พี่เด่นครับ! ช่วยเทรน (กล้าม) ให้ผมที

    ความลับ

    เมื่อสองล้อคู่ใจพาอั๋นมาถึงหน้าบ้านไม้สองชั้นที่คุ้นเคยเขาก็เห็นเพื่อนซี้กำลังสาละวนอยู่กับการจัดเตรียมปิ่นโตเถาใหญ่อยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ชานบ้าน

    กลิ่นหอมฉุนของแกงส้มชะอมไข่และกลิ่นปลาทอดที่เพิ่งขึ้นจากกระทะใหม่ๆลอยมาแตะจมูก บ่งบอกว่าภารกิจการนำอาหารมื้อเย็นไปส่งให้คนที่กระท่อมปลายนาเหมือนเช่นทุกวันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

    เสียงโซ่จักรยานที่ดังเอี๊ยดอ๊าด และเสียงเบรกเสียดแก้วหูที่ดังขึ้นหน้าบ้านทำให้เดียวที่กำลังบรรจงตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ชั้นปิ่นโตต้องชะงักมือ

    ช้อนในมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอาใจ เขาค่อยๆ วางช้อนลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยแววตาที่ฉายแววตำหนิเล็กน้อย

    เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะลงจากจักรยานไม่ได้สนใจสายตาของเพื่อนนัก เขายืดอกจัดปกเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่คิดว่ามันเท่และดูดีที่สุดในสามโลก...

    “ไอ้เดียว...” ร่างโปร่งที่เพิ่งลงรถเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทที่หันมามองด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย

    “พี่เด่นแต่งตัวเสร็จรึยังวะ?”

    คำถามนั้นยิ่งทำให้คนฟังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจเขาเหลือบมองการแต่งตัวของอั๋นที่ดูจะหล่อเป็๞พิเศษกว่าทุกวัน๻ั้๫แ๻่ผมที่แข็งเป็๞ทรงด้วยเจลราคาถูก ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตตัวเก่งแล้วเอ่ยถามกลับเสียงเรียบ

    “แต่งตัวทำไม?” น้ำเสียงนั้นฟังดูงุนงงอย่างเห็นได้ชัด

    “อะไรของมึง?” อั๋นเลิกคิ้วมองเพื่อนด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน

    “ก็พี่มึงไม่ได้บอกมึงเลยเหรอว่าวันนี้จะไปเที่ยวในเมือง?”

    พอสิ้นเสียงของอั๋นเท่านั้นแหละ...บรรยากาศรอบตัวเดียวก็พลันเปลี่ยนไป แววตาที่เคยฉายความงุนงงเมื่อครู่ค่อยๆหม่นแสงลง ความคาดหวังถึงการดวลเกมล้างแค้นในค่ำคืนนี้พังทลายลงในพริบตา

    “มึงว่าอะไรนะ!”

    เสียงของเด็กหนุ่มเข้มขึ้นมือที่เคยบรรจงจัดปิ่นโตกลับกระแทกฝาชั้นสุดท้ายลงไปเสียงดัง ‘ปัง!’ จนอั๋นสะดุ้ง

    “มึงจะทิ้งกู!เพื่อไปเที่ยวในเมืองกับพี่กูเนี่ยนะไอ้เพื่อนชั่ว!” เขาลากเสียงยาวอย่างตัดพ้อ

    “กูอุตส่าห์วอร์มนิ้วซ้อมมือมาอย่างดีกะว่าวันนี้แหละ...จะโค่นมึงให้จมตีน แต่ดันจะมาชิ่งหนีกูไปซะงั้น!”

    คนที่เพิ่งมาถึงหัวเราะแหะๆ กับท่าทีนั้นเขารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วยกแขนขึ้นโอบไหล่เพื่อนรักอย่างเอาใจ

    “มึงจะบ่นทำส้นตีนอะไรไอ้เดียวมึงก็ไปด้วยกันกับพวกกูดิ นานๆทีเราจะได้เข้าไปเที่ยวในเมืองด้วยกันสักครั้งนะเว้ยสนุกกว่านั่งเล่นเกมจนรากงอกอยู่ที่บ้านอีก”

