ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เ้าชายยาจก
เป็เพียงความบันเทิงในการฟัง เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น .. ด้วยความเคารพ ผู้ประพันธ์นิยาย .. พัชฌา
(เพลงประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เ้าชายยาจก) พัชฌา
ด้วยลมหายใจ - พลพล
https://www.youtube.com/watch?v=CutD38UXOK4
ขอขอบคุณ คุณพลพล พลกองเส็ง จาก ค่าย แกรมมี่ ที่เอื้อเฟื้อเพลงให้มาประกอบในนิยาย

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก
ตอนที่ 20 .. “ ความรักที่งอกงาม ”


เมืองรามพูดอะไรไม่ออกแล้ว เมื่อเจอคำถามนี้เข้า ใจนึงก็ดีใจที่หญิงยุรักเขาและอีกใจนึงก็เสียใจ ที่ตอนนี้ใจเขาได้ไปอยู่กับอีกคนแล้ว ซึ่งนั่นก็คืองามตานั่นเอง จะเอายังไงดีหละทีนี้ คนเ้าชู้อย่างเมืองราม ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ก็เสร็จโจรหละครับท่านผู้ชม ถ้าไม่เจอคนจริงเข้าสักคน ปลาไหลก็ต้องเรียกพี่หรือไม่ก็พ่อเลยแล้วกันแหละ
“เปล่า ผมแค่ยังไม่ชิน” หญิงยุลุกเดินมาหาแฟนหนุ่มใกล้ๆ ความรักที่งอกงาม ของเธอและเขาที่ได้ปลูกกันมา จึงให้อภัยกันได้
“ไม่ชินอะไร การเป็แฟนกันแบบไม่เปิดเผยให้คนอื่นรู้เนี่ยนะ มันไม่ชินตรงไหน ทำไมหละ รามชอบป่าวประกาศให้คนอื่นรู้เหรอว่า เราเป็อะไรกัน ชีวิตเรา เรารักกันชอบกันเพียงแค่สองคน ทำไมหละทำไมต้องบอกให้คนอื่นรู้ นี่มันชีวิตเรานะ ทำไมมันไม่ส่วนตัวหละ ก็เราตกลงกันแล้วนี่ ั้แ่วันที่เราตกลงเป็แฟนกัน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว คืนนั้นรามเป็คนบอกหญิงเองนะ หญิงก็ไว้ใจรามมาตลอดหรือว่ารามหลอกหญิง ที่หายๆไป ไม่มาหาหญิง อ้างเอางานบังหน้า แล้วก็ไปหาผู้หญิงอื่นใช่ไหม รามหนะ ทำไมถึงทำกับหญิงแบบนี้ รามมีใครอีกคนแอบอยู่โดยที่หญิงไม่รู้ใช่ไหม”
หญิงยุเดินอารมณ์เสียกลับไปยืนที่หน้าต่าง กอดอกน้ำตาไหลรอดแว่นตาออกมา เมืองรามรีบแก้ตัวทันที
“หญิง..มันไม่มีอะไรทั้งนั้น” เมืองรามพยายามจะหาทางแถ เพื่อแก้ตัวไม่ให้หญิงยุรู้เื่ที่เขาแอบไปจีบงามตาจนติดแล้ว
“ถ้าไม่มีอะไร แล้วเรียกทำไม จะมาแก้ตัวอะไรอีก ชอบมากใช่ไหมไอ้ที่ป่าวประกาศเปิดเผยเื่ส่วนตัวให้ชาวบ้านรู้เนี่ย อย่าให้หญิงรู้นะว่า แอบไปทำเ้าชู้ที่ไหนเหมือนเพื่อนคุณที่แต่งเมียทีเดียวสองคนหนะ หญิงไม่ชอบนะผู้ชายที่มักมากมีหลายเมีย หนะหรือว่ามี บอกมา” หญิงยุชี้หน้าแฟนตัวเอง “ไม่มี” เมืองรามเดินเข้ามากอดเอวหญิงยุ
แต่รามพูดเสียงสูงปรี๊ด “เสียงสูง ทำไมถึงต้องเสียงสูง พูดมานะ บอกมาเดี๋ยวนะนี้” หญิงยุหันไปชี้หน้าเมืองรามอีกครั้ง “หรือว่าจะเป็อีนังคนนั้น เดี๋ยวนะ ชื่ออะไรนะ วันงานเปิดร้านหญิงรัน หญิงว่าหญิงเห็นนะว่ารามตามมันติดต้อยๆไม่ยอมห่างเลย หญิงซะอีกที่เป็แฟน รามกลับไม่มาอยู่ใกล้ เพราะมัวแต่ยุ่งๆช่วยเพื่อนอยู่ เดี๋ยวนะ นึกออกแล้ว งามตา ใช่ งามตาอดีตคนรักอีตาเ้าชายอะไรนั่น ใช่ไหม เป็อีนั่นใช่ไหมราม บอกมาอย่าโกหกหญิงนะ หญิงไม่ชอบคนโกหก เป็แฟนกันอย่ามีความลับ ว่าไงใช่ไหม” แทนที่จะมีความสุขมาคุยเื่งานและพาไปทานข้าว กลับมากลายเป็ผู้ต้องหาซะเอง
“ยังไงก็บอกความจริงไม่ได้ ขืนบอกไปกูตายทันที งามตาก็จะพลอยแย่ไปด้วย” เมืองรามคิดในใจคนเดียว
“ว่าไง ทำไมคิดนาน จะถ่วงเวลาหาเื่อะไรมาโกหกหญิงอีก” เอาหละซิเจอคนจริงเข้าแล้วไงเมืองราม
“จะทำยังไงดีหละ ยังไงก็ต้องโกหกเสียงแข็งไปก่อนหละวะ แล้ว่นี้ก็อย่าพึ่งไปหางาม ไม่งั้นแผนแตกหมด”
เมืองรามกลั้นใจปั้นหน้าเก็กหน้าขรึมให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วเก็กเสียงหล่อ แบบมั่นใจให้บุคลิกเหมือนเดิม ก่อนที่จะเป็แฟนกัน
“ไม่ใช่ ผมไม่มีใคร ผมมีแต่หญิงและงานเท่านั้น ไม่เชื่อก็ไปถามชาญชัยบัดดี้ผมก็ได้ ว่าไง เอาไหม ผมจะต่อสายให้”
หญิงยุมองหน้า ลองเชื่อใจปลาไหลตัวนี้ดูสักครั้งนึงก่อน แล้วค่อยว่ากัน ความรักที่งอกงาม ครั้งนี้จะไปได้นานสักเท่าใด
“ไม่ต้อง ถ้ารามมั่นใจกับสิ่งที่รามพูดออกมา หญิงก็จะเชื่อสักครั้ง แต่อย่าให้หญิงรู้ภายหลังนะว่าแอบไปมีอะไรกับอีนังงามตาอะไรนั่นหรืออีนางคนไหนก็ตาม หญิงเอาคุณตาย ไม่เชื่อก็ลองดู ในเมื่อคุณขอหญิงเป็แฟนแล้ว คุณก็ต้องซื่อสัตย์และจริงใจกับหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม” หญิงยุเอานิ้วชี้ขวาจิ้มไปที่หัวแฟนหนุ่มขณะที่คุกเข่ากอดเอวเธออยู่
ครั้งนี้เมืองรามถือว่ารอดตัวไป “ไป หญิงหิวข้าวแล้ว นี่ก็เที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว ลุกขึ้นมาได้แล้ว หญิงหายโกรธแล้ว เร็ว” แล้วหญิงยุก็เดินกลับไปที่โต๊ะ เอื้อมมือคว้ากระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์ หันกลับมาเมืองราม ยืนรออยู่เอามือโอบเอวแล้วจูบปากหญิงยุอยู่นาน จนหญิงยุเคลิ้มไปพักใหญ่ พอถอนปากออกมา ก็หน้าแดงเขินนิดๆ “พอแล้ว เชื่อแล้วว่าไม่ได้โกหก ไปหญิงหิวแล้ว”
“ผมก็แค่อยากจะให้หญิงรู้ว่า ผมรักคุณหญิงวรุณยุภา หัสดี คนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น เชื่อใจผมรึยัง”
เมืองรามยังคงโอบเอวและเอาหน้าผากตัวเองชนหน้าฝากแฟนไว้ แล้วหอมไปที่แก้มซ้ายและขวาข้างละที
“พอแล้ว รู้แล้ว ไปได้แล้ว” หญิงยุยกแขนสองข้างมาดันอกเมืองรามไว้ แล้วดันออกไปช้าๆ เมืองรามจึงค่อยๆถอนตัวออกมา
“อ้อ..มาว่าแต่ผม หญิงก็เหมือนกัน” เมืองรามได้ทีเื่ริชาร์ด
“ผมรู้นะว่าริชาร์ดมาชอบคุณ ก็อย่าให้ผมรู้แล้วกันว่าคุณกับมันแอบมาตีท้ายครัวผม แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอกน่า ริชาร์ดเป็ได้แค่เพื่อน สามีในอนาคตหนะ ยืนอยู่นี่ หญิงไม่รักไม่ชอบสักอย่าง เขาก็หมดสิทธิ์ ในเมื่อหญิงไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา ส่วนเขาจะมาหลงรักหญิง ชอบหญิงมันก็สิทธิ์ของเขาจริงไหม เราห้ามใครไม่ได้ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก อย่าคิดมากน่า ไปคนดี หญิงหิวแล้ว” แล้วเมืองรามก็โอบเอวแฟนสาวเดินออกไปทานมื้อกลางวันได้ซะที
>>>>> ----- <<<<<
หลังจากที่พิมพ์ได้พบกับริชาร์ด โดยบังเอิญในวันงานเปิดร้าน ก็เกิดปิ๊งและชอบขึ้นมา จะทำยังไงดีหละทีนี้ ริชาร์ดมาหาหญิงยุที่ทำงาน คลาดกันนิดเดียว “สวัสดีค่ะมาหาใครคะ” ประชาสัมพันธ์สาวถาม

