หลิวอู๋เสียก้าวข้ามประตูตระกูลสวีออกมา ภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เขาเป็จักรพรรดิเซียน จะไปสนใจอะไรกับพวกบ่าวไพร่พวกนี้
เมืองชางหลันมีประชากรหลายล้านคน นอกเหนือจากสี่ตระกูลใหญ่แล้ว ผู้มีอำนาจสูงสุดก็คือเ้าเมืองชางหลัน
ถนนในเมืองทอดยาวไปทั่วทุกทิศทุกทาง มีร้านค้าเรียงรายอยู่สองข้างทาง ราชวงศ์ใหญ่อย่างราชวงศ์เหยียนมีขนาดใหญ่มาก เมืองชางหลันเป็เพียงเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในราชวงศ์เท่านั้น
หลิวอู๋เสียจะไปที่หอตันเป่า ซึ่งเป็ร้านขายส่วนประกอบโอสถและโอสถเม็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองชางหลัน ไม่สังกัดตระกูลใด ๆ และไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเมือง อยู่เหนืออำนาจของทุกคน ได้ยินมาว่าเื้ัพวกเขาคือสำนักเทียนเป่าที่มีอำนาจมหาศาล
โอสถเชื่อมชีพจรหัวใจหายากมาก ถึงแม้ว่าคุณภาพจะไม่สูง แต่ก็ยากที่จะหลอมโอสถขึ้นมา
ตัวอักษรสีทองสามตัวปรากฏอยู่บนป้ายหน้าหอตันเป่า มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล มียอดฝีมือมากมายเข้าออกหอตันเป่า
ตามกระแสคน หลิวอู๋เสียเดินเข้าไปด้านใน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือวิหารขนาดใหญ่ ซึ่งแบ่งออกเป็หลายส่วน เช่น แผงขายโอสถเม็ด แผงขายโอสถ เป็ต้น
นอกจากนี้ยังมีหนังขนแล้วก็แก่นในวิสุทธิ์ของปีศาจ กลิ่นหอมของโอสถเม็ดและกลิ่นร้ายของแก่นแท้ปีศาจลอยออกมาจากโต๊ะแสดงสินค้า
"มิทราบว่าคุณชาย้าสิ่งใดบ้างขอรับ?"
เด็กรับใช้ชุดครามเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทักทายอย่างกระตือรือร้น แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน หลิวอู๋เสียแต่งตัวธรรมดาเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้ว ชุดนอกสีครามของเขาดูเก่ามอซอ
"ข้า้าพบผู้ดูแลของพวกเ้า ช่วยแจ้งให้ทราบด้วย"
หลิวอู๋เสียมองดูความดูแคลนในดวงตาของอีกฝ่าย มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเ็า
"ผู้ดูแลของเรายุ่งมาก ไม่มีเวลาพบคนไปเรื่อย หากไม่ซื้อโอสถก็ออกไปจากที่นี่เสีย"
เด็กรับใช้ชุดครามไม่สุภาพแม้แต่น้อย ผลักเขาเล็กน้อย แต่กลับไม่ขยับ แววตาของหลิวอู๋เสียฉายแววสังหารทันที
การกระทำของเขาดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก หลายคนหยุดดูและมองมาที่พวกเขา
