บรรยากาศริมทะเลของพื้นที่หาดส่วนตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากแสงแดดยามเย็นที่คล้อยตัวลงสู่เส้นขอบฟ้าตัดกับผืนน้ำกว้างไกลโรแมนติกด้วยคบไฟที่จุดประดับทั่วทั้งบริเวณ มีซุ้มดอกไม้สีขาวเป็ฉากหลังพร้อมหน้าด้วยแขกคนสำคัญที่เป็ญาติสนิทมิตรสหายร่วมกันเป็สักขีพยาน ซึ่งรังสรรค์เ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกอุปกรณ์ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับแนวหน้าของประเทศได้เนรมิตให้เป็งานแต่งสุดพิเศษสำหรับเ้าสาวที่ไม่ใช่ใครอื่น ปวริศาสาวสวยทายาทเ้าของร้านอาหารและรีสอร์ตหลายสาขาทั่วประเทศเรียกได้ว่าเป็งานช้างะเืแวดวงธุรกิจที่มีน้อยคนจะไม่รู้จักชื่อของพวกเขา คนที่หนุ่มสาวหลายคนทั้งเชียร์ทั้งกำหมัดกัดฟันอวยพรให้เขาได้ลงเอยกันซักที่เวลาที่ตกลงคบกันแสนสั้น แต่่เวลาที่ชื่นชอบ เฝ้าตามจีบนั้นผ่านมาหลายปีคนที่ตามจีบก็คือรังสรรค์เอง ขอคบเป็แฟนเอง และขอแต่งงานเองด้วยแน่นอนว่าฝ่ายหญิงนั้นได้ยินยอมพร้อมใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับเขาแล้วเช่นกัน ตอนนี้บ่าวสาวก็กำลังยืนส่งสายตารักใคร่ให้กันหลังแลกแหวนแทนใจแล้ว
“จูบเลยๆๆๆๆ”
และนี่ก็เป็วินาทีสุดตราตรึงใจของทุกคนที่มาร่วมงานแต่งครั้งนี้และจะสลักในความทรงจำของคู่บ่าวสาวเ้าของงานเช่นกัน
ฉากสำคัญนี้อยู่ในสายตาของอดีตเลขาของเ้าบ่าวป้ายแดงซึ่งก็คือท่านรองประธานหนุ่มของพนักงานในเครืออิเล็กทรอนิกส์กรุ๊ปหัวใจของเธอเต้นเร็วแรง ยิ้มเต็มหน้าที่ไม่ถึงดวงตา สองมือเย็นเฉียบและสองขาที่อ่อนแรง เธอจะเป็ลมตอนนี้ไม่ได้ ลลิตาหรือลิ้นจี่ได้บอกกับตัวเองซ้ำๆอยู่ในความคิดแต่หัวใจนั้นแสนฝาดเฝื่อน ลูกสาวที่พ่อทอดทิ้งต้องอยู่กับแม่และยายเพียงสามคนั้แ่อยู่ประถมก็โตมาด้วยมือของทั้งสองที่คอยโอบอุ้มพอเริ่มทำงานหาเงินได้ก็เพื่อแบ่งเบาภาระคนที่ส่งเสีย ไม่เจอกันทุกวันแต่สัมพันธ์ความรักแสนยืนยาว ถึงพ่อไม่รัก เขาไม่รัก ก็ไม่เห็นต้องน้ำตาไหลให้ใครนี่ก่อนหน้าที่จะเดินเข้างานนี้เธอร้องไห้มาเยอะแล้ววันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่เธอจะอาลัยในความรักที่ไม่มีทางเป็จริงของตัวเอง
ชีวิตนังลิ้นจี่นี่มันขมๆฝาดๆวันไหนมันจะหวานจะหอมเหมือนชื่อที่พ่อผู้ทอดทิ้งตั้งให้ เป็เื่ที่ไม่อาจทราบได้จริงๆ
