เฉียนซีเว่ยรู้ดีว่าเวลานี้ฉินฮัวกำลังกลุ้มใจเื่อาหารที่จะทำในงานแต่งที่อาจจะมีจำนวนน้อยเกินไป หากนางหาปลามาได้เป็จำนวนมากนอกจากจะเป็การช่วยเหลืออาสะใภ้รองติงลี่และเฉียนลู่ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นโดยการนำปลาไปขายแล้ว นางยังจะสามารถขอแบ่งปลามาทำอาหารในงานแต่งงานของตนเพิ่มเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ฉินฮัวได้อีกด้วย
"อาลู่ พี่สาวมีวิธีจับปลาดีๆ โดยที่เ้าไม่ต้องลงไปแช่ในน้ำนานเกินไปและไม่ต้องลงไปในบริเวณที่มีน้ำลึกอีกด้วย"
"จริงหรือขอรับ วิธีอะไรหรือ" เฉียนลู่เอ่ยถามอย่างสงสัย
"พี่ยังไม่บอกเ้าหรอก วิธีนี้พี่สาวต้องไปถามอาสะใภ้รองเสียก่อน ว่าอาสะใภ้รองจะสามารถสานอุปกรณ์จากไม้ไผ่แบบที่พี่้าได้หรือไม่"
"ท่านแม่ของข้าสานไม้ไผ่เก่งมาก ข้ากล้าโอ้อวดว่าในหมู่บ้านติงเซียนแห่งนี้หากไม่นับท่านพ่อที่เสียไปของข้าแล้ว ท่านแม่ของข้าเป็ผู้ที่ทำเครื่องจักสานเก่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็ต้นหวาย ต้นปอ ต้นไม้ไผ่หากท่านพี่มีรูปแบบที่ชัดเจนหรือมีรูปวาด ท่านแม่ของข้าย่อมทำได้ทั้งหมดขอรับ" เฉียนลู่พูดถึงติงลี่ด้วยแววตาภาคภูมิใจในตัวผู้เป็มารดาของเขา ทำให้เฉียนซีเว่ยอดนึกอิจฉาเฉียนลู่ที่ได้อยู่กับมารดาของเขาทุกวันเช่นนี้ไม่ได้
ในโลกปัจจุบันที่เฉียนซีเว่ยจากมา เฉียนซีเว่ยสนิทสนมกับคุณพ่อที่เป็นักเกษตรศาสตร์มากกว่าคุณแม่ เพราะเวลาที่เฉียนซีเว่ยติดขัดเื่เกี่ยวกับพืชสมุนไพร คุณพ่อของเฉียนซีเว่ยสามารถให้คำแนะนำกับเธอได้เสมอ ตรงข้ามกับคุณแม่ที่มีเวลาว่างให้เธอน้อยมาก คุณแม่เป็แพทย์แผนกออร์โธปิดิกส์ประจำโรงพยาบาลใหญ่ของเมืองซี จึงไม่ค่อยมีเวลาให้เธอมากนัก
"ดี เช่นนั้นประเดี๋ยวพวกเราไปบ้านของเ้าพร้อมกัน พี่สาวจะได้ไปคุยกับอาสะใภ้รอง"เฉียนซีเว่ยเมื่อคิดจะทำก็ลงมือทำทันที
"พวกเ้าจะไปทำอะไรกันหรือ ข้าหาชุดมาได้สามชุด เสื้อผ้าเหล่านี้อาจจะเก่าไปบ้าง ไม่รู้ว่าน้องชายเฉียนจะรังเกียจหรือไม่" เซี่ยอวี่เจินเดินกลับมาพร้อมเสื้อผ้าในมือ
"ย่อมไม่รังเกียจแน่นอนเ้าค่ะ ข้าขอขอบใจพี่สาวเซี่ยแทนน้องชายของข้า วันนี้ข้าขอพาน้องชายไปส่งอาหารที่บ้านท่านหมอเสิ่นก่อนแล้วจะขอไปเยี่ยมอาสะใภ้รองที่บ้านสักครู่นะเ้าคะ ข้ามีบางอย่างที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากอาสะใภ้รองเ้าค่ะ"
