บทที่ 7 าเ็
สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเรียกใช้จึงรีบพากันออกไปตามหาสาวใช้ที่นาง้า
"ท่านป้าเ้าคะ เมื่อครู่ที่นางมายกน้ำชาการกระทำคำพูดของนางข้าพอมองออก นางมิใช่สตรีที่อ่อนแอเราจะประมาทมิได้นะเ้าคะ "
"เป็อย่างที่เ้าเอ่ย ข้าเองก็พอมองออกเราประเมินนางต่ำไป หากให้สาวใช้คอยปรนนิบัตินาง เราจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็คนเช่นไร เทียนหลันเซ่อผ่านการมีภรรยามาแล้วข้าไม่คิดเลยว่าบุตรชายของข้าจะหลงนางราวกับว่าไม่เคยผ่านสตรีใดมาก่อน หรือว่านางผู้นี้จะมีคาถาเวทย์มนต์หรือว่าใส่ยาเสน่ห์ให้เทียนหลันเซ่อกินกันนะ เขาไม่เคยเอ่ยวาจาเหินห่างกับเ้าแต่เมื่อมีเยิ่นเม่ยเม่ยเข้ามากลับทำเป็ว่าเ้าเป็ผู้อื่น เฮ้อ! ยิ่งคิดข้ายิ่งปวดหัว " ฟางเหนียงคิดอันใดก็เอ่ยออกมา ต่างจากหลิวอี้เฟ่ยนางคิดตามคำพูดของฟางเหนียงลุกขึ้นพรวดจนฟางเหนียงใ
"หากท่านป้าปวดหัวก็จงพักเถอะเ้าค่ะ ข้าเพิ่งนึกได้ว่ามีเื่ต้องทำขอลานะเ้าคะ อีกสองวันข้าจะมาหาท่านป้าใหม่ " แววตาคมกริบไร้รอยยิ้มย่างเท้าเดินออกจากห้องไปทันที ทำเอาฟางเหนียงมองตามอย่างไม่เข้าใจ
"นางมีเื่ด่วนอันใดถึงรีบร้อนใจออกไปเช่นนี้ คงเป็เพราะปวดหัวใจที่เทียนหลันเซ่อไม่สนใจสินะ ข้าต้องรีบจัดการเื่นี้เสียแล้ว " ฟางเหนียงมองตามหลิวอี้เฟ่ยจนลับสายตา ไม่นานสาวใช้ทั้งหมดในเรือนมายืนรวมตัวกันอยู่ที่ห้องโถงเพื่อให้นางคัดเลือก
อีกฝั่งของเรือน
อ้ายเยว่กินอาหารเช้าเสร็จแล้วด้วยความที่เป็เด็กชายความซุกซนมีพอตัว เดินออกจากห้องเพื่อเดินรับลมเล่นก่อนจะไปเรียนกับท่านอาจารย์ตามที่ท่านพ่อบอก สายตาของเด็กชายราวกับเหยี่ยวกวาดตามองไปที่ต้นไม้เห็นแมวตัวเล็กอ้วนกลมปีนอยู่บนต้นไม้ เขาถูกใจแมวน้อยตัวนั้นยิ่งนัก อยากได้เอามาขังไว้ที่ห้องเพื่อเป็สัตว์เลี้ยง จึงคิดจะจับแมวด้วยตนเอง แม่นมที่เดินตามออกมาดูแลคุณชาย เพิ่งคิดออกได้ว่าต้องเตรียมตำรามาด้วยจึงเดินไปที่ห้องเพียงครู่ไม่คิดว่าคุณชายน้อยจะซนถึงขึ้นปีนขึ้นบนหลังคาหวังจับแมวน้อย เมื่อนางมาก็เห็นคุณชายได้ปีนขึ้นหลังคาสำเร็จแล้ว
"คุณชายขึ้นไปทำอะไรบนนั้นเ้าคะ อกแม่นมจะแตกลงมาเถิดเ้าค่ะ หากได้รับาเ็ขึ้นมาจะทำเช่นไร " น้ำเสียงเป็ห่วงร้อนรนรีบวิ่งมาหาอ้ายเยว่ที่กำแพงยื่นมือให้เด็กชายลงมาอย่างปลอดภัย แต่ทว่าอ้ายเยว่เป็คนที่มั่นใจในตนเองจึงไม่เชื่อฟังคำพูดของแม่นม
"แม่นมท่านอย่างกลัวไปเลย ข้าจะเดินตามหลังคาเพื่อไปเอาลูกแมวเท่านั้น หากได้ลูกแมวแล้วข้าจะลงไปท่านดูข้าไว้นะ ข้าจะแสดงให้ท่านดูว่าข้าเก่งเพียงใด " เด็กชายตุ้ยนุ้ยปีนป่ายขยับกายไปอย่างช้า ๆ
เมี้ยว ๆ ๆ! ลูกแมวน้อยที่ติดอยู่บนต้นไม้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ อ้ายเยว่ค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ ๆ จนลูกแมวะโเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างปลอดภัยด้วยความเป็เด็ก อ้ายเยว่ดีใจที่ได้ช่วยลูกแมวไว้ได้เขายืนขึ้นอย่างลืมตัวพร้ะโกนออกมาอย่างดีใจ
“แม่นมเห็นหรือไม่ว่าข้าเก่งเพียงใด ข้าช่วยลูกแมวไว้ได้แล้ว” แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น อ้ายเยว่พลาดท่ากำลังจะตกจากหลังคา แม่นมที่อยู่ด้านล่างร้องเสียงหลงเป็ห่วงคุณชายน้อยจับใจ
“ไม่นะคุณชาย!!!”