“คุณหญิงหนะครับ ไม่ทราบว่าว่างให้พบไหม นี่ก็บ่ายกว่าแล้ว ผมเห็นรถจอดอยู่”
“ยังไม่เข้ามาค่ะ” ประชาสัมพันธ์ ตอบแบบยิ้มๆ
“อ้าว คุณหญิงมีประชุมข้างนอกเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ ออกไปทานข้าวกับแฟน” พอได้ยินคำนี้เข้า
“แฟน..ใครครับ คุณหญิงมีแฟนแล้วเหรอ ผมไม่ยักกะรู้”
“มีแล้วค่ะ ก็ผู้กองเมืองรามไงคะ แหมคู่นี้เค้าออกจะสวีทกันจะตาย ผู้กองงานเยอะไม่ค่อยได้มาหา นานๆจะมาสักที ส่วนใหญ่จะใช้โทรคุยกัน ท่านหญิงเค้าไม่ชอบป่าวประกาศบอกใครหรอกค่ะคุณ เพราะมันเป็เื่ส่วนตัวของท่าน พวกเราที่นี่ทุกคนรู้กันหมดหละค่ะ เพราะเวลาไปไหนมาไหนแต่ละที ก็โอบกอดกันซะ พวกเรานี่อิจฉาตาร้อนผ่าวๆเลย คนอะไรดวงดีชะมัด”
สักพัก พิมพ์พาหญิงรันเดินเข้ามา เพราะอยู่บ้านแล้วน่าเบื่อ เลยจะมาชวนเพื่อนไปเที่ยว
“พี่หญิงอยู่ไหมค่ะพี่” ริชาร์ดหันไปตามเสียงหวานๆของพิมพ์ เขาตะลึงอยู่พักใหญ่เมื่อได้เห็นพิมพ์ชัดๆจะๆก็วันนี้ เพราะวันนั้นต่างคนต่างยุ่ง พิมพ์ก็แค่มองผ่านๆ แต่ก็ชอบ ไม่ทันได้รู้จักและมีเวลาคุยสักเท่าใด
พิมพ์เมื่อเห็นริชาร์ดหันมา เธอใจหวิวไปเลยวันนี้ “ไม่อยู่หรอกค่ะน้องตอนนี้ ออกไปทานข้าวกับแฟน สักพักก็คงเข้ามา แล้วนั่นพาใครมาด้วยคะหนะ ปิดหน้าปิดตาซะมิดชิดเลย เอ..แดดข้างนอกวันนี้ก็ไม่แรงนะ ”
ริชาร์ดจำพิมพ์ไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าสวยและน่ารักทีเดียว แต่พิมพ์หนะจำริชาร์ดได้ จึงได้ทักออกไป

“ว๊า เสียดายจัง อ้าว คุณนั่นเอง วันก่อนหนูจำได้ ที่มางานเปิดร้านพี่นกหนะ พี่นกๆคุณคนนี้เค้ามางานเราด้วยแหละ”
พอริชาร์ดรู้ว่าเป็นกจึงเดินเข้าไปหา “องค์หญิง” นกทำมือจุ๊ๆที่ปาก แล้วจับแขนริชาร์ด ลากออกไปข้างนอก
“มาได้ยังไงครับเนี่ย มันอันตราย เมืองรามสั่งห้ามแล้วนี่” นกรีบพิมพ์ข้อความใส่โทรศัพท์ให้ริชาร์ดอ่านทันที
“อย่าเอ็ดไป นกไม่อยากให้ใครรู้ว่านกเป็ใคร นกแค่จะมาหาเพื่อน อยู่วังมันน่าเบื่อ” ริชาร์ดอ่านจากไลน์
“แล้วนี่คุณมาที่นี่ทำไมคะ มาหาพี่หญิงเหรอ” ริชาร์ดไม่รู้จะตอบพิมพ์ยังไง ใจเป๋ไปแล้ว เมื่อรู้ว่าเมืองรามคว้าใจหญิงยุไปแล้ว
“มาธุระนิดหน่อยหนะครับ เื่โฆษณาที่ทำเอาไว้ให้กับที่นี่ พอดีมันใกล้จะเสร็จแล้ว ก็เลยอยากจะเอาให้คุณหญิงเข้าไปลองเช็คดูก่อนหนะครับว่า Ok ไหม พอดีมาแล้วไม่เจอ ก็เลยไม่รู้ว่าจะไปไหน”
“ดีเลย หนูก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะไปไหนเหมือนกัน พี่หญิงไม่อยู่ นะพี่นก เราไปเที่ยวกันต่อนะ พี่หญิงไม่อยู่ เอาไง”

นกมองหน้าพิมพ์ แล้วเอามือเขกกบาลน้องสาวกำมะลอเบาๆ “ไม่อยู่ก็รอดิ” นกทำมือชี้ไปข้างในให้พิมพ์รู้
“ไม่เอา ไม่รู้ว่าพี่หญิงจะมาตอนไหน นะพี่นะไปเหอะ นานๆได้ออกมาซะที คุณไปกับพวกเราไหม ไปกันหลายๆคนสนุกดี”
ริชาร์ดมานึกๆดูก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม เพราะหัวใจมันพังไปแล้วเมื่อได้รู้ความจริงวันนี้
“ก็ดีเหมือนกันครับ ผมก็ไม่ได้เที่ยวมาหลายวันแล้ว ไปกัน วันนี้ผมเป็เ้ามือเอง” ริชาร์ดทำหน้าเซ็งๆ
“ไปค่ะ ไปพี่นก วันนี้เราโชคดีเนาะ ขามา มา Taxi ขากลับมีราชรถมาเกยถึงหน้ามูลนิธิเลย” แล้วพิมพ์ก็ดันตัวนกไปขึ้นรถ
----- ===== -----
บ่ายกว่าๆหลังจากที่ยุ้ยกินข้าวเที่ยงกับสามีเสร็จ ก็นั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวัน เพราะนี่วันก็วันที่ 29 มิถุนา แล้วใกล้จะสิ้นเดือน จึงต้องรีบสรุปค่าใช้จ่ายของร้านให้กับสามี ทุกครั้งที่ยุ้ยเก็บเงินเข้าเก๊ะ เธอจะต้องยักยอกทุกครั้ง ครั้งละ 10 / 20 บ้าง บางครั้งก็แบ็งค์ร้อยเลย แล้วแต่เศษที่เหลือในแต่ละครั้ง ตอนนี้ธวัชไม่อยู่ไปลองรถมอไซด์ให้ลูกค้า วันนี้เอี้ยงเห็นจะๆยุ้ยเหลือบสายตามาเห็นเอี้ยงกำลังจ้องมาที่เธอพอดี วันนี้ยุ้ยใส่กางเกงขาสั้นจู๋ เสื้อกล้ามเอวลอยออกมาล่อผัวทั้งวัน เลยได้โอกาส

“มองอะไรไอ้เอี้ยง กูเมียลูกพี่มึงนะ อย่าสะเออะ ไม่ได้แอ้มกูหรอก กูไม่ได้ง่ายกะทุกคนนะจะบอกให้ เห็นแบบนี้กูก็เลือกโว๊ย อย่างมึงหนะไม่อยู่ในสายตากูหรอก สายตามึงหนะน้อยๆหน่อย จะมองนมมองหอยกูรึไง จ้องอยู่ได้ แค่ขาอ่อนเนี่ย ก็ถือว่าเป็บุญตามึงแล้ว” ยุ้ยรีบด่าเอี้ยงเพื่อกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง จ้อยรีบดึงเอี้ยงออกมาจากตรงนั้น แล้วกระซิบที่หูเบาๆ

“มึงรู้มึงเห็นอะไร มึงเงียบๆเอาไว้ กูรู้กูเห็นมาสักพักแล้ว ว่าอีนี่มันยักยอกเงินพี่วัช กูยังไม่มีหลักฐาน เลยเอาผิดมันไม่ได้ ขืนบอกไปตอนนี้พี่วัชไม่เชื่อหรอก กำลังรักกำลังหลงอีนี่มันอยู่ สงสารแต่นกหวะ ไม่น่าเลย คนดีๆมีก็ไม่รักษาไว้ เมื่อคืนกูเห็น จะๆคาตากูเลย ตอนกูออกมาซื้อบะหมี่กินที่ 7 หนะ” เอี้ยงเหลือบกลับหลังไปมองยุ้ยอีกครั้ง ยุ้ยลุกเดินออกมาจากโต๊ะทันที
“ไงพวกมึง นินทาอะไรกูไอ้จ้อย อยากได้ไหมเงินเดือนเดือนนี้หนะ กูกำลังทำให้พวกมึงอยู่เนี่ย ถ้าไม่เอาก็บอก กูจะได้ไม่ต้องทำ งานหนะมีก็ทำไป ไม่ใช่พอเ้านายไม่อยู่แล้วอู้กัน อย่าให้รู้นะว่าอู้หนะ กูจะหักเงินเป็รายนาทีเลยมึงคอยดู ทำไป”
จ้อยไม่ทันได้บอกว่าเอี้ยงว่า นกหนีไปกับหญิงยุแล้ว เพราะยุ้ยมาขัดคอเสียก่อน จึงต้องแยกร่างทันที เพราะตอนนี้การเงินทุกอย่างในร้านขึ้นอยู่กับยุ้ยคนเดียวเท่านั้น สักพักธวัชกลับมาจากลองรถให้ลูกค้า รู้แน่ว่าต้องได้ตัง เพราะลูกค้าไม่ได้เข้ามาด้วย ยุ้ยจึงรีบวิ่งเอาน้ำเย็นๆไปให้ผัวทานทันที เสนอหน้าว่างั้น แล้วก็รีบแบบมือ
“อะไรเหรอยุ้ย แบบมือทำไม” ยุ้ยส่งสายตายิ้มปิ๊งๆๆๆ ให้สามี “ตัง” คำเดียวสั้นๆ ธวัชส่ายหัวเลย ไม่อยากทะเลาะด้วยก็เลยควักให้พร้อมบิล “เอ้า ทำไมต้องรีบด้วย” ธวัชเหมือนไม่ค่อยพอใจ มันคุ้มไหมน้ำแก้วเดียวกับค่าเหนื่อยเนี่ย
“ทำไมมันมีเท่านี้หละพี่ หนูจำได้ว่า 4 พัน ในบิลยังลงไว้เลยนี่ไง นี่มันแค่ 3 พัน 6 แล้วอีก 400 มันหายไปไหนหละ”
“พี่ลดให้ลูกค้า เค้าไม่ค่อยมีตัง รถมันเก่า ก็ต้องช่วยๆกันไป” ยุ้ยไม่ค่อยพอใจ เพราะส่วนของเธอที่จะจิ๊กมันหายไปไง
“ขาดทุนกันพอดี ซื้ออะไหล่มาก็แสนจะแพง กำไรหายหมดใจดีจังผัวฉัน” ธวัชฟังแล้วเกิดน้ำโหทันที

