นายอำเภอโหลวเห็นท่านผู้ตรวจการเดินตรงมาหาตนเองก็รีบลุกขึ้นต้อนรับและเชิญให้นั่ง
“ใต้เท้าโหลวอย่าได้เกรงใจเรามันคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ ข้าเองก็มิใช่ ขุนนางเก่งกาจสามารถหากแต่ที่ได้เป็ท่านผู้ตรวจการก็ด้วยความบังเอิญ”
เว่ยหลีเหว่ยเอ่ยกับโหลวซีห่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและวาจาเปิดเผย
“พูดตามตรงที่ข้ารับภารกิจครั้งนี้นับว่าเกินกำลังยิ่งนักแต่เป็เพราะฮ่องเต้ตรัสกับข้าเองว่าที่นี่มีใต้เท้าโหลวอยู่ ท่านต้องหาวิธีคุ้มครองชีวิตของข้าได้แน่ข้าจึงได้ยินยอมมา”
โหลวซีห่าวหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดัง
“ท่านก็ช่างกระไรไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ท่านอยากจะพูดสิ่งใดก็พูดมาเถอะ คุณชายรองเว่ย”
“ข้าได้เบาะแสมาใหม่จึงอยากไปอำเภอเทียนถังเพื่อสืบข่าวเพิ่มเติม แต่เกรงเื่ความปลอดภัยจึง้าให้ท่านช่วยเหลือ”
น้ำเสียงและสีหน้าของเว่ยหลีเหว่ยดูจริงจังจนโหลวซีห่าวต้องเลิกคิ้ว
“ข้าคิดว่างานนี้ท่านแค่เพียงมานั่งรอให้ข้ากับนายอำเภอเทียนถังส่งบันทึกการทำงานเสียอีก”
เว่ยหลีเหว่ยถอนหายใจ“ข้าจะอยากเอาตัวเองไปเสี่ยงทำไมกัน?ท่านก็รู้จักข้าดีกว่าว่าคนอยากข้าไม่ชอบเื่ยุ่งยาก”
“อืม...แต่ท่านก็หาเื่ชาวบ้านออกบ่อยไปนี่?”
“นั่นก็จริง! แต่ในกรณีที่ข้าไม่อาจเลี่ยงได้”คนเสเพลจำใจต้องยอมรับพฤติกรรมตนเองอย่างที่ไม่มีทางเลี่ยง
“ท่านคิดอย่างไรกับการมาเป็ผู้ตรวจการครั้งนี้?”
เว่ยหลีเหว่ยเคยได้ยินชื่อเสียงของโหลวซีห่าวผู้นี้ั้แ่ครั้งเขายังเป็ ขุนนางอยู่ในเมืองหลวงทั้งฉลาดและเปี่ยมความสามารถหากบิดาของเขาไม่ก่อคดีทุจริตคนผู้นี้น่าจะขึ้นเป็ขุนนางใหญ่ั้แ่อายุยังน้อย
“เอาตามตรงนะข้าจำใจรับพระราชโองการมาต่างหากท่านคิดว่าคนอยากข้าอยากได้อยากดีถึงขนาดขันอาสามาชายแดนอย่างนี้เชียวหรือ?เดิมทีข้าก็แค่เป็ขุนนางขั้นเก้างานก็ไม่มีผู้ใดอยากมอบหมาย แต่งชุดขุนนางไปวันๆรอรับเบี้ยหวัดหากได้คิดทำตัวเป็ประโยชน์จริงจังไม่”
โหลวซีห่าวยิ้มกว้างนึกชอบใจความตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า
“แล้วเหตุใดจึงอยากจะไปเมืองเทียนถัง?คนฉลาดอย่างท่านน่าจะสืบมาก่อนแล้วว่าที่นั่นอันตราย”
นายอำเภอหนุ่มเลิกคิ้วเพราะรู้ว่าแม้เว่ยหลีเหว่ยจะเสเพลแต่ก็มิใช่เป็คนโง่ก่อนจะมาที่นี่คนผู้นี้คงสืบเื่ราวมาหมดแล้ว
“ข้าจะเล่าสิ่งที่เพิ่งรู้ให้ท่านฟังก็แล้วกัน”
เว่ยหลีเหว่ยจึงเล่าเื่ที่มือปราบหลิงได้พบเจอเมื่อ่เช้าให้กับนายอำเภอแห่งเชียนเยาฟังจนสิ้นโหลวซีห่าวผงะ รีบหันไปหาภรรยา
“มือปราบสวีเ้าคิดเห็นอย่างไร?”
“ท่านผู้ตรวจการ”
“เรียกข้าคุณชายเว่ยก็พอแล้วมือปราบสวี”
“ได้! คุณชายเว่ยพวกเราเองก็ทำการสืบในทางลับมาพอสมควรแล้วดูเหมือนว่าพรรคเทียมฟ้าจะเกี่ยวข้องกับเื่นี้จริงและเป็อย่างที่ท่านคาดประมุขฮุ่ยรู้เห็นกับเื่นี้คดีที่เมืองเทียนถังเป็ฝีมือของพวกเขาที่คิดจะเบี่ยงเบนความสนใจของทางการให้จับจ้องไปที่พรรคัเทพ”
“ศพทั้งห้าที่พวกเขาพูดถึงเล่า?”
