วันนั้นมู่ต้าเหนิงแอบมองสามีด้วยสายตาตัดพ้อหลายต่อหลายครั้งแต่นางได้เห็นสายตาของสามีกลับว่างเปล่าแถมเหมือนเขาจะสะใจกับสิ่งที่นางได้รับมู่ต้าเหนิงเดินกลับเรือนของตนได้เช่นไรก็มิทราบนางน้ำตาที่เคยไหลครั้งสุดท้ายตอนบิดาและพี่ชายสิ้นมันกลับมาไหลอีกครั้ง มู่ต้าเหนิงรู้สึกเจ็บในใจแต่บอกใครไม่ได้
บ่าวทั้งสองรู้สึกสงสารนายของตนแต่ด้วยความเป็เพียงบ่าวไหนเลยจะกล้าไปตักเตือนผู้เป็นาย ทั้งสองจึงนั่งลงข้าง ๆนางร้องไห้ด้วยกันสามคน บ่าวในเรือนยังคงเคารพนางเช่นเดิม
นางได้ข่าวว่าหยางซื่อจื่อชอบขลุกอยู่ที่เรือนอนุไป่จึงบังเกิดความน้อยใจแม้นางจะมองเขาด้วยสายตารักใคร่เช่นเดิมแต่ก็แฝงไปด้วยความน้อยใจนางเคยหยิบผ้าคลุมหน้าเ้าสาวมาดูอยู่ ๆ น้ำตานางก็ไหลออกมาอีก
มู่ต้าเหนิงก็ยังคงดำรงชีวิตดังเช่นปกตินางเฝ้ารอสามีที่เรือนทุกราตรี เมื่อผ่านไปนับเดือนก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา นางจึงเปลี่ยนเป็ไปหาเขาแทนยามว่างนางเคยเพียรพยายามเอาใจสามีโดยการต้มน้ำแกงไปให้เขาหลายต่อหลายครั้งเขาก็พยักหน้ารับ แต่ไม่เคยรับด้วยมือเพียงให้บ่าวชายคนสนิทรับไว้มีอยู่ครั้งนางนึกได้ว่าจะถามเขาว่าอยากดื่มน้ำแกงอะไรเป็พิเศษหรือไม่นางจึงเดินกลับไปที่ห้องหนังสือของเขาสิ่งที่นางได้เห็นคือบ่าวคนสนิทของเขานำน้ำแกงของนางมาทิ้ง นางก็ยังคิดว่าที่เขาไม่ดื่มเพราะเขาไม่ชอบน้ำแกงแบบนี้จึงเข้าไปถามเขาว่าชอบน้ำแกงอะไร
' ข้ามิชอบดื่มน้ำแกง วันหลังฟูเหรินมิต้องนำมาให้ข้าอีกแล้ว' นับจากวันนั้นนางก็ไม่เคยต้มน้ำแกงให้เขาอีกเลย
' ฟูเหรินเรียกข้าว่า หยางซื่อจื่อเถิดข้ามิชินนักกับผู้ใดเรียกข้าว่าท่านพี่ ' วันนั้นนางตรวจบัญชีอยู่เห็นหยางอี๋นั่วเดินผ่านจึงลุกขึ้นไปทักทายเขาแต่นั่นคือสิ่งที่เขากล่าวตอบกลับมาแม้มู่ต้าเหนิงจะอึ้ง ๆ แต่นางก็รับปากเขา
มู่ต้าเหนิงเคยเห็นอนุไป่ฝนหมึกให้เขาด้วยความนางอยากเอาใจสามีนางจึงเสนอตัวฝนหมึกให้เขา
' มิต้อง ข้ามีคนฝนให้แล้ว คงมิต้องรบกวนฟูเหริน เชิญฟูเหรินอยากทำอะไรก็ไปเถิด '
มู่ต้าเหนิงแม้จะเห็นถ้อยคำและท่าทางห่างเหินของเขาแต่นางก็ไม่ละความพยายามยังมองเขาด้วยสายตาชื่นชมเช่นเดิม นางจึงเปลี่ยนมาฝึกทำขนมหวานให้เขากินยามดึก เพราะตอนทานอาหารหยางหวางเฟยทำขนมให้คนในครอบครัวทาน หยางอี๋นั่วก็ทานจนหมดแต่เมื่อนางเอาไปให้เขาสิ่งที่เขาตอบแทนนางด้วยคำพูด
' ข้ามิชอบทานของหวาน ฟูเหรินนำกลับไปเถิด '
นับจากนั้นนางมิเคยทำอะไรให้เขาอีกมีเพียงทานอาหารตอนเช้าเท่านั้นที่นางจะได้เห็นหน้าเขาแต่เขาก็ไม่เคยหันมามองหน้านางเต็มตาสักครั้งบางครั้งนางอยากออกไปส่งเขาไปทำงานที่หน้าจวนแต่ก็ถูกเขาห้ามไว้นางจึงทำได้เพียงแอบยืนส่งเขามองอนุคนงามของเขายืนยิ้มหวานส่งเขาไปทำงานด้วยความเจ็บช้ำไป่จือรั่วหรืออนุไป่กับนางไม่เคยสุงสิงกันั้แ่นางเข้ามานับปีนางอยู่ส่วนของนางเพียงแต่ได้ข่าวว่านางเก่งสมุนไพรนางเป็หมอรักษาคน
