คุณนายเหลียงไปพบคุณครูแอนนา ไม่รู้ว่าเธอใช้เหตุผลอะไรคุณครูแอนนาจึงรับปากว่าจะไปพูดกับผู้กำกับซ่งเื่ที่จะให้เหลียงซินซินรับบทรองในละครเื่ใหม่ และไม่มีใครรู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมผู้กำกับซ่งถึงยอมทำตามคำขอของคุณครูแอนนา เหลียงซินซินจึงได้รับบทนางรองในละครเื่ใหม่เป็ที่แน่นอนแล้ว
“ขอบคุณนะคะผู้กำกับซ่งที่ให้โอกาสซินซินของฉัน” คุณนายเหลียงกล่าวขอบคุณ วันนี้เธอพาลูกสาวมาขอบคุณผู้กำกับซ่งเป็การส่วนตัว
“ในเมื่อมีโอกาสแล้วก็ต้องรักษามันไว้ให้ดีนะครับ ในวงการนี้คนที่มีความสามารถเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับและจะยืนอยู่ในวงการได้นาน” ผู้กำกับซ่งมองคุณนายเหลียงและเหลียงซินซินอย่างเฉยเมย “คุณเคยได้ยินคำว่าโอกาสสุดท้ายไหมครับ บางที...ครั้งนี้อาจจะเป็โอกาสสุดท้ายของพวกคุณแล้วก็ได้”
คุณนายเหลียงยังปั้นหน้ายิ้ม แม้ในใจจะโกรธผู้กำกับซ่งมาก แต่ใครใช้ให้เวลานี้ผู้กำกับซ่งโด่งดังและอยากมีคนร่วมงานด้วยมากที่สุดกันล่ะ อีกทั้งลูกสาวของเธอก็้าการผลักดัน หากพลาดละครเื่นี้ไป ลูกสาวอาจจะไม่มีโอกาสที่ดีอย่างนี้เข้ามาอีก
ส่วนเหลียงซินซินที่เห็นท่าทางของผู้กำกับซ่งก็ถึงกับหน้าซีด เดิมเธอคิดว่าที่ผู้กำกับซ่งตอบรับให้เธอรับแสดงในบทนางรองคงเป็เพราะคุณครูแอนนาช่วยการันตีฝีมือการแสดงให้ แต่ดูแล้วคงไม่ใช่ คงเป็คุณแม่ที่ไปพูดอะไรบางอย่าง “เอ่อ...ฉัน...ฉันจะรักษามันไว้ให้ดีและจะฝึกฝนการแสดงให้ดี จะไม่ทำให้ผู้กำกับผิดหวังแน่นอนค่ะ”
“คงใช้คำว่าผิดหวังไม่ได้ เพราะผมไม่เคยคาดหวังอะไรกับคุณอยู่แล้ว” ผู้กำกับซ่งยกยิ้มที่มุมปาก “แค่พวกคุณจะไม่สร้างความวุ่นวายให้กองถ่าย เท่านี้ผมก็ขอบคุณพวกคุณมากแล้ว”
คุณนายเหลียงหุบยิ้มทันทีที่ผู้กำกับซ่งเดินจากไป “เหอะ...ทำมาเป็พูดดี ที่จริงก็หวังเงินสนับสนุนจากฉันอยู่แท้ๆ “
“คุณแม่ ตกลงแล้วคุณแม่ไปพูดอะไรกับคุณครูแอนนากับผู้กำกับซ่งกันแน่คะ” เหลียงซินซินถามอย่างสงสัย เมื่อก่อนถึงแม้ผู้กำกับซ่งจะแสดงออกว่าไม่ชอบเธอ แต่เขาก็เพียงแค่ทำเมินและไม่สนทนากับเธอเท่านั้น แต่คราวนี้เขากลับพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ ทำให้เธอยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าตกลงแล้วคุณแม่ คุณครูแอนนา และผู้กำกับซ่งมีความลับอะไรกัน
“หนูไม่ต้องไปสนใจหรอก แค่รู้ไว้ว่าหนูได้ร่วมถ่ายละครเื่นี้แล้วก็พอ”
“คุณแม่...” เหลียงซินซินยังอยากจะถาม
“แม่บอกแล้วว่าหนูไม่ต้องมาสนใจกับเื่ของแม่ เอาเวลาไปเตรียมตัวสำหรับการถ่ายทำจะดีกว่า” คุณนายเหลียงพูดตัดบท เธอจะไม่ยอมให้ลูกสาวรู้เื่ราวในอดีตที่เธอปิดบังมานาน
