ฮาร์ม
ท่ามกลางความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เถ้าธุลีแห่งสงครามลอยคลุ้งในอากาศซากมังกรทับถมและถูกเผาไหม้จนเหลือแต่โครงกระดูกซากศพผู้ฟูมฟักนอนกระจายเกลื่อนกลาดท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองมังกรที่ล่มสลาย
ร่างหนึ่งเดินฝ่าเถ้าควันแห่งการสูญเสียเพื่อค้นหาบางสิ่งเป้าหมายคือร่างสองไฮดราที่บัดนี้เหลือเพียงแต่โครงกระดูกใหญ่ไม่เคยคิดว่าอำนาจสูงสุดในวันหนึ่งต้องสิ้นสูญเขาเพียงแค่จะมารับร่างทั้งสองกลับคืนผืนดิน รวมถึงทุก ๆ คนที่ตาย ณ ที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน
มือหนากวาดไล้ส่งกระแสพลังเพื่อส่งร่างไร้วิญญาณเหล่านี้กลับคืนสู่ธรรมชาติเดิมผืนปฐพี ที่โอบอุ้มและก่อเกิดทุกสิ่งแต่มีสิ่งหนึ่งในซากของไฮดราเพศเมียที่ไม่ยอมกลับคืนสู่ธรรมชาติในร่างของโรเกลยังมีอีกหนึ่งสิ่ง ไข่มังกรที่คาดว่าจะยังอยู่ในท้องของนางก่อนจะสิ้นใจ
ผู้มาเยือนถึงกับตกตะลึงไข่ไฮดราใบสุดท้ายน่าจะถูกนำไปรักษาไว้ในที่ปลอดภัยแล้วมิใช่หรือแต่ยังเหลืออีกหนึ่งใบที่ยังอยู่ เขาเดินเข้าไปเขี่ยซากเศษเถ้าของโรเกลไข่ใบนี้สีดำสนิทราวกับกำเนิดจากซากเศษเถ้า ในขณะที่แม่ของตนสิ้นใจนับเป็นเรื่องอัศจรรย์และเขาควรจะทำอะไรกับมันสักอย่าง
ชายในชุดผ้าคลุมดำหน้ากากขาวรีบรับมันมาไว้กับตัวก่อนที่ร่างของโรเกลจะค่อย ๆสลายไปอย่างเชื่องช้าคล้ายกับเป็นการฝากฝังและบอกลาในคราเดียวกันที่ได้มีผู้รับรู้ความห่วงสุดท้ายในครั้งนี้แล้วเขาเอาหูแนบฟังจนมั่นใจว่ายังมีตัวอ่อนอยู่ในไข่และยังไม่ตาย
เขาเก็บไข่ใบนั้นไว้กับตัวจนมั่นใจว่าโรเกลต้องการให้เป็นเช่นนี้จริงๆ แต่เขาเองก็ต้องได้อะไรตอบแทนจากการช่วยทายาทของสองมังกรบ้างสิ ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเลยที่จะเข้าไปยุ่งแต่การเก็บกวาดครั้งนี้ของเขากลับพบสิ่งที่ธรรมชาติไม่รับเอาไปบางทีผลตอบแทนอาจจะคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มหากเขาทำอะไรกับหน้าที่นี้สักอย่างหน้าที่ที่ไม่ได้ตั้งใจจะรับมา
ชายหน้ากากรู้ดีว่าสำหรับมังกรที่ตายไปแล้วนั้นผู้ฟูมฟักของตนอีกไม่นานก็จะตายตาม คาดว่าดวงจิตของผู้ฟูมฟักราชาน่าจะอยู่ไม่ไกลและดวงจิตนั่นก็จะทำให้ไข่ใบนี้ฝักได้ เนื่องจากเป็นของผู้ฟูมฟักสองไฮดร้า ดวงจิตของทั้งคู่น่าจะกระตุ้นการเติบโตได้ดีหากนำมาไว้ด้วยกันมีทายาทแห่งราชาอีกหนึ่ง เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไข่ฝัก
เขาออกตามหาดวงจิตของมิก้ากับเทมิสผู้ฟูมฟักไฮดราทั้งสองและพบว่ามันอยู่กับผู้ปกปักแห่งทิศตะวันออก