“อะไรกันยุ้ย เมื่อก่อนพี่ก็ทำแบบนี้ พี่ก็ยังอยู่ได้ ลดนิดๆหน่อยๆแค่นี้มันไม่ถึงกับเจ๊งหรอก พี่ลดค่าแรงให้เขาไป ค่าอะไหล่ไม่ได้ลด มันจะอะไรนักหนา กำไรน้อยลงนิดมันก็ไม่เป็ไรหรอก คนแถวนี้เขาไม่ค่อยจะมีตังกันซะเท่าไหร่”
“ทำแทบตาย ได้แค่เนี่ย แบบนี้เมื่อไหร่มันจะรวยเหมือนร้านอื่นเขาหละพี่ หนูเห็น ไอ้ร้านปากซอยมันคิดแพงจะตาย เติมลมมันก็เก็บล้อละ 5 บาท สักนิดมันก็ไม่ลด ลูกค้าก็ยังเข้าไปใช้บริการมันเลย นี่เราอยู่ตั้งก้นซอย เราจะได้อะไรพี่ คิดบ้าง ที่หนูบ่นเนี่ย หนูเป็ห่วงพี่นะ ยังจะมาทำหน้าไม่พอใจหนูอีก” แล้วยุ้ยก็แกล้งงอน เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ปิด Notebook ทันที
“เออ หนูทำอะไรไม่เคยถูกใจพี่ทั้งนั้นแหละ ไม่เหมือนอีใบ้ใช่ไหม ที่ทำอะไร มันก็ถูกก็ดีไปหมด แม่นางฟ้านาง์”
แล้วก็เปิดเก๊ะเอาเงินโยนใส่ลงไป ดันปิดดังโครม และสะบัดก้นเดินออกไปจากร้านทันที จ้อยและเอี้ยงเห็นแล้วว่า อนาคตของร้าน ถ้าอีนี่ยังคงบริหารอยู่คงจะเจ๊งเข้าสักวันในไม่ช้าแน่ เมื่อก่อนพวกเราอยู่กันอย่างสงบๆพออีนี่เข้ามา ตายยกก๊วน
พอยุ้ยเริ่มเข้ามาบริหาร กฏเกณฑ์ก็มีมาเยอะมาก จนแทบจะกระดิกทำอะไรไม่ได้เลย ซื้อของก็ต้องมีบิลมาให้ทุกครั้ง เบิกเงินไปซื้อของทีไรก็ไม่ค่อยจะให้เผื่อ ค่าน้ำมันมอเตอร์ไซด์ เวลาออกไปซื้อไปเติมก็ต้องเอาบิลมาให้ด้วยพร้อมตังทอนเสมอตลอด พอจะลดราคาให้ลูกค้ายุ้ยก็ต้องมาเสนอหน้าไม่ลดทุกครั้งไป จนลูกค้าบางคนก็เอือมระอา ไม่อยากที่เข้าร้านสักเท่าใดถ้าเห็นยุ้ยนั่งอยู่ แต่เกรงใจธวัชและดีตรงที่ว่าซ่อมดีและคิดราคาถูก อะไรที่พอจะทำใจได้ ลูกค้ามักจะลืมๆไป เพราะเห็นกับความดีของธวัชนั่นเอง วันนี้ธวัชยิ่งอารมณ์ค้างเื่นกอยู่เลยระบายอารมณ์ เต๊ะไปที่ประตูหน้าร้านดังโครม แล้วก็บอกลูกน้อง
“พวกเอ็งสองคนดูร้านด้วย เดี๋ยวข้ามา จะไปตามนกสักหน่อย ไม่รู้ว่าหนีไปอยู่ไหน นี่ก็เหมือนกัน อะไรก็ไม่รู้ เอะอะก็หนี เออะก็หลบหน้า ตกลงนี่มันบ้านหรือนรกกันแน่วะ”
พูดจบก็เดินเข้าไปล้างมือแล้วเปลี่ยนเสื้อ เอาเสื้อยืดที่เปื้อนออก ใส่ตัวใหม่แทน
“เออ เดี๋ยวประมาณ 5 โมงเย็น จะมีคนมาเอา Taxi ที่จอดอยู่หน้าร้านนะ ข้าทำบิลไว้ให้แล้ว 3,500 คิดเค้า 3 พันพอ”

“อ้าวพี่ เดี๋ยวอียุ้ยเมียพี่ มันก็มาฉีกอกผมเข้าให้” จ้อยออกตัวแรงมาก
“มันไม่รู้หรอก เพราะข้าเขียนไว้ในนั้น 3 พัน แต่ตอนที่โทรบอกลูกค้า ข้าดันบอกเขาไป 3,500 ถ้ามาก็บอกเขาไปว่าข้าลดให้ แล้วกัน เพราะเป็ลูกค้าเก่า สงสารเค้าคนนี้ตังไม่ค่อยมี คนกันเองแถวนี้ กระซิบเบาๆหละ อย่าให้มันได้ยิน ข้าไปหละ”
จ้อยกับเอี้ยง ยิ้มให้กับน้ำใจของลูกพี่เลย สุดยอดจริงๆเ้าชายยาจกของเรา กำไรก็แทบจะไม่มี ยังจะลดราคาให้กับลูกค้าอีก แล้วธวัชก็รีบขับแมงกะไซด์ฮ่างๆประจำตัวออกไปตามหาเมีย ตามสถานที่ ที่คิดว่าจะเจอ ยุ้ยเดินกลับเข้ามาพอดีเห็นหลังไวๆ ตัวเองกำลังถือถุงโอเลี้ยงดูดอยู่ “พี่วัชไปไหนหนะ ไปลองรถให้ลูกค้าอีกเหรอ” จ้อยกับเอี้ยงไม่สนใจ เดินหนีทันที
“ไอ้จ้อย ไอ้เอี้ยง กูถามทำไมไม่ตอบ อึ๊ย..อย่าให้รู้นะว่าไปตามนังใบ้หนะ คอยดูนะคืนนี้แม่จะอาละวาดให้บ้านแตกเลย ไม่เชื่อก็ลองดู” สุดท้ายยุ้ยก็ได้อาละวาดบ้านแตกจริงๆคนเดียว เพราะธวัชไม่ได้กลับมานอนบ้าน
ธวัชไปนอนค้างบ้านเมืองราม เพราะี้เีทะเลาะกับยุ้ย กรรมก็เลยมาตกอยู่ที่พ่อผัวแม่ผัว อย่างทดกับสะอิ้งแทน เฮ้อ 555+
///// +++++ /////
ริชาร์ดพานกและพิมพ์มาเที่ยวเปิดสมองั้แ่บ่ายจนเย็นที่ สยามพารากอน ดูปลา ทะเลน้ำกลางกรุง พักผ่อนในโลกใต้ทะเล ใจกลางกรุงเทพ Sea Life Bangkok Ocean World (ชื่อเดิม Siam Ocean World) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใจกลางกรุงเทพฯ เป็สถานที่ ที่จะได้เพลิดเพลินกับการชมและเรียนรู้ข้อมูลสัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิดมากกว่า 30,000 ตัว นกและพิมพ์สนุกมากจนลืมความทุกข์ทุกๆอย่าง เพราะเพลินกับสัตว์น้ำใต้ทะเล

“คุณ..ว๊า ชื่อยาวจัง มีชื่อเล่นที่เรียกสั้นๆไหม หนูจะได้เรียกถูก”
“เรียกผมว่า ริชก็ได้ครับ อีกอย่าง ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ เรียกผมว่าพี่อย่างนกกับหญิงก็ได้ นี่ก็ถือว่า เราสนิทกันบ้างแล้วนะ”
พิมพ์ถึงกะใจละลายเลย เมื่อได้ยินแบบนั้น เมื่อริชาร์ดอนุญาตให้เรียกว่าพี่ได้
“จริงดิ เอาอย่างนั้นเลยเหรอ ก็ได้ค่ะ..พี่ ริช”
“ครับ น้องพิมพ์ พี่ขออนุญาตเรียกแบบนี้ได้ไหม เพราะมันเข้ากับความน่ารักของหนูหนะ”
พิมพ์เขินจนหน้าแดงเลย จู่ๆก็มีคนมาชมต่อหน้า จนนกต้องตีไหล่เบรกความแก่นของน้องสาวคนนี้
“อย่าไปฟังมันค่ะคุณ อีนี่มันแรดเงียบ” พิมพ์รีบดูข้อความที่เครื่องของริชาร์ด เมื่อนกส่งข้อความไปให้
“พี่นก ทำไมมาว่าหนูแบบนี้ หนูงอนแล่ว” แล้วพิมพ์ก็ทำเดิน งอนตุ๊บป่องไปที่ตู้ปลาคนเดียว

