
ตอนที่22 กล่องสีดำห้องสีชมพู
กริชเพชรไม่อยากเข่นฆ่าทำร้ายใคร แต่ถ้าใครมาขู่เขาเมื่อไร มันก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ที่จะตอบโต้อย่างสุดกำลัง นี่เป็นิสัยพื้นฐานดั้งเดิมของชายหนุ่ม ใครอย่ามาบังอาจ ขู่เขาชายหนุ่มจะต้องจัดคนขู่แบบเต็มดอก
ไม่ใช้แต่หัวหน้าอสูรคราเคนเท่านั้นที่โดนคลื่นโซนิค ที่ออกมาจากห้วงมิติ ที่เขาปลุกิญญาอาวุธอสูร ลูกน้องมันอีกเจ็ดตัวก็โดนแรงปลายคลื่นโซนิค กระแทกกระอักเืพากันล้มตายพร้อมกันทั้งสิ้น
กริชเพชรดึงดูดบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับสามของพวกมันมาเป็พลัง แต่ก็ได้นิดหน่อยแทบจะไม่มีผลเพิ่มพลังให้เขาเท่าที่ควร เหมือนบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขามันใหญ่มหาศาล มีความ้าพลังมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถึงจะเลื่อนระดับบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับที่หนึ่งได้
วาบๆ!!
ห้วงมิติของกริชเพชรหายวับไปกับตาเขาเก็บเกล็ดอสูรเทพไว้ในมือ พลิกดูอย่างพิจารณา เดาะลิ้นด้วยความพอใจถ้าใครเห็นฉากต่อสู้นี้ ต้องตกตะลึงกับเกล็ดอาวุธอสูรเทพของกริชเพชร
มันยังไม่ปรากฏตัวออกมาแค่ส่งเสียงยังสามารถ เข็นฆ่าอสูรั์ขนาดใหญ่ของมหาสมุทร ที่ได้ชื่อว่าหนังหนาและโคตรอึดตายทีเดียวทั้งฝูง พวกมันถูกดูดเข้าไปในถุงมิติของชายหนุ่มจนหมดสิ้น
เขามองซ้ายมองขวาแล้วรีบเร่งทะยานเข้าอุโมงค์น้ำจืด กระแสน้ำที่รุนแรงเมื่อชายหนุ่มมาครั้งแรกกับหนิงหนิง กลับไม่มีผลอะไรต่อเขาเลย
มันช่างอ่อนเบาเหมือนกำลังเดินท่องเที่ยวในอุโมงค์น้ำยังไงยังงั้น เขาใช้เวลาอึดใจเดียวก็ทะยานกลับมาถึงถ้ำ ที่หนิงหนิงเคยพามาอาศัยครั้งแรก
ชายหนุ่มนั่งลงหอบหายใจเขาผ่านวิกฤตการณ์ เอาตัวรอดจากการรุมฆ่าของอสูรคราเคนนับสิบตัว มาได้อย่างไรก็ไม่รู้
กริชเพชรนึกทบทวนแล้วรู้สึกโชคดีว่าตัวเองมีภูตสาวคอยช่วยเหลือ และแนะนำจนรอดปลอดภัยกลับมาดินแดนอสูรวารีน้ำจืดได้ พร้อมกับมีร่างกายอสูรระดับเจ็ด
มันช่างเหนือความคาดหมายของเขา เพียงเกิดได้วันเดียวก็ทะยานขึ้นสู่กายอสูรที่สมบูรณ์แบบ เรียนคาถาเปิดห้วงมิติรัศมีร้อยฟุตได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ คาถาเรียกไฟลาวาก็ไม่ต้องใช้ เอาเกล็ดอสูรเป็กระทะย่างอาหารแทน สร้างความสบายใจให้ชายหนุ่มอย่างเหลือล้น
"นายน้อยข้าดีใจที่ท่านทำสำเร็จ...."
กระแสจิตของหนิงหนิง ส่งออกมาทักทายชายหนุ่มด้วยเสียงแ่เบา
"เ้าไม่ได้จำศีลเหรอหนิงๆ ทำไม? จึงสามารถส่งเสียงได้...."
