แม้น้ำเสียงฮูหยินเยี่ยนค่อนข้างจะดุดันเกินความคาดหมาย แต่ก็นับว่าสมเหตุสมผล ด้วยเหตุนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงไม่ได้เผยสีหน้าประหลาดใจแต่อย่างใด นางคุกเข่าลงอย่างนิ่งสงบและไม่เอ่ยอะไร รอคอยประกาศิตของฮูหยินเยี่ยนที่ตามมา
“เจ้ารู้หรือไม่ ตอนที่ชิวเยวี่ยกลับมา นางร้องไห้จนน้ำตานองหน้าจนยืนแทบไม่ไหว ข้าถามทุกคนที่ตามพวกเจ้าออกไป พวกเขาล้วนเห็นเยวี่ยเยียนหรานผลักนางลงจากรถม้าต่อหน้าต่อตาธารกำนัล เจ้ายังคิดที่จะปกป้องนางไปถึงเมื่อไร!”
ฮูหยินเยี่ยนสะบัดแขนเสื้อ นางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่คำพูดกลับเอ่ยอย่างมีมารยาท
“นางไม่ได้ทำ” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเงยหน้าขึ้นมา เอ่ยแก้ต่างแทนเยวี่ยเจาหรานอย่างจริงจังเคร่งขรึมยิ่ง แม้นางจะรู้ดีว่าคำแก้ตัวเช่นนี้ใช้ไม่ได้ผล แต่หากไม่แก้ต่างเลย น้ำโคลนทั้งหมดคงจะสาดไปที่ตัวของเยวี่ยเจาหรานเป็นแน่
“ไม่ได้ทำ?” ฮูหยินเยี่ยนแค่นหัวเราะด้วยความโมโห ครู่หนึ่งจึงวางมือทั้งสองซ้อนทับที่หน้าตัก แล้วเอ่ยอีกครั้ง “ไม่ได้ทำแล้วนางจะหลบซ่อนไปทำไม? เหตุใดไม่กล้ามาเจอหน้าข้าเล่า!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถอนหายใจ คิดอยากจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่กล้ากระด้างกระเดื่องต่อมารดาผู้สูงส่งของตน จึงได้แต่ขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยชี้แจงซ้ำแล้วซ้ำอีก “เพราะ เพราะว่าจวนเยวี่ยเกิดเรื่องขึ้นกะทันหัน จึงเรียกไปนางไป... ไม่ได้ตั้งใจจะไม่มาพบท่าน” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเอ่ยเสริมขึ้นอีกครั้ง “ท่านแม่เหตุใดท่านจึงไม่ยอมเชื่อข้าเล่า!”
“วันนี้พวกเจ้าไปวัดจินติ่งทั้งวัน หากจวนเยวี่ยเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ เหตุใดจึงไม่มาหาที่จวนเยี่ยน แต่กลับรู้สถานที่เดินทางของพวกเจ้า แล้วตรงไปหาพวกเจ้าที่วัดจินติ่ง?” ฮูหยินเยี่ยนไม่ไหวติง ยืนกรานตามความคิดของตน “เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาหลอกง่ายขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร?!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้ดี เมื่อฮูหยินเยี่ยนเริ่มเรียกชื่อจริงของนางขึ้นมา นั่นก็บ่งชัดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะเข้าใจตั้งแต่เห็นห้องว่างเปล่าไร้ผู้คนมีเพียงตัวฮูหยินเยี่ยนตนเองแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังมีความหวังและความฝันรำไร ทว่าเมื่ออึดใจก่อนนี้ ยามที่ฮูหยินเยี่ยนเรียกนางว่า ‘เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว’ ความหวังและความฝันที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนั้นก็ได้สูญสลายไปโดยสมบูรณ์...
“ท่านแม่... เยวี่ยเจา...” เมื่อกระวนกระวายใจทำอะไรก็วุ่นวายไปหมด เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วร้อนใจไม่น้อย นางรีบเปลี่ยนคำเรียกอีกครั้งอย่างลนลาน “เรื่องที่สวี่ชิวเยวี่ยตกลงมา เยวี่ยเยียนหรานไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ท่านเข้าใจนางผิดแล้ว” ในเมื่อ ‘แผนจวนเยวี่ยเกิดเรื่อง’ ไม่สำเร็จ เช่นนั้นก็เปลี่ยนทิศทางกลยุทธ์เป็นยืนกรานว่า ‘ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์’ เลยก็แล้วกัน!
