ทรรศนัยรู้ดีว่าประธานบริษัทเอาแต่ทำงานจนดึกจนดื่น แม้จะสี่ทุ่มแล้วเขาก็ยังไม่ยอมกลับ
“อ้าว ยังไม่กลับหรอเจ้าทรรศ” ประธานทักเมื่อเห็นหลานเดินเข้ามาเงียบๆ
“ครับคุณลุง ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ” ทรรศนัยพยายามข่มอารมณ์
“ว่ามาสิ แต่รีบหน่อยนะ ลุงต้องทำงานต่อ” ประธานกำลังอ่านเอกสารในแฟ้ม
“คุณลุงจับภัทรไปไว้ที่ไหนครับ” ทรรศนัยรีบถาม
“จับอะไรกัน ลุงไม่รู้เรื่อง นี่หนูภัทรโดนลักพาตัวงั้นหรอ” ประธานทำหน้างง
“ลุงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกแล้วครับ ผมรู้ความจริงหมดแล้ว”
“ความจริงอะไร”
“ลุงเป็นฆาตกรบงการฆ่าพ่อแม่ผมและพ่อแม่รัตน์ ไม่เพียงเท่านั้นยังฆ่านายเทิดศักดิ์ปิดปากอีก” ทรรศนัยรู้สึกเจ็บแค้น
“อะไรนะ นี่นายเทิดศักดิ์ถูกฆ่าตายงั้นหรอ”
“ทำไมคุณลุงตีหน้าซื่อเก่งจังเลยล่ะครับ ผมนับถือจริงๆ”
“ลุงขอยืนยันว่า ลุงไม่ได้ทำ”
“ผมขอร้องล่ะครับ ลุงสารภาพผิดเถอะ และควรปล่อยภัทรได้แล้ว เธอไม่รู้เรื่องนี้” ทรรศนัยพยายามเกลี้ยกล่อม
“กลับไปได้แล้วทรรศ ลุงไม่ได้ทำ ก็คือไม่ได้ทำ” ประธานไม่มีอะไรจะพูด
ทรรศนัยหมดทางเลือก เขาจึงชักปืน
“นี่คิดจะฆ่าลุงเลยงั้นหรอ”
“ถ้าลุงไม่อยากตาย ก็บอกว่าจับตัวภัทรไปไว้ที่ไหน หรือสั่งให้ลูกน้องลุงปล่อยภัทรซะ” ทรรศนัยพยายามข่มขู่
“ลุงไม่ได้ทำจริงๆ ถึงยิงลุงให้ตายไป มันก็เท่านั้นแหละ” ท่านประธานไม่มีคำอธิบาย
“อย่าบังคับผมครับคุณลุง อย่าคิดว่าผมไม่กล้ายิง”
“งั้นก็เชิญตามสบาย” ลุงสุทัศน์หลับตา โดยไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย
ทรรศนัยตั้งใจแค่ขู่ แต่ในตอนนี้เขากำลังจะลั่นไกปืน “ผมจะนับ 1 ถึง 5 หนึ่ง สอง สาม….”
“ช้าก่อนครับคุณทรรศนัย” วิทูลย์วัย 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยประธานบริษัทรีบเข้ามาห้ามเมื่อเดินเข้ามาเห็นทรรศนัยเล็งปืนไปที่ท่านประธาน
“อย่าห้ามผมครับ คุณวิทูลย์ ชายคนนี้เป็นฆาตกรฆ่าคนจำนวนมาก”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ทรรศนัย” เสียงหญิงสูงอายุร้องห้าม
“คุณยาย! ทำไมคุณยายถึงอยู่ที่นี่ครับ” ทรรศนัยตกใจที่เห็นยายของตัวเอง
“เอาปืนลงเดี๋ยวนี้ ชายตรงหน้าคนนี้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของหลานนะ” ยายกลัวว่าหลานจะกลายคนฆ่าพ่อตัวเอง
“อะไรนะครับ” ท่านประธานและคนถือปืนพูดพร้อมกัน
“ยายพูดเรื่องจริง ส่งปืนให้คุณวิทูลย์ไปเก็บไว้ซะ แล้วยายจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง”
ทรรศนัยยอมส่งปืนให้ผู้ช่วยประธานบริษัท
“เรื่องราวเป็นมาอย่างไรครับ” ท่านประธานถาม
“ตอนนั้นฉันอาศัยอยู่ที่สวนสตรอเบอรี่ในเชียงใหม่กับลูกสาวและลูกเขย ในคืนฝนตกอยู่ดีๆ นงนาชญช์ซึ่งเป็นภรรยาของคุณได้หลบหนีจากการถูกตามฆ่ามาถึงที่นี่ สภาพของเธอที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนก็อิดโรยมาก ยังไม่ทันที่นงนาชญช์ได้เคาะประตูเรียก เธอก็หน้ามืดนอนสลบอยู่หน้าบ้านของพวกเรา พอลูกเขยเปิดประตูมาเห็นเข้า ก็รีบนำเธอส่งโรงพยาบาลทันที โชคดีที่ปลอดภัยทั้งแม่และลูก เมื่อนงนาชญช์ฟื้นขึ้นก็เล่าให้ฟังว่า เธอถูกชายฉกรรจ์สองคนไล่ล่าฆ่าเธอกับลูกตั้งแต่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และตามล่าจนถึงเชียงใหม่ ในระหว่างที่เธอหนี มือถือของเธอก็ตกลงในแม่น้ำ เธอจึงไม่สามารถโทรบอกคุณได้ ลูกเขยฉันตั้งใจจะโทรบอกข่าวคราวของนงนาชญช์กับคุณ แต่ภรรยาคุณห้ามไว้ ด้วยความที่เธอยังไม่รู้ว่าคนร้ายตัวจริงเป็นใคร จึงกังวลว่าตัวเธอและลูกอาจจะถูกลอบฆ่าอีก พวกเราจึงยอมปกปิดให้ ดังนั้นนงนาชญช์จึงอาศัยอยู่กับพวกเราจนคลอด แต่แล้วด้วยสภาพร่างกายของนงนาชญช์ที่อ่อนแอมาก ทำให้หลังจากคลอดได้ลูกชายแล้ว เธอก็เสียชีวิต ก่อนตายนงนาชญช์ได้สั่งเสียว่าให้รวิชญ์และพิมพารับเป็นพ่อแม่ของทรรศนัย เพราะต้องการรักษาชีวิตของทรรศนัยเอาไว้ เธอกลัวว่าคนร้ายอาจไม่ยอมรามือและตามมาฆ่าลูกเธออีก ดังนั้นหลานไม่ควรฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า” ยายเล่ายืดยาว
“ผมไม่รับเขาเป็นพ่อหรอก ยายรู้มั้ยว่าชายคนนี้เป็นคนบงการให้นายเทิดตัดสายเบรกรถพ่อรวิชญ์และแม่พิมพา จนพวกเขาประสบอุบัติเหตุ” ทรรศนัยฟ้อง
“อะไรนะ นี่นายเทิดเป็นฆาตกรงั้นหรอ” ลุงสุทัศน์ตกใจ
“อย่าทำเป็นไขสือเลยครับ” ทรรศนัยไม่เชื่อชายตรงหน้า
“และทำไมถึงคิดว่าพ่อเป็นผู้บงการล่ะ” ลุงสุทัศน์ย้อนถาม
“เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผมเห็น เอ้ย ไม่ใช่มีคนแอบเห็นคุณมอบเงินให้กับนายเทิด นั่นแสดงว่านายเทิดเป็นคนของคุณ” ทรรศนัยอธิบาย
“พ่อเปล่านะ…” ท่านประธานพยายามแก้ตัว และกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกลูกน้องพูดแทรก
“เอ่อ ขอผมอธิบายให้ครับ ความจริงพ่อคุณเพิ่งรู้จักกับนายเทิดเมื่อต้นปีนี้เองนะครับ ท่านประธานกำลังออกตามหาภรรยาหรือแม่ของคุณทรรศนัย และตอนนั้นนายเทิดก็ต้องการเงินเพื่อนำมาใช้ในการฟอกไต เขาก็เลยมาพบพ่อคุณ พร้อมกับเสนอว่าหากมอบเงินให้เขาสองแสน เขาจะบอกเบาะแสของแม่คุณให้” วิทูลย์อธิบาย
“ผมไม่เชื่อ อีกอย่าง แล้วทำไมนายเทิดถึงถูกฆ่าปิดปากด้วยต้นว่านซับแร่นั่นล่ะ ซึ่งต้นที่ว่านั่นคุณก็เป็นคนสั่งซื้อแล้วให้มาปลูกในสวนหลังบ้าน” ทรรศนัยสงสัย
“พ่อไม่รู้เรื่องจริงๆ และตอนนี้พ่อจะมีต้นที่ว่าได้ยังไง ในเมื่อมันถูกเผาจนหมดแล้ว” ท่านประธานกล่าว
“คุณต้องมีต้นไม้พิษเหล่านี้อีกแน่ เพราะคุณจ้างวานให้ใครสักคนไปวางไว้ในห้องรัตน์ที่โรงพยาบาลด้วย เห็นมั้ยล่ะว่าคุณต้องการฆ่าทุกคนในบ้าน เพราะอาจจะกลัวว่าจะมีคนมาแย่งสมบัติของคุณ” ทรรศนัยคาดการณ์
“พ่อเคยสั่งซื้อต้นไม้พิษก็จริง แต่นั่นเป็นเพราะพ่อได้มอบหมายให้อาศรีพรรณเป็นคนเลือกต้นไม้สำหรับปลูกในสวนหลังบ้าน พ่อไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันจะมีพิษแบบนี้” ท่านประธานอธิบาย
“อาศรีพรรณเป็นคนเลือกต้นไม้หรอครับ” ทรรศนัยเพิ่งรู้
“ใช่ พ่อรู้สึกผิดที่ไม่ได้ศึกษาให้ดีว่าควรปลูกต้นว่านซับแร่หรือไม่ เลยเป็นสาเหตุทำให้ญาติพี่น้องต้องมาล้มตายแบบนี้” ท่านประธานรู้สึกผิด
“ท่านประธานไม่ผิดนะครับ ในเมื่อท่านประธานไม่ได้เป็นคนมอบต้นไม้ให้พี่น้องไปปลูกภายในห้องนอนนี่ครับ” วิทูลย์รู้เรื่องราวทุกอย่าง
“ใช่ จริงด้วยครับ อาศรีพรรณเป็นคนมอบต้นไม้ให้ไปปลูกในห้องนอน” ทรรศนัยตั้งสติและฉุกคิด
“แล้วเขาจะทำแบบนี้ทำไม” ท่านประธานสงสัยในตัวน้องสาว
“เพื่อแก้แค้นแม่ของคุณหรือเปล่าคุณสุทัศน์” แม่ยายของรวิชญ์ตั้งข้อสังเกต
“ไม่ได้การแล้วผมต้องรีบกลับบ้าน” ทรรศนัยคิดว่าภัทรอาจอยู่ในบ้านของอาศรีพรรณ
****************************
ภัทรฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเอง…