ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบลูคัสเฝ้ามองดูคริสตัลที่บดเบียดกายอุ่นๆเข้าหาตัวเองก็ให้ความรู้สึกใจสั่นไหวขึ้นมาอย่างประหลาดมันก็แค่ในความรู้สึกเท่านั้น เพราะในความเป็จริง แวมไพร์อย่างพวกเราหัวใจมันไม่เต้นมานานแล้ว
ท่ามกลางความเงียบไม่นานซาลัมก็ขอตัวจากไป
ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรลูคัสครุ่นคิดถึงคำพูดของซาลัม ผู้เป็น้องชายอยู่ค่อนคืนแล้วเผลอหลับไปมันเป็ครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีเลยทีเดียวที่ได้นอนหลับเช่นมนุษย์อย่างนี้
เพราะเท่าที่เขาจำความได้แวมไพร์แทบจะไม่นอนเลย นอกเสียจากว่าาเ็สาหัสจากาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันส่งผลต่อร่างกายของแวมไพร์ หรือไม่ก็่ที่พวกเาาวแวมไพร์จะเข้าสู่ฤดูจำศีลเท่านั้นถึงจะได้ปิดตาแล้วหลับลงไปในโลงศพส่วนตัว
….
ความเย็นที่กระทบผิวกายและความแข็งแกร่งที่โอบกอดตัวเองเอาไว้ทำให้คริสตัลค่อยๆปรือตาขึ้นมาก่อนที่จะมองเห็นแผงอกของใครบางคนกำลังนอนกอดเขาอยู่
คริสตัลเลยผุดลุกขึ้นอย่างใและนั้นก็ทำให้เ้าของั์ตาสีดำคู่นั้นลืมขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
“นี่ฉันหลับไปงั้นเหรออ่าช่างเถอะ” คริสตัลมองลูคัสที่เพิ่งตื่นผมที่ชี้โด่เด่ไปมามันช่างน่ามองมากในเวลานี้
“นี่คุณอยู่ตรงนี้ทั้งคืนเลย?แล้วไหนคุณบอกจะปลุกผมตอนวินเซนต์มา?” ถามออกไปด้วยความสงสัยถึงแม้จะยังแยกไม่ออกก็ตามว่าตอนนี้มันกลางวันหรือกลางคืน เพราะเขาแทบจะไม่ได้ออกไปจากห้องนี้เลยั้แ่มาถึง
“โทษทีฉันเผลอหลับไปเพราะนายนั่นแหละ”
“คุณหลับไปเองแล้วมาโทษผมได้ไง”บ้าชะมัดหลับเองแต่โทษคนอื่น เนี่ยนะ?
“ก็ใครใช้ให้นายบดเบียดร่างอุ่นๆเข้าหาฉันล่ะ”
“…!!”
ก๊อก ก๊อก
แต่ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมาอีกเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมาซะก่อน
“เข้ามา”
คนที่เข้ามาใหม่คือวินเซนต์นั่นเองเขามองคริสตัลกับลูคัสไปมาก่อนจะยิ้มแปลกๆมาให้ หันไปปิดประตูก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“โว้วนี่มันอะไรกัน ท่านพี่เหมือนคนที่เพิ่งหลับแล้วตื่นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีเลยนะ”
“พูดมากมีอะไรก็ว่ามา”
“ข้าแค่แวะมาดูว่าคริสหายดีแล้วหรือยังนะเพราะท่านพ่อ้าพบตัวเขาด่วน”
….