“น้องสาวคุณน่ารักนะคุณนก” ริชาร์ดพอมีเวลาว่าง ก็จึงได้สนทนากับนกบ้าง ถึงแม้จะผ่านทางตัวอักษร
“พิมพ์มันยังเด็กค่ะ อย่าไปถือสามันเลย ว่าแต่คุณเถอะ เป็อะไร นกสังเกตุั้แ่ออกมาจากที่ทำงานเ้ายุแล้ว เหมือนมีอะไรที่ไม่สบายใจ มีอะไรที่พอจะให้นกช่วยได้บ้างไหม”
นกพยายามอยากจะให้ริชาร์ดยิ้มออกมามากกว่านี้ ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด พิมพ์แอบหันมามองดูว่าสองคนแอบกุ๊กกิ๊กอะไรกันอยู่ เดินไปคุยไป “ถึงคุณอยากจะช่วย แต่มันก็คงจะช่วยอะไรไม่ทันแล้วหละ”
“นกไม่เข้าใจ ไหนคุณช่วยอธิบาย ให้นกฟังชัดๆได้ไหม อย่าบอกนะว่าเื่นี้มันเกี่ยวกับเพื่อนนก หญิงยุ”
ริชาร์ดพยักหน้า นกหยุดเดิน “ยังไง อย่าบอกนะว่า คุณชอบเพื่อนฉัน”
“ครับ ผมยอมรับว่าชอบเพื่อนคุณ ที่ผมบอกว่าสายไปแล้ว ถึงคุณจะช่วย มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเพื่อนคุณมีแฟน มีคนรักแล้ว” นกทำหน้างง แปลกใจเมื่อริชาร์ดพูดถึงเื่คนรักของเพื่อน
“หญิงยุเนี่ยนะมีแฟน มีคนรัก ทำไมฉันถึงไม่รู้หละ”
“ก็คุณป่วย คุณไม่สบายอยู่ คุณจะรู้ได้ยังไง”
“แล้วใครหละ แฟนเพื่อนฉันหนะ”
“เมืองราม” พอริชาร์ดบอก เล่นเอานกอึ้งไปเลย
“ห๊ะ ว่าไงนะ” นกไม่อยากจะเชื่อ ว่าเป็เมืองราม เพราะในวันงานของเธอ เมืองรามอยู่กับงามตาตลอด

“ไม่ๆฉันว่า คุณต้องเข้าใจอะไรผิดแล้วหละริช เมืองรามเป็แฟนงามตาไม่ใช่หญิงยุ เพราะในวันงาน ฉันเห็นเขาสองคนสวีทกันจะตาย ไม่เห็นเมืองรามมายุ่งวุ่นวายกับหญิงยุเพื่อนฉันเลย มันต้องมีการเข้าใจผิดอะไรกันแล้วหละ เดี๋ยวฉันจะไปถามเมืองรามให้รู้เื่เอง ถ้าเป็จริงอย่างที่คุณพูด เท่ากับว่าเมืองรามกำลังหลอกเพื่อนฉัน ฉันไม่ยอมให้เพื่อนฉันเป็เหยื่อของผู้ชายเ้าชู้แบบเมืองรามแน่ พอกันเลยทั้งเ้าชายทั้งเพื่อน คนอะไร เ้าชู้ไม่เลือก”
ความรักที่งอกงามของพิมพ์ กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิดจากรอยยิ้มของใครบางคน แล้วความรักที่งอกงามของคนอื่นหละ จะไปทางไหน ไม่มีใครรู้ได้ แม้แต่ตัวของนกเอง ไม่นานริชาร์ดก็ขับรถพานกและพิมพ์มาส่งที่วังของหญิงยุประมาณ 2 ทุ่ม หญิงยุมองออกมาจากห้องนอนของตัวเอง ไม่รู้ว่าใครเพราะทั้งมืดและไกลจากหน้าวังกว่าจะมาถึงหน้าประตูด้านใน พอนกและพิมพ์ลงมาจากรถ ริชาร์ดก็ออกรถไปเลย หญิงยุเดินลงมาก็ไม่ทันแล้ว
“ใครมาส่งหนะแก เห็นวันนี้มีคนบอกว่า แกไปหาฉันที่ทำงาน มีอะไรเหรอ”
นกมองหน้าเพื่อนแล้วไม่พูด เหมือนจะโกรธก็ไม่เชิง เดินหน้ามุ่ยขึ้นห้องไป จึงหันไปถามพิมพ์
“ตกลงนี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นพิมพ์ ไหนบอกพี่มาซิ ไอ้รันเพื่อนพี่มันเป็อะไร”
“ไม่รู้ดิ เื่ของผู้ใหญ่ หนูไม่รู้ พอดีหนูไม่ได้ชอบทานเผือก”
หญิงยุโมโหเล็กน้อยที่ถามดีๆ แต่พิมพ์กลับมาตอบแบบกวนๆหาว่าเสือก

“อีนี่ นับวันยิ่งเอาใหญ่แล้วนะ ฉันถามดีๆกลับมาตีรวน หาว่าฉันชอบเสือกเื่ชาวบ้าน สักวันคอยดู ให้เสร็จงานก่อนเถอะ”
***** ฿฿฿฿฿ *****
“ไงวะไอ้เ้าชาย ทำไมวันนี้ นึกยังไงมึงถึงมานอนบ้านกูได้”
“เบื่อๆเซ็งๆ นิดหน่อยหวะ”
“อะไรวะ มีเมียนอนกอดตั้งสองคน นี่มึงยังบอกว่าเบื่ออีกเหรอวะเนี่ย กูหละเชื่อมึงเลย กูอิจฉามึงนะเนี่ย สักคนก็ยังไม่มี”
“มึงก็เลิกกะล่อน เลิกเ้าชู้ซะทีซิวะ แล้วหาคนดีๆแต่งงานไป ไอ้สาวๆในสต๊อกของมึงทั้งหลายหนะโละทิ้งได้แล้ว”
“ไอ้เวรทำมาสอนกู แล้วมึงหละทำไมไม่ทำตามที่มึงสอนกูหละวะ เสือกมีตั้งสอง แบบมึงนี่ถ้าไม่เรียกว่าเ้าชู้ จะให้กูเรียกว่าอะไรวะไอ้วัช” ธวัชหันหน้ามาคุยกับเพื่อน ยกเบียร์กระดกนิดหน่อย

“ไม่รู้เหมือนกันหวะ อย่างกูเนี่ย เขาเรียก ตกกระไดพลอยโจน”
“ไอ้เวร โจนเข้าหาเค้าหละซิไม่ว่า ถามจริงๆเถอะนะ” เมืองรามนั่งอยู่ที่ขอบรั้วบ้าน (บ้านเมืองรามติดแม่น้ำเ้าพระยา)
“ที่มึงปล้ำไอ้ยุ้ยหนะ มึงตั้งใจหรือมึงไม่ได้สติวะ กูรู้ว่ามึงรักนกจะตาย แล้วทำไมมึงถึงหน้ามืดไปปล้ำมันได้ยังไงวะ กูอยากรู้มากเลย ไหนๆ เราก็อยู่กันสองคนแล้ว มึงยอมรับกะกูมาแบบแมนๆเลยดีกว่าไอ้วัช ว่าทำไม”
ธวัชยืนหันหน้าไปทางแม่น้ำ เอามือพิงขอบรั้วอยู่ หันหน้าไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่สูงกว่า
“เออ กูยอมรับว่าตอนนั้นกูหน้ามืด ยุ้ยมันก็น่ารักดี เอาใจใส่กูดีสารพัด จนกูเผลอใจไปบ้าง แล้วตอนนั้นนกก็ไม่อยู่ กูเหงา”
“นั่นปะไร ทำไมกูถึงซื้อหวยไม่ถูกวะ ก็เพราะไอ้ความเหงาตัวเดียวแท้ๆ เพื่อนเราเลยได้เมียแบบไม่ได้ตั้งใจมาอีกตั้ง 1 คน”
เมืองรามะโลงมาจากขอบรั้ว มายืนตบไหล่เพื่อน
“ถามอะไรอีกข้อนึงดิ” ธวัชหันมา “อะไร” เมืองรามมองไปที่อื่น “มึงรักยุ้ยบ้างไหม”
“เมื่อก่อนไม่นะ แต่พออยู่ๆกันไป มันก็ตามธรรมชาติอะนะ มันก็เริ่มรักขึ้นมาบ้าง เพราะยุ้ยเอาใจเก่ง บริการเก่งครบทุกอย่าง แต่ไม่มากเท่านก มันคนละแบบหวะ นกเค้าชอบทำมาหากิน เอาใจไม่เก่ง ส่วนยุ้ยเอาใจเก่งแต่ทำอะไรไม่เป็”
“พูดถึงนก ฉันมีข่าวของพวกไอ้เมฆมาบ้างแล้วนะ ยังไงก็ดูแลหน่อยนะ ฉันสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ ว่าเร็วๆนี้ มันต้องเกิดเื่แน่”
“นี่แหละที่ฉันยังกังวลใจอยู่ ตอนนี้นกน้อยใจหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“มึงนี่ก็โง่แท้” ธวัชมองหน้าเพื่อน
“ทำไมมาด่ากูวะไอ้ราม”
“ก็เขาไปกะใครหละ มึงก็ไปตามที่นั่นซิวะ”
“กูรู้ว่าเขาไปกับเพื่อนเขาที่ชื่อหญิงยุอะไรนั่น แต่กูไม่รู้ว่า หญิงยุอยู่ไหน”
“แล้วทำไมมึงไม่ถามกู นี่มึงดูปากกู กูรู้”
“แล้วทำไมมึงถึงไม่บอกกูวะั้แ่ทีแรกหละไอ้เวร ปล่อยให้กูกลุ้มอยู่ได้ตั้งนาน”
“ก็กูอยากจะดูซิว่า มึงจะโง่อีกนานไหม มึงก็รู้ว่ากูรู้จักที่ทำงานหญิงยุ”
“จริงดิ ถ้างั้นพรุ่งนี้มึงพากูไปหาหญิงยุอะไรนั่นทีนะ”
“เออ แล้วกูจะพาไป ไปไอ้เวร ไปนอนได้แล้ว ดูทำหน้าเข้า ยังกะเด็ก 5 ขวบ ไอ้เฒ่าทารก”
“มึงซิ เฒ่าทารก อย่างกูหนะ ต้องเอี๊ยก๊วย จอมยุทธเทวดา”
“ไม่เอา กูยังไม่อยากแขนขาด” แล้วทั้งสองคนก็เฮฮา พากันขึ้นนอน
***** +++++ *****
รุ่งขึ้น เมืองรามพาธวัชไปหาหญิงยุแต่เช้าเลย แต่หญิงยุไม่ให้ธวัชพบ เพราะโกรธที่มาทำแบบนี้กับเพื่อนรักเธอ
“ยุ ยุจ๋าให้รามเข้าไปนะ” เสียงแฟนสาวะโออกมา
“ไม่ ถ้าเพื่อนคุณอยู่ ฉันไม่ให้คุณเข้ามาเด็ดขาด จนกว่าเพื่อนคุณจะกลับไป”
“โธ่ ยุ บอกมาเถอะนะว่านกอยู่ไหน ผมรู้นะว่านกพักอยู่กับคุณ ช่วยพาพวกเราไปทีนะ ให้ผัวเมียเค้าปรับความเข้าใจกันเองเถอะนะที่รัก ถ้าผมรู้จักวังคุณผมไม่มารบกวนคุณหรอก” ธวัชงง ทำไมเมืองรามเรียกหญิงยุอย่างนั้น
“เดี๋ยวไอ้ราม เมื่อกี้มึงเรียกหญิงยุว่าอะไรนะ ที่รัก นี่มึงเป็อะไรกับเค้า ั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมกูไม่รู้เลยวะ”

