หวังปิงปิงเดินตามแรงจูงไปด้วยท่าทางเลื่อนลอย ฮ่องเต้มู่เจี้ยนเทียนกล่าวว่า ‘นางเล่นสนุกราวกับเด็กน้อย’ มิใช่หรอก นางคือสตรีที่พร้อมจะออกเรือนแล้วต่างหาก กว่าจะนึกได้ว่ายามนั้นควรกล่าวสิ่งใดสาวใช้อย่างอาเปาก็พานางมาถึงศาลาเสียแล้ว เดิมทีนางคิดไว้ว่าจะนั่งอีกสักครู่ค่อยชวนมิ่งลี่กลับจวน แต่ในสายตาที่เห็นนั้นกลับพบเื่วุ่นวายอีกเื่ นั่นคือเื่ว่าที่แม่ผัวกับว่าที่ลูกสะใภ้กำลังจะปะทะกันโดยมีตัวต้นเหตุอย่างรัชทายาทมู่หรงหลานนั่งอยู่เคียงข้างเยี่ยนมิ่งลี่ ‘จะว่าไปเื่แม่ผัวกับลูกสะใภ้นี่มันมีทุกยุคทุกสมัยจริงๆ เลยนะ’ และครั้งนี้นางขอยืนเป็ผู้ชมเฉยๆ ก็แล้วกัน
“กลับตำหนักของเ้าไปรัชทายาท” กู้ฮองเฮาแสดงออกมาว่าไม่พอใจที่เห็นบุตรของตนเข้าไปนั่งเคียงข้างสตรีธรรมดาอย่างเยี่ยนมิ่งลี่
“ลูกยังอยากนั่งตรงนี้อีกสักครู่ให้หายเหนื่อยก่อน เชิญเสด็จแม่เถิดพะยะค่ะ” มู่หรงหลานมิได้อยากจะทะเลาะกับเสด็จแม่พอๆ กับการที่ทุกคนในศาลามองเห็นว่าเขาเป็ถึงรัชทายาทแต่ยังเชื่อฟังคำสั่งของมารดาราวกับตนคือลูกแหง่ เช่นนั้นเมื่อใดจะได้ขึ้นครองราชย์ ‘มันไม่ถูกต้อง’
แม้จะไม่พอใจแต่ยางอายยังคงมี แม่ของแผ่นดินอย่างฮองเฮาจึงต้องล่าถอย “เรามีเื่ที่ต้องคุยกันอีกยาวแน่รัชทายาท” กู้ฮองเฮาและสนมอีกสามนางเดินออกไปจากศาลาพร้อมนางกำนัลนับสิบ เื่คู่ครองของรัชทายาทนั้นเห็นทีมารดาเช่นนางคงต้องทำอะไรสักอย่าง หากห้ามไม่ให้เยี่ยนมิ่งลี่เป็ชายาไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องหาชายาเอกที่สมน้ำสมเนื้อก่อนจะแต่งตั้งเยี่ยนมิ่งลี่เป็ชายารอง ในตอนนี้สตรีที่เหมาะสมนั้นจะเป็ผู้ใดไปได้หากมิใช่ หวังปิงปิง หลานสาวของท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทหารทั้งเมืองหลวงคนนั้น “ข้าจะขอสมรสพระราชทานให้กับรัชทายาท”
คล้อยหลังฮองเฮาผู้งดงามสมวัย หวังปิงปิงเดินไปนั่งอีกด้านของศาลาด้วยใบหน้าเรียบเฉย การเข้าวังหลวงในครั้งนี้มันมิได้สูญเปล่า ^^ ในความคิดนางคืออย่างน้อยนางก็เจอความรักแม้สุดท้ายอาจจะจบลงตรงนี้ นางก็ดีใจ ‘ก็ดูฮูหยินเอกเมื่อครู่สิ นางจะเอาสิ่งใดไปสู้’
“เ้ายิ้มสิ่งใดหวังปิงปิง” รัชทายาทเอ่ยถามสตรีที่แต่งกายงดงามแปลกตา จะสำคัญก็ตรงที่ว่าชุดของนางช่างคล้ายกันกับของเสด็จพ่อราวกับนัดกันมาสวมใส่ แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อนางมิเคยเข้าวังหลวงเลย
