“กรุณาตั้งชื่อกิลด์ด้วยค่ะ” เ้าหน้าที่ผู้ดูแลการจดทะเบียนจัดตั้งกิลด์สอบถามตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน
“ทุ่งหญ้าแห่งพรันซาครับ” ปอริ่งตอบ
“มีครับหรือไม่มีครับคะ” เ้าหน้าที่ถามย้ำอีกครั้ง
“ทุ่งหญ้าแห่งพรันซาเฉยๆ ครับ”ปอริ่งเริ่มรู้สึกว่าเ้าหน้าที่คนนี้จงใจกวนประสาทแต่ก็พยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
“ตกลงเป็ทุ่งหญ้าแห่งพรันซาเฉยๆ นะคะ คุณปอริ่ง” เ้าหน้าที่ทวนพร้อมหัวเราะคิกคัก
“อะแฮ่ม ไม่มีเฉยๆ ด้วยนะครับ”ปอริ่งเริ่มไม่แน่ใจว่านี่เป็การทดสอบอะไรรึเปล่า
“ค่ะ ตามนี้นะคะ” เ้าหน้าที่พูดพร้อมกับชี้ไปที่ชื่อกิลด์“ทุ่งหญ้าแห่งพรันซา”บนหน้าจอพร้อมกับยิ้มให้ปอริ่งราวกับวันนี้เขาลืมรูดซิบกางเกงหรืออะไรซักอย่าง
“ครับ เอ่อ...ว่าแต่ ทำไมต้องยิ้มให้ผมแปลกๆ แบบนี้ด้วยอะครับช่วยบอกผมทีได้ไหม”
“อ๋อ ฮิอิ ขอโทษนะคะ พอดีดิฉันดีใจที่ได้มีโอกาสลงทะเบียนกิลด์ให้คุณปอริ่งคนดังน่ะค่ะ”
“ผมเนี่ยนะครับ คนดัง”
“ทั้งในหมู่เ้าหน้าที่ และในกลุ่มผู้เล่นเลยล่ะค่ะ” เ้าหน้าที่พูดพร้อมกับเปิดกระดานสนทนาของเกมและพิมพ์คำค้น ปอริ่ง ลงในช่องค้นหาจากนั้นระบบก็แสดงหัวข้อสนทนาที่เกี่ยวกับปอริ่งหลายสิบหัวข้อ
ผู้ผดุงความยุติธรรม กำจัด lnwJN69
ผู้ใจบุญรับแลกเสบียงสำเร็จรูปกับก้อนหิน
ชายผู้ Hellno มองว่าเก่งพอๆ กับผู้เล่นยุคบุกเบิก
เรามาสานต่อธรรมเนียมเสบียงสำเร็จรูปแลกก้อนหินกันเถอะ
บิดาแห่งสายอาชีพนักธนูเวท
อยากรู้ว่าปอริ่งมีแฟนหรือยังคะ ใครรู้จักหลังไมค์มาที
ปาร์ตี้ทิ้งให้ผมโดนดุลลาฮานฆ่าตาย แต่ปอริ่งช่วยชีวิตผมไว้
ชายหนุ่มรู้สึกใกับภาพที่เห็นพอสมควร เพราะปกติเขาจะสนใจแต่ข่าวสารเกี่ยวกับภารกิจและราคาสินค้าภายในเกมเท่านั้นจึงไม่เคยใส่ใจหัวข้อที่เป็การพูดคุยทั่วๆ ไป
“มิน่าล่ะ วันก่อนถึงโดนยัยนานะแซว” ปอริ่งแอบคิดในใจเขาไม่แน่ใจว่าการมีชื่อเสียงนี้จะเป็ผลดีหรือผลเสียกันแน่เพราะอันที่จริงตัวเขาก็เป็แค่คนธรรมดาและไม่เคยัักับความรู้สึกของการเป็คนดังมาก่อน ปอริ่งจึงตัดสินใจที่จะลืมๆเื่นี้ไป โดยหวังว่าอีกซักพัก ผู้คนจะลืมเลือนเื่ของเขาไปเอง
“สำหรับกิลด์ที่เพิ่งตั้งและสมาชิกยังไม่ถึง 50 คน จะมีแค่หัวหน้ากิลด์ที่รับตำแหน่งในกิลด์ได้นะคะคุณปอริ่ง้าฟังคำอธิบายเื่ตำแหน่งไหมคะ”
“เอ... ผมไม่เคยได้ยินข้อมูลนี้มาก่อนเลย มันคืออะไรเหรอครับ”
