ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่33 คำลวง


    ธุรกิจแบบบุฟเฟ่ต์โดยส่วนใหญ่ได้กำไรเพราะวัตถุดิบราคาถูก จำเป็นต้องมีแหล่งวัตถุดิบ ไม่งั้นเปิดไปจากได้กำไรกลายเป็นขาดทุนในส่วนของอาหารทะเลเจมส์ใช้ให้ทอยจัดการทั้งหมด ไม่ต้องต้องออกค่าน้ำมันใดๆ กับเรือยอร์ช แค่เสียค่าเหมารถสองแถวนำของทะเลมาที่ร้านกำไรส่วนนี้นับว่ามากพอตัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนต่างค่อนข้างน้อย กลับกันแล้วหากยังเพิ่มวัตถุดิบคุณภาพสูงภายในร้านอีก ถึงจะไม่เสียค่าน้ำมันเรือก็ไม่ได้หมายความว่าได้กำไรคนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ของดีๆ จนลืมไปว่านอกจากอาหารทะเลแล้วในร้านยังมีอย่างอื่นอีก และกำไรส่วนหนึ่งก็มาจากวัตถุดิบพวกนี้แหละยิ่งเป็นของที่กินแปบเดียวอิ่ม นั่นจะทำให้ลูกค้านั่งทานได้ไม่นาน กำไรเข้ากระเป๋าร้านไม่มีออก ดังนั้นเจมส์จึงมองว่า ขนมของแก้มบุ๋มฟังดูไม่เลว“แล้วแม่ของคุณจะเริ่มงานได้วันไหน” เจมส์ถามหลังจากไตร่ตรองสักพัก“เอ่อ...แม่คงไม่สะดวกมาทำงานค่ะ แต่ถ้าหากคุณเจมส์อยากสั่งขนมแม่ละก็ ยินดีเลยค่ะ” แก้มบุ๋มไม่ใช่คนโง่ ถ้าหากแม่มาทำงานที่ร้านจะได้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว กลับกันหากขายอยู่ในตลาดแต่ทำขนมส่งร้านไปด้วย นั่นจะเป็นการทำเงินที่มากกว่าเงินเดือนปกติ“อ๋อ...” เจมส์ไม่ขัดหากต้องซื้อขนมมาขายจากข้างนอก แต่ถ้าหากมองมุมของผู้นำองค์กร การทำแบบนั้นทั้งที่เรามีอุปกรณ์ครบครัน ช่างเป็นการกระทำที่งี่เง่าเหนือสิ่งอื่นใดคือค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น ที่เห็นว่าซื้อซูชิเมย์ก็เพราะนั่นเป็นช่วงแรกเปิดร้าน ไม่ค่อยมีของในร้านมากจึงจำเป็นต้องเสียเงินซื้อส่วนตอนนี้มีพ่อครัวแล้ว แค่ต้องคุยกับพวกเขาให้ดีๆ ถึงเรื่องเวลาเริ่มงานที่ต้องปรับเปลี่ยน รวมถึงค่าแรงที่เพิ่มขึ้นทั้งหอยและลุงปั้นต่างก็มีประสบการณ์ทำงาน เจมส์ไม่ต้องการของอร่อยมาก แต่ก็ไม่แย่จนเกินไป แค่อยากให้มีแน่นร้านไม่ถูกบ่นเท่านั้นเอง“คุณเจมส์สะดวกคุยกับแม่ไหมคะ จะได้ตกลงราคาถูก” แก้มบุ๋มคิดไปเองว่าเจมส์ต้องตกลงแน่ เพราะตอนนี้ร้านขายดีเวอร์ ไม่แปลกหากเจ้าของร้านต้องการยกระดับความพึงพอใจลูกค้าด้วยของกินอีกหลายชนิด“คงยังก่อนครับ ช่วงนี้ผมมีเรื่องให้คิดเยอะ ไว้คราวหน้าแล้วกัน”แก้มบุ๋มอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเพียงพูดว่า “งั้นเหรอคะ...ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าคุณเจมส์อยากทานขนมห่อเมื่อไหร่บอกฉันได้นะคะ เดี๋ยวจะเอามาฝาก”เจมส์ยิ้มให้เธอหน่อยนึง จากนั้นลุกขึ้นยืน เดินไปช่วยลิงเก็บโต๊ะ ทำความสะอาดรอรับลูกค้ากลุ่มถัดไปแก้มบุ๋มเมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านไม่สนใจ หล่อนบุ้ยปากไม่สบอารมณ์ พึมพำเสียงเบา “ทำไมกันละ...หรือว่าเขาจะไม่ชอบขนมห่อ...ไม่น่าใช่ อย่างน้อยเราก็บอกไปว่าแม่ไม่ได้ทำเป็นอย่างเดียว ขนมหม้อแกง ขนมไทย ขนมจีบ ซาลาเปา ทำได้ตั้งเยอะแยะแต่กลับไม่เลือกซักอย่างสองอย่าง แปลกชะมัด”เจมส์และแก้มบุ๋มคิดต่างกัน หล่อนคิดว่าแม่ควรขายส่งได้ทั้งสองทาง ทั้งตลาดและส่งร้านบุฟเฟ่ต์ วิธีนี้จะทำให้ได้เงินเยอะกว่าการเป็นลูกจ้างส่วนเจมส์คิดแค่ว่ามันไม่คุ้มหากต้องซื้อจากข้างนอก ไม่สู้เพิ่มเงินเดือน เพิ่มเวลาให้พ่อครัวในร้านทำดีกว่า..............