“อ๊าก!! แม่นมช่วยข้าด้วย” เด็กชายรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังจะตกจากหลังคาแต่มือจับกอดลูกแมวแน่น ร้องออกมาให้แม่นมช่วยตนเอง เวลานั้นหลี่มี่นางเดินผ่านมาพอดี ทางกลับห้องของนางต้องเดินผ่านห้องของอ้ายเยว่นางเดินมาเรื่อย ๆ ได้ยินเสียงของแม่นมที่ร้องเรียกอ้ายเยว่ก่อนจะได้ยินเสียงของเด็กชาย นางวิ่งถลาเข้าไปช่วยด้วยความรวดเร็วในความคิดตอนนั้นคิดว่าช่วยเด็กให้ปลอดภัยเป็พอ
“อ้ายเยว่ไม่ต้องกลัวนะ ข้ามาช่วยเ้าแล้ว"หลี่มี่อ้าแขนรับเด็กชายที่ล่วงลงมาไว้ทันก่อนที่ทั้งสองจะล้มลงกับพื้น อ้ายเยว่หลับตาคิดว่าตนเองต้องได้รับาเ็มากแน่ ๆ เขาได้ยินเสียงแม่นมร้องไห้อยู่ใกล้ ๆ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกเจ็บสักนิดช่างรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มราวกับตกลงมาใส่ฟูก
“คุณชายเ้าคะ ฮูหยิน ฮูหยิน” เสียงเรียกของแม่นมขาด ๆ หาย ๆ เนื่องจากสะอื้นไห้ทำให้อ้ายเยว่ลืมตามามองดูฟูกหนานุ่มที่เขาคิดนั้นกลับกลายเป็เยิ่นเม่ยเม่ยที่ถูกเขานอนทับอยู่แต่ทว่าตอนนี้นางนอนแน่นิ่งไม่ลืมตา
“แม่นม! เหตุใดนางถึงมาอยู่เช่นนี้ นี่ท่านอย่ามาทำเป็สำออยแค่เข้ามาช่วยข้าไม่เห็นต้องเสแสร้งแกล้งสลบเลย หรือหวังว่าอยากได้คำขอบคุณจากข้า ก็ได้ถือว่าครั้งนี้ท่านได้ช่วยข้ากับลูกแมวเอาไว้ข้าขอบคุณท่านก็ได้ลืมตามาได้แล้ว” เด็กชายยืนขึ้นมองไปด้านอื่น ขอบคุณที่นางช่วยชีวิตแต่ทว่านางกลับแน่นิ่งอยู่เช่นเดิม
“เชอะ! ข้าอุตส่าห์ขอบคุณแต่เหตุใดท่านต้องนิ่งเงียบด้วยเล่า ้าอะไรอีก” แม่นมรีบเข้าไปประคองฮูหยินหรือเยิ่นเม่ยเม่ยกลับพบว่าที่หัวของนางมีเืไหลออกมา ใช่แล้วเมื่อครู่ที่นางเข้ามาช่วยอ้ายเยว่นางเองคิดว่าเด็กชายอ้วนตุ้ยนุ้ยผู้นี้น้ำหนักคงไม่เท่าไหร่ แต่ผู้ใดจะคิดว่าร่างบางเล็กของเยิ่นเม่ยเม่ยจะรับน้ำหนักของอ้ายเยว่ไว้ไม่ไหวทำให้นางล้มลงหัวฟาดเข้าที่ก้อนหินที่อยู่ใกล้โคนของต้นไม้
“คุณชายแย่แล้วเ้าค่ะ ฮูหยินมิได้เสแสร้งแต่ตอนนี้ที่หัวของฮูหยินมีเืออกเ้าค่ะ” เด็กชายได้ยินดังนั้นจึงรีบหันขวับกลับมามองเมื่อเห็นเืที่เปื้อนมือแม่นมใบหน้าพลันเปลี่ยนสี ใที่ทำให้นางเป็เช่นนี้