“นี่หนะแฟนกูตัวจริงเสียงจริงเลย เออน่า แล้วรายละเอียดกูจะเล่าให้มึงฟังอีกทีทีหลังแล้วกัน ตอนนี้เอาไงหละ แฟนกูเค้าโกรธมึงที่มึงไปทำกับเพื่อนรักเค้าอย่างนั้นหนะ เอาไงหละที่นี้ จะพาลมาโกรธกูด้วยรึเปล่าเนี่ย เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้วัช เมื่อวานยังดีๆกันอยู่เลย” ธวัช ตัดสินใจพูดกับหญิงยุเอง
“คุณหญิง ผมธวัชนะ ผมรู้ว่าคุณโกรธผม อย่าไปโกรธไอ้รามมันเลย มันไม่รู้เื่อะไรด้วย”
“คุณกลับไปเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับฉันที่นี่เลย ฉันจะทำงาน ถ้านกเค้าจะกลับ เค้าก็กลับเองแหละ แค่นี้นะ ฉันจะทำงาน”
“เห็นไหม มึงเชื่อกูรึยังว่าแฟนกูหนะใจเด็ดขนาดไหน กูว่ามึงกลับไปก่อนเถอะ เชื่อกู เดี๋ยวเอาไว้ให้แฟนกูเค้าใจเย็นกว่านี้ กูพูดให้ไม่เกินวันสองวันนี้หรอกนะ ไปเดี๋ยวกูไปส่งมึงเอง”
“ไม่เป็ไร มึงอยู่ Clear กับแฟนมึงเถอะ กูกลับเองได้ รถกูก็มี ขอบใจมึงมากกูไปหละ ขอโทษด้วยนะที่ต้องทำให้มึงทะเลาะกัน โชคดีโว๊ย กูไปหละ” แล้วธวัชก็ตบไหล่เพื่อนรัก เดินผิดหวังกลับไป
สักพักเมืองรามก็เคาะประตูเรียกแฟน “ที่รัก เพื่อนผมมันกลับไปแล้ว เปิดประตูให้ผมเข้าไปได้ยัง” หญิงยุไม่เชื่อ เลยลุกไปดูที่หน้าต่างกลัวเมืองรามหลอก เห็นธวัชกำลังใส่หมวกกันน๊อกและขับแมงกะไซด์ออกไป จึงเดินไปเปิดประตูให้เมืองรามและเดินกลับไปยืนกอดอกอยู่ที่ขอบโต๊ะ ทำหน้าโกรธ เมืองรามเข้ามาแล้วกดล๊อกประตู และเดินมากอดหญิงยุ เธอสะบัดและเดินหนี ไม่ยอมให้กอด “ไม่ต้องมากอด ไปเลย เกลียดขี้หน้านัก พามาทำไม คนแบบนี้ คบกันเข้าไปได้ยังไง นิสัยแย่มาก”
“โธ่หญิง ไอ้วัชมันไม่มีอะไรหรอก ผมคบกับมันมาตั้ง 20 ปีแล้ว ั้แ่สมัยเรียน หญิงต้องทิ้งอคติและมองมันใหม่ ว่าใครผิดใครถูก ไอ้วัชมันก็ความจริงกับผมหมดแล้วว่า วันนั้นมันโดนยุ้ยลากตัวไป มันไม่อยากให้งานของนกเสีย ถ้าเกิดยุ้ยก่อเื่ขึ้นมา มันก็เลยต้องไป” หญิงยุผลักเมืองรามออกไปไกลๆ แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน
เมืองรามเดินเข้าไปโอบข้างหลังแล้วหอมแก้มซ้าย หญิงยุก้มหน้าไม่ให้หอมอีก มุดหนีแล้วก็ลุกออกจากเก้าอี้ แล้วมายืนกอดอกหันหน้าไปทางเมืองราม “บอกว่าอย่า หญิงจะทำงาน ถ้าพูดกันไม่รู้เื่ก็กลับไปเลย แล้วไม่ต้องมาให้หญิงเห็นอีก ถ้ายังอยากมีหญิงเป็แฟนอยู่ก็ห้ามพูดถึงผู้ชายคนนั้นอีก แล้วนั่งลง หญิงจะทำงาน ออกมาจากตรงนั้น เร็ว ยังอีก จะออกมาไหม”
“Okๆ ไม่พูดก็ไม่พูด นั่งเฉยๆ ก็ได้ เออ เมื่อวานว่าที่มาหนะ มีเื่จะถามหญิงก็ลืมเลย มา มานั่งก่อน”
หญิงยุเดินกลับมานั่งที่เดิม ระหว่างเดินกลับเมืองรามใช้ทีเผลอกอดแล้วก็หอมแก้มขวาทันทีอย่างไว
“รามหนะ อีกแล้วนะ” แล้วก็รีบวิ่งออกไปอยู่ด้านหน้านั่งลงที่เก้าอี้ หญิงยุเอามือลูบแก้มขวา แล้วก็เอานิ้วขวาชี้หน้าแฟน
“ระวังตัวไว้นะ อย่าให้หญิงจับได้ว่าแอบมีใครเหมือนเพื่อนคุณก็แล้วกัน หญิงไม่ไว้หน้าจริงๆด้วย คราวนี้หญิงเลิกจริงๆเลย”
“คร๊าบ ไม่มีก็คือไม่มีเอาเกียรติ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็ประกันเลย ผมไม่ได้เ้าชู้เหมือนไอ้วัชมันซะหน่อย ที่หายๆไป่นั้นหนะ ทำแต่งานจริงๆ ไม่เชื่อถามไอ้ชาญชัยเพื่อนผมอีกคนก็ได้”
“เออๆ อย่าให้หญิงจับได้คาหนังคาเขาก็แล้วกัน อย่านึกว่าหญิงหูหนวกตาบอด นั่งทำงานเป็แจ๋วแล้วไม่รู้ไม่เห็นอะไรนะ คอยดู กี่ครั้งแล้วที่รามแก้ตัวแบบนี้หนะ อย่าให้หญิงหาหลักฐานได้ก็แล้วกัน ถึงจะรักแค่ไหน ก็ทำให้สุญพันธุ์ได้ก็แล้วกัน ไม่เชื่อก็คอยดู” พูดแล้วของขึ้นกว่าจะนั่งลงได้ เล่นเอาเมืองรามเหงื่อตกไปหลายแหมะ
“เอ้า มีอะไรจะถามก็ว่ามา หญิงเสียเวลากับคุณมาเยอะแล้วเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วเนี่ย งานการไม่ต้องทำกันพอดี เดี๋ยว่บ่าย หญิงมีประชุมอีก รีบๆพูดมา” แล้วเมืองรามก็เอารูปบ้านที่ชาญชัยถ่ายมาให้หญิงยุดู
“อะไรค่ะเนี่ย รูปวังเก่าที่พึ่งบูรณะเสร็จไปเมื่อไม่กี่เดือนนี้นี่ รามเอารูปนี้มาให้หญิงดูทำไม”
“นี่วังเหรอ ผมนึกว่าบ้านธรรมดา” หญิงยุพยักหน้า “บ้าน เอ๊ย วังนี้หนะ เป็สถานที่คนร้ายไปหลบซ่อนตัวอยู่”
“เป็ไปไม่ได้” หญิงยุเอามือปัดรูปกองนั้นทิ้ง
“จริง ผมจะมาอำคุณเล่นทำไมหละหญิง” เมืองรามจริงจัง จนหญิงยุต้องเชื่อ
“ก็วังนี้เป็ของญาติห่างๆของหญิงเอง หญิงยังเคยไปวิ่งเล่นเมื่อตอนเด็กๆเลย แล้วอยู่ดีๆรามบอกว่า กลุ่มคนร้ายมันเข้าไปหลบอยู่ที่นี่ หญิงถึงบอกว่าไม่เชื่อไง”
“ก็นี่แหละ ผมถึงต้องมาพึ่งหญิงไง เพราะชาญชัยมันบอกว่า สืบไปสืบมา วังนี้มันเป็ของพวกตระกูลจ้าว แต่ไม่รู้ว่าสกุลไหน เพราะยิ่งสืบลึกลงไป มันก็หาปลายทางไม่เจออีกเลย ชื่อมันเปลี่ยนเ้าของมาถึง 3 ครั้งแล้ว”
“เมื่อหลายปีก่อนวังนี้เป็ของท่านน้าเท่าที่หญิงจำได้ ท่านน้าแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่เมืองนอก ท่านขายวังเหรอ ทำไมหญิงไม่รู้หละ ก็เห็นว่ายังมีคนเข้าออกอยู่เสมอหรือว่าจะขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้ใครไปจริงๆเพราะก่อนแต่งท่านน้ายังใช้ หัสดีอยู่เลย แล้วขายให้ใครหละ ในเมื่อตอนที่ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว หญิงยังเป็ธุระให้อยู่เลย เพียงแต่ไม่ได้ดูรายละเอียดว่าใครเป็คนว่าจ้าง เพราะท่านพ่อท่านแม่ท่านโทรมาบอกเฉยๆว่า ถ้าว่างช่วยหาช่างไปดูให้หน่อย หรือว่าเ้าของคนใหม่ไม่ใช่ตระกูลหัสดีแล้ว เดี๋ยวนะรอแป๊ป หญิงขอโทรเช็กอะไรบางอย่างก่อน”
แล้วหญิงยุก็โทรกลับไปที่ส่วนกองกลางของสำนักงาน พอวางหูก็ต้องใเล็กน้อย
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นหละที่รัก” เมืองรามเป็ห่วงแฟนสาว
“เ้าของคนใหม่คือ องค์ชาย โกมุท วรรณรัตน์ ทำไมหญิงไม่รู้เื่นี้มาก่อนเลย นี่ท่านน้า ติดการพนันจนถึงขั้นต้องขายวังเลยเหรอ แล้วมาอ้างว่าแต่งงาน จริงๆแล้วมันไม่ใช่” หญิงยุหงายหลังหัวชนเบาะพนักพิง เมืองรามรีบลุกจะวิ่งไปช่วย
“หญิงเป็อะไร” หญิงยุยกมือห้ามไว้ “ไม่เป็ไร หญิงไหว” เมืองรามค่อยๆนั่งลง
“ถ้าวังนี้เป็ขององค์ชายอะไรนั่น นี่ก็แสดงว่า องค์ชายต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยหนะซิ ไม่ได้แล้วหญิง หญิงต้องรีบเตือนให้องค์หญิงรู้ตัวนะ” หญิงยุรีบโทรกลับไปหาพิมพ์ที่วัง โทรเท่าไหร่พิมพ์ก็ไม่รับสายเพราะพิมพ์กำลังสระผมให้กับนกอยู่ เมื่อไม่มีคนรับก็รีบโทรเข้าวังทันที พวกสนมนางในทั้งหลาย วิ่งกันให้วุ่นทั้งบ้าน มองหน้ากันและก็มารับสายคนนึง
“วังหัสดีค่ะ ้าเรียนสายกับใครค่ะ”