“ลิ้นจี่ ไปเดินตักอาหารตรงโน้นเป็เพื่อนหน่อยงานนี้มีแต่ลูกท่านหลานเธอ ไปคนเดียวเกร็งน่ะ”
เสียงของเมษยา เพื่อนสนิทปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์ที่จมดิ่งอยู่หญิงสาวหันมองเพื่อน สายตาสบกันก็เข้าใจทั้งหมดของความรู้สึกภายในของอีกฝ่ายเมษยารู้ว่าลลิตาเศร้าโศกเพียงไหน แต่เดิมพันทุกอย่างมีความเสี่ยงความรักของเพื่อนก็ไม่มีข้อยกเว้น โชคดีหนึ่งอย่างตอนนี้คือ่เวลาที่เธอจมดิ่งกับตัวเองฉากสำคัญของวันนี้ก็ผ่านพ้นไปแล้วเช่นกัน
“อืม เอาสิ”
ทั้งคู่จึงหันหลังให้บ่าวสาวบนเวทีเล็กมีเื้ัเป็ท้องทะเลสีส้มยามเย็น เมษยาไม่พูด ใช้มือจูงมืออีกคนให้เดินตามไป ส่งกำลังใจผ่านฝ่ามือสื่อถึงความรักความเข้าใจที่คนเป็เพื่อนสามารถมอบให้ได้ ‘แกยังมีฉันนะลิ้นจี่’เมษยาพูดปลอบโยนในใจ กลัวว่าถ้าเอ่ยออกมาตอนนี้เพื่อนสาวจะเก็บกดน้ำตาไว้ไม่ไหวถ้ามันร้องออกมาตอนนี้นะ...อวสานงานแต่งบอสแน่ๆ คนทั้งงานได้หันมามองมันสิเธอยังไม่อยากให้เกิดการแย่งซีนใดๆในเวลาสำคัญของบอสหรอกนะ เพื่อนสำคัญมากแต่ตำแหน่งหน้าที่และการงานสำคัญกว่า ชีวิตทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงินจริงๆคิดแล้วเมษยาก็ซอยเท้ากึ่งลากกึ่งจูงกายหยาบของลลิตาเดินเร็วๆออกไปจากจุดสนใจของงาน
หลังเสร็จพิธีบนเวทีริมหาดคู่บ่าวสาวก็มาเดินทักทายบรรดาแขกที่ร่วมงานงานถูกจัดเป็การภายใน และค่อนข้างเป็ส่วนตัว คนที่อยู่ ณที่แห่งนี้จึงมีแต่คนสนิทของทั้งสองฝ่ายจริงๆปวริศาถูกลากไปเม้าส์มอยกับบรรดาเพื่อนสาวของเธอ เช่นเดียวกับรังสรรค์ที่ถูกดึงให้มาชนแก้วกับเพื่อนสนิทเช่นกัน
“ห่างกันบ้างก็ได้ครับเพื่อนตั้งเข้าใจว่าเ้าสาวคุณสวยมาก บนเวทีได้จูบแล้ว คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับท่านรอง”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงชยต หนุ่มปากแจ๋วอารมณ์ดีหนึ่งในกลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะเอ่ยแซว สร้างสีสันและความครึกครึ้นให้กับงานเพิ่มมากขึ้นไปอีก
“มึงก็ไปพูดแซวมัน ทำเป็รึเปล่าเถอะวันๆอยู่แต่กับงาน จนกูคิดว่ามันจะแต่งกับงานอยู่ละ” ปารเมศวรก็พูดสำทับไปด้วยอีกคน
“ฮ่าๆๆๆ” โต๊ะเพื่อนเ้าบ่าวจึงมีความคึกคักไปโดยปริยาย
“พอเลยพวกมึงก็หยุดทั้งคู่แหละ ให้เกียรติเ้าของงานด้วยนะครับบรรดาแขกผู้มีเกียรติ”