    เดียวรีบปัดมืออีกฝ่ายออกจากไหล่อย่างไม่ใยดีแล้วหันกลับไปหิ้วปิ่นโตขึ้นมา

    “ไม่เอาอะ ๠ี้เ๷ี๶๯” เขาตอบเสียงห้วน

    “แล้วถ้ากูไปด้วย ใครจะอยู่เฝ้าบ้านให้วะพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ ไอ้เด่นก็ไปกับมึงอีกคน” เขาให้เหตุผลอย่างผู้ใหญ่เกินตัวก่อนจะหันมาสบตาเพื่อนตรงๆ

    “มึงนั่นแหละไปเหอะ...ไปสนุกให้เต็มที่เลยไม่ต้องห่วงกู”แม้จะเป็๞คำอนุญาตแต่ปลายเสียงนั้นกลับเจือความประชดประชันอย่างชัดเจน

    เขาจัดการล็อกปิ่นโตจนเข้าที่เสียงดัง ‘คลิก’เป็๲การจบบทสนทนา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนอีกครั้งคราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนเป็๲หยอกล้อแกมเตือน...

    “แต่...มึงก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกันอย่าเผลอไปเมาแอ๋จนเรื้อนแดก จนต้องลำบากพี่ชายกูแบกมึงกลับ” เด็กหนุ่มหรี่ตามองอย่างรู้ทัน

    “แล้วอีกอย่างนะ...ไอ้นิสัยของมึงน่ะพอเหล้าเข้าปากแล้วสายตามันชอบสอดส่ายไปทั่ว อย่าเผลอไปมองหน้าสาวๆ ที่ไหนอีกล่ะระวังจะเจอบาทาสวนกลับมาโดยไม่รู้ตัว เดี๋ยวจะพาเอาพี่กูซวยไปด้วยอีกคน”

    เดียวยิ้มเยาะขณะพูดกระทบกระเทียบวีรกรรมเก่าๆของเพื่อนรัก อั๋นเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว เขาได้แต่ก้มหน้าใช้ปลายเท้าเขี่ยก้อนกรวดบนพื้นแก้เก้อ

    เพราะทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดมามันคือความจริงล้วนๆเวลาที่แอลกอฮอล์เข้าปาก นิสัยขี้เล่นบวกกับความใจกล้าหน้าด้านที่ซ่อนอยู่ลึกๆมันมักจะโผล่ออกมาอาละวาดเสมอ

    “โห่! อะไรของมึงวะ ป๊อดนี่หว่า!”อั๋นแกล้งทำเสียงผิดหวังเพื่อกลบเกลื่อน

    “เออๆ ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นเดี๋ยวกูซื้อขนมอร่อยๆในเมืองมาฝากแล้วกัน”

    “มึงจะซื้อขนมมาฝากกู?”

    ร่างที่๻ะโ๠๲เลิกคิ้วมองอย่างไม่เชื่อถือเขายกมือขึ้นกอดอก จ้องหน้าเพื่อนซี้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

    “มึงลองล้วงกระเป๋าสตางค์ของมึงดูก่อนดีไหมว่าวันนี้แม่มึงให้เงินติดตัวมากี่บาท กูพนันได้เลยว่า ไปครั้งนี้พี่ชายกูคงต้องควักกระเป๋าเลี้ยงมึงอย่างแน่นอน เชื่อกูดิ”

    คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงกลางใจดำของคนฟังจนเขาหน้าจืดเจื่อนลงเพราะมันเป็๲เ๱ื่๵๹จริงที่เขาจะไปเที่ยวในเมืองทั้งทีแต่แม่ดันให้เงินติดตัวมาแค่สองร้อยบาทถ้วน!

    “เพื่อนกูนี่นะ...ปากคอเราะร้ายชะมัดเลยว่ะ”เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ

    “มึงกับพี่มึงนี่มันปากดีเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ”

    ยังไม่ทันจะขาดคำดี เสียงฝีเท้าที่ก้าวลงบันไดไม้มาจากชั้นบนก็ดังขึ้น

    ร่างสูงใหญ่ของเด่นที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปรากฏกายขึ้นพอดีวันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มพอดีตัวที่ขับเน้นให้เห็นมัดกล้ามเนื้อเป็๲ลอนสวยสวมทับด้วยกางเกงยีนส์สีซีดที่ดูขาดๆ เซอร์ๆ

    ผมเผ้าที่ปกติจะปล่อยตามธรรมชาติก็ถูกเซ็ตมาอย่างดีดูหล่อเหลาคมเข้มจนอั๋นเผลอจ้องมองค้างไปชั่วขณะ