เขาสะกดรอยตามบาร์รามอยู่เงียบ ๆรอโอกาสที่จะช่วงชิงดวงจิตเพื่อมาฟูมฟักไข่แต่ทว่าผู้ปกปักนั้นรับภารกิจจากทั้งสองให้จะปกป้องดวงจิตไว้อย่างสุดกำลัง
ผู้ปกปักถึงกับออกตามหาโองการเชื่อมภพเพื่อทำการหลบหนีการตามล่าของเหล่าฝ่ายมืดเขาเองเลยต้องพลอยลำบากออกตามไปทุกหนแห่งเพื่อให้ตุลาการเผลอไผลรอวันที่เขาจะสามารถช่วงชิงดวงจิตได้
แต่แล้วเมื่อตุลาการทำสำเร็จค้นพบโองการเชื่อมภพและสามารถเปิดภพได้พร้อมที่จะหนีไปเขาเองจึงต้องอาศัยจังหวะนี้เข้าช่วงชิงจนเกิดการต่อสู้และทำให้ดวงจิตผู้ฟูมฟักหลุดหายไปในมิติเวลาที่กำลังเชื่อมต่อกันอยู่มันหลุดเข้าไปสู่ภพหนึ่ง ภพที่เขาไม่คิดว่าจะกลับไปอีกครั้งเพราะเขายินดีที่จะจากเธอมาโดยไม่ต้องห่วงกังวลสิ่งใดอีก
ดวงจิตของมิก้ากับเทมิสร่วงหล่นจากฝากฟ้าในโลกมนุษย์เป้าหมายของมันอยู่ที่บ้านแถบชานเมืองไฮร์แอกค์แสงสว่างเรืองของมันหายไปในบ้านหลังนั้นในค่ำคืนที่หญิงมนุษย์ท้องแก่กำลังหลับไหลแม้ในค่ำคืนนี้ฝนจะตกไม่ลืมหูลืมตา แต่แสงนั่นก็สว่างมากพอที่จะทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นเห็นและออกตามหาแสงประหลาดมายังบ้านของเธอ
“ออกมานะนังแม่มด” เสียงตะโกนและเคาะประตูดังแข่งกับเสียงฝนที่กระหน่ำตกไม่ลืมหูลืมตาหญิงสาวลุกขึ้นกระชับผ้าคลุมกาย ก่อนจะเอ่ยถามถึงผู้มาเยือนใบหน้าสวยหวานดวงตาสีเขียวมรกต เส้นผมตรงดำเหยียดยาวถึงกลางหลังเดินอุ้ยอ้ายมาที่หน้าประตู
“ใครคะ” สิ้นเสียง ประตูบานหนักก็ถูกถีบโดยแรงชายฉกรรจ์และชาวบ้านหลายสิบยืนคอยเธออยู่หน้าบ้าน ทุกคนเปียกปอนจากพายุฝนที่เย็นฉ่ำจนหนาวเหน็บแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจร้อนรุ่มภายในของพวกเขาลดอุณหภูมิลง
“จับมันไปฆ่าทิ้งเสียนังแม่มด” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นสีหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธแค้น
“ข้าไม่รู้พวกท่านพูดเรื่องอะไร” หญิงสาวยกมือกุมท้องไว้ราวกับจะแสดงให้พวกเขาได้เห็นใจว่าเธอกำลังจะป็นแม่คน
“จะไม่รู้ได้อย่างไร เมื่อครู่มีแสงประหลาดหล่นลงมาที่บ้านเจ้าแล้วมันก็หายไปต้องเป็นวิญญาณชั่วร้ายเป็นแน่” หนึ่งหญิงวัยกลางคนที่ร่วมขบวนมาเอ่ยไขข้อกระจ่างให้หญิงสาว
“ข้าไม่รู้ว่าพวกท่านเห็นอะไรแต่ที่นี่ไม่มีใครและแสงใดแบบที่พวกท่านว่า” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็งเธออยู่คนเดียวและไม่มีใครปกป้องเธอได้แต่เธอเป็นเพียงคนเดียวที่จะปกป้องลูกน้อยในท้องเธอ หญิงสาวจึงถอยหนีเพื่อตั้งหลักจากผู้คุกคาม