เขายกคิ้วขมวดเข้าหากัน ถามเธออย่างดีใจเพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเคร้งเคว้ง ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หนิงหนิงหัวเราะคิกคิก
"นายน้อยเราทั้งสองช่างโชคดีเหลือเกินท่านรู้หรือไม่ว่า เมื่อข้าเข้ามาในดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อย เหมือนกล่องสีดำมันเรียกข้าดูดเอาเส้นสายชีวิตเพียงน้อยนิดของหนิงหนิง เข้าไปในห้องกล่องสีดำประหลาดนั้น ที่อยู่ในถุงมิติของท่านมันทำงานอัตโนมัติ ตอนนี้มันแฝงตัวเข้ามาอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ ของนายน้อยแล้วกล่องนี้ประหลาดนัก
เหมือนมันมีพลังหมอกจางๆ สีชมพูอบอวลอยู่ในห้องนี้ รักษาดวงจิตที่าเ็ของข้าให้หายอย่างรวดเร็ว กล่องนี้คล้ายกับว่าเป็กล่องพยาบาลรักษาพลังดวงจิตแก่นแท้โดยเฉพาะ มันฟื้นฟูรักษาข้าได้อย่างรวดเร็ว นายน้อยลองส่งดวงจิตของท่าน เข้ามาในกล่องดูซิว่าจะเข้ามาเพิ่มพลัง ดวงจิตแก่นแท้ของท่านได้หรือไม่..." หนิงหนิงบอกชายหนุ่ม
กริชเพชรนั่งสมาธิส่งจิตลงไปในบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา มันสามารถหล่อหลอมกายดวงจิตชายหนุ่ม ให้ก่อตัวขึ้นในห้องสีชมพูนั้นช้าๆ จนเต็มขนาดของร่างกาย เเล้วเขาก็ยืนอยู่ในห้องมีเตียงขนาดใหญ่ที่นุ่มปู่ด้วยผ้าคลุมเตียงสีแดง พร้อมกับหมอนสองใบซ้ายขวา เป็หมอนข้างอย่างดี นี่มันห้องพักระดับวีไอพีในโรงแรมห้าดาวชัดๆ กล่องนี้ช่างประหลาดจริงๆ กลุ่มหมอกจากๆ สีชมพู ให้ความรู้สึกเบาสบายหายใจโล่ง เหมือนอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์ กลิ่นหอมของมันรัญจวนใจ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองเห็นหนิงหนิงยืนใส่ชุดสีชมพูเบาบาง เผยให้เห็นบัวตูมขนาดใหญ่รำไรอยู่ตรงหน้าเขา นางแต่งตัวด้วยชุดนอนที่แล้วดูรัญจวนใจยิ่งนัก รูปร่างนางอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่แสนเย้ายวนมีเสน่ห์สุดๆ ใบหน้ารูปไข่เรียวงามของหญิงสาวเปล่งปลั่ง เหมือนไม่เคยได้รับาเ็เลยสักนิดเดียว
"นายน้อยกล่องนี้วิเศษจริงๆ เลยมันเป็ที่พักผ่อน และฟูมฟักคืนพลังงานให้กับดวงจิตแก่นแท้ของผู้ ไม่เพียงแต่เ้าของเท่านั้นบริวาร ก็สามารถถูกมันดึงเข้ามาปฐมพยาบาลได้ด้วย ช่างดีจริงๆ ..."
หญิงสาวพูดชี้นำให้เขาเห็นถึงความวิเศษของห้องนี้ ว่าเป็ที่ปฐมพยาบาลให้กับผู้
แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วมันกลับมองเป็ห้องพักสุดหรู ของดวงจิตผู้ต่างหาก เขาเคยอ่านนิยายจีนหลายเล่ม คนที่ได้รับาเ็ หรือฝึกฝนพลังต้องนั่งเดินลมปราณเพื่อพัฒนาตัวเอง
แต่สำหรับเขาตอนนี้มันไม่ใช่โดยสิ้นเชิง ห้องนี้มันไม่เหมือนการเดินลมปราณของจอมยุทธ์ แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็ห้องนอนรับลมปราณ หรือพลังภายในชัดๆ
"หนิงหนิงเ้าทำอย่างไรจึงได้รับการรักษาในที่นี้ละ..."