เ้าของนามสะดุ้ง ราวกับมีชนักติดหลัง ‘แน่ล่ะ นางกำลังนึกถึงบิดาของอีกฝ่ายนี่นะ’ “ยิ้มที่ท่านเลือกจะอยู่กับมิ่งลี่แทนการกลับตำหนักตามคำสั่งของฮองเฮาน่ะสิ เพราะถ้าหากเป็อย่างหลังคงน่าผิดหวังแย่”
รัชทายาทหรี่ตามองสตรีที่กล้ากล่าวคำสบประมาทตนโดยมิเกรงกลัวความผิด แต่ถ้าหากคิดตามคำพูดของนางแล้ว มันก็จริงอย่างที่นางว่า “เ้าน่ะรึ ผิดหวัง”
หวังปิงปิงรีบส่ายหน้าทันที “ท่านกับข้าหาได้มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกัน ความผิดหวังนั้นย่อมเป็ของมิ่งลี่จึงจะถูก” มองสหายคนสนิท “ข้าขอตัวกลับก่อนจะได้หรือไม่ บังเอิญจำได้ว่าต้องไปตรวจสินค้าที่มาจากแคว้นเพ่ย”
“แล้วรถม้าเล่า” เยี่ยนมิ่งลี่ผู้มากับหวังปิงปิงมีสีหน้าหนักใจ การเดินกลับที่ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามย่อมมิใช่เื่ดีสักเท่าใดนัก
“อย่าห่วงเลย รัชทายาทของเ้าย่อมจัดการเื่นี้ได้ ใช่หรือไม่เ้าคะ” คำหลังถามบุรุษสูงศักดิ์และจับจ้องเพื่อรอตำตอบ
เห็นเช่นนั้นรัชทายาทจึงมิอาจหลีกเลี่ยง ‘นางช่างเก่งในการบังคับกันทางอ้อมเสียจริงๆ’ “เป็เช่นนั้น”
^^ “หวังปิงปิงขอตัวก่อนเ้าค่ะ” นางกล่าวขึ้นมาโดยมิได้เจาะจงว่าบอกผู้ใด ก่อนจะเดินไปตามเส้นทางเพื่อออกนอกวัง มีบ้างที่หยุดทักทายลูกค้าประจำของนางที่มีทั้งทหาร ขุนนางหรือแม้กระทั่งผู้มาร่วมงาน แต่นั่นถือเป็เื่ปกติของบุตรสาวพ่อค้าใหญ่แห่งเมืองหลวงแคว้นมู่
หลังจากที่หวังปิงปิงเดินออกไป เสียงชื่นชมจากคนในศาลาก็ดังออกมาไม่ขาดสาย บ้างกล่าวว่านางใช้เครื่องประทินโฉมแบบใดจึงดูงามมาก บ้างเอ่ยว่านางตัวหอมละมุน บ้างเอ่ยว่านางงามขนาดนี้แต่เหตุใดจึงยังมิออกเรือน และทุกการสนทนามีรัชทายาทมู่หรงหลานกับเยี่ยนมิ่งลี่แอบรับฟังไปอย่างเงียบๆ
๑-------------------๑
วันต่อมา:คลังสินค้าสกุลหวัง
เช้าวันนี้มีสินค้าใหม่เข้ามาเกือบสิบคันรถม้า บ่าวชายทั้งหลายในจวนต่างช่วยกันยกหีบสินค้าไปวางเรียงรายในสวนดังเช่นทุกครั้ง และครั้งนี้มีหวังปิงปิงบุตรสาวคนโตนั่งเปิดดูหีบทีละอันอย่างตื่นตาตื่นใจ ใดๆ คือมีของที่นางยึดเอาไว้ เช่นไดอารี่ของชาวต่างชาติ ผ้าพันคอสำหรับหน้าหนาวและ…สร้อยข้อมือสวยๆ
“สิ่งนี้ต้องนำเข้าวังหลวง” หวังร่วนเทาชี้ไปยังกล่องพู่กันด้ามทอง ที่สั่งทำมาจากต่างแดน ซึ่งมีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ใช้ได้