“นังแม่มดต้องเป็นเด็กที่อยู่ในท้องแกแน่ที่มีวิญญาณร้ายเข้าสิงมันต้องเติบโตมาทำร้ายพวกเราในหมู่บ้านแน่ พวกข้าไม่เคยเห็นแม้กระทั่งสามีเจ้าแต่เจ้าท้องได้อย่างไร” เป็นอีกคนในคณะที่ชี้หน้ากล่าวหาเธอ
“ข้ามีสามี แต่เขาออกไปต่างเมือง” หญิงสาวตอบ
“ไม่จริงพวกข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยพบพ่อแม่เจ้า และไม่เคยเห็นสามีเจ้ามีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นในหมู่บ้านเรา มีคนตายเป็นว่าเล่นต้องฝีมือเจ้าแน่ ๆ” ชายคนแรกพูดขึ้นอีกเพราะคนที่ตายหนึ่งในนั้นคือน้องชายของเขาเอง และมีหลายคนที่ตายอย่างเป็นปริศนาเขาจึงคิดว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงตรงหน้าเพราะน้องชายเขาเคยมาติดพันหล่อนอยู่
“พวกนั้นเมาแล้วทะเลาะกันเองใยพวกท่านมาโทษข้า” หญิงสาวตอบตามจริงเพราะผู้คนเหล่านั้นชอบสังสรรค์ดื่มเหล้า เธอพบเห็นบ่อยเพราะต้องออกไปจ่ายตลาดในบางครั้งบางทีก็เดินตามมาวุ่นวายกับเธอบ่อย ๆ แต่เธอไม่เคยสนใจ
“มันต้องเป็นเพราะเจ้าที่ทำให้ขาดสติแน่ ๆจับมันไปฆ่าทิ้งเสีย” ชายคนแรกยังปักใจเชื่อว่าเหตุที่น้องของเขาต้องมาตายเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้
ชายคนแรกจึงพุ่งตรงเข้าไปคว้าแขนเธอแล้วออกแรงกระชากจนหญิงสาวเซถลาตามไปและไม่วายยังมีอีกหลายคนที่ตามเข้ามาช่วยกับจับเธอให้ออกมานอกบ้านด้วย
“อย่านะ ปล่อยข้า ข้ากำลังจะมีลูกไม่เห็นแก่ข้าก็เห็นแก่เด็กที่ยังไม่เกิดมาบ้าง” หญิงสาวร้องท้วงเธอไม่สามารถสู้แรงคนพวกนี้ได้เลย
“มันไม่สมควรได้เกิดอยู่แล้ว จับตัวมันไป” หญิงคนหนึ่งออกความคิด เธอเกลียดผู้หญิงท้องแก่คนนี้เพราะสามีเธอชอบเอาความสวยของนางมาพร่ำเพ้อให้ฟังบ่อย ๆและผู้ชายในหมู่บ้านหลายคนก็เป็นเช่นนั้นเอาแต่หลงเสน่ห์ความสวยของนางทำให้ยิ่งปักใจเชื่อว่าผู้หญิงท้องแก่คนนี้คือแม่มด ที่ทำเสน่ห์ให้ชายในหมู่บ้านหลงใหล
แต่แล้วอยู่ ๆ นางก็ท้องขึ้นมาซึ่งเธอและหญิงในหมู่บ้านต่างไม่เคยมีใครเห็นสามีนางมาก่อนอาจจะเป็นลูกจากสามีใครสักคนก็เป็นได้ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงผู้หญิงคนนี้ก็ส่ำส่อนจนสมควรจะฆ่าทิ้งไปเสีย
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า” ชายฉกรรจ์ฉุดลากเธอออกไปท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำไม่หยุด
บ้างทุบตีบ้างทำร้ายไปตลอดทางอย่างไม่ปรานีทั้งตบหน้าทึ้งผมเพื่อนำเธอเข้าไปในเมืองเธอพยายามดิ้นรนขัดขืนทุกทางแต่ก็ไม่เป็นผลจนกระทั่ง…
