Legend sovereign poison ตำนานราชันหมื่นพิษ

    บทที่10 อาจารย์ท่านโกหก

    ความปรารถนาของอีกฝ่ายทำให้ดวงตาของชายชราที่ถูกเรียกด้วยนามของเกาอี้กงหดแคบลง“หากว่าข้าปฏิเสธไม่ยินยอมส่งมอบ วาจาที่เทพโอสถได้กำชับแก่พวกท่านเอาไว้ คงจะความว่า หากขัดขืนให้ใช้กำลังแย่งชิงมาสินะ สมกับเป็นเขาจริงๆ เทพโอสถหยุนมี่ถง”
    คำถามนี้เป็นหยุนซีที่ได้กล่าวตอบออกมา “ไม่ผิดไปจากคำของเจ้า เทพโอสถกำชับไว้ว่าเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต ให้เจ้ายอมทำตามแต่โดยดี เพราะหากไม่แล้วนั้นให้พวกเราสังหารคนพิการได้ทันที”สิ้นเสียงกล่าวพลังบ่มเพาะในดินแดนผู้วิเศษขั้น7เอ่อล้นออกมาจากร่างของชายผู้นี้
    ชื่อเสียงของเกาอี้กง ทั่วพื้นที่ราบภาคกลางรู้จักในนาม จักรพรรดิผู้เปลี่ยนโลก ชายผู้สามารถเข้าสู่ขั้นที่9ในดินแดนผู้วิเศษได้สำเร็จ หากแต่บัดนี้มันกำลังถูกท้าทายจากตัวตนในขั้น7อย่างไม่เกรงกลัว“หยุนมี่ถงคงจะรู้แล้วสินะ ว่าพลังของข้าสูญเสียไปหมดที่ยอดเขาไท่ซาน” จากนั้นมันกล่าวออกด้วยรอยยิ้มแก่ศิาย์รักทั้งสองคน“อี้หวินพาศิษย์น้องของเจ้าหนีไปให้ไกล”
    ได้ยินคำสั่งของอาจารย์ เด็กน้อยทั้งสองคนประสานเสียงแข็ง “ไม่!!! พวกเราจะไม่ทิ้งอาจารย์เด็ดขาด”
    ชายชรายังคงส่งยิ้มให้แก่ทั้งสองคน น้ำเสียงกล่าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ“อย่าห่วงเลย หยุนมี่ถงรู้ว่าอาจารย์สูญเสียลมปราณไปก็จริง หากไม่รู้ว่าบัดนี้ สามารถได้ปรุงโอสถคืนลมปราณที่เสียไปได้สำเร็จแล้ว อย่าลืมสิว่าอาจารย์ของพวกเจ้าแข็งแกร่งมากเพียงใด”
    ภายใต้คำสั่งหนักแน่นของชายชราผู้เป็นอาจารย์ อี้หวินตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เมื่ออาจารย์ลั่นวาจาด้วยความมั่นใจ ก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวลอีกถึงมันจะยังเด็กแต่การตัดสินใจรวดเร็วและฉับไวกว่าฉางกงอยู่มาก “ไปกันเถอะศิษย์น้อง หากพวกเรายังรั้งอยู่ที่นี่จะกลายเป็นจุดอ่อนให้แก่อาจารย์ได้ทั้งเจ้าและข้า หากคนใดถูกพวกมันจับไปเป็นตัวประกันละก็ สถานการณ์อาจพลิกกลับได้ทันที”
    แม้ฉางกงจะยังสองจิตสองใจ แต่เมื่ออาจารย์และศิษย์พี่ มีความเห็นตรงกันแล้วนั้น เด็กน้อยได้แต่ทำตาม มันแบกชายหนุ่มลึกลับและหนีห่างจากสถานการณ์ตึงเครียดเบื้องหน้า
    หลักจากที่ลูกศิษย์ทั้งสองคนจากไป เกาอี้กงกล่าวถาม “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะยังมีเมตตาต่อเด็กตัวเล็กๆอยู่บ้าง”
    ได้ยินเช่นนั้นหยุนฉิงส่ายหน้า “เด็กสองคนนั้นจะอยู่หรือตายไม่เกี่ยวกับพวกเรา คำสั่งของอาจารย์มีเพียงท่านคนเดียว”
    “ถึงขนาดหลอกให้ลูกศิษย์ตนเองหนีไป คงไม่ใช่เพื่อจะมอบคัมภีร์เทวะอุดรและโอสถทิพย์เก้าทิวาให้กับเราง่ายๆสินะ หากเจ้าเตรียมใจที่จะสู้ตาย พวกเราก็จะสนองความต้องการนั้นให้” หยุนจี้กล่าว