"เขาไม่ใช่ลูกเขยตระกูลสวีหรือ เหตุใดจึงมาที่หอตันเป่า"
เื่ลูกเขยตระกูลสวีแพร่กระจายไปทั่วเมืองชางหลัน ไม่มีใครไม่รู้ ฉากเมื่อคืนนี้ยิ่งทำให้คนรู้จักมากขึ้น
เมื่อได้ยินว่าลูกเขยตระกูลสวี เด็กรับใช้ชุดครามก็ยิ้มและเยาะเย้ย แสดงสีหน้ารังเกียจ
"ไสหัวไปเสีย หอตันเป่าของเราไม่ทำการค้ากับเ้า"
เด็กรับใช้แสดงท่าทางดุดัน ไล่ให้หลิวอู๋เสียออกไปทันที และห้ามไม่ให้เขาเหยียบย่างเข้ามาในหอตันเป่า ช่างเป็คำพูดที่บ้าบิ่นเสียจริง
หอตันเป่าไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของขั้วอำนาจใด ทำให้เด็กรับใช้ชุดครามเหล่านี้หยิ่งผยอง มองไม่เห็นใครหัวทั้งนั้น ผู้ฝึกตนที่เข้ามามักจะแสดงความเคารพ
เด็กรับใช้ชุดครามคนหนึ่งของหอตันเป่าก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะดูถูกได้ เห็นได้ชัดว่าหอตันเป่ามีสถานะสูงส่งเพียงใด
"เ้าแน่ใจหรือว่าจะพลาดโอกาสทำการค้าครั้งนี้ อย่าลืมว่าข้าเตือนเ้าแล้ว หากเ้าพลาดโอกาสนี้ เ้าอาจรับไม่ไหว"
ดวงตาของหลิวอู๋เสียเ็า แววตาเ็าทำให้เด็กรับใช้ชุดครามสะดุ้ง
"สมควรตาย เ้ากล้าข่มขู่ข้าเช่นนั้นหรือ หากไม่ออกไป ข้าจะฆ่าเ้าโยนออกไปเสีย"
พูดจบ เด็กรับใช้ชุดครามก็พุ่งเข้าใส่ทันที พลังของเขาไม่ต่ำเลย หมัดของเขาพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของหลิวอู๋เสียอย่างรวดเร็ว ลมหายใจพัดผ่านและทำให้เกิดกระแสลมหมุนขึ้น ยกเส้นผมของหลิวอู๋เสียขึ้น
หากเป็ผู้อื่น เด็กรับใช้ชุดครามคงไม่กล้าลงมือ ลูกเขยตระกูลสวีกลายเป็ตัวตลกในสายตาคนทั่วไป ทุกคนต่างก็อยากทำร้ายเขา หากจะลงมือกับเขา ก็ไม่มีความกดดันใด ๆ ทั้งสิ้น
ปัง!
ลมกำปั้นยังไม่ทันเข้ามาใกล้ หลิวอู๋เสียก็ยกเท้าขึ้นแล้ว กระแทกเข้าที่ท้องของเด็กรับใช้ชุดครามอย่างรุนแรง ร่างของเขาลอยขึ้นสูง กระแทกเข้ากับโต๊ะแสดงสินค้า โต๊ะแสดงสินค้าที่แข็งแกร่งแตกออกเป็เสี่ยง ๆ โอสถที่อยู่ภายในก็กระจัดกระจายไปทั่วพื้น
การกระแทกอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนตกตะลึง ผู้คนต่างก็หลบไปโดยทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลูกหลง หากทำให้หอตันเป่าโกรธ ในอนาคตก็คงไม่มีที่ยืนในเมืองชางหลันอีกแล้ว
“แค่ก… แค่ก…"
เด็กรับใช้ชุดครามที่นอนอยู่บนพื้นกำลังกระอักเือยู่ เด็กรับใช้อีกสิบกว่าคนก็วิ่งเข้ามาจากทิศทางอื่น สองคนถืออาวุธ ล้อมรอบหลิวอู๋เสียไว้
"บังอาจเกินไปแล้ว กล้าทำร้ายคนของหอตันเป่า จับมัน!"
ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีม่วง น่าจะเป็หัวหน้าคนหนึ่ง ะโสั่งให้เด็กรับใช้สิบกว่าคนโจมตีพร้อมกัน พลังมหาศาลพุ่งออกมา กระแสลมที่ก่อตัวขึ้นพุ่งตรงเข้าใส่หลิวอู๋เสีย
แต่ละคนต่างก็มีพลังที่แข็งแกร่ง ชายสวมเสื้อคลุมยาวสีม่วงนั้นแข็งแกร่งถึงขั้นพลังปราณระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นห้า พลังมหาศาล มือของเขาถือไม้บรรทัด ฟาดเข้าที่ท้ายทอยของหลิวอู๋เสีย เป็การโจมตีที่รุนแรง
ถึงตอนนี้ หลิวอู๋เสียไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากไม่สู้ ก็คงถูกฆ่าตาย ใช้เพลงเท้าเจ็ดดารา หลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย แล้วปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของพวกเขา
ราวกับผีร้าย เด็กรับใช้สิบกว่าคนโจมตีทั้งหมดพลาดเป้า
เปลี่ยนจากฝ่ามือเป็กำปั้น ทุบลงจากอากาศ หันตัวแล้วต่อยออกไป การเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ไม่มีสิ่งใดขัดขวาง กระบวนท่าที่เรียบง่ายนี้ เมื่ออยู่ในมือของหลิวอู๋เสีย กลับกลายเป็กระบวนท่าที่ทรงพลัง
ปัง! ปัง! ปัง!
เด็กรับใช้ห้าคนถูกเหวี่ยงออกไป กระแทกเข้ากับโต๊ะแสดงสินค้า นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น เด็กรับใช้เหล่านี้ต่างก็มีพลังที่แข็งแกร่ง คนที่โดนเหวี่ยงออกไป พลังปราณระดับพลังสั่งสมฟ้าถึงขั้นสาม
ชายสวมเสื้อคลุมสีม่วงคำรามอย่างดุดัน ดุจดังเหยี่ยวพุ่งโฉบลงมา พลังอันเกรี้ยวกราดพัดพาสมุนไพรบนพื้นให้ปลิวกระจาย สมกับเป็ยอดฝีมือระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นห้า พลังของเขาเหนือกว่ายอดฝีมือระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นสามหลายขั้น หลิวอู๋เสียไม่ได้เข้าปะทะกับเขาตรง ๆ แต่หลบไปด้านข้าง
ในตอนนี้ พลังการต่อสู้ของเขาสามารถเอาชนะยอดฝีมือระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นห้าได้อย่างสบาย ๆ แต่เขาไม่ได้้าเปิดเผยพลังของตัวเองเร็วเกินไป คนที่พยายามฆ่าเขาอยู่ลับ ๆ ยังไม่ถูกจับได้ เขาจึงต้องซ่อนพลังของตัวเองไว้ก่อน
เขาใช้เพลงเท้าเจ็ดดารา หลบการโจมตีของชายสวมเสื้อคลุมสีม่วงได้อย่างง่ายดาย ชายสวมเสื้อคลุมสีม่วงะโลั่นด้วยความโกรธ
เสียงการต่อสู้ดังลั่นภายในห้องโถง สร้างความตื่นตระหนกให้กับหอตันเป่า เด็กรับใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องด้านในเพื่อขอความช่วยเหลือ
"หยุดนะ!"
เสียงตะคอกดังขึ้น ขัดจังหวะการต่อสู้ หลิวอู๋เสียยืนขึ้นอย่างสงบ ยืนอยู่ตรงกลางห้องโถงโดยไม่มีแม้แต่รอยแผลเดียว ตรงพื้นมีผู้คนนอนกองอยู่แปดเก้าคน าเ็จากการถูกหลิวอู๋เสียสะบัดแรง
ชายร่างกำยำผู้หนึ่งเดินเข้ามาในโถงด้วยท่าทีสง่างาม เมื่อเห็นสมุนไพรเกลื่อนพื้น เขาก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ ดวงตาของเขาเหมือนเหยี่ยวจ้องไปที่หลิวอู๋เสีย พลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมา
ระดับพลังกำเนิดฟ้า!
ชายร่างกำยำเป็ยอดฝีมือ เมื่อทุกคนในสถานที่ต่างหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าพูดอะไร พวกเขาถอยห่างออกไป หลิวอู๋เสียถูกโดดเดี่ยว ยืนอยู่อย่างสงบ
"ทำไมเ้าถึงทำร้ายผู้คนในหอตันเป่า?"