“ชั้วะ!” เสียงอาวุธแหวกอากาศตัดคอของคนที่กำลังยื้อยุดหญิงสาวอยู่จนขาดกระเด็นเหล่าผู้หญิงในคณะต่างกรีดร้องตกใจด้วยความกลัว เธอจึงอาศัยจังหวะนี้ วิ่งหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือในเมือง
ในขณะที่ชาวบ้านเหล่านั้นกำลังต่อสู่กับบุคคลปริศนาเธอซึ่งหนีออกมาก็เกิดปวดท้องกะทันหัน น้ำคร่ำแตกไหลทะลักเธอรู้ดีว่าอีกไม่นานเธอจะต้องคลอดออกมาเป็นแน่แท้
“ผั้วะ!” ท่อนไม้ใหญ่ฟาดเข้าที่หัวของเธออย่างจังจนล้มลง
“ฉันไม่ยอมให้แกหนีไปได้หรอก นังแม่มด แกต้องตายเพราะแกฆ่าสามีของฉัน” หญิงคนหนึ่งกระหน่ำฟาดไม้ไม่ยั้งใส่หญิงท้องแก่แต่ด้วยความเป็นแม่เธอกุมท้องไว้แล้วพยายามคลานหนีเพื่อรักษาชีวิตลูก
ตลอดชีวิตของหญิงสาวเธอไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครพ่อแม่เธอนำเธอมาทิ้งไว้ที่เมืองนี้แจ้งไว้แค่ว่าจะกลับมารับแล้วไม่เคยกลับมาอีกเลยจนกระทั้งเธอเติบโตและรับจ้างหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำจนชีวิตดีขึ้น
เธอพบรักกับชายคนหนึ่งซึ่งเขาแสนจะวิเศษและมีเพื่อนที่ดีอีกคนที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอแต่เพื่อนที่แสนดีของเธอก็หายตัวไปในวันแต่งงานของเธอกับสามี และไม่ได้พบกันหลายปีแล้วหากวันนี้เธอจะต้องตายก็อยากจะพบหน้าสามีหรือเพื่อนรักของเธออีกสักครั้ง
แต่ตอนนี้เธอยังตายไม่ได้ลูกน้อยของเธอกำลังจะออกมาลืมตาดูโลก เธอจะไม่ยอมตายจนกว่าลูกของเธอจะปลอดภัย
เธอตะเกียกตะกายหนีจนได้ก้อนหินก้อนหนึ่งมาไว้ในมือและตอบโต้คนที่คร่อมร่างทุบตีเธออยู่ด้วยการฟาดหินก้อนนั้นใส่เต็มแรงจนนางล้มลงนอนแน่นิ่งไป
สภาพร่างกายของหญิงสาวที่บาดเจ็บเจียนตายนี้ยังคงตะเกียกตะกายหาทางรอดแม้ขาจะหักหนึ่งข้างตามตัวจะมีบาดแผล และท้องที่ปวดหน่วงรุนแรงใกล้คลอดเต็มที แต่เพื่อลูกแล้วเธอจึงพยายามทำทุกทางให้ไปได้ไกลที่สุด
โชคเข้าข้างเธอเมื่อเห็นสถานสงเคราะห์อยู่ข้างหน้า สายฝนยังคงเทกระหน่ำมือหญิงสาวไขว่คว้าคลานเข้าหาชายคาที่แห่งนั้น แต่เธอก็หมดแรงเสียก่อนบวกกับปวดหน่วงจนเกินจะขยับตัวไหว
“เหตุใดเจ้าถึงต้องลำบากเช่นนี้” ร่างหนึ่งเข้าประคองเธอแล้วกอดเธอไว้แนบอกชายในชุดคลุมหน้ากากสีขาวสะอาดตา กำลังพยายามเขย่าตัวเรียกสติเธออยู่ก่อนจะอุ้มเธอเข้ามาหลบฝนใต้ชายคาสถานสงเคราะห์
“ท่าน ท่าน ช่วยลูกข้าด้วย ข้ากำลังจะคลอด” เสียงเอ่ยแผ่วเบาขอร้องคนที่ประคองเธออยู่
“ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่เนลล่า” ชายหน้ากากเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน
“ทะ... ท่านรู้ จักข้า ขะ... ข้าไม่มีเวลา ทิ้งข้าไว้แล้วพาลูกข้าหนีไป” หญิงสาวเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นแตะหน้ากากสีขาวนั้นแล้วค่อยๆ ดึงมันออก อย่างน้อยก็ขอจดจำใบหน้าผู้มีพระคุณก่อนจะสิ้นลมไป
“เอิร์นนิส เป็นท่าน” เนลล่าแย้มยิ้มอ่อนระโหยก่อนจะสิ้นลมในที่สุดน้ำตาเธอรินไหลรดสิ่งที่เอิร์นนิสพกติดตัวมาด้วยพร้อมกับร่างทารกหญิงที่คลอดออกมาแต่ดูเหมือนว่าทารกน้อยจะไม่หายใจเสียแล้ว
ช่วงเวลาเป็นตายไข่ใบสีดำส่องแสงสีเขียวเรืองเปลือกไข่ปริแตกก่อเกิดเป็นร่างทารกชายอยู่ข้างกายของเขาเอิร์นนิสแปลกใจที่น้ำตาของเนลล่าให้ร่างกายแก่ไข่มังกรทารกชายหายใจแต่ไม่มีเสียงร้องใด ๆดวงจิตผู้ฟูมฟักของสองไฮดราคงอยู่ในร่างของเนลล่าเป็นแน่จึงทำให้ไข่ฟักตัวเขาจึงห่อร่างเด็กชายด้วยผ้าคลุมของเขาแล้วผูกไว้กับอกก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เขาหัวใจแหลกสลาย
เนลล่า คนที่เขาแอบรักมาตลอด สิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกับลูกน้อยที่เพิ่งคลอดที่เขาทำได้คือส่งร่างทารกหญิงให้อยู่ในอ้อมกอดของเธอเขาเสียใจและโกรธแค้นผู้ที่ได้หัวใจของเนลล่าไปยิ่งนักช่วงเวลาเช่นนี้คนผู้นั้นไม่คิดจะมาดูแลคนรักเลยแม้แต่น้อยปล่อยให้เธอทรมานจนต้องตาย หากพบคนผู้นั้นเขาจะฆ่าทิ้งเสีย
แต่แล้วก็มีบางคนกำลังตามมาและกระแสเวลาของโองการกำลังถูกบิดเบือนจวนเจียนจะปิดเขาทำได้แค่กอดร่างของเนลล่าไว้แนบแน่นเพื่อบอกลา ก่อนจะวางร่างเธอลงไว้ดังเดิมเขาไม่สามารถช่วยใครได้เลย
มีผู้มาจากโลกที่ถูกซ่อนบิดเบือนเวลาในโลกเดิมก่อนมาโลกนี้เพื่อตามหาดวงจิตผู้ฟูมฟักเช่นกันพลังจากมังกรตามรอยเขารู้ดี และเขาต้องหาที่ซ่อนก่อน
เป็นทรีบาสที่พบเข้ากับร่างของเนลล่าและทารกน้อยนั่นเสียงร้องไห้จ้าของทารกหญิงดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าเด็กน้อยนั้นไม่ตายแต่น้ำตาของเนลล่าที่หยดลงบนเปลือกไข่สีเถ้าถ่านนี้คือน้ำตาแรกกำเนิดน้ำตาแห่งความเป็นและตายในเวลาเดียวกันดวงจิตผู้ฟูมฟักถูกถ่ายไปยังร่างของเด็กทารกหญิงนั่นแล้ว
เขาซึ่งสังเกตการณ์อยู่พบว่ามีแสงสว่างเรืองออกมาจากไข่ที่ทรีบาสนำติดตัวมาด้วยก่อนจะฟักออกมาเป็นทารกชายเช่นกันเด็กชายคนนั้นได้ร่างแบบเดียวกับเด็กในอ้อมอกเขาด้วยน้ำตาแรกเกิดของเด็กทารกหญิงช่างเป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่พลังจากน้ำตามนุษย์เหล่านี้จะสามารถสร้างขึ้นได้ที่สำคัญไข่มังกรที่เขามีกับที่ทรีบาสมีคือไข่แฝดซึ่งใบหนึ่งโรเกลได้ให้กำเนิดโดยสมบูรณ์ก่อนโรเกลจะตายแล้วถูกทรีบาสเก็บรักษาไว้ส่วนอีกหนึ่งใบยังอยู่ในท้องของโรเกลซึ่งสิ้นใจไปแล้วและเขาไปพบเข้าโดยบังเอิญ