เซี่ยอวี่เจินขมวดคิ้วทำสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพูดเสียงดุว่า "เ้าก็เห็นว่าน้องชายลู่อยู่ในสภาพไหน ยังจะลากเขาเดินไปทั่วหมู่บ้านอีกเ้าจะไปก็ได้แต่ต้องให้น้องชายเฉียนไปเปลี่ยนชุดเสียก่อน"
เฉียนลู่ลุกขึ้นเดินไปรับชุดมาจากเซี่ยอวี่เจินและพูดขึ้นอย่างเกรงใจ "พี่สาวเซี่ยชุดเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพดีอยู่เลย ข้าขอเพียงชุดเดียวเพื่อเอากลับบ้านไปเปลี่ยนก็พอ พี่สาวข้าไปเปลี่ยนชุดเพียงครู่เดียว แล้วจะรีบกลับมาช่วยพี่สาวยกอาหารไปส่งให้ที่บ้านท่านหมอเสิ่นนะขอรับ"
"เ้าจะวิ่งไปวิ่งมาทำไม เสียเวลาเปล่าเ้ารีบเข้าไปเปลี่ยนชุดตรงห้องชำระกายทางด้านนั้นเสียในห้องนั้นมีน้ำอยู่ในถังไม้ น้ำน่าจะไม่เย็นมากเ้าก็ล้างหน้าล้างตัวเสียให้เรียบร้อยมิเช่นนั้นชุดที่เปลี่ยนใหม่ก็จะเปื้อนเช่นเดิม ข้าให้เ้าสามชุดนี่ล่ะเ้าก็ควรจะรับไปทั้งหมด หรือว่าเ้ารังเกียจที่มันเป็เสื้อผ้าเก่า"
"ข้าไม่รังเกียจขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะขอรับ" เฉียนลู่รีบรับชุดและเดินไปยังเรือนอีกด้านที่ทำเป็เรือนอาบน้ำและห้องขับถ่ายรวมทั้งเป็เรือนที่ใช้ซักเสื้อผ้าอีกด้วย
เมื่อเห็นเฉียนลู่เดินลับสายตาไปแล้ว เซี่ยอวี่เจินหันกลับมาพูดชมเฉียนลู่ด้วยรอยยิ้ม "น้องชายเฉียนผู้นี้เป็เด็กดี เขาเชื่อฟังคำพูดของข้าทุกคำ"
"......" เฉียนซีเว่ยถึงกับพูดไม่ออก เสียงแหลมสูงของเซี่ยอวี่เจินจะมีผู้ใดกล้าปฏิเสธคำพูดของนางกัน แม้แต่เฉียนซีเว่ยเองก็ไม่กล้าไม่เชื่อฟังคำพูดของนางเช่นกัน
เฉียนซีเว่ยกลับไปในห้องครัวตักน้ำแกงและซี่โครงแพะตุ๋นใส่โถดินเผาได้ถึงสองใบ แม้ว่าท่านหมอเสิ่นจะบอกให้เฉียนซีเว่ยแบ่งซี่โครงแพะตุ๋นเอาไว้กินที่บ้านเซี่ยบ้าง แต่เฉียนซีเว่ยก็ไม่กล้าแบ่งไว้เยอะเกินไปตักออกมาเพียงพอสำหรับคนสี่คนกินในหนึ่งมือเท่านั้น
"เว่ยเว่ย เ้าแบ่งน้ำแกงและเส้นแป้งนี้ไปให้อาสะใภ้รองเฉียนด้วย เ้าไปเยี่ยมนางมือเปล่าจะดูไม่ดี" เซี่ยอวี่เจินที่ตามเข้ามาสังเกตเห็นว่าเฉียนซีเว่ยไม่ได้ตักไปเผื่อบ้านรองตระกูลเฉียนจึงเอ่ยทัก