ชายร่างกำยำรับผิดชอบพื้นที่โถงใหญ่ของหอตันเป่า เขาชื่อเหลยเทา ทำงานในหอตันเป่ามาสามสิบกว่าปีแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายผู้คนในหอตันเป่ามาก่อน หลิวอู๋เสียผู้นี้เป็คนแรกที่กล้าทำ
"ข้ามีธุระที่ต้องพบผู้ดูแลที่นี่ แต่คนผู้นี้ไม่เพียงปฏิเสธที่จะแนะนำข้า แต่ยังพูดจาหยาบคายใส่ข้าด้วย เขาเป็คนเริ่มทำร้ายข้าก่อน ข้าแค่ป้องกันตัวเท่านั้น"
หลิวอู๋เสียไม่ได้อยากอธิบายอะไร แต่เพื่อที่จะได้สมุนไพร เขาจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าว ๆ
“เ้าคิดว่าหอตันเป่าแห่งนี้เป็สถานที่เช่นใดที่จะมาพบใครก็พบได้ รายงานผู้ดูแลเหลย ข้าขอเสนอให้ฆ่าชายผู้นี้เสีย เพื่อจะได้เป็ตัวอย่างแก่ผู้อื่น”
ชายชุดม่วงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ้าสังหารหลิวอู๋เสียให้สิ้นซาก ไม้บรรทัดในมือของเขาส่องแสงวับแวม แท้จริงแล้วมันคืออาวุธสังหาร
เหล่าเด็กรับใช้ต่างพยักหน้าเป็เชิงสนับสนุนให้ผู้ดูแลสังหารหลิวอู๋เสียเสียที
เกี่ยวกับข้อมูลของหลิวอู๋เสีย เหลยเทาทราบมาบ้างเล็กน้อย เพิ่งจะรู้จากปากของผู้อื่นว่าหลิวอู๋เสียเป็เขยของตระกูลสวี ด้วยเหตุนี้เขาจึงอดกลั้นความโกรธแค้นไว้ชั่วคราว และไม่ลงมือสังหาร
“ข้าเป็ผู้ดูแลที่นี่ เ้ามาหาข้ามีเื่อะไร?”
เขากลั้นความโกรธไว้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่นี่ เขาจะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากตระกูลสวีเอง ชื่อเสียงของหอตันเป่าไม่อาจถูกทำลายได้
“ผู้คนที่นี่เยอะเกินไป พูดอะไรไม่สะดวก ขอหาสถานที่เงียบ ๆ คุยกันหน่อยได้ไหม”
หลิวอู๋เสียขมวดคิ้ว บางอย่างเขาไม่้าพูดต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ตลอดมาแววตาของเขาสงบนิ่ง เผชิญหน้ากับท่าทีกดดันของเหลยเทา เขายังคงทำตัวสงบเสงี่ยม ราวกับไม่ได้ใส่ใจผู้คนเ่าั้
“เ้านับเป็ตัวอะไร ยังจะไปหาสถานที่เงียบ ๆ คุยกัน ข้าเห็นว่าเ้ามาก่อกวนเสียมากกว่า ข้าขอเสนอให้หักขาเ้าเสีย จะได้รู้ว่าผลของการดูิ่หอตันเป่าคืออะไร”
ชายชุดม่วงไม่ลดละ ร่างกายของเขาพร้อมจะพุ่งเข้าใส่เมื่อเหลยเทาพูดจบ เขาเพิ่งถูกหลิวอู๋เสียหลบหนีไปเมื่อครู่นี้ จึงโกรธแค้นเป็อย่างมาก
เพี๊ยะ…
เสียงฝ่ามือดังก้องทั่วหอตันเป่า ชายชุดม่วงกระเด็นออกไป ราวกับว่าโดนสายลมพัดมาอย่างแรง กระแทกเข้ากับมุมกำแพงอย่างแรง
“จ้อกแจ้กอยู่นั่น!”
- โปรดติดตามตอนต่อไป -