“เพื่อนฉันอยู่ไหม นั่นใครหนะ”
“สร้อยเพคะท่านหญิง”
“พิมพ์ไปไหน ฉันโทรไปเขาก็ไม่รับสาย”
“คุณพิมพ์ กำลังสระผมให้องค์หญิงรันอยู่เพคะ”
“เออ เจริญจริงเพื่อนฉัน ถ้าพิมพ์เสร็จธุระแล้ว บอกให้เขาโทรกลับหาฉันด้วย แค่นี้นะ”
“ว่าไงเจอตัวไหม” เมืองรามอยากรู้มาก
“เจอ..พิมพ์ กำลังสระผมให้อยู่ สบายใจได้ วันนี้เพื่อนฉันไม่ได้ออกไปไหน แล้วเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว รามจะเอายังไงต่อไปเนี่ย”
“ผมต้องจับตาดู องค์ชายคนนี้ไว้เป็ผู้ต้องสงสัยอีก 1 คนแล้ว”
“ท่านพี่โกมุท มาเกี่ยวข้องอะไรกับเื่นี้เนี่ย อยากรู้จังไม่น่าเลย แล้วอีกอย่าง”
“อะไร” เมืองรามสงสัยอีกแล้ว ขี้สงสัยจังเนาะ
“ถ้ารู้ว่าคู่หมั้นของตัวเองแต่งงานไปแล้ว กับผู้ชายคนอื่น จะรู้สึกยังไงวะเนี่ย หญิงยังนึกภาพตอนที่แกโมโหไม่ออกเลย”
“เอาเถอะ ผมว่าเื่นั้นช่างหัวมัน ไม่ต้องไปคิด คิดถึงเื่นี้ดีกว่า ว่า องค์ชายอะไรของหญิงหนะ เค้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเมฆและพรรคพวกซะยังจะดีกว่า”
“อันนี้หญิงก็จนด้วยเกล้านะราม ไปเที่ยงแล้ว สุดท้ายหญิงก็ไม่ได้ทำงานของหญิงอีกแล้ว ไป เดี๋ยวหญิงมีประชุมตอนบ่าย”
%%%%%% ----- %%%%%%
เที่ยงก็แล้ว บ่ายก็แล้ว จนเย็น คนเลิกงานเดินกลับบ้านจนหมดแล้ว ธวัชก็ยังไม่กลับร้านไม่เข้าบ้าน โทรไปก็ไม่รับสาย ยุ้ยเริ่มหงุดหงิด ผุดลุกผุดนั่งไม่เป็อันทำอะไรแล้ว ลูกค้ามาถามราคาอุปกรณ์ต่างในร้าน ก็ตอบเขาไม่รู้เื่ จนจ้อยต้องมารับหน้า ส่วนเอี้ยงก็ทำงานอยู่ตามที่ธวัชโทรมาสั่งไว้
“เอ้านี่ตัง เป็อะไร สนใจลูกค้าหน่อย อยากขายของ อยากได้ตังแต่ไม่ทำอะไรเลย แล้วจะขนมาขายทำเนี่ย ไอ้ของพวกนี้หละ ซ่อมอย่างเดียวก็ดีแล้ว” จ้อยได้โอกาสเล่นไป 1 ดอกใหญ่