ไม่นานหลังจากที่ดูแผลก็พบว่ามันหายดีแล้วอย่างน่าอัศจรรย์คริสตัลและลูคัสต่างแยกกันไปแต่งตัวกันใหม่ก่อนจะออกมาพบกับวินเซนต์ที่รออยู่แล้วพวกเราก็ออกจากห้องไป
และนี่ก็เป็ครั้งที่สองที่เขาได้เห็นวิวทิวทัศน์ของแดนมืดที่เหล่าแวมไพร์รวมตัวกันอยู่
“ว่าแต่ที่นี่มีกลางวันไหม”คริสตัลเผลอตัวแล้วถามออกไป
“ไม่มีหรอกแต่เราก็ใช้เวลาสากลแหละ เหมือนที่ใช้มาตลอดตอนอยู่เมืองมนุษย์ แต่ว่าแวมไพร์ไม่ค่อยจะนอนกันเท่าไหร่หรอกนะบอกเลย” วินเซนต์เป็คนตอบในขณะที่ลูคัสเดินมาเงียบๆด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
“ถ้าคุณไม่อยากไปคุณไปที่อื่นก็ได้นะ” คริสตัลพูดขึ้นมาลอยๆโดยที่วินเซนต์ยักไหล่แล้วยิ้มแบบแปลกๆ
“นายเป็ใครถึงกล้ามาไล่ฉัน”เสียงขบกรามแน่น พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น
“ผมไม่ได้ไล่แต่แค่เป็ห่วงคุณ”
“ทำไม”
“ก็คุณทำตัวเหมือนเด็กที่โดนพ่อแย่งของเล่นไปนี่น่า”
“นี่!!”
“ฮ่าๆคริสนายพูดได้ถูกใจฉันมากเลย ท่านพี่ถึงกลับไปไม่เป็ ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ”
“หุบปากของเ้าซะวินเซนต์!”แล้วเสียงหัวเราะและต่อว่าของสองพี่น้องก็ดังมาตลอดทางจนกระทั่งถึงที่หมายถ้าจำไม่ผิดที่นี่คือห้องโถงใหญ่ที่ลูคัสกับวินเซนต์เคยพามาเมื่อวันแรกที่มาถึงที่นี่
“องค์ชายลูคัสเซียสองค์ชายวินเซนติโน่ และทายาทแห่งจันทราเสด็จมาถึงแล้ว!”
….
สิ้นเสียงประกาศการมาถึงของพวกเราสองแวมไพร์กับหนึ่งมนุษย์แล้วประตูห้องโถงเบื้องหน้าก็เปิดออก ภายในยังคงงดงามเหมือนวันแรกที่เคยเห็น เพียงแต่ว่าวันนี้เหล่าแวมไพร์กลับมีมากเป็พิเศษ
หลังจากที่พวกเราปรากฏตัวทุกเสียงก็เงียบลงไป
“ท่านพ่อข้าพาทายาทแห่งจันทรานามว่า คริสตัล อิวาโนวิก มาพบท่านแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าต้องขออภัยเ้าด้วยที่ข้ารู้ตัวช้าไปข้าไม่คิดว่าเ้าจะมีตัวตนจริงๆ”
คริสตัลสะดุ้งถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อจู่ๆาาแวมไพร์ก็พรวดพราดเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัวแต่ทว่าก็ได้ลูคัสดึงตัวเขาให้มาหลบอยู่ด้านหลังได้ทันเวลา
“อย่าเข้าใกล้เขาข้าขอเตือนท่าน”
“เ้า!!” คริสตัลเฝ้ามองทุกอย่างเงียบๆ เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมาาถึงได้เงียบไปแล้วจ้องมองลูคัสด้วยความใ
“เป็ไปได้ยังไงนี่เ้า!”
“คราก่อนท่านอาจจะแย่งชิงนางผู้นั้นไปจากข้าได้แต่ครานี้ข้ามิยินยอมให้ท่านแตะต้องคนของข้าอีกเป็ครั้งที่สองแน่!!” เสียงแข็งประกาศกร้าวออกไป แต่ไม่รู้ทำไมใจของคริสตัลถึงได้กระตุกและเต้นรัวอย่างนี้ด้วย
“ทุกคนออกไปให้หมด!!วินเซนต์ ซาลัม ซีโน่ พวกเ้าต้องอยู่ที่นี่! เ้าทั้งสองด้วยที่เหลือออกไปให้หมด!!”
คริสตัลที่กำลังสับสนมึนงงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไร แต่ทุกอย่างมันดูรวดเร็วไปเสียหมดเพียงไม่นานในห้องโถงใหญ่ก็เหลือเพียงแค่พวกเรา
“เอาละข้ากางเขตแดนกั้นพวกชอบสอดออกไปหมดแล้ว ไหนลองอธิบายมาสิว่าทำไมั์ตาของเ้าถึงมีสีฟ้าเช่นนี้ ลูคัสเซียส” น้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมาบ่งบอกได้ถึงความจริงจังในระดับหนึ่ง
“ข้าไม่รู้”เสียงเรียบๆยังคงตอบกลับไป โดยที่ร่างของคริสตัลก็ยังคงถูกร่างสูงบดบังเอาไว้เช่นเคยเขาเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ั้แ่เมื่อไหร่” ลูคัสเงียบแล้วหันมามองสบตากับคริสตัล
“ั้แ่เราเจอเขาครับท่านพ่อ” วินเซนต์เป็คนตอบแทนลูคัสที่ไม่ละสายตาไปจากคริสตัลก่อนที่ฝ่ามือของเขาจะถูกฝ่ามือเย็นๆของลูคัสประสานมือกันไว้
“เ้ารู้ไหมว่านี่มันหมายความว่ายังไงลูคัส” พวกเรายังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร คริสตัลรู้ว่าทุกคนอาจจะรู้เื่ตำนานเหมือนกับที่ลูคัสเล่าให้ฟังก็ได้แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมาาถึงพูดเหมือนกับว่ายังมีอะไรที่พวกเรายังไม่รู้อยู่อีก
“เฮ้อในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้” เสียงทอดถอนใจดังขึ้นจากาาของเหล่าแวมไพร์ทั้งที่ความจริงแวมไพร์ไม่มีแม้กระทั่งลมหายใจด้วยซ้ำ
พระองค์หายวับไปก่อนจะไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์แล้วมองมาที่พวกเราที่ยังหยุดอยู่ที่เดิมด้วยความจริงจัง
“เอาละข้าจะบอกอะไรให้พวกเ้าฟัง ข้ารู้ว่าพวกเ้าอาจจะรู้เื่อยู่แล้วจากเื่เล่าและตำนานของการปรากฏตัวของสร้อยแซฟนิซาฟิที่มาพร้อมกับนัสเจสนิค ซานดร้า แต่นั่นมันไม่ใช่ทั้งหมดที่พวกเ้ารู้ ”แล้วเื่เล่าส่วนที่เหลือก็ถูกาาเล่าออกมาให้ฟัง
หลังการปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกของเทพีแห่งจันทราท่านก็ได้กำจัดพวกยูเปียร์จนหมดสิ้นไปแล้วเหลือเพียงผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เพียงเท่านั้นแต่ทว่าก่อนที่นางจะจากไปนางกลับกล่าวบางอย่างออกมา
‘หลังจากที่ทายาทแห่งข้าถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อนั้นคู่ของพวกเขาเ่าั้ก็จะบังเกิดตามมาด้วยเช่นกันเมื่อใดที่ทายาทแห่งข้ามีอายุครบ 20 ปีพลังจักตื่นขึ้นเต็มที่และเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้พบเจอกันมิว่าจะเป็เผ่ามนุษย์หรือเหล่าปีศาจเช่นพวกเ้า ก็มิอาจหลีกหนีชะตาร่วมกันได้โดยที่พวกเขาเหล่าผู้ถูกเลือกจักมีั์ตาที่ผิดแผลกต่างออกไป จงจดจำเอาไว้เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจักมาถึง’
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาหลังจากที่ฟังเื่เล่าพวกนั้นจากาาจนจบ
“ไม่คาดคิดเลยว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่าจะมาถึงในยุคของข้า” พระองค์ตรัสขึ้นมาก่อนจะมาปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าพวกเราทุกคน
“พวกเ้าทุกคนต้องปกป้องเขาให้ดีเพราะเขาจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่พวกเราและจะเป็ผู้ที่สามารถเป็ดังแสงสว่างในการกำจัดเหล่ายูเปียร์ได้อีกครั้งหนึ่ง”
“ลูกทราบแล้วท่านพ่อ”
“เฮ้อหลังจากนี้เป็ต้นไป ข้าจะประกาศการหมั้นหมายระหว่างลูคัสกับทายาทแห่งจันทราคริสตัล อย่างเป็ทางการ พวกเ้าไปได้แล้ว!!”
“เอ๊ะ! เดียว ไม่คิดถามความเห็นของผมก่อนเหรอครับ!” แต่ทว่าคำทักท้วงของคริสตัลกลับไม่มีใครยอมรับฟังเลยสักตนเดียวเขาจึงถอนหายใจออกมา และไม่นานประกาศการหมั้นหมายระหว่างเขากับลูคัสก็ได้ประกาศออกไป
….