“โดยปกติแล้ว ข้อมูลเื่ตำแหน่งจะปกปิดไว้และรู้กันเฉพาะภายในสมาชิกกิลด์ค่ะเพราะมีผลอย่างมากขณะทำากิลด์ โดยตำแหน่งที่ว่านี้ จะแต่งตั้งได้สูงสุด 4ตำแหน่ง ตามจำนวนสมาชิกในกิลด์ ดังนี้ค่ะ
0-50 คน 1 ตำแหน่ง
51-100 คน 2 ตำแหน่ง
101-200 คน 3 ตำแหน่ง
500 คนขึ้นไป 4 ตำแหน่ง
ตำแหน่งที่เลือกได้ใน่ที่สมาชิกยังไม่ถึง 200 คน จะมีดังนี้ค่ะ
1. ขุนศึก – สมาชิกในกิลด์ทุกคนที่อยู่ในแมปเดียวกับขุนศึกจะได้รับพลังโจมตีและป้องกันเพิ่มขึ้นเป็%
2. ขุนนาง – สมาชิกในกิลด์ทุกคนที่อยู่ในแมปเดียวกับขุนนางจะได้รับโบนัส Exp และเครดิต
3. นักยุทธศาสตร์ – สมาชิกในกิลด์ทุกคนที่อยู่ในแมปเดียวกับนักยุทธศาสตร์จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับศัตรู
ส่วนตำแหน่งพิเศษที่เฉพาะหัวหน้ากิลด์ถึงจะใช้งานได้เมื่อกิลด์มีสมาชิก500 คนขึ้นไป คือ
จักรพรรดิ์ – สมาชิกในกิลด์ทุกคนที่อยู่ในแมปเดียวกับจักรพรรดิจะได้รับ Max HP/SPและค่าพลังทั้งหมดรวมทั้งอัตราการฟื้นฟู HP และ SPเพิ่มขึ้นเป็ %”
“ข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูของนักยุทธศาสตร์คืออะไรเหรอครับ แล้วตำแหน่งเมื่อรับแล้วจะเปลี่ยนได้ไหมครับ”
“เอ ในไฟล์คำอธิบายมีแค่นี้เองค่ะ ต้องขออภัยด้วย แต่กิลด์เพิ่งตั้งส่วนใหญ่จะนิยมขุนนางกันนะคะจะได้เก็บเลเวลไวๆ แล้วพอเลเวลสูงขึ้น ก็มักจะเปลี่ยนเป็ขุนศึกแทนค่ะโดยตำแหน่งจะเปลี่ยนได้ทุกๆ 30 วันนะคะ คุณปอริ่งสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองในเมนูกิลด์ที่เพิ่มมาได้เลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ปอริ่งมองว่าขุนศึกและขุนนางดูจะน่าสนใจมากอย่างที่เ้าหน้าที่แนะนำจริงๆแต่ก็ติดใจเื่ข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูของนักยุทธศาสตร์เพราะเขาเชื่อว่าเกมน่าจะออกแบบให้ตำแหน่งพวกนี้มีความสำคัญพอๆ กัน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเปิดเมนูกิลด์และเลือกแต่งตั้งตัวเองเป็นักยุทธศาสตร์ จากนั้นก็ส่งคำเชิญซีซี่ นานะและบาโดะเข้าร่วมกิลด์ ทุ่งหญ้าแห่งพรันซา
เมื่อจัดการธุระเสร็จเรียบร้อย ปอริ่งก็ซื้อวาร์ปและไปนั่งรอเพื่อนๆของเขาที่หน้าปิรามิด วันนี้พวกเขาตั้งใจจะเก็บเลเวลจากอนูบิสจนทุกคนเลเวลเกิน 80 ซึ่งเป็เลเวลขั้นต่ำในการขึ้นไปยังปิรามิดชั้น4 โดยเป้าหมายของพวกเขาคือไปสำรวจลาดเลาว่าพอจะสู้กับฟาโรห์แห่งอูนีไหวหรือไม่
อนูบิส เลเวล 85 HP 38,000/38,000 แพ้: ไฟ
“โอ๊ะ ทำไมวันนี้ชั้นเห็นข้อมูลอนูบิสเพิ่มมาบนหัวมันด้วยล่ะ”บาโดะอุทานเมื่อปาร์ตี้ของพวกเขาเดินทางไปถึงปิรามิดชั้น 3