“เื่ของกู นี่ร้านผัวกู มึงไม่ต้องมายุ่ง มีหน้าที่ขายก็ขายไป อย่ามาเสือกเื่ของกูได้ไหม”
“รอไปเถอะ คงกลับมาหรอก ปาดนี้คงนอนกกนกเพลินไปแล้ว” จ้อยหันหลังเดินกลับไปทำงาน แกล้งรำพึงเบาๆ แต่ยุ้ยได้ยิน
“มึงพูดอะไรไอ้จ้อย เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไร พี่วัชไปนอนกกใครที่ไหน นอกจากอีใบ้แล้ว พี่วัชยังมีใครอีกบอกมา บอกมานะ”
“ไม่รู้ ใครจะไปรู้ เื่ของเ้านาย ขี้ข้าอย่างฉันจะไปรู้ได้ยังไง”
ยุ้ยชี้หน้าจ้อย แต่จ้อยกลับแอบหัวเราะและกลับไปทำงานต่อ เอี้ยงเห็นแล้วโคตรสะใจ ที่วันนี้ยุ้ยไม่มีความสุข เพราะผัวหายตัวไป 1 วัน 1 คืนเต็มๆแล้วและคิดว่า คืนนี้มีลางสังหรณ์ว่าคงจะไม่กลับมาอีกอย่างแน่นอน
+++++ ****** +++++
1 ทุ่ม หญิงยุเลิกงานขับรถกลับวัง ธวัชแอบขับรถมอเตอร์ไซด์ตามไปอย่างห่างๆ เพราะหญิงยุไม่นึกว่าธวัชจะใช้แผนนี้ จึงไม่ได้สนใจอะไร พอหญิงยุขับรถเข้าวังไป ธวัชก็จำเส้นทางเอาไว้ว่าวังหญิงยุอยู่ที่ใด แล้วก็กลับไปนอนที่บ้านเมืองรามดังเดิม
..... +++++ .....
รุ่งเช้าของวันที่ 1 กรกรฎาคม ธวัชมาดักรอแต่เช้า พอหญิงยุขับรถออกไปทำงาน ธวัชก็รีบเข้าไปตามง้อขอคืนดีกับนกทันที
“ขอโทษครับพี่” ธวัชมาเรียกก่อนที่ประตูวังจะปิด
“มีอะไรไอ้น้อง นี่มันวังนะไม่ใช่ที่จะมาขายประกันอะไรส่งเดชไม่ได้ แล้วดูการแต่งตัวเข้าซิ มีอะไร มานี่ทางนี้ อย่ามายืนขวางประตู มีรถเข้าออกบ่อย” มหาดเล็กนายประตูทำหน้าที่ของเขาอย่างดี เพื่อป้องกันภัยให้กับองค์หญิงรันเต็มที่
“ผมมาหาเพื่อนหนะครับ” ธวัชรีบบอกความจำนง
“ใคร น้องมีเพื่อนในวังด้วยเหรอ นางกำนัลคนไหน”
เอาไงดีหละทีนี้ธวัช เจอปัญหาแล้ว ถ้าเป็บ้านคนธรรมดาหรือคอนโดทั่วไปยังโกหกง่ายกว่า นี่มันวัง จะเอายังไงดี
“พิมพ์ครับ ผมเป็สามีน้องพิมพ์ เห็นเมียผมเค้าบอกว่า เค้ามาที่นี่กับหญิงยุหนะครับ”
“ไม่มีนะ เท่าที่รู้นางกำนัลที่นี่ไม่มีใครชื่อพิมพ์ ผิดวังแล้วมั้งกลับไปเถอะ เอ้าถอยๆนั่นรถที่วังกำลังจะเข้า หลบๆตามนี้นะ”
“เดี๋ยวซิพี่ โธ่ผมจำไม่ผิดหรอก ก็เมื่อกี้ท่านหญิงยุขับรถออกไปทำงานอยู่แท้ๆ ผมจำได้ว่าใช่ท่าน ผมมาไม่ผิดวังหรอก”
“ก็มันไม่มีนี่ หรือว่าจะไม่ใช่นางกำนัลที่นี่ ไหนเมื่อกี้เอ็งบอกว่าไงนะ มากับท่านหญิงเมื่อวันก่อนเหรอ”
“ครับๆพี่เมื่อ 2 วันก่อนนี่เองประมาณ 4 ทุ่มหนะ รู้สึกว่าจะมากับผู้หญิงสวยๆอีกคนนึงหนะครับพี่ พอจะจำได้ไหม”
“อ๋อ ข้านึกออกแล้ว คนนั้นนั่นเอง นั่นเมียแกรึ ที่ตัวเล็กๆสูงๆผมยาวๆหน่อย เห็นมากับผู้หญิงอีกคน”
“นั่นหละพี่ ผมคิดถึงเมีย ก็เลยมาหา อยากจะมาถามว่า เมื่อไหร่จะกลับ”
“เออ งั้นแกรอข้าอยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหน เดี๋ยวข้าจะไปโทรบอกนางกำนัลข้างในให้เค้าตามเมียเอ็งออกมาให้”
“ขอบคุณมากครับพี่” แล้วมหาดเล็กนายประตู ก็เดินไปโทรศัพท์หานางกำนัลด้านใน
ธวัชใช้่เวลานั้นแอบหลบเข้าไปด้านใน พอมหาดเล็กนายประตูนายทวารเดินออกจะมาบอก
“อ้าวไอ้หนุ่ม มันหายไปไหนแล้ววะ ไอ้หนุ่ม อะไรวะ”
มหาดเล็กนายประตูนายทวาร เดินออกไปดูรอบๆก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ยืนเอามือเกาหัว มองเข้าไปข้างในวังก็ไม่มีแม้แต่เงา นางกำนัลรีบเดินเข้าไปบอกพิมพ์
“คุณพิมพ์คะคุณพิมพ์” นางกำนัลคนหนึ่งเดินไปเคาะประตูห้องบรรทมขององค์หญิง พิมพ์เดินมาเปิด
“มีอะไรเหรอคะ นางกำนัลคนสวย”
“เมื่อกี้มหาดเล็กนายทวารหน้าประตูวัง โทรมาบอกว่า สามีคุณพิมพ์มาขอพบ ตอนนี้รออยู่ที่หน้าประตูใหญ่ทางเข้าวังค่ะ”
“สามีพิมพ์ ตลกหละ บ้าไปแล้ว ฉันยังไม่มีผัว ใครกันมาเล่นแบบนี้ ไม่ตลกเลย รีบโทรไปบอกเขาเลยว่าฉันไม่ออกไปหรอก ใครก็ไม่รู้อยู่ดีๆมาอ้างเป็ผัวฉันเนี่ย ไปเลยค่ะไปบอกเลยว่าไม่ออกไป แล้วให้เขารีบไล่ไอ้บ้านั่นกลับไปเลย ถ้ายังไม่ไปจะเรียกตำรวจมาจับเลยไป” นางกำนัลรีบเดินกลับลงไปและโทรกลับไปบอกมหาดเล็กนายประตูนายทวาร
ธวัชไม่รู้ทางในวัง จึงลับๆล่อๆหลบคนในวัง จนมาถึงตึกที่นกและพิมพ์พักอยู่โดยบังเอิญ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พิมพ์ก็พานกลงมาทานมื้อเช้าที่ห้องอาหารตามปกติ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ นกก็เดินออกมาเที่ยวชมสวนข้างตึกพร้อมพิมพ์ ธวัชเดินหลบไปหลบมา จนเจอนกโดยปริยาย นกกำลังเดินเล่นในสวนอย่างสบายใจ ดมดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ พอเงยหน้าขึ้นมาคราวนี้ก็เจอธวัชกำลังยืนจ้องหน้าเธออยู่ นกใมากจึงรีบดึงแขนพิมพ์ที่นั่งอยู่ข้างหลัง

“อะไรพี่นก” พิมพ์ยังไม่หันไป นกดึงแขนพิมพ์พิมพ์ถี่ขึ้นจนพิมพ์ต้องลุกขึ้นมา
“จะดึงอะไรนักหนา” พอพิมพ์หันมา ก็ต้องใเช่นกันที่เห็นธวัชยืนอยู่ตรงหน้า
ธวัชค่อยเดินตรงเข้ามาหานกอย่างช้าๆ นกขยับหนีไปหลบข้างพิมพ์ “กลับบ้านเรานะนก พี่ขอโทษ”
“นี่พี่เข้ามาได้ยังไง เขาไม่อนุญาติให้คนนอกเข้ามานะ อย่าบอกนะว่า เมื่อกี้เป็พี่ ที่บอกว่าเป็ผัวหนูหนะ”
“พี่ต้องขอโทษพิมพ์ด้วยที่บอกยามหน้าประตูไปอย่างนั้น ไม่งั้นพี่จะมาถึงนี่ได้ยังไง”
ธวัชรีบง้อขอคืนดีกับนก “ว่าไงพี่ จะเอาไงกลับไม่กลับ” นกส่ายหน้า ไม่ยอมกลับ
xxxxx ===== xxxxx
เมฆเมื่อพักผ่อนจนร่างกายแข็งแรงดีและพอสืบข่าวมาอย่างดีแล้วว่า ไม่มีข่าวของตัวเอง จึงย้อนลงมากรุงเทพอีกครั้งกับโขง เพื่อตามล่าองค์หญิง งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จๆไปเสียที อยากได้เงินก้อนโตมาใช้แล้ว จึงรีบบึ่งรถจากร้อยเอ็ดลงมาั้แ่เมื่อคืน พักมาตลอดตามทาง เพื่อที่ไปหาองค์ชายโกมุทที่วัง
***** >>><<< *****
ธวัชมาตามนกถึงวัง นกไม่กลับ จึงมีปากเสียงกัน จนนกต้องหนีออกจากวัง พิมพ์จึงต้องตามประกบไปทุกครั้ง