ชายหนุ่มถามหญิงสาว
"ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้นเพียงแต่ถูกมันดึงเข้ามา ด้วยความอ่อนระโหยโรยแรงแต่พักเดียว เส้นสายดวงจิตแก่นแท้เพียงเส้นเดียวของข้า ก็ถูกฟูมฟักจนก่อตัวกลายร่างกลับคืน เป็ดวงจิตภูตอสูรอย่างเดิม ดูเหมือนว่าจะเต็มล้นด้วยพลังเต็มเปี่ยมเหมือนเก่าดั่งเคย.." หญิงสาวพูดพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่ม
"นายน้อยท่านสามารถเรียนคาถากลายร่างอสูร เป็คนที่น่าดูได้แล้วนะอยู่ในร่างเดิมนี้ ไม่น่าดูสักเท่าไหร่...."
นางภูตงูอสูรสาวในร่างมนุษย์เดินเข้ามาหาชายหนุ่ม ส่งผนึกแก้วสีเขียววางบนมือเขาฉับพลันตัวอักษรคาถาก็ไหลเวียนเข้าสู่สมองจนหมดสิ้น
ภายในเสี้ยววินาทีเขากลับกลายร่างเป็ชายหนุ่มรูปงาม ผิวขาวละเอียดคิ้วโก่งเป็คันศร ดวงตาคมกริบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากแดงระเรื่อเป็สีชมพูอ่อน ใบหูปลายเรียวเล็กสวยงาม
ตัวของเขาเป็บุรุษเพศอย่างสมบูรณ์กล้ามเนื้อที่ปรากฏออกมาเป็ซิกแพค ผลงานดีเยี่ยมระดับพรีเมี่ยมเลยก็ว่าได้
"กายร่างจำแลงของท่านทำไม? หล่อเหลาเป็พิเศษขนาดนี้ ข้าไม่เคยเห็นอสูรวารีน้ำจืด ที่กลายร่างจำแลงได้งดงามเหมือนท่านมาก่อนเลย..." หญิงสาวยิ้มสะเทิ้นอาย ออกมาอย่างไม่รู้ตัวกริชเพชรมีรูปร่างจำแลง ที่งดงามจนเธอต้องตกตะลึง
"อะไรนะหนิงหนิงกายที่ปรากฏอยู่นี้ไม่ใช่ร่างจริงของข้าเหรอ..."
กริชเพชรเริ่มสับสนกายอสูรระดับเจ็ด
เมื่อเรียนคาถาสามารถใช้กายจำแลงได้ เขานึกว่ามันเป็กายแท้แต่นางกลับบอกว่ามันเป็กายจำแลงเท่านั้น
"คิกๆ ..นายน้อยกายนี้เป็กายจำแลงของกายอสูรระดับเจ็ด ซึ่งพวกอสูรเมื่อถึงระดับสี่ก็สามารถเรียนคาถา กายร่างจำแลงได้ทุกตน แต่มันไม่ใช่ร่างจริงหรอกนะ พวกเราเป็แค่กายอสูรจำแลงเท่านั้น ถ้า้าให้คงรูปร่างแบบนี้เราจะต้องยกระดับกายอสูรขึ้น ในระดับขั้นอสูรครึ่งคนจนถึงระดับสิบ จึงจะเปลี่ยนเป็อสูรครึ่งเทพ แล้วต่อไปก็จะเป็เทพอสูรซึ่งระดับพวกนี้ แม้แต่ในอาณาจักรวารีน้ำจืดก็มีแต่เพียงจอมกษัตริย์ ที่เป็อสูรครึ่งเทพระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ถ้า้าให้คงร่างกายแบบนี้ ท่านจะต้องพัฒนากายอสูรของท่าน ให้ถึงอสูรครึ่งคนระดับสิบก่อน จึงจะสามารถคงอยู่ในร่างนี้สมบูรณ์แบบ ร่างที่พวกเราเห็นนี้เป็แค่ร่างจำแลงเท่านั้น
กายจริงก็คืออสูรวารีน้ำจืดที่ท่านเป็เมื่อสักครู่นั่นแหละ ร่างจำแลงของพวกเรามันดีตรงที่สามารถ เข้าไปอยู่ในเมืองดำรงชีวิตอย่างผู้คนได้ ร่วมกับคนในเขตกำแพงอาณาจักรวารีน้ำจืดในนั้น จะได้รับการปกป้องจากเหล่าทหาร และจอมกษัตริย์ไม่เหมือนที่เราอยู่ในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ใต้น้ำตกลี้ลับแห่งนี้หรอกนายน้อย..."