รังสรรค์ส่ายหน้ายิ้มๆกับความแสบสันของบรรดาเพื่อนสนิทที่มาร่วมงานแต่งของตนบุคลิกท่านรองประธานผู้มาดขรึมที่เนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้าเมื่ออยู่ต่อหน้าพนักงานบริษัทดูแปลกตาไป วันนี้นอกจากเ้าสาวจะถูกแต่งหน้าทำผมอย่างสวยงามด้วยลุคธรรมชาติเข้ากับทะเลแต่มีความหรูหราสง่างามสมฐานะ เ้าบ่าวถูกปรับเปลี่ยนลุคด้วยช่างฝีมือดีที่ทำให้เขาดูหล่อสะอาดเหมือนเพิ่งอาบน้ำมาชุดสูทสีครีมแบบไม่เป็ทางการ ผมถูกดัดลอนคลายๆ หล่อละมุน อบอุ่น ลดอายุลงไปหลายปี ออกแนวเกาหลีเกาใจตามสมัยนิยมมากทีเดียว
ถึงรังสรรค์จะยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางเพื่อนญาติสนิทมากมาย แต่งานนี้ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าข่ายที่ว่าข้างต้นเขาให้มาเพื่อสแตนบายในงานร่วมกับทีมออแกไนซ์ที่จัดงาน เป็ทีมงานที่เ้าบ่าวไว้ใจและสบายใจได้เมื่อมอบหมายงานให้กับพวกเขา ก็คือกลุ่มพนักงานฝีมือระดับเซียนคล่องแคล่วว่องไว และอายุยังน้อย แน่นอนว่างานแต่งเขา คนคอยดูแลก็ต้องไม่แก่เกินไปเขายัง้าให้บรรยากาศงานนอกจากทะเลแล้ว
คนที่มองเห็นโดยรอบต้องทำให้พลอยสดชื่นไปด้วย ก็เป็แบบนี้แหละ วิถีซีอีโอหนุ่มชีวิตมันต้องเพอร์เฟค รวมถึงภาพลักษณ์ และคนที่ยืนเคียงข้างกันชายหนุ่มนึกคิดไปเรื่อย พร้อมกับมองกวาดไปทั่วทั้งงาน เขากำลังมองหาคนอดีตเลขาหน้าหวานนั่น ที่ทำงานเก่งๆ พูดตรงๆ มองโลกแง่บวกใสซื่ออยู่เสมอคนนั้น...ลิ้นจี่
“มึงมองหาใครคุณเ้าบ่าว หันซ้ายหันขวา อีกนิดจะเป็พัดลมละ” ชยตถามออกไปหลังจากเ้าบ่าวของงานมองไปมา
เหมือนคนสำคัญไม่มางานแต่งมัน
“กูก็มองหาไอ้ธีร์ดิงานแต่งกูแต่มันหายไปไหนนานละ มานั่งตั้งนานยังไม่เห็นมันเลย” รังสรรค์บอกเพื่อน แต่คำตอบนั้นไม่แน่ใจว่าตอบเพื่อน
หรือตอกย้ำกับตัวเองกันแน่
“อ๋อ กูเห็นมันไปห้องน้ำแต่แม่งไปนานจริง มันไม่ตกส้วมแล้วหรอกมั้ง”
“ไอ้บ้า วันนี้มันคีพลุคไม่เมาแต่หัววันหรอก เขาให้เกียรติงานแต่งเพื่อนครับ แต่ถ้าไม่เมาก็คงไปม่อสาวสักที่ในงานแล้วล่ะ คติมัน ไม่เมาเหล้า
ก็เมาสาวครับ”
“ฮ่าๆๆๆๆ” บรรดาเพื่อนพูดถึงบุคคลที่สามซึ่งไม่ได้อยู่ในวงสนทนาแล้วเป็อย่างนั้นจริงเมื่อธีร์ หรือธีรดนย์กำลังนั่งกระดิกขาอยู่ในสวนซุ้มอาหารบุฟเฟต์มองสองสาวยืนตักอาหารไม่ถูกสิ ต้องบอกว่าหนึ่งสาวแว่นตักอาหารจนจะล้นจานหนึ่งสาวหน้าหวานยืนนิ่งเป็หุ้นขี้ผึ้ง ถ้าไม่ติดว่าคอยตอบรับอีกคนเวลาถูกถามเขาเชื่อแล้วจริงๆว่าเธอไม่น่าใช่คน แต่ให้อภัยได้ เธอสวย จบนะคิดได้ดังนั้นความเป็เสือในตัวก็ถูกปลุกตามปกติเช่นทุกวัน ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาสองสาวที่อยู่หน้าโต๊ะอาหารบุฟเฟต์