“ก็ได้ค่ะ” เหลียงซินซินรู้แล้วว่ามารดาไม่อยากให้ตนรับรู้ เธอจึงไม่ถามอะไรต่อ ขณะที่เธอกับมารดากำลังจะเดินออกจากสตูดิโอของผู้กำกับซ่ง “คุณแม่! คุณแม่ดูนั่นสิคะ คุณฮ่าวหยูเดินมาโน่นแล้วค่ะ โชคดีจังเลยค่ะ หนูไม่คิดว่าจะได้มาเจอเขาที่นี่”
คุณนายเหลียงมองตามมือที่ลูกสาวชี้ก็เห็นเซี่ยฮ่าวหยูเดินเข้ามา เมื่อก่อนเธอเคยเห็นแค่ภาพถ่ายและผลงานผ่านหน้าจอของเขา แต่เวลานี้เธอเห็นเขาตัวเป็ๆ เธอทั้งรู้สึกดีใจและรู้สึกปวดใจ
คุณนายเหลียงรู้สึกแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเองเป็อย่างมาก ความรู้สึกหลากหลายนี้มันคืออะไรกัน ทั้งๆ ที่เธอกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน “คนนี้คือเซี่ยฮ่าวหยู คนที่หนูบอกว่าอยากจะให้เขาเข้ามาอยู่ในสังกัดของเราน่ะเหรอ”
“ใช่แล้วค่ะคุณแม่ เขาคือเซี่ยฮ่าวหยู” เหลียงซินซินยิ้มกว้างก่อนจะหุบยิ้ม “คนนี้ล่ะค่ะที่หนูอยากจะให้เขามาเป็ลูกเขยของคุณแม่ แต่น่าเสียดายที่นังซูอี้ประกาศคบกับเขาไปก่อน”
“ลูกไม่ไปทักทายเขาหน่อยเหรอจ๊ะ” คุณนายเหลียงยังมองไปที่เซี่ยฮ่าวหยู นอกจากความรู้สึกดีใจและเ็ป เธอยังรู้สึกผูกพันกับชายหนุ่มเหมือนรู้จักกับชายหนุ่มมานาน
“ไปสิคะ หนูอยากแนะนำเขาให้รู้จักกับคุณแม่ด้วย” เหลียงซินซินจูงมือมารดาเดินเข้าไปหาเซี่ยฮ่าวหยู “สวัสดีค่ะคุณฮ่าวหยู”
เซี่ยฮ่าวหยูที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อรอให้คนของผู้กำกับซ่งเดินมารับ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเขาจึงหันกลับไปมอง พอรู้ว่าเป็ใคร เขาแทบจะรักษารอยยิ้มไว้ไม่ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องรักษามารยาท “สวัสดีครับคุณหนูเหลียง”
เหลียงซินซินกระอักกระอ่วนเล็กน้อยที่เขายังรักษาระยะห่างกับเธอ “วันนี้คุณมาพบผู้กำกับซ่งเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
“ฉันก็มาพบผู้กำกับซ่งเหมือนกันค่ะ ละครที่กำลังจะเปิดกล้อง ฉันได้รับบทเป็นางรอง ต่อไปเราคงได้เจอกันทุกวันนะคะ”
“ครับ”
“คุณฮ่าวหยูคะ เดี๋ยวฉันจะแนะนำคุณให้รู้จักกับคุณแม่นะคะ” ถึงแม้จะรู้ว่าเซี่ยฮ่าวหยูไม่อยากพูดกับเธอ แต่เหลียงซินซินก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอยังทำตัวเหมือนไม่รับรู้อารมณ์ของเขา “คุณฮ่าวหยูคะ นี่คือคุณแม่ของฉันค่ะ”
เซี่ยฮ่าวหยูที่ไม่สนใจจะมองสองแม่ลูกั้แ่แรก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายแนะนำผู้าุโให้รู้จัก เขาจะทำเมินก็ไม่ได้ เขาจึงหันไปทักทาย “สวัสดีครับคุณนายเหลียง...”