หวังปิงปิงลุกจากกองเครื่องประดับทันทีพร้อมกับถามอย่างสนใจ “สิ่งใดรึเ้าคะท่านพ่อ” ั้แ่วันที่นางเข้าไปชมการประลองยุทธ์เลื่อนขั้นในวังหลวงเมื่อห้าวันก่อน จนถึงตอนนี้นางก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปอีกเลยเพราะนางนั้นเป็เพียงบุตรสาวของพ่อค้าหาได้มีเหตุให้นางต้องไปพบปะผู้ใดในนั้นไม่ ‘ความคิดถึงบุรุษด้านในยังไม่จาง แต่นางไม่มีข้ออ้าง’ ยิ่งถ้านางแจ้งว่าอยากพบฝ่าา ใครผู้ใดจะปล่อยให้นางได้เข้าพบ ต่างกับตอนนี้ที่นางรู้สึกว่า น่าจะมีของเพื่อเอาไปอ้างในการขอเข้าเฝ้าแล้ว ขอแค่ได้พบพระพักตร์สักสองจิบชาก็ถือว่าไม่สูญเปล่า ‘รักแรกของนาง ที่ทำได้เพียงเฝ้ามอง’ มันคงจะเป็เช่นนั้นสินะ
“พู่กันทองคำ พ่อสั่งทำไปเมื่อเดือนก่อน” ตรวจดูพู่กันในกล่องไม้หรูหรา “หากพรุ่งนี้พ่อมิได้มีงานมากมาย คงต้องเข้าวังไปหาสหายเสียหน่อยแล้ว เกือบเดือนเชียวที่มิได้ร่ำสุรา”
ผู้ฟังตาลุกวาว “ลูกไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ”
หวังร่วนเทาและหวังหลีปินหรี่ตามองสตรีตัวน้อยอย่างจับผิด เดิมทีหวังปิงปิงจะคอยตามติดเยี่ยนมิ่งลี่เพื่อรอคอยให้รัชทายาทไปหาสหายตามเวลานัดหมาย ก่อนที่นางจะสั่งให้อาเปามาเอาข้าวของเครื่องใช้จากต่างแดนไปมอบให้บ่อยครั้ง จนทั้งสองบุรุษเอือมระอา แน่นอนว่าครั้งนี้อาจจะไม่ต่าง ที่ต่างคือขอเข้าวังด้วยเท่านั้น
“หากเ้าสัญญาว่าจะไม่วุ่นวายออกไปตามหาตำหนักของรัชทายาท บิดาเ้าย่อมอนุญาต” ร่วนเทากล่าวดักคอบุตรสาว จะว่าไปแล้วั้แ่หวังปิงปิงเติบใหญ่มานี้มิเคยมีสักครั้งที่นางจะติดตามเข้าวัง หากจะกล่าวว่าฮ่องเต้มิเคยพบเจอบุตรสาวคนนี้ก็ย่อมใช่ ในเมื่อทุกครั้งที่เข้าวังหลวงจะเป็บุตรชายคนโตมากกว่าที่เฝ้าติดตาม ส่วนในวันปักปิ่นของปิงปิงนั้น ฮ่องเต้ส่งเพียงปิ่นมุกมาเป็ของขวัญ โดยผ่านทางขันทีคนสนิทหาได้ทรงเดินทางมาด้วยตนเอง เนื่องจากมิใช่ภารกิจสำคัญอะไร
“สัญญาเ้าค่ะ ยามนี้ลูกมิได้ชมชอบรัชทายาท” ทำหน้านึกได้ “มิใช่สิเ้าคะ ลูกมิเคยชมชอบเลยต่างหาก ที่ติดตามทั้งมิ่งลี่ ทั้งรัชทายาทนั้นเป็เพราะอยากช่วยให้พวกเขาสมหวัง มิได้อยากแทงข้างหลังมิ่งลี่เพื่อ่ชิงบุรุษเสียหน่อยเ้าค่ะ” ย้ำอีกครั้งและนางจะย้ำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