“ไม่นะ!! อย่าบอกนะว่าข้าฆ่านาง แล้วอย่างนี้ข้าต้องทำอย่างไรดีแม่นม” เสียงของอ้ายเยว่สั่นไหวเอ่ยถามแม่นมด้วยความวิตกกังวล
“คุณชายข้าจะประคองฮูหยินอยู่ที่นี่ ท่านรีบไปตามบ่าวผู้อื่นมาช่วยฮูหยินก่อนเถอะเ้าค่ะ” แม่นมตั้งสติรีบช่วยฮูหยินก่อนที่นางจะเสียเืไปมากกว่านี้จึงบอกให้คุณชายไปตามคนมาช่วย เด็กชายเมื่อได้ยินคำพูดของแม่นมเขารีบวิ่งตามหาคนมาช่วยหลี่มี่โดยเร็ว
ฝั่งด้านเทียนหลันเซ่อ ในตอนแรกเขากำลังจะเดินทางไปตามที่ทหารมาบอกแต่ลืมของบางอย่างจึงกลับมาที่เรือนเพื่อมานำของสิ่งนั้นกลับไปด้วย เห็นอ้ายเยว่บุตรชายตัวน้อยอุ้มลูกแมววิ่งหน้าตั้งใบหน้าแตกตื่น เขารีบย่างเท้าไปหาเด็กชายอย่างเร่งรีบ
“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดใบหน้าของเ้าถึงเป็เช่นนั้น หรือว่าเ้ารังแกลูกแมวตัวนี้ อ้ายเยว่ข้าเคยบอกเ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าทำตัวเช่นนี้ไม่เช่นนั้นข้าจะกักบริเวณเ้า” เด็กชายไม่ได้ฟังที่ท่านพ่อเอ่ยมาแม้แต่น้อย เขากลับดีใจที่พบท่านพ่อทันเวลา
“ท่านพ่อ ท่านพ่อมาพอดีเกิดเื่แล้วขอรับตอนนี้นางได้รับาเ็ ท่านพ่อไปช่วยนางด้วยนะขอรับ” เทียนหลันเซ่อไม่เข้าใจที่บุตรชายเอ่ยสักเท่าไหร่ เขาคุกเข่านั่งลงเพื่อเอ่ยถามให้แน่ใจ
“เ้าว่าอย่างไรไม่ต้องรีบ เอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำผู้ใดเป็อะไรหรือ? ”
“เยิ่นเม่ยเม่ยขอรับ เยิ่นเม่ยเม่ยเืไหลที่หัวตอนนี้นางนอนแน่นิ่งอยู่ที่หน้าห้องของข้า” ทันทีที่ได้ยินอ้ายเยว่บอกเขารีบลุกขึ้นวิ่งตรงไปที่ห้องของอ้ายเยว่อย่างรีบร้อน เมื่อไปเห็นสภาพของหลี่มี่ที่นอนแน่นิ่งโดยมีแม่นมประคองอยู่ เขารีบเข้าไปอุ้มนางทันที
“นี่มันเกิดเื่อันใดขึ้นทำไมนางถึงเป็เช่นนี้ แม่นมก่อนที่จะเอ่ยเื่นี้บอกกับข้าจงรีบไปตามหมอมาโดยเร็ว ข้าจะพานางไปรอที่ห้อง”
“เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ” เทียนหลันเซ่ออุ้มร่างบางวิ่งตรงไปที่ห้อง แม่นมรีบไปตามหมอมารักษาส่วนอ้ายเยว่เขารู้สึกผิดที่เป็คนทำให้เื่นี้เกิดขึ้นได้เดินตามหลังท่านพ่อไปที่ห้องของนางอย่างร้อนใจ