“สวัสดีจ้ะ เรียกฉันว่าคุณน้าเหลียงก็ได้นะ” คุณนายเหลียงทักทายด้วยรอยยิ้มจริงใจ แม้ในใจของเธอเวลาจะอธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกก็ตาม
เซี่ยฮ่าวหยูที่เพิ่งกล่าวทักทายก็พูดไม่ออก เขานิ่งและคิดอย่างเย้ยหยัน ‘เสด็จแม่ ในชาตินี้เสด็จแม่เป็คุณแม่ของเหลียงซินซินหรือพ่ะย่ะค่ะ คงสมใจที่ได้นางเป็ลูกสาวแล้วสินะ’
“คุณ...คุณฮ่าวหยู ทำไมคุณมองคุณแม่ของฉันอย่างนั้นล่ะคะ” เหลียงซินซินถามเมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันและสายตาเ็าของชายหนุ่ม สายตานั้นมันบ่งบอกถึงความโกรธและความแค้น
เซี่ยฮ่าวหยูปรับสีหน้าให้เป็ปกติ “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่่นี้ซ้อมบทมากไปหน่อย บางทีก็ปรับอารมณ์ตัวเองไม่ได้”
“อย่างนี้นี่เอง” เหลียงซินซินยิ้ม “คุณคงยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวเพื่อจะคัดเลือกนักแสดงนำอยู่ใช่ไหมคะ ให้ฉันช่วยต่อบทให้ไหมคะ ่นี้ว่าง ฉันช่วยคุณได้”
“ไม่จำเป็หรอก เพราะฮ่าวหยูมีนักแสดงเ้าบทบาทอย่างฉันอยู่ทั้งคน”ฉินซูอี้เดินเข้ามาแล้วกอดแขนเซี่ยฮ่าวหยูอย่างสนิทสนม
“คุณมาได้ยังไง” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มเมื่อเห็นฉินซูอี้ “วันนี้มีถ่ายแบบไม่ใช่เหรอครับ”
“งานเสร็จเร็วน่ะค่ะ พอรู้ว่าคุณมาที่นี่ ฉันก็เลยตามมาด้วย” ฉินซูอี้แกล้งทำหน้าไม่พอใจ “ไม่คิดเลยนะคะว่าห่างกันแค่แป๊บเดียวก็มีคนจ้องจะมาคว้าผู้ชายของฉันไปแล้ว”
“คว้าอะไรกัน ตัวผมกับหัวใจของผมมันเป็ของคุณคนเดียวนะครับ” เซี่ยฮ่าวหยูยกมือขึ้นไปจับผมหญิงสาวขึ้นทัดหู “วันนี้ทำไมไม่ปักปิ่นเล่มนั้นมาด้วยล่ะครับ คุณบอกว่าคุณจะใช้มันทุกวันไม่ใช่เหรอ”
“ฉันพกมันมาด้วย เดี๋ยวคุณช่วยทำผมให้ฉันนะคะ” ฉินซูอี้พูดอย่างออดอ้อน ทันทีที่เธอเห็นเหลียงซินซินและคุณนายเหลียง ไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงรู้สึกว่าเธอจะไม่ยอมให้สองคนนี้มาแย่งเซี่ยฮ่าวหยูของเธอไป
“สวัสดีจ้ะหนูอี้อี้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะจ๊ะ” คุณนายเหลียงทักทายฉินซูอี้ “ั้แ่สามีของน้าจากไป ครอบครัวเราก็เหมือนจะห่างกันไปเลย คุณพ่อกับคุณแม่ของหนูยังสบายดีนะจ๊ะ”
“สวัสดีค่ะคุณน้าเหลียง” ฉินซูอี้ยิ้มทักทายตามมารยาท “คุณพ่อกับคุณแม่สบายดีค่ะ แต่ที่ท่านไม่ได้ไปมาหาสู่กับคุณน้าเหมือนเดิมคงเป็เพราะคุณน้าชายไม่อยู่แล้วมั้งคะ”