“จริงด้วย ชั้นก็เห็น” นานะพูดเสียงดังอย่างตื่นเต้นอีกคน
“ชั้นก็เห็น ปอริ่งล่ะ” ซีซี่พยักหน้าพร้อมหันไปถามปอริ่ง
“ครับ เหมือนจะเป็ความสามารถของตำแหน่งในกิลด์น่ะครับ”ปอริ่งตอบพร้อมอธิบายระบบตำแหน่งให้เพื่อนๆ ของเขาฟัง
“โห ถ้านักยุทธศาสตร์ได้แค่นี้ชั้นว่าขุนศึกเจ๋งกว่าแฮะ” บาโดะแสดงความเห็น
“แต่ชั้นชอบขุนนางมากกว่านะจะได้เก็บเลเวลไวๆ”นานะพูดต่อ
“นักยุทธศาสตร์น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้นะ”ซีซี่พูดแสดงความเห็น
“ขอโทษทุกคนด้วยนะครับตอนแรกผมก็คิดว่าน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เสียดายเหมือนกันต้องรออีกเดือนนึงถึงจะเปลี่ยนได้” ปอริ่งพูดพร้อมกับกดตรวจสอบเมนูตำแหน่งในกิลด์
“เฮ้ย ไม่เป็ไร มีก็ดีกว่าไม่มีล่ะนะ ปะๆลุยกันต่อ” บาโดะพูดพร้อมกับตบบ่าปอริ่ง
การเก็บเลเวลเป็ไปอย่างราบรื่น การเห็นค่า HP ของอนูบิสช่วยให้ทุกคนวางแผนการสู้ง่ายกว่าเดิมมากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดบาโดะซึ่งเลเวลต่ำที่สุดในกลุ่มก็เลเวล 80
“ฮู้ว รู้งี้่แรกๆ ขยันเล่นหน่อยก็ดีเลเวลต่ำสุดแบบนี้รู้สึกเหมือนเป็ตัวถ่วงเลย”บาโดะบ่นขยะหยิบขวดเหล้ามากระดกและยื่นให้ปอริ่ง ซึ่งก็รับมาจิบต่ออย่างว่าง่าย
ขณะนี้นานะเลเวล 84 ปอริ่งเลเวล 83ส่วนซีซี่เลเวล 81 แล้ว
“ทีนี้ทุกคนก็ไปชั้น 4 กันได้แล้วเนอะยังไงตั้งออโต้รีคอลไว้ที่ประมาณครึ่งหลอด HP เลยนะครับวันนี้เรายังไม่ฆ่า แค่ดูลาดเลาก่อนก็พอ” ปอริ่งบอกกับทุกคนในปาร์ตี้ส่วนตัวเขาเองก็ตั้งโปรแกรมให้ริน คู่หูของเขาสั่งรีคอลแทนเขาทันทีที่ SP เหลือน้อยกว่าครึ่งหลอดเช่นกัน
เมื่อทั้งสี่ขึ้นไปถึงชั้น 4 ซึ่งเป็ส่วนยอดของปิรามิดที่มีการตกแต่งแบบท้องพระโรงที่ผุพัง มีบัลลังก์ที่พนักแตกไปครึ่งหนึ่งอยู่ตรงกลางก็พบกับผู้เล่นอีกปาร์ตี้หนึ่งที่มีสมาชิก 5 คนมายืนรอจัดการฟาโรห์แห่งอูนีเช่นกัน บอสใน Don’t Dieเมื่อตายแล้วจะมีเวลานับถอยหลังแจ้งให้ทราบที่จุดเกิดทันทีโดยมารยาทแล้ว ปาร์ตี้ที่มาทีหลังก็จะยืนรอดูอยู่ไกลๆ โดยไม่เข้าไปยุ่ง
“สวัสดีครับ สนใจรวมตี้ไหม”หัวหน้าปาร์ตี้อีกคนที่ดูเหมือนจะเป็สายอาชีพนักธนูทักทายเมื่อเห็นปาร์ตี้ของปอริ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ
“ไม่เป็ไรครับ พวกเราเพิ่งเลเวล 80 นิดๆ วันนี้แค่มาดูลาดเลาเฉยๆตามสบายเลยครับ” ปอริ่งตอบ