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเผยความน้อยอกน้อยใจออกมาไม่บ่อยนัก นางเบ้ปากเล็ก คุกเข่าอยู่ที่พื้น มองเผินๆ ก็ดูเหมือนลูกสาวอยู่ไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ฮูหยินเยี่ยนยังคงไม่เล่นด้วย นางตอกกลับข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายกลับอย่างรวดเร็วดุดัน “บ่าวสามสี่คนในเหตุการณ์ล้วนเห็นกันหมด เจ้ายังจะบอกว่านางไม่ได้เป็นคนทำอีก! เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เจ้าเจ้าเจ้า...”
ฮูหยินเยี่ยนผ่อนลมหายใจหนักหน่วง รอยย่นที่หว่างคิ้วเดี๋ยวลึกเดี๋ยวตื้นไม่หยุด พาให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตื่นตระหนกเหลือกำลัง ฮูหยินเยี่ยนใบหน้าสั่นระริก นางเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เจ้าคงไม่ได้ชอบพอสตรีผู้นั้นขึ้นมาจริงๆ หรอกนะ!”
โอ้โฮ บ้าไปแล้ว! พูดไปมากมายขนาดนั้น มารดาดันคิดว่าตนหลงใหลหญิงสาวเพศเดียวกันหรือนี่? เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหลับตาลงอย่างเคร่งขรึม แล้วชี้ไปที่หน้าของตนด้วยความงงงวยอย่างยิ่ง นางเอ่ยถามอีกครั้ง “ท่านแม่ ท่านคิดว่าข้าจะชอบผู้หญิงจริงๆ หรือ?!”
ช่างเถอะๆ จะว่าไปแล้วตนก็อาจจะชอบผู้หญิงจริงๆ ก็ได้ ถึงอย่างไรนางก็ตะเกียกตะกายอยู่กับดินทรายเปื้อนเลือดในสนามฝึกมาตั้งแต่เด็ก ย่อมไม่เหมือนกับสตรีทั่วไปที่ชื่นชอบสีชาดแป้งน้ำอาภรณ์สีฉูดฉาดและอัญมณีตามปกติแน่นอนอยู่แล้ว!
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกพิเศษขึ้นมาทันใด ในใจพลันฮึกเหิม ข้าก็คือข้า ความภาคภูมิแสนพิเศษที่ใครเห็นก็ต้องไฟในใจลุกโชน เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เรียกว่า ‘แม่ของข้านึกว่าข้ารักเพศเดียวกัน’
การโจมตีจากทุกทิศทางล้วนถูกมารดาอันเป็นที่รักของตนตั้งรับไว้ได้อย่างหมดจด เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ท้อแท้สิ้นหวังนั้นได้หยุดความคิดที่จะโจมตีต่อ อีกทั้งยังเหน็ดเหนื่อยจนไม่คิดอยากจะต่อสู้อีกแล้ว นางจึงคุกเข่าด้วยความหดหู่แต่โดยดี ถอนหายใจยาวเหยียด
เกินคาดการณ์ หากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ถอนหายใจยังพอว่า แต่เสียงถอนหายใจนั้นดันไปสะกิดให้ฮูหยินเยี่ยนวาดเค้าโครงเรื่องไปเองแล้ว... นางคิดว่าลูกสาวกำลังจะสารภาพกับตนว่านางตกหลุมรักเพศเดียวกันเข้าแล้ว ยิ่งกว่านั้นเพศเดียวกันผู้นี้เดิมทีก็ควรจะเป็นพี่สะใภ้แท้ๆ ของนางอีกต่างหาก!
“เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง บอกกับข้ามาดีๆ ว่าเจ้าชอบพอสตรีผู้นั้นไปแล้วใช่หรือไม่?” ฮูหยินเยี่ยนคิดเองเออเองทั้งยังบีบเอาคำตอบไม่หยุด เดิมเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ยามนี้ก็ยังอดโน้มตัวไปข้างหน้าไม่ได้ มองออกเลยว่า ความสนอกสนใจในเรื่องซุบซิบของนางนั้นเข้มข้นอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ ข้า...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเม้มปาก พูดอะไรไม่ออกกะทันหัน ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยตอบว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสม ถ้าจะให้ตอบว่านางไม่ได้ชอบเยวี่ยเจาหรานเลยแม้แต่น้อย... ตัวนางเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ลังเลอยู่พักใหญ่ ในที่สุดนางก็เปลี่ยนวิธีการอธิบาย “ท่านแม่ข้าพูดตามตรงกับท่าน ข้า... ข้าไม่ได้ชอบผู้หญิงจริงๆ จริงแท้แน่นอน”
ไม่ได้ชอบผู้หญิง แท้จริงคำพูดนี้มีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง อย่างไรเสียเยวี่ยเจาหรานก็ไม่ใช่ผู้หญิง! เช่นนั้นแล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วชอบพอเยวี่ยเจาหรานหรือไม่? เรื่องนี้ก็พูดยาก
ฮูหยินเยี่ยนเองก็มีสีหน้างุนงง ถึงอย่างไรสตรีในคำถามของตนก็เยวี่ยเยียนหราน เหตุใดเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงเหมารวมสตรีทั้งหมดไปด้วย? ฮูหยินเยี่ยนถอนหายใจ ในที่สุดจึงเอ่ยขึ้น “เอาเถิด เห็นแก่ที่เจ้าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของข้า ครั้งนี้ข้าจะพยายามเชื่อเจ้าก็แล้วกัน”
โอ้ สวรรค์! ในที่สุดวันที่แสนคดเคี้ยวนี้ก็จะวาดจุดสิ้นสุดที่พอจะนับว่าสมบูรณ์แบบได้แล้วใช่หรือไม่?