ฉินซูอี้พูดออกไปตรงๆ คุณท่านเหลียงหรือบิดาของเหลียงซินซินเป็เพื่อนสนิทกับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ การเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุของคุณท่านเหลียงเป็สิ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอไม่เชื่อ พวกเขาเชื่อว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นมีเงื่อนงำ ถึงแม้พวกท่านจะสงสัยว่าเป็ฝีมือของคุณนายเหลียง แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะพวกท่านหาหลักฐานไม่เจอ และศพของคุณท่านเหลียงก็ถูกเผาไปแล้ว จึงไม่มีประโยชน์ที่จะไปรื้อฟื้นคดีขึ้นมาอีก ความสัมพันธ์ของครอบครัวเธอกับครอบครัวเหลียงจึงห่างเหินและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แม้แต่เวลาไปออกงานสังคม คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอก็พยายามเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ได้ไปทักทายกับคุณนายเหลียง
คุณนายเหลียงเห็นท่าทางของฉินซูอี้ที่เป็ปฏิปักษ์กับเธออย่างชัดเจน เธอรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ของฉินซูอี้สงสัยในการเสียชีวิตของสามี แต่แล้วยังไง ในเมื่อเ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปปิดคดี และเถ้ากระดูกของสามีก็ถูกฝังไปในสุสานแล้ว
“น้าเห็นในข่าวบอกว่าเธอกับเซี่ยฮ่าวหยูกำลังศึกษาดูใจกัน น้ายินดีกับความรักของพวกเธอด้วยนะจ๊ะ” คุณนายเหลียงกล่าวพร้อมกับมองเซี่ยฮ่าวหยู “เห็นเธอมีความสุขแบบนี้ น้าก็อยากให้ซินซินของน้ามีความสุขบ้างเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ยังหาคนดีๆ ไม่เจอ”
เซี่ยฮ่าวหยูได้ยินอย่างนั้นก็รีบจับมือคนรักไว้แน่น ‘เสด็จแม่ ชาติที่แล้วพระองค์กับเหลียงซินซินก็ขัดขวางความรักของเรา ชาตินี้พระองค์ยังจะขัดขวางพวกเราอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ’
ฉินซูอี้ถูกคนรักจับมือไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ เมื่อััถึงเหงื่อที่ออกมาเต็มฝ่ามือของเขา เธอจึงไม่พูดอะไรและปล่อยให้เขาจับมือเธอไว้อย่างนั้น เพราะอาการนี้มันหมายถึงความกลัว เขากำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่ แต่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะถามเอาคำตอบ
ฉินซูอี้ใช้มือที่ว่างตบไปบนหลังมือของชายหนุ่ม จากนั้นเธอก็หันไปยิ้มให้เหลียงซินซิน “ซินซินเพื่อนรัก เธอไม่ได้บอกคุณน้าเหรอจ๊ะว่าเธอคบอยู่กับทิม ไม่สิ...เธอไม่ได้คบกับเขา แต่เธอเลี้ยงดูเขาเลยไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ทิมก็พักอยู่ที่คอนโดส่วนตัวของเธอ ถ้าฉันจำไม่ผิด ‘เพื่อนสนิท’ ของเธอก็พักอยู่ที่ห้องนั้นกันทั้งนั้น กี่คนแล้วนะ ให้ฉันช่วยนับให้ไหม”