“โอเคครับ”หัวหน้าปาร์ตี้ที่กำลังรออยู่พยักหน้าก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนในปาร์ตี้ของตนเอง
ตัวเลขนับถอยหลังบอกว่าอีก 4 นาทีฟาโรห์แห่งอูนีก็จะเกิดแล้วพวกของปอริ่งจึงถอยออกมาจากลานตรงกลางเพื่อออกนอกระยะเวทหรือทักษะหมู่จากนั้นก็นั่งล้อมวงกันคุยสัพเพเหระ
“น่าตื่นเต้นดีเนอะ ถ้าไม่นับวุ้นั์ นี่เป็บอสตัวแรกของพวกเราเลย”นานะพูดขณะกินเครปกล้วยในมืออย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับยื่นชิ้นหนึ่งให้ซีซี่
“เสียใจด้วย แต่ท่านปอริ่งของเราโซโลดุลลาฮานมาแล้วนะครัช”บาโดะพูดพร้อมเอาศอกกระทุ้งปอริ่ง
“ผมก็ไม่เคยล่าบอสเป็ปาร์ตี้เหมือนกันครับ” ปอริ่งตอบ
“แต่ชั้นว่าเราน่าจะสู้ไหวนะ ฟาโรห์แห่งอูนีไม่ได้มีท่าโจมตีที่รุนแรงแค่อึดตายยากเฉยๆ ตราบใดที่ปอริ่งยังฮีลทันก็ไม่น่ามีปัญหา” นานะแสดงความเห็นต่อ
“รินต่างหากที่ฮีล” เสียงคู่หูตัวเล็กของปอริ่งพูดแทรกขึ้นมา
“จริงด้วย ขอโทษนะจ๊ะ” นานะพูดพร้อมกับลูบหัวน้อยๆของรินที่กำลังกอดอกทำแก้มป่องแกล้งไม่พอใจ
“บอสเกิดแล้ว” เสียงซีซี่ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมองที่บัลลังก์
ระบบประกาศเตือนผู้เล่นทุกคนในปิรามิด
คำเตือน: ฟาโรห์แห่งอูนี (ต้องคำสาป) เลเวล 120 ปรากฏตัวขึ้นที่ปิรามิดชั้น4 แล้ว
มอนสเตอร์ที่ลักษณะเหมือนมัมมี่ของฟาโรห์ยุคอียิปต์โบราณมือข้างหนึ่งถือไม้คทาสีทองไว้ ไม่สวมเสื้อและใช้ผ้าที่ทอด้วยด้ายสีทองพันรอบสะโพกคาดเอวปรากฏตัวขึ้นและแถบสถานะเหนือหัวของฟาโรห์ที่ทุกคนในปาร์ตี้ของปอริ่งมองเห็นมีดังนี้
ฟาโรห์แห่งอูนี (ต้องคำสาป) เลเวล 120 HP 891,994/891,994 แพ้: ศักดิ์สิทธิ์
“เฮ้ย ฟาโรห์แห่งอูนีมันเลเวล 100เองไม่ใช่เหรอ หรือชั้นจำผิด” บาโดะหันมาถามเพื่อนๆ
“ครับ แล้วเท่าที่ผมเตรียมข้อมูลมา HP ก็แค่ราวๆ4-5 แสนครับ แต่ตัวนี้เกือบ 9 แสน”ปอริ่งตอบพร้อมกับขมวดคิ้วและเปิดหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“แล้วปาร์ตี้นั้นจะรอดไหมอะ เลเวลก็พอๆกับเราเอง” นานะถามด้วยความสงสัย
“ปอริ่งระวัง”เสียงซีซี่ะโเตือนขณะที่มีวงเวทย์ปรากฏขึ้นใต้เท้าของปอริ่ง
ชายหนุ่มกลิ้งตัวหลบมือมัมมี่ขนาดั์ที่โผล่ขึ้นมาจากวงเวทย์ซึ่งเกือบจะขยี้ตัวเขาได้สำเร็จก่อนที่จะสลายหายไป
“เราอยู่ตั้งไกล ทำไมบอสมันโจมตีเราอะ” บาโดะถามขณะวิ่งหลบการโจมตีของฝูงมาเดอร์และมัมมี่นับสิบตัวที่ฟาโรห์แห่งอูนีเสกออกมา
