"ท่านคิรินคะ... ข้าว่าเราเริ่มมี 'ปัญหา' ใหม่แล้วค่ะ"
เอเลน่า เดินเข้ามาในห้องโถงวิหารที่บัดนี้กลายเป็ห้องนั่งเล่นส่วนตัวของคิริน เธอไม่ได้ใส่ชุดเกราะหนักอีกต่อไป แต่สวมชุดอัศวินลำลองที่ดูคล่องตัว ใบหน้าของเธอดูสดใสขึ้นมากด้วยอิทธิพลของพลังเยียวยาที่กระจายอยู่ทั่วเมือง
คิรินที่กำลังนอนเอกเขนกบนเตียงขนัพลางจิ้ม 'สเต็กเนื้อฮีล' เข้าปาก เลิกคิ้วขึ้น "ปัญหาเหรอ? ปัญหามันควรจะหมดไปพร้อมกับการที่ผมให้พลังพฤกษาโลกไปแล้วนี่นา คนในเมืองยังไม่พอใจอะไรอีก?"
"มันไม่ใช่ความไม่พอใจค่ะ แต่มันคือ 'ความกระปรี้กระเปร่า' ที่มากเกินไป" เอเลน่าถอนหายใจ "ตอนนี้ชาวเมืองลูมินัสทุกคนแข็งแรงมากจนไม่มีใครยอมหลับนอน พวกเขาขุดดินทำสวนกันทั้งคืนจนผลผลิตล้นทะลัก และทหารยามก็ฝึกซ้อมหนักเสียจนทำลานประลองพังไปสามแห่งแล้วค่ะ"
"นั่นเรียกว่าผลข้างเคียงของการมีสุขภาพดีครับ" คิรินหัวเราะเบาๆ "เดี๋ยวพวกเขาก็ชินไปเอง"
"แต่เื่นั้นยังไม่น่าปวดหัวเท่าเื่นี้ค่ะ..." เซราฟิน่า เดินตามเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล "มีรายงานจากชายฝั่งทางทิศตะวันตก พบกองเรือขนาดั์ที่ไม่ได้ชักธงของอาณาจักรใดในทวีปนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ และสิ่งที่น่ากลัวคือ... ท้องทะเลรอบๆ กองเรือนั้นกลับกลายเป็สีดำสนิทและเหี่ยวเฉาราวกับถูกสูบพลังชีวิตออกไป"
คิรินวางจานสเต็กลงทันที แววตาขี้เล่นหายไปครู่หนึ่ง "สูบพลังชีวิตงั้นเหรอ? ในโลกที่ผมเพิ่งจะ 'เติม' พลังให้จนเต็มเนี่ยนะ?"
เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ระเบียงวิหาร มองออกไปทางเส้นขอบฟ้าทิศตะวันตก แม้จะอยู่ไกลนับร้อยกิโลเมตร แต่ด้วยััของ 'ผู้ดูแลโลก' เขาเห็นเงาสีดำจางๆ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเหมือนหมึกที่หยดลงในน้ำใส
"ดูเหมือนว่าการที่ผมทำให้โลกนี้อุดมสมบูรณ์เกินไป จะไปดึงดูด 'แมลงวัน' จากทวีปอื่นเข้าให้แล้วสิ" คิรินพึมพำ
ณ ท่าเรือชายฝั่งตะวันตก
ชาวประมงและทหารท้องถิ่นต่างพากันยืนตัวสั่นด้วยความกลัว เบื้องหน้าของพวกเขาคือเรือสำเภาขนาดั์ที่สร้างจากกระดูกัและไม้สีดำมะเมื่อม แผ่กลิ่นอายความตายออกมาจนปลานับหมื่นตัวลอยตายเกลื่อนชายหาด
ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากเรือ เขาแต่งกายด้วยชุดขนสัตว์สีม่วงเข้ม มีมงกุฎที่ทำจากฟันปีศาจสถิตอยู่บนหัว ผิวของเขาซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง และดวงตาเป็สีแดงก่ำราวกับทับทิม
"ที่นี่สินะ... แหล่งกำเนิดของกลิ่นหอมแห่งชีวิตที่รุนแรงจนปลุกข้าขึ้นมาจากนิทรา" ชายผู้นั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ช่างเป็กลิ่นที่น่ารังเกียจจริงๆ... ความเมตตาที่เอ่อล้นแบบนี้ มันต้องอาบด้วยความสิ้นหวังถึงจะสมดุล"
"พวกเ้าเป็ใคร!" หัวหน้าทหารยามะโถามด้วยเสียงสั่นๆ "ที่นี่คือนครภายใต้การคุ้มครองของจอมเทพแห่งการเยียวยา จงกลับไปซะก่อนที่จะถูกปาฏิหาริย์ลงทัณฑ์!"
"จอมเทพแห่งการเยียวยางั้นหรือ?" ชายชุดม่วงหัวเราะเบาๆ "ข้าคือ กษัตริย์ไร้ชีพแห่งทวีปต้องคำสาป... และข้ามาที่นี่เพื่อ 'ทวงคืน' ความมืดมิดที่เ้าพวกนักบวชจอมปลอมอย่างพวกเ้าพรากไปจากโลกนี้"
เขาสะบัดมือเบาๆ คลื่นสีดำก็พุ่งเข้าใส่นักรบเ่าั้ ทันใดนั้น ต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่มรอบชายหาดก็เหี่ยวแห้งและกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา พลังชีวิตถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่า
"ท่านคิริน! พวกเขากำลังทำลายป่าที่ท่านสร้างไว้ค่ะ!" เซราฟิน่าร้องออกมาด้วยความเ็ปเมื่อััได้ถึงความตายที่กำลังขยายตัว
คิรินจ้องมองภาพนั้นผ่านกระแสพลังงาน "อืม... เป็พวก 'ตัวดูดมานา' สินะ ชอบดูดพลังคนอื่นไปเป็ของตัวเองแบบนี้ แสดงว่าร่างกายข้างในคงจะกลวงโบ๋น่าดู"
เขาหันไปหา โรแลนด์ ที่กำลังยืนเตรียมพร้อมอยู่ข้างๆ "คุณโรแลนด์ เตรียมตัวนะครับ ครั้งนี้งานน่าจะหนักกว่าแบกเตียงนิดหน่อย"
"ข้าพร้อมเสมอครับท่านคิริน! แค่ท่านสั่งมา ข้าจะไปสยบพวกมันด้วยความสุภาพที่สุด!" โรแลนด์ตอบอย่างมุ่งมั่น
"ดีครับ... แต่คราวนี้ผมจะไม่ให้คุณเข้าไปฟันพวกมันตรงๆ" คิรินแสยะยิ้มที่ทำให้เอเลน่ารู้สึกขนลุก "ในเมื่อพวกมันอยากดูดพลังชีวิตนัก... ผมก็จะ 'ป้อน' ให้จนพวกมันสำลักตายไปเลย"
คิรินยกคทาไม้เก่าๆ ขึ้น แสงสีทองเริ่มรวมตัวกันที่ปลายคทา แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แสงที่นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง แต่มันเป็แสงที่ 'หนาแน่น' จนอากาศรอบๆ เริ่มบิดเบี้ยว
"คุณเอเลน่า คุณเซราฟิน่า ฝากดูแลเมืองด้วยนะครับ ส่วนผมจะไปทักทายแขกจากต่างทวีปสักหน่อย... ในฐานะเ้าบ้านที่ 'ใจดี' ที่สุดในโลก"
คิรินก้าวเดินออกไปในอากาศช้าๆ แต่ทว่าทุกย่างก้าวกลับทำให้เขาเคลื่อนที่ไปไกลนับกิโลเมตร ราวกับว่าระยะทางไม่มีผลต่อเขาอีกต่อไป เป้าหมายคือชายฝั่งตะวันตกที่กำลังถูกความมืดกัดกิน
าระหว่าง "ผู้เยียวยาที่ให้จนล้น" กับ "ผู้ล่วงลับที่สูบจนสิ้น" กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!