    บุรุษทั้งสองมองเห็นพลังบ่มเพาะของชายชราได้อย่างชัดเจน พวกมันจึงมิได้เชื่อเรื่องคำโกหกเหมือนเช่นที่เด็กน้อยไม่รู้ประสาอย่างฉางกงและอี้หวินเชื่อตัวของจักพรรดิผู้เปลี่ยนโลก สองหัตถ์เทพมารเกาอี้กงนั้นไม่เหลือความน่ากลัวใดๆอีกเลย จากจักรพรรดิผู้ยืนอยู่เหนือโลกหล้า กลายเป็นเพียงชายพิการเหลือพลังบ่มเพาะเพียงขั้นที่1ในดินแดนผู้วิเศษเท่านั้นแม้จะมีลูกเล่นหรืออาวุธวิเศษในครอบครองแต่ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันมากถึง6ระดับ ไม่นับว่าเป็นอันใดให้ทั้งสองคนต้องกังวล
    น้ำเสียงอันสงบนิ่งของชายชราดังขึ้น “คัมภีร์เทวะอุดรเป็นปราณรักษาที่ให้คุณและโทษ หากใช้ในทางดีมันจะกลายเป็นปราณทิพย์รักษาผู้คน หากแต่ใช้ในทางชั่ว มันจะกลายเป็นพิษร้ายที่สามารถแย่งชิงชีวิตนับล้านฉะนั้นข้าไม่สามารถมอบมันให้ใครได้ ส่วนโอสถทิพย์เก้าทิวา เป็นโอสถที่สามารถต่อชีวิตของผู้คน แม้แต่คนตายยังสามารถฟื้นชีวิตกลับมา ถ้าเทพโอสถยอมปล่อยพวกเราไปและสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับเราอีก ข้าจะยอมมอบเก้าทิวาทั้งเจ็ดเม็ดให้”
    หยุนฉิงส่ายศีรษะปฏิเสธ “น่าเสียดายที่เราไม่สามารถรับข้อเสนอนั้นได้ พวกเราถูกสั่งให้มานำทั้งสองสิ่งกลับไป ไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากท่านยังดื้อดึงไม่มอบของออกมา เราคงต้องค้นหามันจากศพของท่านด้วยตัวเอง”
    หยุนจี้กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเย็น ประกายสังหารเอ่อล้นออกมาจากคำพูด “อย่าได้เสียเวลาอีกเลย ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็คงต้องใช้กำลัง” จากนั้นมันได้ถาโถมจิตสังหารเข้าใส่เกาอี้กง
    เห็นเช่นนั้น ดวงตาของชายชราหรี่แคบและจ้องมองกลับไปยังอีกฝ่ายด้วยจิตสังหารเช่นกัน แม้พลังบ่มเพาะจะลดหายถดถอยไปมาก แต่จิตสังหารของมันยังคงเป็นของจักรพรรดิผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของการบ่มเพาะ
    ร่างกายของหยุนจี้พลันสั่นไหว ความกลัวเข้าแทรกในจิตใจ
    เห็นเช่นนั้น หยุนฉิงวาดมือปลดปล่อยกระแสปราณตัดทำลายจิตสังหารของอีกฝ่ายทิ้ง มันกล่าวเตือนศิษย์น้องร่วมสำนัก“อย่าลืมสิว่า ศัตรูของเราเคยเป็นจักรพรรดิผู้เกรียงไกรมาก่อน จิตสังหารของเราไม่สามารถข่มสะกดเขาได้”
    จักรพรรดิผู้เปลี่ยนโลก สองหัตถ์เทพมารเกาอี้กง ไม่รอช้ามันวาดมือนำโอสถขึ้นมาสามเม็ดและนำเข้าปากอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายลมปราณตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่
    หยุนฉิงและหยุนจี้ สองบุรุษจากตำหนักเทพโอสถประสานมือสองข้าง กดไปที่จุดปี้เหลียงกลางจมูก เพื่อหยุดยั้งสัมผัสการได้กลิ่น
    “โอสถนิทรา ระดับสวรรค์ ฝันโลกีย์” หยุนจี้พึมพำดวงตามองไปที่อีกฝ่าย
    หยุนฉิงหยุดการใช้โอสถของเกาอี้กงได้ มันกล่าวอธิบาย “ผู้ที่ต้องโอสถนี้เข้าไป จะติดอยู่ในฝันที่เสมือโลกีย์ของโลกจนยากที่จะถอนตัวออกมาได้”
