หลังจากที่มาถึงโรงเตี๊ยมเปี่ยมสุขตามที่ซือหนิงอ้ายแนะนำจ้าวลี่เซียนจึงยื่นกระดาษที่อ้ายเอ๋อร์ให้มาส่งให้กับหลงจู๊ของโรงเตี๊ยมหลงจู๊บอกให้นางรอสักครู่และรีบวิ่งไปยังชั้นสองซึ่งน่าจะเป็ห้องทำงานของเ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้เพียงไม่นานหลงจู๊ก็เดินมาพร้อมกับชายชราอีกคน
“ข้าน้อยจงฟู่เหอเป็เ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้และเป็ตาของสตรีที่พวกท่านได้ช่วยเหลือไว้ ได้โปรดรับการคารวะจากตาแก่ผู้นี้ด้วย”จงฟู่เหอเอ่ยแนะนำตนเองก่อนจะคารวะคนทั้งสามที่ดูมีฐานะไม่ธรรมดา
“ท่านผู้าุโอย่าทำเช่นนี้เลยเ้าค่ะ”จ้าวลี่เซียนรีบเอ่ยห้ามและประคองชายชรามิให้คารวะพวกเขาทั้งสาม
“ท่านผู้าุโอย่าคิดมากเลยข้าเชื่อว่าหากผู้ใดพบเห็นก็เข้าไปช่วยเหลือเช่นเดียวกันกับพวกข้า” จ้าวเฟยหลงเอ่ยตามที่คิด
“ข้าขอทราบนามของผู้มีพระคุณที่ช่วยหลานสาวข้าได้หรือไม่”
“ข้ามีนามว่าจ้าวเฟยหลงและนี่จ้าวเฟยหยางส่วนนางคือจ้าวลี่เซียนทั้งสองเป็น้องของข้าเอง”จ้าวเฟยหลงเป็ผู้ตอบคำถามให้แกชายชรา
“พวกท่านแซ่จ้าวหรือ”
“ใช่ขอรับท่านผู้าุโ”เป็จ้าวเฟยหยางเอ่ยตอบ
“พวกท่านคือบุตรของประมุขจ้าวหยางหลงแห่งพรรคัทมิฬใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะ”
“เป็วาสนาของข้านักที่ได้พบกับบุตรของผู้มีพระคุณ”
“ผู้าุโรู้จักบิดาข้าด้วยรึเ้าค่ะ”
“ใช่”หลังจากนั้นจงฟู่เหอก็เชิญทั้งสามนั่งพร้อมกับสั่งชาให้คนทั้งสามได้ดื่มก่อนจะเล่าถึงเหตุการณ์หนหลังให้คนทั้งสามได้ฟัง
“ช่างบังเอิญนัก”จ้าวเฟยหลงพึมพำกับตนเองเบาๆ
“ข้าเสียมารยาทแล้วเชิญพวกท่านพักผ่อนเถิดเพิ่งมากันเหนื่อยๆข้าให้เด็กจัดที่พักให้เรียบร้อยแล้วขาดเหลืออะไรบอกได้ทันทีอย่าได้เกรงใจ”จงฟู่เหอเอ่ยเมื่อรู้ว่าตนเสียมารยาทที่นั่งสนทนาจนลืมเวลา
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินตามหลงจู๊ขึ้นไปชั้นสองที่เป็ส่วนของห้องพักที่มีทั้งหมดประมาณ6 ห้อง โชคดีที่พวกเขาได้ห้องติดกันเมื่อถึงห้องพักทั้งสามจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนคลายความเมื่อยล้า
“มีอะไร” ทันทีที่จ้าวเฟยหลงเข้ามาภายในห้องก็เอ่ยเสียงเย็นถามขึ้นทันที
“มีข่าวจากท่านประมุขแจ้งมาถึงคุณชายใหญ่ขอรับ”เงาที่รับหน้าที่รีบเอ่ยทันที บอกเล่าตามที่ท่านประมุขสั่ง
“ปัง!!...หน๊อย!!...เ้าัสี่ขาน่าตายหากมันกล้าเข้ามาวุ่นวายกับน้องสาวข้าเมื่อใด ข้าจะกระทืบมันให้จมดินเลยคอยดูเถิด”จ้าวเฟยหลงระบายโทสะทุบลงบนโต๊ะสองมือกำเข้าหากันแน่น
“พี่ใหญ่เกิดอันใดขึ้นขอรับเสียงดังไปถึงห้องน้องเลย”จ้าวเฟยหยางเอ่ยถามผู้เป็พี่ชาย
“มีแมลงมาตามสืบเื่ของเซียนเอ๋อร์”
“มันเป็ผู้ใด!!”จ้าวเฟยหยางถึงกับตากระตุกทั้งมองเงากดดันอย่าง้าคำตอบ
“ประมุขเฉินอี้เทียนแห่งพรรคกิเลนขอรับคุณชายรอง”
“ปัง!!...เป็แค่ัสี่ขาริจะกินเนื้อหงส์รึอย่าให้เจอข้าจะสับขามันให้เละเลยคอยดู” จ้าวเฟยหยางระบายโทสะทุบโต๊ะตัวเดียวกับผู้เป็พี่ชายในใจรู้สึกร้อนรุ่มจนอยากจะไปถล่มพรรคกิเลนให้ราบเป็หน้ากลองเสียตอนนี้
เงาผู้ที่ทำหน้าที่มารายงานนายน้อยทั้งสองตามคำสั่งของท่านประมุขถึงกับเหงื่อตกบิดาและบุตรชายทั้งสองช่างถอดแบบกันมาอย่างกับคนคนเดียวกัน ทั้งความห่วงหวงที่มีต่อมารดาและน้องสาวช่างรุนแรงนักเห็นทีในอนาคตอันใกล้คงได้นองเืกันบ้างก็คราวนี้แต่ก็อดที่จะห่วงมิได้เพราะประมุขเฉินอี้เทียนนั้นมีฝีมือร้ายกาจใช่ย่อย
“ไปแจ้งท่านพ่อว่าข้าทราบเื่แล้วไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลนางไม่ให้มีแมลงน่ารังเกียจมาวนเวียนอยู่ใกล้นางแน่นอน”จ้าวเฟยหลงเอ่ยกับเงา
“ขอรับ”เงารับคำและหายออกไปทันทีเพื่อรายงานท่านประมุขให้ทราบ
“เราจะทำยังไงกับมันดี”จ้าวเฟยหยางเอ่ยถาม
“ยังไม่ใช่ตอนนี้แต่หากวันใดที่มันกล้าเสนอมาให้เซียนเอ๋อร์เห็นก็ลงมือได้ทันที”จ้าวเฟยหลงเอ่ยเสียงเหี้ยม
“เข้าใจแล้ว”
“เ้าไปพักผ่อนเถอะเดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ขอรับพี่ใหญ่”
หลังจากน้องชายออกไปจ้าวเฟยหลงก็นั่งขบคิดหาทางปกป้องน้องน้อยจากบุรุษน่าตายนี่ขนาดเพิ่งออกจากหุบเขาเพียงวันเดียวก็มีแมลงน่ารังเกียจตามสืบเื่ของนางเสียแล้ว‘บัดซบ!!...มารดามันเถอะ’ จ้าวเฟยหลงสบถในใจ ั์ตาประกายวาบด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดีนักก่อนจะตัดสินใจอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เผื่ออารมณ์จะได้เย็นลงบ้างเมื่อได้ผ่อนคลาย
ยามเซิน (15.00-16.59 น.) สามคนพี่น้องหลังจากอาบน้ำพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าแล้วก็ลงมาทานอาหารที่ด้านล่างของโรงเตี๊ยมเปี่ยมสุขด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิง
“พี่ใหญ่พี่รองเป็อันใดเ้าคะเหตุใดหน้าจึงบึ้งตึงเช่นนี้” จ้าวลี่เซียนเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอันใดหรอกเซียนเอ๋อร์” จ้าวเฟยหยางเอ่ยตอบ
“แน่ใจรึเ้าคะพี่รอง”
“เฮ้อ!!...เอาไว้หลังกินข้าวเสร็จแล้วพี่จะบอกแล้วกัน”เป็จ้าวเฟยหลงตอบ หากจะไม่บอกนางคงจะไม่ได้เพราะเื่นี้เกี่ยวกับนางโดยตรงดีเสียอีกนางจะได้ระวังตัวมากขึ้นเขามั่นใจว่านางสามารถดูแลตัวเองได้เช่นกัน
“เ้าค่ะพี่ใหญ่”
หลังจากทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยสามคนพี่น้องก็ไปยังห้องของน้องสาวเพื่อบอกเล่าทุกอย่างให้นางได้รับรู้จ้าวลี่เซียนตั้งใจฟังพี่ชายทั้งสองดวงตาหวานเฉี่ยวคมมีประกายความไม่พอใจผสมปนเปอยู่นางมิชอบให้ผู้อื่นละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวของนาง
“บัดซบ!!...ปัง!!...โครม!!...” เสียงสบถตามด้วยเสียงทุบโต๊ะ จนหักพังดังขึ้นทันทีที่พี่ชายทั้งสองพูดจบมือบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจจ้าวเฟยหลงและจ้าวเฟยหยางที่รู้จักนิสัยนางดีก็ยกยิ้มถูกใจ ‘เห็นทีเ้าัสี่ขาคงต้องรับศึกนักแล้วละ’คนทั้งสองคิดเห็นตรงกันแม้ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
“พรรคกิเลนรึ หน๊อย!!...เ้าัสี่ขามันกล้าดียังไงมาละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวของข้าหากเจอเมื่อใดข้าจะคิดบัญชีกับมันให้สาสม” จ้าวลี่เซียนเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจดวงตาหวานเฉี่ยวคมหากเป็มีดคงกรีด
“ใจเย็นเถอะน้องรัก ตอนนี้มันเพียงแค่สืบเื่ของเ้าเท่านั้นหากวันใดที่มันเสนอหน้าออกมาเมื่อนั้นพี่จะช่วยเ้าคิดบัญชีเอง” จ้าวเฟยหยางเอ่ย
“เ้าค่ะพี่รอง” จ้าวลี่เซียนตอบ
“เฮ้อ!!...หักเสียแล้ว”จ้าวลี่เซียนหลังจากสงบสติอารมณ์ได้ก็มองไปยังเศษซากโต๊ะที่อยู่ในห้องพักที่หักครึ่งไปเพราะนางเผลอระบายอารมณ์ออกมาพร้อมกับถอนหายใจและพึมพำเบาๆ
“ไม่เป็ไรเื่ค่าเสียหายเดี๋ยวพี่จะแจ้งให้หลงจู๊ลงบัญชีไว้” จ้าวเฟยหลงเอ่ยพลางมองน้องน้อยพยักหน้ารับอย่างรู้สึกผิด
“เ้าพักผ่อนก่อนเถอะพี่ใหญ่กับพี่ก็จะพักผ่อนเช่นกัน” จ้าวเฟยหยางเอ่ย
“เ้าค่ะพี่รอง”ว่าจบคนทั้งสองก็เดินออกไปเพื่อให้น้องน้อยได้นอนหลับพักผ่อนอีกครา
ยามไฮ่(21.00-22.59) จ้าวเฟยหลงยังคงนอนไม่หลับกระสับกระส่ายไปมา ก่อนจะลุกขึ้นไปยืนมองนภากว้างพลางคิดถึงบางเื่ก่อนจะตัดสินใจใช้วิชาตัวเบาหายออกไปยังจุดหมายปลายทาง