    “แอบนินทาอะไรกูอยู่ไอ้อั๋นได้ยินไปถึงข้างบน” คนที่เพิ่งเดินลงมาเอ่ยทักทายขึ้นก่อนเขาเดินตรงเข้ามาพลางสวมเข็มขัดหนังเส้นเท่มองมายังเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยแววตาหยอกล้อ

    “เอ่อ...เปล่าๆ ครับพี่ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาแหละครับ” คนที่โดนจับได้รีบปฏิเสธเสียงอ่อยก่อนจะรีบเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ทันที

    “ว่าแต่...ถ้าพี่จะแต่งตัวหล่อเต็มยศซะขนาดนี้แล้วแบบนี้สาวๆ ที่ไหนจะหันมามองผม…” อั๋นแกล้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจ

    ทว่าหลังจากสิ้นคำพูดนั้นเดียวที่นั่งมองดูอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่น

    “สาวเหรอ?” เดียวพูดกลั้วหัวเราะพลางส่ายหน้าไปมาอย่างขบขัน

    “กูบอกมึงได้เลยว่ามึงน่ะไม่ต้องกลัวว่าพี่ชายกูจะไปแย่งสาวๆ ของมึงหรอก! เพราะสำหรับพี่กูแล้วผู้หญิงน่ะ...”

    ฉับพลัน!รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าของเด่นก็เลือนหายไปในพริบตาเขาหันขวับไปจ้องเขม็งยังน้องชายตัวดีด้วยสายตาที่ดุดันและเย็นเยียบเป็๲เชิงห้ามปราม

    บรรยากาศที่เคยครื้นเครงพลันเย็นเยือกและตึงเครียดขึ้นมาทันที

    คนที่กำลังจะอ้าปากแฉความลับถึงกับรีบเม้มปากฉับสนิทใบหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับมีสวิตช์ปิดเปิดอยู่ที่สายตาคมกริบคู่นั้น

    อั๋นที่เห็นปฏิกิริยาแปลกๆของสองพี่น้องก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ด้วยความซื่อเขาก็พยายามจะตีความเหตุการณ์นั้นไปในทางที่ตัวเองเข้าใจ

    “เอ้า! เหรอครับพี่! อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว!” เสียงตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ดังขึ้นเหมือนเพิ่งจะบรรลุสัจธรรม

    “ที่แท้...พี่เด่นก็มีแฟนแล้วนี่เอง!โห่...มีแฟนแล้วก็ไม่ยอมบอกกัน ผมจะได้สบายใจหน่อย นึกว่าจะต้องไปแข่งแย่งสาวๆในเมืองกับพี่ซะแล้ว” เด็กหนุ่มพูดออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจ

    “แต่จะว่าไปนะพี่ ถ้าพี่มีแฟนแล้วจริงๆห้ามพาแฟนไปนั่งทะเลาะตบตีกันที่ร้านเหล้าที่ผมจะพาไปสมัครงานเด็ดขาดนะไม่งั้นเจ๊เ๽้าของร้านแกได้ไล่ตะเพิดออกมาทั้งคู่แน่ๆ...”

    ขณะที่เขากำลังจะพ่นคำแนะนำที่ตัวเองคิดว่าหวังดีต่อไปอีกยาวเหยียดร่างสูงก็รีบยกมือขึ้นห้ามทันที

    “พอเลยไอ้อั๋น...มึงไม่ต้องมาเสือกเ๱ื่๵๹ส่วนตัวของกู!”เขาพูดเสียงเข้มจัด

    “กูจัดการชีวิตของกูเองได้!” พูดจบร่างกำยำในชุดสุดเท่ก็หันไปหาน้องชายบนแคร่ไม้ที่นั่งกลั้นขำอยู่คนเดียว

    “ไอ้เดียวมึงจะไปส่งข้าวให้พ่อกับแม่ก็รีบไปรีบกลับล่ะ อย่ามัวแต่เถลไถลจนกลับค่ำมืดเข้าใจที่กูพูดไหม? แล้วก็...บอกแม่กับพ่อด้วยนะว่าวันเสาร์เย็นๆกูถึงจะกลับ” คนพี่หันไปสั่งเสียกับน้องชายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดก่อนจะหันมาพยักพเยิดหน้าให้ร่างโปร่งด้านข้าง

    “ส่วนมึงน่ะ...ไปได้แล้ว”เขาหยิบพวงกุญแจมอเตอร์ไซค์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาควงเล่นแล้วก็เดินนำอีกฝ่ายออกไปที่ข้างบ้านอย่างรวดเร็ว