ภายในห้องหนึ่งในปราสาทที่บัดนี้มีหญิงสาวผมสีแดงยาวสลวยั์ตาสีแดงก้ำที่ทอดมองไปยังที่ใดที่หนึ่งตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยไฟแค้นและริษยาเมื่อได้ยินประกาศว่าอดีตคนรักของเธอกำลังจะได้หมั้นหมายกับชายหนุ่มที่เป็เพียงมนุษย์ที่มีศักดิ์เป็ถึงทายาทแห่งจันทรา แต่ใครจะยอมกันละ!!
“ท่านจะต้องเป็ของข้าเท่านั้นลูคัสเซียส ข้าไม่มีทางที่จะยอมให้ท่านไปเป็ของผู้อื่นเด็ดขาด!” เสียงกรีดร้องอย่างแค้นเคืองของหญิงสาวดังขึ้นแต่ทุกอย่างกลับไม่อาจรอดพ้นไปจากเลโอเซียสไปได้พระองค์ทรงรู้ถึงจิตใจที่ชั่วร้ายของหญิงสาวตนนี้ดีจึงได้ชิงลงมือกับนางก่อนที่บุตรชายของตนจะเสียท่าให้กับความเ้าเล่ห์ของนางไป
….
เลโอเซียสที่พลางตัวตนเพื่อมาสอดส่องดูปฏิกิริยาของสนมที่เป็อดีตคนรักของบุตรชายหายวับไปก่อนจะมาปรากฏตัวอีกครั้งในห้องนอนที่มันว่างเปล่าไร้ร่างของคนรักที่เป็มารดาของทั้งลูคัสและวินเซนต์
“มาเรียข้าทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ ข้ากำลังปกป้องเขาแต่เขากลับคิดว่าข้าแย่งคนรักของเขาไป ข้าทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ที่นำนางมาไว้ข้างกายข้าแทน ที่จะเป็ลูคัส” มีเพียงความเงียบและสายลมที่พัดมาแ่เบาพร้อมกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทุกสิ่งที่เป็ของนางผู้เป็ที่รักยังคงอยู่ที่เดิมไม่เคยจากไปไหนพระองค์ทิ้งตัวลงไปนอนแล้วคว้าหมอนหนุนที่ยังคงมีกลิ่นหอมจางๆมาซุกแล้วกอดไว้
“หลายร้อยปีมานี้ข้าเหนื่อยเหลือเกินมาเรียแต่ในที่สุดแล้ว เขาก็ได้เจอคนที่เขาคู่ควรสักทีถึงแม้มันจะเป็ลิขิตจากเทพีแห่งดวงจันทร์ก็ตาม”
เลโอเซียสกล่าวออกไปแ่เบาแต่แฝงไปด้วยความรักที่มีต่อบุตรชายคนโตเป็อย่างมากถึงแม้ว่ามาเรียจะจากไปนานแล้ว แต่ด้วยพลังวิเศษที่สามารถกักเก็บทุกความทรงจำได้นั้นทำให้ในห้องยังคงหลงเหลือกลิ่นแห่งความทรงจำหลงเหลืออยู่เป็จำนวนมากถึงคนจะไม่อยู่แต่ทุกความรู้สึกมันยังคงอยู่ที่เดิม
….