“พิมพ์บอกเค้าให้กลับไปซะ พี่ไม่กลับไปอีกแล้ว” พิมพ์พออ่านข้อความจากไลน์ ก็รีบบอกธวัช
“พี่วัชกลับไปเถอะ พี่นกเค้าไม่กลับไปแล้ว” ธวัชเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากพิมพ์จึงรีบเดินมาฉุดแขนนกจากพิมพ์ทันที
“ปล่อยแขนพี่นกเดี๋ยวนี้นะพี่วัช ปล่อย หนูบอกให้ปล่อย” ธวัชรวบแขนของนกทั้งสองข้างมาไว้ด้วยกันแล้วลากนกออกไปทันที นกสลัดมือซ้ายออกมาได้ข้างนึงก็รีบจับเสาและต้นไม้แถวนั้นเท่าที่จะหาจับได้ ธวัชรีบกลับมาแกะมือนั้น
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ขโมย ช่วยด้วย” พิมพ์ตัดสินใจร้องะโให้คนช่วย
พวกบ่าวไพร่ส่วนใหญ่จะเป็ผู้หญิง เพราะมีแต่นางกำนัลในวังทั้งนั้น กว่ามหาดเล็กนายทวารจะวิ่งเข้ามา ก็ไม่ทันการแน่ จึงได้แต่หยิบไม้กวาดและเศษไม้แถวนั้นมาทุบมาตีธวัชกันเกือบ 6-7 คน พอธวัชปล่อยมือเพื่อป้องกันตัวเอง หญิงรันรีบวิ่งหนีธวัชออกไปหน้าวัง นายทวารรีบวิ่งเข้ามาช่วย นกเห็นประตูแง้มอยู่จึงรีบหนีนอกวังทันที เพราะอยู่ใกล้ตรงนั้นที่สุด ส่วนธวัชหลังจากที่หลบการโจมตีจากเหล่าสตรีนางสนมในวังได้ก็ต้องมาเจอกับมหาดเล็กนายประตูนายทวารจ้าวเดิมอีก
“อยู่นี่เองไอ้ 500 หนอยแน่ มาหลอกกันได้ว่า เป็ผัวน้องพิมพ์คนสวย ที่แท้ก็เป็หัวขโมย หน้าตาก็ดี ไม่น่าเป็โจรเลยแก”
“ผมขอโทษพี่ ที่โกหกเมื่อกี้ แต่ผมไม่ได้เป็โจรนะ โอ๊ย ผมขอโทษ ผมไปหละ”
แล้วธวัชก็หาทางออกจากวังจนได้ วิ่งไปที่มอเตอร์ไซด์คู่ใจของเขา รีบหยิบกุญแจแล้วสตาร์ทขับหนีไปทันที มองหานกกับพิมพ์ตามทางก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าหายไปทางไหนแล้ว จึงได้แต่เจ็บใจตัวเอง ส่วนนางกำนัลสร้อยคนเดิม รีบโทรไปหาหญิงยุที่ทำงานทันทีเมื่อธวัชได้หนีไปแล้ว จนหญิงยุต้องลุกพรวดขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับสาย
“อะไรนะ มีขโมยเข้าบ้าน มาทำร้ายหญิงรันเหรอสร้อย รออยู่นั่นเลย เดี๋ยวฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ”
แล้วหญิงยุก็รีบกลับวังทันที ไม่ได้ทำงานอีกแล้ว ระหว่างทางกลับวังได้รีบโทรบอกแฟนหนุ่ม เพื่อให้ไปเจอกันที่วังเธอด้วย
<<<<< ===== >>>>>
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายของนก ที่หนีธวัชพ้น แต่กลับมาเจอเมฆกลางทางระหว่างที่หยุดหาอะไรทานกลางทาง เล็กๆน้อยๆ เพราะรีบวิ่งออกมา มีเงินติดตัวมาแค่ 20 บาท กระเป๋าสตางค์ก็ไม่หยิบใส่กระเป๋ามา นอกจากโทรศัพท์ พิมพ์ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีอะไรเลย วางอยู่บนโต๊ะหมดเลย เธอ 2 คน หนีไปถึงไหนไม่ทันมองว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน พิมพ์พยายามอ่านชื่อถนน แถวนั้น แต่ก็ไม่มี เพราะแถวนั้นเป็ชานเมือง สงสัยหนีออกไปทางด้านปทุม แถวๆสะพานนวลฉวี แต่โชคยังดีที่เห็นแม่น้ำเ้าพระยา
***** ฿฿฿฿฿ *****
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หญิงยุก็กลับมาถึงวัง “ไหนสร้อยมันเกิดอะไรขึ้น เล่ามาซิ เอาั้แ่ต้นเลยนะ เดี๋ยว ไปตามมหาดเล็กหน้าประตูมาหาฉันด้วยเดี๋ยวนี้เลย ทำงานยังไงให้คนแปลกหน้าที่ไหนเข้าวังมาได้ แบบนี้สงสัยถ้าจะเลี้ยงไม่ได้แล้วมั้ง ฉันอยู่วังนี้มาตั้งนานั้แ่เด็กไม่เคยเลยที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้” สักพักมหาดเล็กนายทวารก็รีบวิ่งเข้ามา นั่งลงกราบหญิงยุ กลัวแบบลนลานเลย
ถ้าตามภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า กลัวหัวจะขาด หลุดออกจากบ่าเลยทีเดียว นั่งพนมมือก้มหน้ายอมรับความผิด
“ท่านหญิงขอรับ กระหม่อมผิดไปแล้ว ที่หลงไว้ใจคนแปลกหน้า มันแอบเข้าไปขอรับ กระหม่อมไม่ได้ปล่อยมันเข้าไป”

“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็เถอะ แกสับเพร่า เผลอเปิดประตูให้คนนอกเข้าไปถึงตำหนักชั้นในได้ยังไง รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่มีแต่สนมนางใน นางกำนัลผู้หญิงทั้งนั้น ฉันจะทำยังไงกับแกดีเนี่ย”
สักพักเมืองรามก็ขับรถมาถึงตามคำบอกของแฟน สุ่มมาอย่างช้าๆเพราะไม่เคยมาั้แ่เป็แฟนกัน พอมาถึงก็อ่านชื่อที่หน้าประตูวัง “วังหัสดี” เมื่อเข้ามาพอจอดรถก็รีบเดินตรงไปหาแฟนทันที มีแฟนเป็ตำรวจก็ดีแบบนี้แหละ โทรปุ๊บมาปั๊บ ทันใจดี
“ตกลงได้ความว่าไงบ้างหญิง” เมืองราม เดินเข้ามาหาแฟนแบบหน้าตาเครียดๆ หญิงยุสะกิดสร้อยที่ไหล่
“เอ้า มีอะไรก็เล่าให้แฟนฉันฟังซิ เอาั้แ่ต้นเลยนะ ส่วนแกกลับไปที่เดิม คราวนี้ฉันจะยังไม่ทำอะไร แต่อย่าให้มีอีกเป็ครั้งที่สองนะ รับรองแกตกงานแน่ ไป” หญิงยุโมโหมาก ไม่นานนางกำนัลสร้อยก็เล่าทุกอย่างให้เมืองรามฟัง ั้แ่ต้นจนจบ
<<<<< ----- >>>>>
เมฆกำลังขับรถจะไปหาองค์ชายโกมุทที่วังพอดี เห็นนกกับพิมพ์เดินอยู่บนสะพานฝั่ง ปทุม. กำลังจะข้ามไปฝั่งธนฯ
“นั่นมันองค์หญิงนี่ไอ้โขง ทำไมกูโชคดีแบบนี้วะเนี่ย มาโผล่มาเจอที่นี่ได้ไงวะ”
จึงจอดรถกลางสะพาน แล้วเดินลงไปดูว่าใช่ไหม พอเห็นชัดๆ ใช่เลย เพราะนกกำลังยืนพักหันหน้ามองไปที่แม่น้ำ พิมพ์รู้สึกว่ามีคนคอยจ้องมองเธอสองคนอยู่ จึงหันไปถาม “แกสองคนจ้องมองฉันสองคนทำไม”

“องค์หญิง ไปกับกระหม่อมดีๆดีกว่า อย่าทรงหนีอีกเลยขอรับ ยังไงพระองค์ก็หนีกระหม่อมไม่พ้นหรอก”
นกหันมาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบคว้ามือพิมพ์แล้วโกยอ้าวไปจากตรงนั้นทันที ดีนะที่นกชอบใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่งั้นซวย วิ่งไม่ได้แน่ “ไป ไอ้โขง แกวิ่งตามไปก่อน เผื่อมันสองคนวิ่งย้อนกลับมา เดี๋ยวฉันจะเอารถตามเอง”
“ได้พี่” โขงรับคำแล้วรีบวิ่งตามไปทันที เมฆรีบวิ่งกลับไปที่รถแล้วขับตามทันที

นกกับพิมพ์วิ่งหนีหนีคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ไม่นึกว่าหนีเสืออย่างธวัช จะมาปะจระเข้อย่างเมฆกับโขง เธอกับพิมพ์เกือบเอาตัวไม่รอด รีบวิ่งลงมาจากสะพานล้มลุกคุกคลาน เจ็บตัวยังไงก็ต้องทน นกกับพิมพ์ เมื่อลงมาจากสะพานก็รีบวิ่งหลบเข้าข้างทางหนีหายเข้าไปในตลาดแถวนั้น
โขงวิ่งตามเข้าไปก็หาไม่เจอแล้ว เมฆกว่าจะหาที่จอดรถได้ก็นาน เพราะเมื่อลงจากสะพานก็ไม่มีที่เลี้ยวเข้า ต้องไปวนรถกลับตรงยูเทิร์น แล้วต้องขับย้อนมาวนใต้สะพานอีกที
นกหนีมาไกลจนคิดว่าพวกนั้นตามไม่ทันแล้ว ก็หาที่นั่งพักใต้ต้นไม้แถวนั้น แดดก็ร้อนนกเริ่มไม่ไหว หน้ามืดอาการเก่าคล้ายจะกำเริบ พิมพ์สังเกตุสีหน้าและอาการ ตายละวาเอาแน่แล้ว จึงรีบเปิดกระเป๋าที่สะพายของนกค้นหายาเท่าที่จะหาได้ มียาแต่ไม่มีน้ำ จึงรีบวิ่งไปหาซื้อน้ำมาก่อน ได้น้ำมาแล้วก็รีบเอายาให้นกทาน ในสมองในหัวของนกตอนนี้ เริ่มมีภาพอะไรก็ไม่รู้วิ่งสวนไปมาเต็มไปหมด จนเธอปวดหัวมาก จากที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ เธอค่อยๆล้มตัวลงนอนราบกับพื้น เอามือกุมหัวอีกแล้ว ตัวบิดงอร้องไห้ออกมา เหมือนอาการเดิมครั้งก่อนเลย จนพิมพ์ทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“พี่นก พี่นก เป็อะไรพี่ พี่อย่าทำแบบนี้ซิหนูกลัว” โทรศัพท์ของตัวเองก็ไม่ได้หยิบมา เพราะวางอยู่บนโต๊ะในวัง
พิมพ์เลยค้นดูของนก โชคดีที่เธอเอาใส่กระเป๋าประจำตัวมาด้วย พอคิดจะโทร แบตเหลือไม่ถึง 10% จะเอายังไงดี ไม่พอแน่คงหมดก่อน จึงตัดสินใจส่งข้อความไปบอกทุกคนที่อยู่ในไลน์ ถ้าใครอ่านก็ขอให้มาช่วยทีเถอะก่อนที่แบตจะหมด
“ช่วยด้วย ช่วยที ตอนนี้หนีคนร้ายอยู่ มารับด้วย อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ไม่รู้จัก” แล้วก็กดส่งมั่วๆไป เท่าที่นกจะมีเพื่อน พร้อมทั้งส่งพิกัดที่อยู่ปัจจุบันปักหมุดให้ไปด้วย แล้วแบตก็ดับวูบไปต่อหน้าต่อตา
“เอ๊ย เอ๊ย เดี๋ยวซิ โธ่เอ๊ย ขออีกคนก็ไม่ได้”
>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<
โปรดติดตามตอนต่อไปใน ตอนที่ 21 .. “ อิจฉา ”

ตอนที่ 20 .. “ ความรักที่งอกงาม ”
Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก