ในสมัยเอโดะตอนต้นของญี่ปุ่นเป็ยุคที่ซามูไรเรืองอำนาจ าอันยาวนานได้สิ้นสุดลง รัฐบาลโชกุนถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลโชกุนก็ไม่ได้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเพราะอนุญาตให้ไดเมียว (เ้าเมือง) มีอิสระทั้งด้านการปกครอง การเก็บภาษี การค้าขาย รวมถึงการสืบเชื้อสายในแคว้นของตนเอง
'ชิงะ' เป็แคว้นหนึ่งบนเกาะฮนชู เป็หนึ่งในแคว้นอิสระที่ยอมสวามิภักดิ์แด่โชกุน ที่นี่เป็ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็แหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับชนชั้นสูงที่้ามาเที่ยวชมทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตระกูลที่ปกครองแคว้นชิงะมาอย่างยาวนานคือ 'ตระกูลอิชิฮาระ' ชนชั้นสูงที่เพียงแค่เอ่ยนาม ทุกคนก็รู้จักและชื่นชมถึงความเก่งกล้าสามารถมาั้แ่สมัยบรรพบุรุษ
'อิชิฮาระ อิซามุ' ไดเมียวคนปัจจุบันแห่งแคว้นชิงะ เขาเป็ที่รักของชาวเมืองเป็อย่างมาก เขามีลูกชายคนหนึ่งชื่อว่า 'อิชิฮาระ ฮิโรมาสะ' ถึงแม้อิซามุจะเป็ไดเมียวที่ชาวเมืองเคารพรักและเทิดทูน แต่กับครอบครัวนั้น เขาเป็คนที่ค่อนข้างเข้มงวดและกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตของลูกชายให้เป็ไปดั่งที่ใจ้า เหตุที่เป็เช่นนี้อาจจะเป็เพราะว่าภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงหลังให้กำเนิดฮิโรมาสะได้เพียงไม่นาน ั้แ่นั้นมา อิซามุจึงทุ่มความรักที่มีทั้งหมดให้กับฮิโรมาสะ ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา
ในยุคเอโดะนั้น คนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าไดเมียวนั่นก็คือ 'คะโร' หรือเรียกอีกอย่างว่าพ่อบ้าน คะโรเป็ผู้าุโระดับสูง เป็ตำแหน่งสูงสุดของซามูไร มีฐานะเป็ที่ปรึกษาของไดเมียวและดูแลราชการสำคัญของแคว้นในตอนที่ไดเมียวไม่อยู่ คะโรแห่งแคว้นชิงะในตอนนี้คือ 'มารุยามะ มาซาโตะ' เขามีอายุเพียงแค่สามสิบปีเพราะเพิ่งได้รับตำแหน่งต่อจากพ่อของตนที่เพิ่งเสียไปหลังจากรับใช้ตระกูลอิชิฮาระมาอย่างยาวนาน ถึงแม้เขาจะอายุยังน้อยสำหรับตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ แต่เขากลับไม่เคยทำงานบกพร่องเลยแม้เพียงครั้ง ในเวลานี้ทหารองครักษ์รุ่นเก่าเริ่มใกล้จะได้เวลาปลดประจำการแล้วจึงมีการประกาศรับสมัครทหารองครักษ์รุ่นใหม่ ซึ่งคนที่ได้รับคัดเลือกจะได้เข้ามารับใช้ตระกูลอิชิฮาระผู้ทรงเกียรติ อีกทั้งครอบครัวของผู้ถูกรับเลือกจะมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
มาซาโตะเข้มงวดกับการคัดเลือกเป็อย่างมาก เขา้าคนที่เก่งที่สุดเข้ามารับใช้ตระกูลอิชิฮาระ แต่แน่นอนว่าการจะเป็ซามูไรนั้นไม่ง่าย เด็กชายหลายคนถูกส่งเข้ามาคัดเลือกและถูกส่งกลับบ้านไปไม่เว้นแต่ละวัน จากร้อยคนก็เหลือหลักสิบ จากหลับสิบเหลือเพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้กับการฝึกฝนอันหฤโหด หนึ่งในผู้ที่มีคะแนนสูงสุดเป็อันดับต้นๆ ของรุ่นนั่นก็คือ 'มุราคามิ เคนตะ' เด็กชายอายุเพียงแค่สิบขวบ เขาเป็ลูกของช่างตีดาบที่มีฝีมือไม่เป็รองใคร จิตใจมุ่งมั่น กล้าหาญ ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดของเขาทำให้มาซาโตะสนใจเด็กคนนี้เป็พิเศษ
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฮิโรมาสะ ลูกชายคนเดียวของไดเมียวอิซามุผู้ที่อยู่ในวัยยี่สิบสองปีก็ได้ออกตระเวนไปทั่วแคว้นชิงะเพื่อตรวจดูความเป็อยู่ของชาวเมือง อิซามุให้ลูกชายเริ่มทำเช่นนี้มาั้แ่อายุได้เพียงสิบแปดปีเพื่อสอนให้เขารู้จักเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตนและเข้าใจการเป็อยู่ของชาวเมืองได้อย่างแท้จริง ปกติฮิโรมาสะจะใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการเดินทางไปทั่วทั้งแคว้น บัดนี้การเดินทางใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว ฮิโรมาสะตัดสินใจตั้งหลักปักฐานที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้กับทะเลสาบซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปจากปราสาทอิชิฮาระเพียงแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตร เขาตั้งใจจะแวะพักที่นี่สักสองสามวันก่อนจะเดินทางกลับ
ในยามเย็นที่แสงสายัณห์สีอ่อนโอบกอดพื้นดินอ้อยอิ่งบ่งบอกว่าดวงตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้าอยู่รำไร ดวงตากลมโตคู่หนึ่งของหญิงสาววัยเพียงสิบห้าปีกำลังจ้องมองไปยังชายหนุ่มรูปงามผ่านพุ่มไม้สูงที่ขึ้นอยู่บริเวณใกล้กับที่พักชั่วคราว เธอมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนคุยอยู่กับผู้ติดตามของเขาด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลดูสง่างาม แตกต่างจากคนของตระกูลชั้นสูงทั่วไปที่มักจะหยิ่งยโส
หญิงสาวมองเขาด้วยหัวใจที่สั่นไหวเกินกว่าจะต้านทาน นางทราบดีว่าชายผู้นั้นคืออิชิฮาระ ฮิโรมาสะ บุตรชายเพียงคนเดียวของไดเมียวแห่งแคว้นชิงะ ฮิโรมาสะสูงส่งเกินกว่าที่ลูกสาวคนขายเนื้ออย่างนางจะเอื้อมถึง 'คนขายเนื้อ' ชนชั้นที่ต่ำที่สุดในยุคเอโดะ นางเข้าใจในโชคชะตาของตนดีและขอเพียงแค่ได้มองเขาเท่านี้ก็สุขใจ 'โกโกะ' มองฮิโรมาสะเป็ครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความรักที่มิอาจลบล้าง นางตัดใจอย่างอาลัยอยู่ลึกๆ และรีบเดินออกไปจากที่ตรงนั้นก่อนที่จะมีใครจับได้