เขาจำต้องทิ้งเนลล่าไว้ที่นั่นโดยที่ทำอะไรไม่ได้เขาอยากจะช่วยเธอมากกว่านี้ อยากจะมองใบหน้าเธอให้นานกว่านี้แต่คงไม่ทันการเสียแล้ว
กำลังมีคนออกมา และทรีบาสเองก็กำลังจะกลับเขาพบว่าทรีบาสไม่ได้นำเด็กมนุษย์ไปด้วย ลูกของเนลล่าคงจะปลอดภัยกว่าหากอยู่ที่นี่และเขาต้องชิงกลับไปก่อนที่จะถูกทรีบาสจับได้ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนในสถานสงเคาะห์นั่นที่จะจัดการกับศพเนลล่า
เด็กหญิงคนนั้นคือผู้ฟูมฟักของมังกรน้อยตนนี้เขาจำต้องรอเวลาเพื่อนำพาให้เด็กมนุษย์ตามไข่มายังโลกเซนเทียเขาจะทำให้มังกรน้อยตนนี้ปลอดภัย เพราะอย่างน้อยตัวแทนของเนลล่าจะต้องเข้ามายังเซนเทียเพื่อฟูมฟักมังกรตนนี้สักวันและเขาจะไม่มีวันลืมการสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไปอย่างแน่นอนการแก้แค้นสักวันจะต้องมาถึง
เซนเทียน่า
ที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขาคือที่ที่อันตรายที่สุด ชายหน้ากากจึงนำร่างทายาทราชา หลบเร้นพลังมาไว้ที่นี่เขตแดนปีศาจหุบผายมทูต
“เอิร์นนิส เจ้านำพาสิ่งใดมาเล่า” เสียงยียวนกวนประสาทจากเพื่อนเก่าแก่เดินตรงรี่เข้ามาทักทายเขาที่สวมหน้ากากไว้มิดชิดปีศาจตนนี้รู้เพียงแค่นามเขาแต่ก็ยังไม่มีใครเคยพบเห็นใบหน้าเขามาก่อน
“ทารกข้าอยากฝากเจ้าเลี้ยงดูเด็กน้อยนี่ได้หรือไม่” เขายื่นทารกให้คนตรงหน้า
“ปีศาจเป็นตายอย่างพวกข้าจะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เติบใหญ่เป็นสิ่งที่ดีได้ยังไงเจ้าก็น่าจะรู้” เจ้าของเสียงยังไม่ยอมยื่นมือมารับ
“ข้าจะแวะเวียนมาเยี่ยมจะเลี้ยงดูเช่นไรเป็นเรื่องของเจ้า อย่าให้ตายก็พอ” เอิร์นนิสกล่าวจบก็ยัดทารกใส่อ้อมแขนคนตรงหน้าไว้จนได้
“มิเช่นนั้นพื้นที่แถบนี้ข้าจะย่อยมันจนพวกเจ้าไม่มีที่อยู่” เอิร์นนิสขู่สำทับอีกรอบ หากไม่ยอมรับเลี้ยง
“ข่มขู่เช่นนี้มีหรือพวกข้าจะปฏิเสธแค่ไม่ให้ตายก็พอสินะ” หัวหน้าปีศาจเป็นตายชูเด็กน้อยขึ้นมาดูหน้าตา
“แล้วข้าจะมาอีก ‘เฮรีม’ ฝากเจ้าด้วย” เอิร์นนิสทำท่าผละจากไป
“แล้วจะให้ข้าเรียกทารกใบ้นี่ว่าอะไรมันไม่ร้องเลยนี่หว่า” เฮรีมจับทาทกน้อยพลิกไปพลิกมาก็ไม่ได้ยินเสียงสักแอะ แต่ก็ยังหายใจอยู่
“ฮาร์ม” เอิร์นนิสตอบเสียงห้วน
“แหม ตั้งให้คล้องกับเผ่าปีศาจซะด้วย ก็ได้ ๆไอ้หนูนี่ชื่อฮาร์ม ข้าจะเลี้ยงมันให้ชั่วร้ายเหมือนข้าเลยคอยดูอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกันที่เอาเด็กมาฝากปีศาจเลี้ยงน่ะเจ้า ‘บดีดิน’” เฮรีมพูดจบเขาก็ส่งทารกให้กับสมุนปีศาจของเขาต่อไป