“ผมก็ว่ามันแปลกๆ นะครั....”ปอริ่งยังไม่ทันจะพูดจบประโยคก็ต้องหลบวงเวทย์ที่ใต้เท้าของเขาอีกครั้งดูเหมือนฟาโรห์แห่งอูนีจะเจาะจงโจมตีเขาเป็พิเศษ เพราะทั้งตัวฟาโรห์และลูกน้องที่เสกออกมาต่างวิ่งจากบัลลังก์ตรงกลางมาทางพวกเขาโดยไม่สนใจอีกปาร์ตี้หนึ่งเลย
“เอาไงดีปอริ่ง รีคอลก่อนไหม”นานะถามขณะใช้ท่าดาบผ่าพสุธาจัดการกับฝูงมัมมี่และมาเดอร์
จู่ๆ ฟาโรห์แห่งอูนีก็หยุดยืนนิ่งและมีวงเวทย์ขนาดใหญ่กินพื้นที่เกือบทั้งปิรามิดชั้น4 ปรากฏขึ้นปอริ่งหยุดยืนจ้องไปที่ฟาโรห์และพยายามนึกถึงท่าโจมตีของฟาโรห์แห่งอูนีจากในคลิปการต่อสู้ที่เขาเคยเปิดดูจู่ๆ ข้อความของระบบก็แจ้งเขาว่า
“เปิดโหมดบัญชาการรบ”
จากนั้นบนข้อมือทั้งสองข้างและหัวของฟาโรห์แห่งอูนี มีวงกลมเรืองแสงสีแดงที่มีกากบาทคล้ายกับเป้าเล็งปืนปรากฏขึ้นพร้อมตัวเลขนับถอยหลังบนหัวฟาโรห์และบนพื้นก็มีแถบเรืองแสงสีแดงขนาดใหญ่เกือบเท่าวงเวทย์กะพริบเป็จังหวะเดียวกับที่ตัวเลขนับถอยหลัง7...6...
ปอริ่งเข้าใจในทันทีว่านี่คือความสามารถที่แท้จริงของนักยุทธศาสตร์
“คุณนานะช่วยจัดการกับฝูงลูกน้อง แหวกทางให้คุณซีซี่กับบาโดะเข้าไปประชิดตัวทีครับคุณบาโดะ เล็งโจมตีไปที่เป้าตรงข้อมือซ้ายส่วนคุณซีซี่เล็งโจมตีไปที่เป้าตรงข้อมือขวาครับ”
ปอริ่งรีบสั่งการทันที“ขอให้เราเข้าใจไม่ผิดเถอะนะ” จากนั้นตัวเขาก็เล็งดรรชนีฟ้าหลังฝนยันต์อัคคีไปที่เป้าบนหัวของฟาโรห์แห่งอูนีทันทีที่ยันต์ะเิ ข้อความ Critical ก็ปรากฏขึ้น ส่งผลบอสชะงักไปเสี้ยววิหนึ่งและเป้าสีแดงบนหัวก็หายไป
การโจมตี Critical ในเกม Don’t Die จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เล่นโจมตีใส่จุดอ่อนของมอนสเตอร์เท่านั้นซึ่งแปลว่าหากผู้เล่นเล็งโจมตีได้อย่างแม่นยำ ก็จะสามารถทำให้การโจมตีทุกครั้งติด Critical ได้หมดดูเหมือนว่าเป้าสีแดงที่ปรากฏขึ้น ก็คือจุดอ่อนของฟาโรห์แห่งอูนีนั่นเอง
เวลายังคงนับถอยหลังต่อ 3...2...
เมื่อซีซี่บุกเข้าไปประชิดตัวและใช้มีดคู่ฟันใส่ข้อมือขวาสำเร็จบอสก็ชะงักไปอีกเสี้ยววิหนึ่ง รวมทั้งเป้าที่ข้อมือขวาก็หายไปอีกอัน ก่อนที่ตัวเลขจะนับถึง0 ตัวโน้ตจากกีตาร์ของบาโดะก็ะเิใส่เป้าตรงข้อมือซ้ายของฟาโรห์แห่งอูนีพอดี
วงเวทและแถบเรืองแสงสีแดงขนาดใหญ่บนพื้นหายไปพร้อมกับที่ฟาโรห์แห่งอูนีทรุดนั่งลงกับพื้นและหอบหายใจด้วยความเหนื่อยมีตัวเลขสีเขียวนับถอยหลังบนหัวของฟาโรห์แห่งอูนี 5...4...พร้อมกับมีข้อความจากระบบแจ้งว่า “ยกเลิกท่าไม้ตายสำเร็จฟาโรห์แห่งอูนีอยู่ในสถานะเหนื่อยล้า”