“สวัสดีครับ มาร่วมงานแต่งนี่เป็เพื่อนฝั่งเ้าสาวใช่มั้ยครับ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”
เอาล่ะทักมาคำแรกมันก็ให้เป็เพื่อนเ้าสาวเลยนะ สีหน้าเมษยาแข็งค้าง เหลือบตามองลลิตาฟู่ววว โชคดีที่มันสติหลุดไปซักพักแล้ว มารหัวใจมาเรียกเป็เพื่อนเ้าสาว บัดซบ! ไอ้คนหล่อมีตาไม่มีแววนี่มันใคร ถามแบบนี้ไม่แคล้วเพื่อนฝั่งเ้าบ่าวชัวร์คิดได้แบบนั้นเมษยาก็ปั้นยิ้มการค้าเข้าสู้ แล้วตอบแบ่งรับแบ่งสู้ไป
“อ่อเปล่าค่ะ พวกเราเป็ฝ่ายประสานงานมาช่วยดูแลงานแต่งท่านรองกับแฟนค่ะ คุณคงเป็เพื่อนเ้าบ่าวใช้มั้ยค่ะมีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะคะ คุณ...”
“ผมธีรดนย์ครับ เรียกธีร์เฉยๆก็ได้ขอโทษจริงๆครับ ผมไม่ค่อยได้เจอท่านรองของคุณฐานะเพื่อนร่วมงานครับเราทำงานคนละแนวกัน เลยไม่ทราบว่าบริษัทมันจะมีพนักงานสวยขนาดนี้”
ธีรดนย์ตอบเมษยาตามประสาหนุ่มเ้าสำราญ ท้ายประโยคก็ชำเลืองมองลลิตาไปด้วย...ชัดเลยไอ้นี่มันพวกเ้าชู้ไปทั่ว
เมษยาคิดไปหนังตาก็กระตุกยิกๆ
“พวกคุณล่ะครับ ชื่ออะไรกันบ้าง”ธีรดนย์ถามสองคน แต่สายตาโฟกัสอยู่ที่คนเดียว ขนาดนี้ก็ถามคนเดียวเลยสิ ฉันมาทำอะไรที่นี่...เมษยาได้แต่คิด และอดสูในใจ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบเสียง์ช่วยกอบกู้สถานการณ์บ้าบอนี้ของเธอ แต่ดันเป็เสียงนรกที่ดึงสติเพื่อนสาวอย่างลลิตาก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ชื่ออะไรจำเป็ให้คุณธีรดนย์ต้องใส่ใจพนักงานตัวเล็กๆในบริษัทผมด้วยหรอครับ”
ทั้งสามคนหันไปตามเสียงของรังสรรค์ เขามายืนั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ท่าทางการพูดคล้ายหยอกล้อเพื่อนเล่นๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพนักงานอย่างพวกเธอตอนนี้ธีรดนย์ก็เลิกสนใจสาวๆแล้ว เขาเข้าไปแสดงความยินดีกับเ้าบ่าวท่ามกลางสายตาสองคู่ที่มองสบกัน เป็สายตาที่คาดเดาไม่ออกหนึ่งคู่
กับสายตาปรงตกกับชีวิตอีกคู่ซึ่งอีกสองคนที่ยืนอยู่ไม่อาจรับรู้ถึงความผิดปกตินั้นเลย