หยางซื่อจื่อก็ยังขยันออกไปค่ายทหารเช่นเดิมเขาก็มิเคยสนใจไยดีนาง หยางอ๋องและหยางหวางเฟยเห็นเช่นนั้นจึงอดสงสารนางไม่ได้บางคราหยางหวางเฟยออกไปดูร้านค้าก็ชวนนางไปด้วย แต่สิ่งที่นางเห็นคือสามีของนางพาสตรีนางหนึ่งหน้าตาน่ารักอ่อนหวาน ท่าทางน่าทะนุถนอมมาเลือกซื้ออาภรณ์ทั้งสองดูรักใคร่จนมองไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ตอนหลังมู่ต้าเหนิงจึงรู้ว่าสตรีนางนั้นคือองค์หญิงิไป๋เยว่
มีอยู่ครั้งหนึ่งอยู่ ๆ หยางซื่อจื่อก็มาหานางด้วยท่าทางแปลกๆ เขาบอกเพียงจะมาเข้าหอกับนางตอนนั้นนางยินดีมากนึกว่าเขาเห็นในความรักของนางที่มีต่อเขาในที่สุดเขาก็นึกเอ็นดูนางเสียทีหลังจากนางแต่งกับเขามาสามปีแต่นางมารู้ตอนหลังว่าเขาถูกวางยาปลุกกำหนัดจึงหาที่ระบายหากตอนนั้นเขาไปหอโคมเขียวคงมิทันจึงใช้นางเป็ที่ระบาย มู่ต้าเหนิงคิดว่าหากตอนนั้นเขาไปหอโคมเขียวทันเขาคงมิคิดเข้าหอกับนางนางนอนน้ำตาไหลด้วยความเสียใจกับสิ่งที่รู้หลังจากวันนั้นเขาก็มาหานางเดือนละครั้งเพื่อปลดปล่อย
หลังจากเสร็จกิจจนพอใจทุกครั้งเขาจะให้บ่าวนำน้ำมาให้เขาอาบและจากนางไปโดยไม่แม้แต่หันกลับมามองบางครั้งยังทิ้งวาจาให้นางเจ็บช้ำ
' ข้าจะเสียตำลึงไประบายที่หอโคมเขียวทำไมในเมื่อมีสตรีในจวนให้เป็ที่ระบาย'
' เจ็บก็ต้องทน ในเมื่อเ้าอยากได้ข้าเป็สามีเ้าก็จะได้สมใจ '
มู่ต้าเหนิงอยู่ฐานะภรรยา สามีกับหยางซื่อจื่อมานับปีโดยทุก ๆ วันเป็เช่นเดิมพบกันเพียงตอนทานอาหารเช้าเขาก็ขลุกอยู่กองทัพ ยกเว้นวันที่เขาเข้าหอกับนางจนวันที่หยางอี๋นั่วได้รับราชโองการไปปราบฏ ฉีอ๋องทางเหนือ เขาทำการรบนับปีได้รับชัยชนะกลับมาสร้างความยินดีให้กับหยางอ๋องและหยางหวาง
เฟยเป็อย่างมากวันที่เขานำทหารกล้ากลับมารับรางวัล ฮ่องเต้ทรงจัดงานเลี้ยงให้ทหารกล้า
วันนั้นมู่ต้าเหนิงได้รับเกียรติให้ไปงานนี้ด้วยงานเริ่มต้นอย่างสนุกสนาน ทุกคนมาแสดงความยินดีกับหยางอี๋นั่ว เมื่อถึงเวลาที่กงกงประกาศมอบรางวัลจากฮ่องเต้รางวัลของสามีนางแทบทำให้นางล้มทั้งยืน นั่นคือฮ่องเต้ประทานองค์หญิง ิไป๋เยว่เป็รางวัลให้สามีนางและอีกหกเดือนให้หลัง หยางอี๋นั่วไปเป็เ้าเมืองทางเหนือแทนฉีอ๋องที่ก่อฏ ทุกคนล้วนมาแสดงความยินดีกับหยางซื่อจื่อกับองค์หญิงิไป๋เยว่โดยที่นางนั่งน้ำตาตกอยู่ด้านข้างสามีด้วยยศขององค์หญิงทำให้นางกลายเป็ฮูหยินรองทันทีโดยไม่สามารถกล่าวอะไรได้
นับั้แ่วันนั้นมู่ต้าเหนิงกลายเป็คนเงียบหนักเข้าไปอีกแต่นางก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้ดีเช่นเดิมจนถึงวันที่องค์หญิงิไป๋เยว่แต่งเข้ามา งานรื่นเริงจัดใหญ่โตสมกับฐานะของงานแต่งองค์หญิงและหยางซื่อจื่อ