วันต่อมาเจมส์เรียกพ่อครัวสองคนเข้ามาคุย หอยและลุงปั้น“พวกคุณพอจะแนะนำพ่อครัวให้ผมได้ไหม ขอเป็นคนมีประสบการณ์ในครัวอย่างน้อย 10 ปี โสดไม่มีพันธะได้ยิ่งดี” ความจริงเจมส์คิดจะเพิ่มเงินเดือนให้พ่อครัวสองคน จากเดือนละสองหมื่นเป็นสามหมื่นบาท โดยเพิ่มเวลาทำงานเป็นเท่าตัวทว่าหลังจากขบคิดจนถี่ถ้วน วิธีนี้ดูไม่เวิร์คเท่าไหร่ ปั้นและหอยต้องทำงานหนักขึ้น ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน รสชาติอาหารอาจเพี้ยนรวมถึงสุขภาพร่างกาย นั่นอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับร้าน เจมส์จึงใช้วิธีหาพ่อครัวอีกคน มาเติมเต็มช่องว่างระหว่างเวลาทำงานของพวกเขา“ผมมีเพื่อนอยู่ในครัวเยอะแยะเลย แต่ถ้าเป็นประเภทมีประสบการณ์ในร้านมากกว่า 10 ปี ส่วนใหญ่พวกเขามีร้านเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็เป็นพ่อครัวประจำร้านอื่น” ปั้นตอบหลังจากครุ่นคิดได้สักพัก“ผมมีเพื่อนอยู่โคราชคนหนึ่งครับ มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 10 ปี โสดแต่มีลูกสาวสองคน ตอนนี้เห็นว่าว่างงานเพราะถูกไล่ที่ สถานการณ์ค่อนข้างแย่ถ้าหากคุณเจมส์อยากดึงตัวเขาเข้ามาทำงาน ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ผมว่าเขาต้องตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด” หอยมีเพื่อนอยู่หลายจังหวัด โดยเฉพาะแถบทางภาคอีสานเขาแทบจะรู้จักทุกคน“งั้นคุณลองติดต่อไปแล้วกัน” เจมส์มอบหมายหน้าที่ให้พ่อครัวหอย คุยอีกสองสามประโยค จากนั้นออกจากร้านไปพร้อมกับทอยขึ้นรถสองแถวค่าโดยสาร 7 บาทมาลงที่ศูนย์ตาต้า รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่คนไทยมานับสามสิบปีเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในศูนย์มีเซลล์ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาทักทาย ป้ายชื่อติดคำว่านัชชา หล่อนยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แล้วยังแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ในศูนย์เพียงแต่ขั้นตอนดังกล่าวเจมส์เหมือนหมาหัวเน่าที่ถูกทิ้งกลางทาง หล่อนไม่สนใจเขาเลย มองแต่ทอยทั้งยังบริการน้ำดื่มถึงมือ ช่างเป็นการบริการสองมาตรฐานชัดๆ“รถสวยดีนะครับ แต่ไม่รู้ว่าเบาะข้างในจะนิ่มหรือเปล่า ยิ่งผมตัวหนักด้วย ถ้าหากนั่งไปแล้วเบาะยุบละแย่เลย” ทอยเป็นหุ่นยนต์ สามารถสแกนโครงสร้างรถยนต์ตรงหน้าได้อย่างไม่มีปัญหาเขาสามารถบอกได้ว่ารถคันนี้มีจุดบกพร่องตรงไหน แต่อย่างใดก็ตามไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้“นิ่มสิคะ นี่เป็นเบาะอย่างดีจากโรงงาน รับรองว่านั่งไปไม่เจ็บก้น หรือถ้าหากจะนั่งตักซ้อนกันระหว่างขับรถ....ก็เด้งดึ๋งดึ๋งจนคุณลูกค้าต้องติดใจ อยากนั่งอีกหลายๆ ครั้งเลยล่ะค่ะ” นัชชาไม่เพียงมองหน้าทอย ระหว่างให้คำแนะนำยังสำรวจเป้ากางเกงตุงๆ“งั้นมานั่งกับผมไหมครับ รับรองว่าคุณจะไม่มีวันลืม” กล่าวจบทอยเริ่มโพสต์ท่าทาง มันเป็นท่าสุดน่าอายที่จอร์ส ไมรดัสตั้งโปรแกรมไว้ ถึงอย่างนั้นก็เถอะทำไมเธอถึงต้องหน้าแดงด้วย ทั้งที่ในสายตาเจมส์ท่าโพสต์ออกจะตลกมากขนาดนั้น“คุณมีโปรโมชั่นอะไรบ้างเหรอครับ” เจมส์ถามเข้าประเด็น ขืนปล่อยให้คุยกับทอยนานกว่านี้คงไม่ได้ไปไหนสักทีนัชชาหลือบมองเจมส์ด้วยหางตา ค่อนข้างไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะหยอกเย้าหนุ่มหล่อ ทว่าในขณะนั้นมีมือคู่หนาเข้ามาโอบเอว พูดด้วยเสียงดุดันว่า“เจ้านายผมถามคุณก็บอกไปสิ” ในระยะใกล้เพียงเอื้อมมือรีมฝีปากก็จะถูกฉกฉวย ไหนจะถูกสัมผัสตรงเอวบาง นัชชาแทบวิญญาณหลุดออกจากร่าง ทว่าต้องกัดฟันคงสติไว้ ตอบด้วยเสียงกระเส่า............ครึ่งชั่วโมงถัดมาเจมส์กลับมาที่ร้าน ไม่รู้เป็นเพราะทอยหรือยังไงเขาถึงได้ส่วนลดหนึ่งแสน แถมของแต่งอีกเพียบ เรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มราคารถตาต้ารุ่นตัว J ห้าแสนบาท วางเงินดาวน์หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ผ่อน 24 เดือน ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากวางดาวน์ค่อนข้างน้อยแถมยังผ่อนแค่สองปี เดือนนึงต้องจ่ายค่างวดรถค่อนข้างสูง แต่นั่นไม่มีปัญหา ลำพังตอนนี้แค่หนึ่งวันเจมส์ทำเงินได้มากกว่าหนึ่งแสนบาท ไม่ต้องกังวลเลยว่าเงินจะไม่พอค่างวดรถกว่าจะได้รถก็ราวๆ 15 วัน ช่วงนี้เจมส์จึงต้องใช้บริการรถสองแถวไปก่อนส่วนเรื่องใบขับขี่ถึงเจมส์จะไม่เคยขับรถก็แค่หาเวลาช่วงรอรถไปหัดซะ อีกอย่างหนึ่งเจ้าโง่ทอยก็ขับเป็น คงจะให้หมอนี่สอนแทนเสียเงินจ้างครูในพัทยาแต่อย่างใดก็ตามทอยไม่ใช่คนไทย ไม่มีบัตรยืนยันตัวตนจึงไม่สามารถสอบใบขับขี่ได้ ไม่งั้นอาจถูกตำรวจเรียกปรับเป็นเงินหลายพันบาททว่าเรื่องนี้เจมส์ได้เตรียมการรับมือแล้ว หลังจากที่เขาเสร็จภารกิจจากร้านหมูกระทะ นั่งวินมอไซค์กลับหาดจอมเทียน ขึ้นเรือยอร์ชอยู่กันสองคนกับทอย ค่อยมีเวลาพักหายใจเอาหนังสือออกมาจากกระเป๋าตั้งแต่เอาคืนร้านศรีอัมพรฝั่งตรงข้าม เจมส์ก็ไม่เคยหยิบหนังสือเรื่องราชันวิญญาณขึ้นมาอ่านอีกเลย เพราะสิ่งของในหนังสือเรื่องนี้อันตรายมาก แถมยังมีความสยดสยองเกินรับไหว จึงไม่คิดใช้สุ่มสี่สุ่มห้าแต่ด้วยความที่ทอยเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีบัตรประจำตัวก็ต้องใช้ของวิเศษจากหนังสือเข้าช่วยสักหน่อยในขณะที่เรือแล่นฉิวใต้น้ำด้วยโหมดดำน้ำ เจมส์เจอของที่ต้องการหลังจากใช้เวลาร่วม 30 นาที'คำลวง เมื่อเขียนสิ่งใดก็ตามลงไปในนามบัตรใบนี้ คนที่เห็นบัตรจะคิดว่ามันเป็นสิ่งนั้นจริงๆ จำเป็นต้องเขียนด้วยเลือดของผู้ถือครอง''ผลเสียด้านลบ หากพกติดตัวเป็นเวลานาน จะถูกวิญญาณลอบทำร้าย'ในมือของเจมส์คือนามบัตรสีขาวธรรมดาหนึ่งใบ ทั้งด้านหน้าและหลังไม่ต่างกัน ดูคล้ายกับนามบัตรราคาถูกก่อนพิมพ์แจกตามถนนแต่ทว่านี่เป็นสิ่งที่อยู่ในเรื่องราชันวิญญาณ เป็นหนึ่งในของต้องอาถรรพ์ที่ตัวร้ายใช้ลอบเข้าไปขโมยข้อมูล ดังนั้นย่อมไม่ใช่นามบัตรธรรมดา“ทอย ใช้เลือดของนายเขียนชื่อตัวเองลงบนนามบัตรนี่ แล้วก็กำกับว่าเป็นใบขับขี่” เจมส์ปิดหน้าหนังสือ จากนั้นยื่นบัตรสีขาวให้ทอยที่กำลังเล่นกับปูทะเลในอ่างพักปลากลางเรือ