วันนี้เป็วันที่สองที่ได้ออกจากห้องของลูคัส และคริสตัลรู้แล้วว่าตอนนี้เป็เวลาเท่าไหร่ถ้าตามที่วินเซนต์บอกว่าพวกเขาใช้เวลาหลักสากลแล้วตอนนี้ก็เป็เวลา สองทุ่มพอดีถ้านับจากวันที่มาถึงแดนมืดแห่งนี้ ก็เข้าสู่วันที่สี่ไปแล้วเหลืออีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้นที่จะถึงวันเกิดของคริสตัล
“เฮ้ พี่สะใภ้!ข้าแปลกใจจริงๆตอนที่ได้ยินท่านพ่อเล่าเื่ตำนานส่วนที่เหลือให้ฟังนะ!ข้าคิดว่ามันเป็ไปได้เหรอ แต่ทุกอย่างมันก็เป็ไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านห้ามเครียดเด็ดขาดเลยนะ!” เสียงของซีโน่พูดขึ้นมาและตอนนี้พวกเราก็มาเดินอยู่ที่ตลาดของเหล่าแวมไพร์
“ว่าแต่ที่นี่มีแต่ของแปลกๆทั้งนั้นเลยนะครับ”
“แน่นอนสิ ความจริงแวมไพร์อย่างเราไม่จำเป็ต้องทำอะไรแบบนี้ก็ได้แต่อย่างว่าแหละ เวลาผ่านกาลเวลาก็ไหลเวียนทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงเป็ธรรมดา โดยเฉพาะผลไม้เหล่านี้แดนมนุษย์ก็มีใช่ไหมล่ะ! แต่พวกเราเลี้ยงดูพวกมันด้วยเวทมนตร์ละ! พวกแวมไพร์เลยสามารถที่จะกินได้ เพราะมันสามารถเสริมพลังของเราที่ขาดหายจากการไม่ได้ดื่มเืได้นะ”
“แบบนี้ก็ได้เหรอ?ขาดเืนานๆพวกนายจะไม่แย่เหรอ” คริสตัลถามซีโน่ออกไปด้วยความสงสัย
“ไม่เป็ไรหรอกอย่างน้อยก็ยังดีกว่าพวกยูเปียร์ตั้งเยอะ” เสียงลูคัสเอ่ยแทรกขึ้นมาและนั้นทำให้เขาเผลอคิดตามแล้วก็เห็นด้วย
“คุณจะบอกว่าพวกยูเปียร์ถือกำเนิดขึ้นมาเพราะดื่มเืเกินขนาดอย่างนั้นเหรอครับ”
“ก็ใช่ว่ามันจะเป็ไปไม่ได้นี่ดีไม่ดี คนที่เคยเกิดมาเป็อย่างนายอาจจะโดนพวกมันสอยไปโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวก็ได้”
“อ่ามันก็อาจจะจริง”
“เ้ากำลังกังวล”คริสตัลหันไปมองแวมไพร์ตนที่พูดออกมาซึ่งนั้นไม่ใช่ลูคัสแต่เป็ซาลัม
“ก็นิดหน่อย”ซึ่งเขาก็ยอมรับไป
ตอนนี้คริสตัลกำลังกังวลเกี่ยวกับการเรียนของตัวเองเนื่องจากเขาเพิ่งเป็นักศึกษาได้ไม่นาน แต่จู่ๆตัวเองก็หายตัวมาแบบนี้ก็เลยอดที่จะกังวลเื่เรียนไม่ได้
“เฮ้ เผื่อนายจะไม่ทันสังเกตนะพี่สะใภ้ในห้องของท่านพี่ก็มีสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่า ทีวี อยู่นะ!” คริสตัลถึงกับเบิกตาโตหันไปมองซีโน่ ที่ยักไหล่ก่อนจะตรงดิ่งไปซื้ออะไรสักอย่างมา
“จะเอาอะไรเพิ่มไหมจะได้กลับกันสักที” ลูคัสพูดออกมา แต่จะว่าไปวันนี้เขายังไม่ได้กินอะไรเลยนะ
“แล้วที่นี่มีอะไรที่มนุษย์อย่างผมกินไหมล่ะผมเริ่มหิวแล้ว”
ไม่นานคริสตัลก็ได้ผลไม้ที่พอจะกินได้มามากมายพอกลับมาถึงที่ปราสาท วินเซนต์ก็รออยู่แล้ว พวกเราทั้งหมดเลยเข้าไปอยู่ในห้องของลูคัสที่เขานอนอยู่โดยที่เ้าของห้องไม่อาจไล่ไปได้วินเซนต์บอกว่าไปโลกมนุษย์และหาอาหารที่คริสตัลพอกินได้มาให้ ซึ่งเขาก็ขอบคุณวินเซนต์ยกใหญ่
แต่ทว่าพวกเราที่นั่งอยู่หน้าทีวีจอใหญ่ก็ต้องหยุดพูดเมื่อมีข่าวรายงานว่าในเวลานี้มีมนุษย์หายตัวไปอย่างลึกลับมากมายมันจึงทำให้หลายมหาวิทยาลัยเริ่มปิดตัวลงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของทุกคนซึ่งมันดีมากๆสำหรับคริสตัลในตอนนี้ที่ได้รู้ว่าเทคโนโลยีของมนุษย์มาถึงแดนมืดด้วย
….