    “ดูเหมือนว่าหยุนมี่ถงจะสั่งสอนศิษย์ได้ไม่เลวเลย” ชายชราพึมพำหึ!!! หยุนจี้เค้นเสียงในลำคอ จากนั้นร่างของมันพุ่งเข้าใส่สองหัตถ์เทพมาร พลังบ่มเพาะในระดับเทวะเทพสามภพ ระเบิดออกมา ไม่มีทางที่ผู้ผ่านเส้นทางเซียนจะต้านรับได้ไหวแต่ทว่าโอสถทั้งสามเม็ดที่เกาอี้กงกลืนเข้าไปนั้น เป็นโอสถสวรรค์เร่งความเร็ว โอสถเสริมกำลังและ โอสถสวรรค์ข้ามชั้นปราณ โอสถที่มีพลังเหนือธรรมชาติทั้งสาม มีเพียงจักรพรรดิแห่งโอสถอย่างแท้จริงเท่านั้น ถึงจะปรุงขึ้นมาได้
    ความเร็วและกำลังของเกาอี้กงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ลมปราณของชายชราก้าวจากผู้ผ่านเส้นทางเซียนไปหยุดอยู่ที่ราชันอหังการในขั้นที่5
    โอสถข้ามลมปราณ หากผู้ที่ไม่เคยสูญเสียลมปราณกินเข้าไป จะไม่มีผลใดๆต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่เคยสูญเสียลมปราณนั้น มันจะจุดเพลิงแห่งแห่งชีวิตและหยิบยืมพลังจากก้นบึ้งของทะเลปราณที่แห้งเหือดเรียกคืนระดับลมปราณให้ผู้ใช้2ใน10ส่วนจากที่เสียไป
    “ก็แค่โอสถสำหรับพวกพิการที่สูญเสียลมปราณ??” หยุนจี้กล่าวออกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน” จากนั้นมันผสานลมปราณไปที่มือขวา สันมือแหลมคมประดุจดาบ ตัดไปที่แขนขวาของชายชราแขนขวาที่ถูกเชื่อมต่อด้วยแขนของวานรขาดกระเด็นออมาในทันที
    หยุนฉิงก้าวเดินเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่รีบร้อน ต่อให้อีกฝ่ายมีปีกบินก็ไม่สามารถหนีไปได้“แม้ระดับลมปราณ พละกำลังและความเร็วจะเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ แต่กระนั้นมันก็ยังอยู่ในขั้นที่5เท่านั้น ไม่มีทางเอาชนะพวกเราที่เหลืออีกเพียงครึ่งก้าวเหยียบย้ำสู่เส้นทางแห่งเซียนสวรรค์ได้นี้คือโอกาสสุดท้าย ส่งคัมภีร์บ่มเพาะเทวะอุดรและโอสถทิพย์เก้าทิวามาแล้วพวกเราจะไว้ชีวิตจักรพรรดิผู้น่าสมเพช”
    ได้ยินเช่นนั้นเกาอี้กงฉีกยิ้ม “ฝากบอกหยุนมี่ถงด้วยว่า ไปนอนแล้วฝันเอา ถึงจะได้เห็นสองสิ่งที่ต้องการ”
    “ถ้าเช่นนั้นก็ตายได้แล้ว” สิ้นเสียงของหยุนฉิง มันและหยุนจี้ประสานลมปราณเป็นกระถาง แต่ก่อนที่กระถางปรุงโอสถจะบดขยี้ทับร่างของชายชรากระแสปราณสีเขียวมรกตก่อรูปเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเกิดขึ้นเบื้องหลังของพวกมัน
    ประหนึ่งสามารถรับรู้การโจมตีได้ก่อน เสียงระเบิดดังขึ้นที่เกราะลมปราณ โดยปกติแล้วเทวะเทพสามภพเช่นพวกมันสองคนจะไม่สนใจระดับลมปราณอ่อนด้อยที่โจมตีเข้ามาจากด้านหลังหากแต่กลิ่นอายของลมปราณทั้งสองสาย เป็นพลังที่มาจาก คัมภีร์บ่มเพาะเทวะอุดร
    หยุนฉิงและหยุนจี้บิดตัวหันมองไปยังเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่ลอบโจมตีเข้ามาจากทางด้านหลัง
    หว่างคิ้วของสองหัตถ์เทพมารเกาอี้กงขมวดเป็นทางเดียวเมื่อเห็นการปรากฏตัวของศิษย์ทั้งสองคน“ให้ตายเถอะเด็กพวกนี้ ไม่เคยเชื่อฟังอาจารย์เลย”
    อี้หวินมองไปยังสถานการณ์ตรงหน้า มันพึมพำออก “ไม่ผิด...ลางสังหรณ์ของน้องเล็กไม่เคยผิดจริงๆด้วย”จากนั้นเสียงตะโกนด้วยความโมโหของเด็กน้อย ฉางกงดังขึ้น “อาจารย์ ท่านโกหกพวกเรา!!!”