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านอาสะใภ้รองไม่ติเตียนข้าเพราะเื่ที่ข้าไปเยี่ยมนางมือเปล่าหรอกเ้าค่ะ"
"แม้นางจะไม่ถือ แต่เ้าก็ไม่ควรมองข้ามมารยาท เ้าแบ่งส่วนของข้าและของเ้าเอาไปให้นางก็แล้วกัน บ้านรองตระกูลเฉียนเป็คนดีน่าคบหาข้าจึงยินดีแบ่งปันอาหารให้แก่พวกเขา แต่ถ้าหากเ้ากล้าแบ่งอาหารไปให้บ้านใหญ่ตระกูลเฉียนข้านี่แหละจะด่าเ้า"
"เช่นนั้นข้าขอขอบใจพี่สาวเซี่ยมากนะเ้าคะ พี่สาวเซี่ยวางใจได้ข้าจะไม่มีวันนำอาหารหรือสิ่งของอื่นๆ ไปให้แม่ลูกตระกูลเฉียนของบ้านใหญ่อย่างแน่นอนเ้าค่ะ" เฉียนซีเว่ยรับปากอย่างจริงจัง
่นี้เฉียนซีเว่ยนอนฝันเกี่ยวกับชีวิตในอดีตของเฉียนซีเว่ยในโลกของมิตินี้ ทุกคืนเฉียนซีเว่ยฝันเห็นเด็กสาวที่น่าสงสารโดนแม่เลี้ยงใจร้ายรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้องชายแท้ๆ อย่างเฉียนซีรุ่ยนอกจากไม่เคยช่วยนาง แล้วบางครั้งเฉียนซีรุ่ยก็นำเื่ที่นางแอบซ่อนอาหารนำไปฟ้องมารดาของเขา
ในอดีตปีก่อนๆ เฉียนซีหยวนมาเยี่ยมน้องสาวเดือนละครั้ง เขามักจะมีของมาฝากน้องสาวอยู่เสมอแต่ก็โดนหลี่หลูยึดไปหมด เฉียนต้านั้นรักบุตรสาวเช่นเดียวกับรักบุตรชาย แต่เขาเป็ช่างไม้ต้องออกไปรับงานที่อยู่ไกลบ้านบางปีไม่ได้พักอยู่ที่หมู่บ้านติงเซียนด้วยซ้ำ เขาส่งเพียงเงินกลับมาให้หลี่หลูทุกเดือน แต่สิ่งเขาไม่รู้ก็คือเงินเ่าั้เฉียนซีเว่ยไม่เคยได้ใช้
ปีนี้เป็ปีที่ทุกข์ยากที่สุดของเฉียนซีเว่ย เพราะเฉียนซีหยวนถึงวัยต้องเตรียมตัวสอบเป็ขุนนาง เขาจึงต้องติดตามท่านตาซ่งเข้าไปเรียนที่เมืองหลวง เฉียนซีหยวนไม่ได้เดินทางกลับมาหมู่บ้านติงเซียนเพื่อเยี่ยมน้องสาวเหมือนปีก่อนๆ
เฉียนซีเว่ยมีชีวิตอยู่รอดมาได้เป็เพราะติงลี่และเฉียนลู่คอยแอบช่วยเหลือนางมาโดยตลอด แต่ชีวิตของสองคนแม่ลูกบ้านรองตระกูลเฉียนเองก็ไม่ค่อยดีนัก จึงไม่สามารถช่วยเหลือเฉียนซีเว่ยได้ทุกวัน แต่เฉียนซีเว่ยคนนี้ไม่เหมือนกับเฉียนซีเว่ยคนเก่านางจะไม่ยอมให้หลี่หลูมารังแกและเอาเปรียบนางอีกแล้ว
"พี่สาวให้ข้าช่วยท่านถือเถิดขอรับ ข้าจะดูแลอย่างดีไม่ทำโถอาหารหล่นอย่างแน่นอน" เฉียนลู่ที่อยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขาแม้ชุดตัวนี้จะมีสีเก่าแต่ไม่มีรอยปะชุดเหมือนชุดก่อนหน้านี้ที่เขาใส่มา เขาอาสาช่วยหิ้วโถอาหารที่อยู่ในถุงผ้าหุ้มไว้อีกชั้น