สวีเสี่ยวถงจึงเล่าวิธีการใส่ร้ายให้เว่ยหลีเหว่ยฟังอย่างละเอียด
“เป็เช่นนี้นี่เองถึงกระนั้นข้าเองก็ควรไปเยือนเมืองเทียนถังเพื่อดูท่าทีของนายอำเภอและหัวหน้ามือปราบที่นั่นสักหน่อยว่าพวกเขารู้เห็นกับพรรคเทียมฟ้าหรือไม่?”
“เมื่อเดือนก่อนหัวหน้าอู๋เจี้ยนก็มาช่วยงานอยู่ที่นี่ฝีมือของเขานับว่าไม่เลวเลยจริงๆ แต่ถ้าคนสนิทของเขาร่วมมือกับพรรคัเทพล่ะก็เราคงไม่อาจละเว้น ข้าเห็นด้วยที่ท่านจะไปดูท่าทีของพวกเขาแต่เราต้องเตรียมคนไปด้วย”
“หัวหน้าสวีหมายถึง?”
“การรักษาความปลอดภัยและการสืบเบาะแสต้องแยกกันเพื่อมิให้พวกเขาฉวยโอกาสนี้ทำร้ายท่านอย่าลืมว่าท่านเป็ผู้ตรวจการหากเป็อันใดไปผู้ที่เดือดร้อนอันดับแรกก็คือสามีของข้า”สวีเสี่ยวถงหันไปทางโหลวซีห่าว
“อืม...ท่านเสนอความคิดมาสิ”
“ข้าจะให้หัวหน้าเหยากับมือปราบโหลวนำคนไปช่วยท่านนัยหนึ่งก็เพื่อให้พวกเขาออกไปสืบข่าวท่านได้สะดวกตัวท่านต้องรั้งมือปราบไป๋ซึ่งเป็คนของอู่เจี้ยนเอาไว้ข้างกายเพราะเรายังไม่รู้ว่านางเป็พวกใครกันแน่?”
เว่ยหลีเหว่ยขมวดคิ้ว“เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น?”
“ข้ารู้มาว่านางคืออดีตนักฆ่าที่แฝงตัวมาเป็มือปราบได้หลายปีแล้ว”
ผู้ตรวจการหนุ่มถึงกับใเื่นี้เขาคิดว่ามีเพียงตนเองที่รู้เพราะ ไป๋สือจิ่นไม่น่าจะบอกกล่าวกับผู้ใด?เขาเห็นทางทำท่าทางสงบและทำงานอย่างใจเย็นโดยไม่มีคนสนิทข้างกาย
“ท่านรู้ได้อย่างไร?”
สวีเสี่ยวถงมองหน้าเว่ยหลีเหว่ย“คนของข้าสืบมาอย่างชัดเจนแล้ว ว่าแต่คุณชายเว่ยทราบแล้วจะกลัวนางหรือไม่?”
สีหน้าของผู้ตรวจการดูหนักใจเขาไม่ได้กลัวนางจะฆ่าแต่กลัวนางจะถูกจับตัวเข้าคุกไปก่อนต่างหาก
“นางเคยก่อคดีไว้หรือไม่?”
“ไม่พบคดีแต่รู้ว่านางเคยเข้าไปอยู่สำนักของหน้ากากทองนักฆ่าแดนใต้แต่ดูเหมือนนางจะหนีออกมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
“อืม...ถ้าเช่นนั้นท่านก็ปล่อยนางเอาไว้ก่อนเถอะในเมื่อนางอุตส่าห์มาเป็มือปราบได้หลายปีแล้วและนางก็ไม่ได้ติดต่อกับสำนักนักฆ่าอีก เราก็ต้องหาความจริงให้ได้ว่านางมาเป็มือปราบด้วยเหตุใด?”
“ท่านพูดเหมือนท่านจะช่วยนาง?”โหลวซีห่าวเอียงหน้า
“ใต้เท้าโหลวหากว่านางเป็คนมีฝีมือและไม่เคยก่อคดีเราควรให้นางทำประโยชน์ให้ทางการไม่ดีกว่าหรือ?”
สวีเสี่ยวถงพยักหน้านึกถึงเื่ของภรรยาของเหยาอิงิซึ่งเป็อดีตนักฆ่าเช่นกัน
“อืม...คุณชายเว่ยพูดมีเหตุผลข้าเองก็เห็นว่าหากนางสร้างประโยชน์ให้ทางการได้เราก็ควรเก็บนางเอาไว้”
เว่ยหลีเหว่ยเห็นว่าสองสามีภรรยาเริ่มยอมรับความคิดเห็นนี้ของตนก็รีบสำทับ“ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยให้นางเป็ผู้คุ้มกันประจำตัวข้าก็แล้วกันข้าจะคอยจับตามองนางเอง หากมีความผิดปกติข้าก็จะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบ”
“ดี! รบกวนคุณชายเว่ยด้วย”โหลวซีห่าวเห็นว่าเว่ยหลีเหว่ยกล้าออกปากรับรองก็สบายใจรีบผลักดันความรับผิดชอบเกี่ยวกับอดีตนักฆ่าหญิงไป๋สือจิ่น ออกไปทันที
**************************