“ฉินซูอี้! แกพูดบ้าอะไร! ทุกวันนี้ฉันกับคุณแม่พักอยู่ที่บ้านของเราเอง” เหลียงซินซินหันไปมองเซี่ยฮ่าวหยู “คุณฮ่าวหยูอย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของซูอี้นะคะ เธอมักจะล้อฉันแรงๆ แบบนี้ตลอด”
“จะล้อเล่นหรือเป็เื่จริงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่ครับ” เซี่ยฮ่าวหยูตอบ
“อี้อี้ หนูพูดอย่างนี้ไม่ดีเลยนะจ๊ะ น้ารู้ว่าหนูไม่พอใจที่ผู้กำกับซ่งให้บทกับซินซิน แต่ความจริงหนูก็ไม่น่าจะไม่พอใจนะ ในเมื่อซินซินไม่ได้ไปแย่งบทนางเอกของหนู” คำพูดของคุณนายเหลียงทำให้คนที่ยืนอยู่แถวนั้นเริ่มหันมามอง
“คุณน้าเหลียงพูดอย่างนี้หมายความว่าหนูกำลังอิจฉาซินซินเหรอคะ ลูกสาวของคุณน้ามีอะไรให้หนูอิจฉา” ฉินซูอี้ยังคงรักษารอยยิ้มสดใสและไม่ได้สนใจคำพูดที่ชวนให้คนเข้าใจผิดของคุณนายเหลียงแม้แต่น้อย “ส่วนเื่แย่งบท คุณน้าอยากให้หนูพูดออกไปให้ชัดๆ ไหมคะว่าความจริงแล้วเป็ซินซินที่...”
“น้ามีธุระที่ต้องจัดการ เอาไว้วันหลังน้าจะไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่หนูที่บ้านนะจ๊ะ” คุณนายเหลียงรีบจูงมือลูกสาวเดินจากไป
เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มแล้วถามคนรัก “ทำไมคุณไม่พูดออกไปเลยล่ะว่าเหลียงซินซินเคยคิดจะแย่งบทนางเอกกับคุณ แต่ผู้กำกับซ่งไม่ยอม”
“เื่ที่ฉันกับซินซินไม่ถูกกันคนในสังคมก็รู้กันหมดแล้ว ยิ่งในข่าวสังคมก็เขียนเื่ของฉันกับเธออยู่ทุกวัน ข่าวพวกนั้นก็แค่ข่าวซุบซิบทั่วไป แต่ถ้าฉันพูดเื่ที่ซินซินเคยแย่งบทนางเอกและยังเอาเื่การใช้เส้นสายขึ้นมาพูด มันจะกระทบกับชื่อเสียงของละครน่ะสิคะ ยังไม่ทันจะเปิดกล้อง นางเอกกับนางรองก็มีเื่ทะเลาะกันเสียแล้ว ต่อไปนักข่าวก็คงจะไม่สนใจทำข่าวเกี่ยวกับละคร แต่คงจะหันมาสนใจว่าฉันกับหล่อนจะตบตีกันหลังกล้องเมื่อไหร่มากกว่า”
“ก็ถูกของคุณ แต่ยังไงผมก็ขอบคุณนะครับที่คุณปกป้องผม”
“ฉันปกป้องคุณที่ไหน ฉันก็แค่...” ฉินซูอี้หน้าแดง
“ก็แค่อะไรครับ” เซี่ยฮ่าวหยูส่งยิ้มมีเสน่ห์
“ก็แค่ไม่อยากให้ใครมาแย่งคนของฉันไปก็เท่านั้น” ฉินซูอี้เขินกับรอยยิ้มของคนรัก “เข้าไปพบผู้กำกับซ่งกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะพาคุณไปแนะนำกับคุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่ชายของฉัน”