"ได้ เ้าช่วยหิ้วโถอาหารอันนี้พวกเราจะเดินไปบ้านท่านหมอเสิ่นกันก่อน"เฉียนซีเว่ยจำเป็ต้องใช้แรงงานของเฉียนลู่เพราะนางเองก็หิ้วอาหารเหล่านี้ไปบ้านท่านหมอเสิ่นไม่หมด นอกจากน้ำแกงซี่โครงแพะตุ๋นสองโถแล้ว เฉียนซีเว่ยยังตักน้ำขิงต้มน้ำตาลใส่หมอดินเผาใบเล็กอีกหนึ่งใบ และยังมีถุงผ้าที่ใส่หม้อน้ำแกงและเส้นแป้งที่แยกเอาไว้สำหรับบ้านรองตระกูลเฉียนอีกด้วยนางจึงถือของคนเดียวไม่ได้
"ทีนี้มีของเต็มมือทั้งสองของข้างพวกเ้าเลย เดินระมัดระวังกันด้วยอย่าได้ทำโถดินเหล่านี้ตกแตกเสียหาย" เซี่ยอวี่เจินพูดกำชับด้วยเสียงแหลมสูง หากใครมาได้ยินจะฟังเหมือนว่าเซี่ยอวี่เจินกำลังจิกด่าใช้งานพี่น้องตระกูลเฉียนทั้งสองคนอยู่ แต่เฉียนซีเว่ยเข้าใจดีว่าความจริงแล้วเซี่ยอวี่เจินไม่ใช่คนเช่นนั้น
สองพี่น้องมาส่งอาหารที่บ้านท่านหมอเสิ่น หลังจากที่อยู่พูดคุยกับท่านหมอเสิ่นเพียงครู่เฉียนซีเว่ยก็พาเฉียนลู่เอ่ยปากลาท่านหมอเสิ่น และเดินทางไปยังบ้านรองตระกูลเฉียน
บ้านรองตระกูลเฉียนมีกำแพงดินล้อมรอบตัวบ้านที่เป็บ้านไม้ทั้งหลังมองดูด้วยตาเห็นสภาพบ้านอยู่ในสภาพดี มีเรือนรองหลังเล็กอยู่ด้านข้างอีกหนึ่งหลัง เรือนหลังเล็กมีลานหน้าบ้านที่ในเวลานี้เต็มไปด้วยต้นไผ่ที่ตัดผ่าซีกเอาไว้แล้วและมีกองไม้ไผ่ที่เหลาเป็แผ่นบางๆ เตรียมสานเป็ตะกร้ากองอยู่อีกฝั่ง แต่กลับไม่มีแม้เงาของติงลี่ ในขณะที่เฉียนลู่ะโเรียกหามารดาของเขาอยู่นั้นก็มีเพื่อนบ้านะโบอกเฉียนลู่ที่นอกกำแพงดิน
"เฉียนลู่! เ้ารีบไปช่วยแม่ของเ้าที่บ้านใหญ่ตระกูลเฉียนเร็วเข้า ยามนี้สะใภ้ใหญ่หลี่ซื่อกำลังด่าและตั้งท่าจะตบตีกับสะใภ้รองติงซื่ออยู่ที่บ้านใหญ่ตระกูลเฉียนแล้ว"
เฉียนลู่หันมามองเฉียนซีเว่ยด้วยใบหน้าใ เฉียนซีเว่ยรีบนำอาหารที่ตนเตรียมมาไปวางเก็บไว้ที่เรือนหลัก ก่อนจะพาเฉียนลู่มุ่งตรงไปยังบ้านใหญ่ตระกูลเฉียนที่มีกำแพงบ้านอยู่ติดกันอีกด้านของตัวบ้าน โดยมีสวนผักแปลงผักปลูกอยู่ฝั่งกำแพงด้านนี้ทำให้สองบ้านมีช่องว่างระหว่างกัน ใช้เวลาเดินเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงคนโวยวายด่ากันลอยมาเข้าหูเฉียนซีเว่ยแล้ว...