หญิงสาวอธิบายให้ชายหนุ่มฟังจนเขาเข้าใจ
"อ๋อ..เป็อย่างนี้นี่เองมันช่างแสนลำบากจริงๆ เลยนะ การพัฒนากายอสูรเนี่ยมีหลายระดับเกิน แต่ข้าว่ากายอสูรจำแลงนี้ก็โอเคแล้วนะ "
กริชเพชรหันไปสบตาหญิงสาวยิ้มให้นาง เขารู้สึกสบายใจขึ้น
"หนิงหนิงข้าอยากพักผ่อนแล้วล่ะ..เหนื่อยเหลือเกินวันนี้"
กริชเพชรค่อยๆ เดินลงไปนั่งบนเตียงมองร่างอวบขาวของหญิงสาว ที่กำลังนวยนาดเดินลงมานั่งข้างๆ เขา
"ท่านคงเหนื่อยมากสิคะนายน้อยของข้า...."
หนิงหนิงโอบกอด
กริชเพชรอย่างเป็ห่วง ที่จริงแล้วเขาเป็หนุ่มฉกรรจ์เื่อารมณ์ความรู้สึกไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้มันแข็งไปหมดทั้งตัว เืลมภายในมันปั่นป่วนร้อนวูบวาบไปทั่วท้องน้อย
"หนิงหนิงข้าว่าเ้ากระเถิบออกไปหน่อยจะได้ไหม? ข้ารู้สึกหวาดหวั่นยังไงไม่รู้ใจคอไม่ดี "
ชายหนุ่มแข็งใจกัดฟันพูด กลัวว่าเขาไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์ได้ ปล้ำอสูรงูสาวเข้าคงจะไม่ดีแน่
"นายน้อยท่านเป็อะไรหรอ หรือว่าหมอกสีชมพูนี้มันไม่เข้ากับท่าน มันทำให้นายน้อยรู้สึกแปลกๆ เยี่ยงไรบ้างบอกข้าซิ...."
หญิงสาวพูดด้วยความใ เธอคิดว่าเืลมของกริชเพชรแปรปรวน หนิงหนิงเอื้อมมือเข้าไปซุกอยู่ที่หน้าอกชายหนุ่ม ลูบคลำหัวใจด้านซ้ายของเขาอย่างเป็ห่วง เธอขมวดคิ้วหัวใจชายหนุ่มเต้นรัวๆ อย่างแปลกประหลาด เธอรีบใช้มืออีกข้างหนึ่งจับที่ข้อมือของเขา เช็คชีพจรการเต้นของหัวใจกริชเพชรอย่างละเอียด
"นายน้อยท่านเป็อะไรคล้ายกับว่าตื่นเต้นหรือว่า....."
หญิงสาวตกตะลึงความคิดของนางเพิ่งนึกออก รูปร่างกายจำแลงของหญิงสาว มันยั่วยวนชายหนุ่มจนเขาเกิดความกำหนัด ขึ้นมากระนั้นหรือ?
หนิงหนิงแปลกใจสุดๆ เพราะนายน้อยของนางแม้นว่า จะผ่านการยกระดับของกายอสูรขึ้นสู่ระดับเจ็ด แต่นั่นก็ไม่ใช่หมายความว่าเขาจะเป็หนุ่มและมีความรู้สึกเช่นชายฉกรรจ์ทั่วไป
มันต้องใช้เวลาอีกหลายปีเขาเป็แค่อสูรวารีน้ำจืด ที่ออกจากไข่ได้เพียง หนึ่งวันเท่านั้น ไม่น่าจะมีอารมณ์อยากผสมพันธุ์กับเพศตรงข้าม มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ หญิงสาวไม่ได้คิดถึงข้อนี้มาก่อน เธอใส่ชุดนอนเพื่อจะกล่อมเขานอนเท่านั้น
เหมือนแม่ที่กำลังจะกล่อมลูกน้อยนอนหลับ ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะมีร่างจำแลงระดับเจ็ด ที่เหมือนชายหนุ่มที่มีความสมบูรณ์ แกร่งไปทั่วร่างก็ตาม
"หนิงหนิงต้องขอโทษนายน้อย ข้าไม่นึกเลยว่าท่าน จะมีอารมณ์ความรู้สึกเยี่ยงนี้..คิกๆ .."
หญิงสาวปิดปากหัวเราะเบาดวงตาของเธอกลมโตบอกชายหนุ่มแบบเคอะเขิน
กริชเพชรยิ้มแหยๆ หดตัวลงเอามือปิดแก่นกายที่ผิดปกติของเขา มันมีความแกร่งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
.....................................................................................................................................................................................