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถอนหายใจโล่งอก ในใจคิดว่าคลื่นลมสงบวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว จากนี้ไปสิ่งที่รอคอยตนอยู่ก็คงจะเป็นวันหยุดพักผ่อนอย่างแท้จริงที่ถักทอด้วยหาดทรายคลื่นทะเลและต้นกระบองเพชร! [1]
ทว่าในเวลานั้นเอง ก็เกิดความพลิกผันขึ้นอีกครั้ง...
“การที่เจ้าพึงใจในสตรีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร!” จู่ๆ ฮูหยินเยี่ยนก็พลันเอ่ยขึ้น ทำเอาเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกใจจนคางแทบจะร่วงลงมา ไม่ใช่สิ หากท่านไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดอะไร แล้วเมื่อครู่พยายามถามข้าว่าชอบเยวี่ยเจาหรานหรือไม่ไปทำไมกันเล่า? หรือว่าหากชอบพอผู้หญิงคนอื่นเช่นสวี่ชิวเยวี่ยก็ไม่เป็นไร แต่ชอบเยวี่ยเจาหราน ‘ผู้หญิง’ ปลอมๆ คนนั้นไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
“ที่พี่สะใภ้ของเจ้าทำให้ชิวเยวี่ยตกจากรถม้าต่างหากที่ผิด...”
นิ้วของฮูหยินเยี่ยนลูบไล้ที่คางของตนแล้วเอ่ยขึ้น เมื่อนั้นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงเห็นเค้าลางไม่ดี นางลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นคิดที่จะหนี อย่างไรเสียในสามสิบหกกลยุทธ์... หนีคือยอดกลยุทธ์นี่นา!
“เดี๋ยวก่อน!” การโจมตีด้วยคำพูดเพียงสองคำของฮูหยินเยี่ยน ได้ลากเอาเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เกือบจะวิ่งไปถึงข้างนอกห้องแล้วกลับเข้าสนามรบอีกครั้ง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหดคออย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้าขยับเขยื้อน
ฮูหยินเยี่ยนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยอย่างเชื่องช้า “ในเมื่อเยียนหรานไม่อยู่ เจ้าก็คงได้แต่ต้องรับโทษแทนสามี... อ้อไม่สิ แทนภรรยา ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนสักคืนก็แล้วกัน” พูดจบฮูหยินเยี่ยนก็ยังเอ่ยเสริมขึ้นมา ราวกับกลัวว่าบุตรของตนจะไม่พอใจ “อย่าหาว่าแม่ไม่เห็นใจเจ้าเลยนะ นี่ก็เพื่อสงบปากหอยปากปูพวกนั้นไม่ใช่หรือไร? พอถึงเวลาก็ให้หลิงหลงแอบปูผ้านวมสักสองผืนให้เจ้า เจ้าแอบนอนสักงีบก็ได้แล้ว...”
เว้ยเฮ้ย! นอนเฝ้าศาลบรรพชน ในใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอดยกย่องฮูหยินเยี่ยนขึ้นมาไม่ได้ ทั้งยังยกย่องว่านางเป็นคนเหี้ยมโหด เป็นคนเหี้ยมโหดที่ร้ายกาจกว่าคนโหดเหี้ยมนิดหนึ่ง
เชิงอรรถ
[1] แสงแดดหาดทรายคลื่นทะเลและต้นกระบองเพชร (阳光沙滩海浪仙人掌) เนื้อเพลงท่อนหนึ่งในเพลง อ่าวเผิงหูของคุณยาย (外婆的澎湖湾)