเธออย่างสมบูรณ์ทั้งคู่ยังไม่พูดอะไรหลังจากนั้นราวกับทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาแล้วผ่านทุกการสัมผัส
มารตีเลื่อนมือขึ้นลูบเส้นผมของเขาเบาๆ ขณะที่เขายังคงแช่อยู่ในตัวเธอร่างเปลือยท่อนล่างแนบชิดกันอยู่บนโต๊ะทำงานที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่ทำงานแต่กลายเป็นพื้นที่ของการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ริมฝีปากของนัทพงษ์แตะลงบนหน้าผากของมารตีเบาๆก่อนจะเคลื่อนไปจูบบนริมฝีปากเธออย่างอ้อยอิ่งมันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนเหมือนเมื่อครู่ หากแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเหมือนต้องการจะบอกเธอว่า “ผมอยู่ตรงนี้... และจะไม่ไปไหนอีกแล้ว”
มือใหญ่ของเขาค่อยๆ ผละจากแผ่นหลังเธอก่อนจะจับชายเสื้อของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับแตะต้องสิ่งล้ำค่า “เจ็บหลังไหมครับ...”เขาถามเสียงแผ่ว ขณะใช้หลังมือเกลี่ยผมเธอไปทัดหู
มารตีส่ายหน้าเบาๆ แววตายิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่เลยค่ะ...ดีออก...”
เธอมองเขา ที่กำลังใช้กระดาษทิชชู่ซับของเหลวข้นสีขาวที่หยดย้อยตรงจุดที่อ่อนไหวของเธอ และที่หยดเป็นดวงๆ อยู่บนโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่หญิงสาวรู้แค่ว่าเธอรักเขา...รักมาก...แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ
นัทพงษ์ค่อยๆ จัดกระโปรงและเสื้อผ้าให้เธอ ปลายผมยาวของมารตีไหลลงมาแนบแก้มเขาเธอไม่พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่แดงระเรื่อแต่แล้วเหมือนเธอจะนึกอะไรได้เมื่อสายตาสัมผัสสิ่งที่ห้อยเป็นมันเลื่อมอยู่ตรงหน้า
“ให้พี่ทำความสะอาดให้นะคะ...”ขณะพูดเธอก็บุ้ยปากไปที่หน้าขาเขา
ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ก่อนจะเก็บสิ่งนั้นเข้าไปจากนั้นก็จัดเสื้อเชิ้ตและกางเกงของตัวเองกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงเก็บของเล็กๆน้อยๆ ที่ตกหล่นลงพื้นด้วยความร้อนแรงเมื่อครู่ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มันไม่จำเป็นเพราะมันชัดเจนในความรู้สึกของทั้งสองแล้ว
มารตีลงจากโต๊ะอย่างระมัดระวัง นัทพงษ์ยื่นมือมารับเธอไว้และเมื่อมือของทั้งคู่สัมผัสกันมันเหมือนเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าพวกเขาเลือกกันแล้ว เลือกที่จะอยู่ตรงนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เราจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่... ได้ไหมครับ” เขาถามเบาๆ น้ำเสียงจริงจังปนอบอุ่น
หญิงสาวมองเข้าไปในดวงตาเขา สะท้อนแสงแดดอ่อนของวันนั้นริมฝีปากเธอเผยอขึ้นช้าๆ ก่อนตอบเสียงนุ่ม “ไม่ต้องเริ่มใหม่หรอกค่ะ เพราะพี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเราเคยแยกจากกันจริงๆ”