บ่ายโมงเศษสมาชิกต่างพร้อมแล้วทั้งทีมคทากรและทีมชุดเทิดพระเกียรติในมือต่างมีอุปกรณ์เพื่อเข้าร่วมขบวนไม่ว่าจะเป็ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ป้ายเทิดพระเกียรติ พานพุ่ม ธงสัญลักษณ์ ป้ายสีและธงสี
“พี่พีให้เซตอาจารย์ลงตอนไหน” หน้าลิฟต์มีรุ่นพี่เดนท์ปี 3 คอยคุมคิวทยอยลงไปชั้นล่าง
“อาจารย์คิวต่อจากชุดราชประแตนเลยค่ะ”
ปีนี้พิเศษเพราะมีอาจารย์ทันตแพทย์มาใหม่อีกสี่ท่านเข้าร่วมในขบวนพาเหรดทั้งหมดเป็หญิงสาวอายุสามสิบต้นๆ ขาวหมวยไทป์หมอ
“พอแต่งหน้าทำผมอาจารย์ใหม่ก็ดูเด็กไม่แตกต่างจากหมอนักเรียนเลยนะพี่”
“พี่ก็ว่างั้นพี่แป๋มก็ดูสวยมาก พี่ว่าร้านนี้แต่งหน้าทำผมใช้ได้เลย” นอกจากหมอแล้วยังมีหัวหน้าสาวฝ่ายบริหารมาร่วมถือป้ายกีฬาสีอีกคนหนึ่ง
“ฟ้ากับน้ำหวานเตรียมทิชชู่กับผ้าเย็นไว้นะแล้วไปรอที่ข้างล่างได้เลยเอานี่ผังขบวน พี่สิริกับพี่ส้มรออยู่ข้างล่างแล้วเดี๋ยวพี่ตามลงไป”ภัควริณย์สั่งการสองสาวที่คอยช่วยงาน
พอปล่อยหมอนักเรียนชุดแรกลงไปก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆดังราวกับไปเชียร์คอนเสิร์ต
“พี่ว่ากว่าจะตั้งแถวได้คงใช้เวลาถ่ายรูปกันนานเลยล่ะเสียงกรี๊ดดังขนาดนี้อยู่ชั้น 5 ยังได้ยิน ลีดลงไปเป็เซตสุดท้ายพร้อมกับหมอกมลนะ”
“ได้ค่ะ”กมลภพรับคำเสียงหวานอีกทั้งยังควงแขนเพื่อนซี้อย่างศวัสไม่ปล่อย
“หมอกมลแย่งซีนเพื่อนสุดๆ”ลลิตาพูดขำๆ ขณะมองดูคิวถ่ายรูปของหมอสุดฮอตทั้งจากเพื่อนหมอและอาจารย์ที่ทราบข่าวต่างแวะเวียนมาให้กำลังใจกันล้นหลาม
“ควงแขนหมอศวัสอย่างนี้มีพิธีสงฆ์หน่อยล่ะแต่งจบ”ภัควริณย์หัวเราะคนที่โพสต์ท่าทางไม่ซ้ำให้กล้อง
“หมอกมลนี่แกจะเอาฮาไปไหน” ฟ้ากุมโทรศัพท์มือถือไว้แน่นรอจังหวะเหมาะๆเข้าไปขอถ่ายรูปกับทันตแพทย์ศวัสแต่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ “ดูนั่นกำลังจะหอมแก้มหมอไวน์กรี๊ดดด”
“หล่อนจะมัวยืนกรี๊ดอยู่ทำไมฟ้าไปขอถ่ายรูปกับหมอสิเดี๋ยวลงไปข้างล่างจะมีโอกาสไหมคนเยอะนะ”
“แหมพี่ลลิแค่ได้มองอยู่ตรงนี้หนูก็มีความสุขแล้วเนาะน้ำหวานเนาะ”ฟ้าหันไปขอความเห็นน้ำหวานซึ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย
“นี่อย่าบอกว่าสองคนยังไม่ได้เซลฟี่กับหมอ”
โธ่...รออะไรอยู่เนี่ยแม่เต่าน้อย
“เอาไงจะถ่ายรูปกับหมอก่อนไหมนั่นดูท่าจะว่างแล้ว”
ฟ้าฉีกยิ้มยกมือถือถ่ายคลิปแต่ไม่เอาตัวไปเข้าใกล้“ตรงนี้ก็พอ ขอทำใจก่อน”
ประธานจัดงานถึงกับส่ายหัวไม่ใช่ว่าทำใจจนตัวเองเรียนจบไปหรอกนะ
ภัควริณย์ลงลิฟต์มาเป็กลุ่มสุดท้ายพร้อมกับทีมอาจารย์พอลิฟต์เปิดออกชั้น 1 ก็เป็ดังที่คาดการณ์เอาไว้เมื่อกรุ๊ปเชียร์ลีดเดอร์หนุ่มลงไปก่อนหน้าเรียกเสียงกรี๊ดดังราวกับมีแฟนมีตศิลปินต่างชาติเ้าหน้าที่และนักเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์ต่างออกันบริเวณประตูทางเข้าเพื่อถ่ายรูปกับหมอที่ทยอยลงมาทำเซอร์ไพรส์ให้งานกีฬาสีซึ่งปีนี้เป็ปีแรกที่มีทันตแพทย์ผู้เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆเข้าร่วมกิจกรรมเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การจัดขบวนพาเหรดล่าช้าไปพอสมควร
“หมอช้าหน่อยนะคะเพราะว่าคนรุมถ่ายรูปเต็มเลยทั้งเ้าหน้าที่ทั้งอาจารย์”หัวหน้าทีมโทรหารองฯ มนัสที่อยู่เต้นท์กองกลาง
“ไม่เป็ไร ผอ.ยังติดงานเลี้ยงที่กรมอยู่เลยว่าแต่เป็ไงมั่ง”
“หมอได้ยินเสียงกรี๊ดกระหึ่มไหมล่ะนั่นแหละกว่าจะเดินออกมาได้ ตอนนี้ก็ยังถ่ายรูปกันไม่เสร็จเลย”
“ปล่อยตามสบาย ถ้าผอ.มาถึงหมอจะโทรบอก”
เรียกว่าวันนี้เป็วันศิลปินพบปะแฟนคลับโดยแท้บุคลากรของหน่วยงานทั้งเ้าหน้าที่และหมอสต๊าฟต่างมาถ่ายรูปร่วมกับผู้เข้าร่วมขบวนพาเหรดกันไม่หยุดหย่อนผิดกับภัควริณย์และทีมงานที่ตกลงกันว่าจะไม่มีการถ่ายรูปร่วมกับทันตแพทย์นักเรียนหากจะเก็บภาพก็ขอให้เป็เพียงภาพเื้ัการทำงานเท่านั้น
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเรียกว่าเก็บภาพกันจนหนำใจ ทันตแพทย์ศวัสซึ่งเป็คทากรหลักก็เดินนำหน้าขบวนจากถนนข้างตึกทันตกรรมเข้าสู่สนามกีฬาของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถนะทางการแพทย์แห่งชาติ
“หมอไหวไหม” ภัควริณย์เดินมาหยุดตรงหน้าศวัสระหว่างพักเพื่อเตรียมเดินวนรอบสนามฟุตบอล
“เดินรอบเดียวใช่ไหม”
“ใช่รอบเดียวเดินวนทวนเข็มนาฬิกาจากฝั่งโน้นมาถึงหน้าเสาธง” หญิงสาวขยับหมวกเปิดขึ้นเล็กน้อยทำให้เห็นใบหน้าที่ยังมีแววกังวลอยู่พอสมควร
“พอครบรอบแล้วตัดเข้ากลางสนาม สังเกตตรงเสาธงจะอยู่ตรงกลางหมอตั้งแถวตรงหน้าประธานแล้วแต่ละสีจะขนาบข้าง” เธอหยุดชี้มือแล้วจ้องหน้าคนตัวสูง
“พี่ว่าวันนี้หมอดูแปลกไปนะ” ต้องมีอะไรที่เขาปิดบังอยู่
“แต่งหน้าเซตผมก็ต้องแปลกสิ” ดรัมไม้หนึ่งยิ้มละไม
“ไหวแน่นะ”
“พี่ถามรอบที่สิบแล้วนะคิดว่าผมจะเป็ลมให้อุ้มหรือไง”
“รุ่นนี้มีแต่เหยียบซ้ำขอบอก”
“แรงงานทาสชัดๆ” เขารับทิชชูซับเหงื่อที่ซึมนิดๆบนใบหน้า
“แต่มันก็รู้สึกห่วงบอกไม่ถูก”
“ห่วงนักก็ยืนเฝ้าผมไว้สิ”
“ถ้าไม่โอเคบอกพี่นะ” กระนั้นก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีมือเล็กๆ ถือกระดาษพัดให้แบบฟูลเซอร์วิส
“ผมโอเคครับ มากๆ ด้วย” ศวัสยิ้มจนตาเป็สระอิพอใจที่เธอคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ใจอยากจะสารภาพแทบตาย แต่ก็กลัวตายเหมือนกัน
“มัวแต่อยู่ตรงนี้ไม่กลัวถูกนินทาหรือไง”หมอหนุ่มเตือนสติเพราะเห็นว่าปกติเธอค่อนข้างรักษาระยะห่างกับเขาพอสมควร
ก็อยากอยู่ใกล้หรอกนะแต่ไม่ใช่วันนี้
“งั้นพี่ไปดูคนอื่นก่อนนะ”
จริงด้วยสิ เพราะหน้าตาซีดๆและอาการเอนตัวนิดๆ ของหมอหนุ่มทีเดียวที่ทำให้เธอแทบจะตัวติดกับเขาเพียงคนเดียวั้แ่ลงมาข้างล่าง
“วันนี้พี่ดูห่วงหมอไวน์จังหมอเป็อะไร” ฟ้าตั้งข้อสังเกต
“หมอดูเหมือนไม่ค่อยโอเคเลย ปกติฮีไม่เป็แบบนี้”
“เมื่อเช้าตอนเข้าห้องมาก็หน้าซีดเหมือนไม่สบายนั่งฟุบอยู่หน้าห้องประชุมตั้งนาน”
“ทำไมฟ้าไม่รีบบอกพี่ให้เร็วกว่านี้ แล้วนี่หมอจะเดินไหวไหมเนี่ย”ภัควริณย์รู้สึกผิดขึ้นไปอีกคูณสิบ เป็เพราะต้องไปประสานงานภาคสนามกับทีมเครื่องเสียงที่จ้างมา่เช้าเธอจึงขึ้นห้องมาช้ากว่าทีมงานคนอื่นๆ “ฟ้าเตรียมน้ำเย็นไว้นะประธานกล่าวพิธีเปิดเกือบจบแล้วเดี๋ยวคงออกจากสนามล่ะ”
“ค่ะพี่ หนูให้เพื่อนยกถังน้ำแข็งมาไว้แล้ว”
“ว่าแต่เมื่อเช้าวิ่งแจ้นออกมาทำไม” เธอคาใจมากเพราะปกติฟ้าจะใช้งานง่ายไม่หลบเลี่ยงยิ่งได้ใกล้ชิดคนที่แอบปลื้มก็ไม่น่าจะวิ่งหนี
“ก็หมอเค้าแกล้งหนู” ฟ้าหน้าแดง
“แกล้งอะไรพี่ก็อยู่ด้วยไม่เห็นจะรู้”
“พี่น่ะจะเรียกหนูเข้าไปก็ไม่บอกล่วงหน้าว่าเป็หมอไวน์พอเจอหน้าหมอหนูนี่จึ้งเลย มือไม้อ่อนไปหมด”
“แล้วถูกแกล้งยังไง” ภัควริณย์ยิ้มเอ็นดูท่าทางอ่อนระทวยของฟ้า
“หมอจ้องตาหนู จ้องแบบนี้อ่ะ” สาวขี้อายสาธิต “แล้วก็ยิ้ม”
“แค่นี้น่ะนะ”
“ใจหนูสั่นจนจะเป็ลมอยู่ไม่ได้หรอกเข่าอ่อนยวบเลยอีกนิดก็ทรุดแล้วหนูเลยรีบชิ่งก่อนที่จะทำขายหน้ากว่านี้หมอต้องรู้แน่ๆ ว่าหนูปลื้ม”
ไม่รู้ก็คงต้องไปตัดแว่นแล้วหนู
“คงใมากกว่าจู่ๆ ฟ้าก็วิ่งออกมาแบบนั้นพี่อุตส่าห์หาโอกาสให้ใกล้ชิดแบบเนียนๆ แล้วเชียว”
“หนูขี้ขลาดเองแหละเอาเป็ว่าแอบมองไกลๆเหมือนเดิมดีกว่า”
“ตามใจแล้วกัน ถ้าหมดกีฬาก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้แล้วนะ”
“ค่ะหนูรู้”
ยัยฟ้าเอ้ย! อินโนเซนต์จริงลูกสาวฉัน
ภัควริณย์เดินจากท้ายขบวนเพื่อสำรวจความ้าของบรรดาหมอทั้งหลายส่วนใหญ่ขอเพียงลูกอมและกระดาษทิชชู ซึ่งมีน้ำหวานกับฟ้าคอยบริการอยู่แล้วทุกคนแย้มยิ้มแจ่มใสดีเพราะอากาศ่เดือนธันวาคมปีนี้เย็นสบายมีลมพัดมาเป็ระยะ
“พี่ขอยาดมหน่อยจะไปดูหมอศวัส ฟ้าไปกับพี่มั้ย”ฟ้าส่ายหน้าตามคาด
ระหว่างรอประธานในพิธีทำให้ยังพอมีเวลาก่อนเคลื่อนขบวนเข้าสู่สนามกีฬา
“ลูกอมไหมหมอ” หญิงสาวยื่นลูกอมเม็ดเล็กๆ ให้
“ไม่ใช่เสร็จงานนี้ฟันผุกันหมดนะ”
“เป็กลยุทธ์เพิ่มคนไข้ให้ตึกน่ะ”
“เอารสน้ำผึ้งมะนาวแกะให้ด้วยใส่ถุงมืออยู่ไม่ถนัด”หมอหนุ่มรีบอธิบายเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มชักสีหน้า
“ได้ค่าคุณหมอ คงไม่ต้องป้อนนะ”
“ได้มั้ยล่ะ”
“ไม่ได้!” หญิงสาวรีบชักมือกลับก่อนที่หมอหนุ่มจะทำอะไรแผลงๆ ต่อหน้าผู้คนอีก
ศวัสหัวเราะก่อนจะแบมือรอให้เธอหย่อนลูกอมให้“ทีใช้งานล่ะใช้จัง พอเราขออะไรนิดๆ หน่อยๆ ล่ะมีปัญหา”
“ดูสถานที่ด้วยลูกพี่ อย่าให้มันมากเกินไปนัก”
“คร้าบผม” ชายหนุ่มรับคำอย่างล้อเลียน“ต้องรออีกนานมั้ยเนี่ย”
“รอประธานติดภาระกิจในกรม ทนอีกนิดนะหมออดทนหน่อย” ภัควริณย์บอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ผมไม่อ่อนแอขนาดนั้น” หมอหนุ่มยังยืนยันคำเดิม
“หมอได้กินอะไรรองท้องมารึเปล่า” ยังพยายามหาสาเหตุและหาเื่คุยคั่นเวลาไปเรื่อย
“เรียบร้อย ข้าวที่น้องเขาแจกไง”
“เสร็จงานเดี๋ยวพี่เลี้ยงอย่าล้มนะไม่งั้นอด”
“จริงนะ?”
“จะโกหกทำไมเตรียมล้างท้องไว้เลย”
“ใครไปบ้าง”
“ทั้งหมดนี่แหละ” หญิงสาวยิ้มมีเลศนัย
“เมื่อไหร่”
“เย็นนี้”
งานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่ที่หน่วยงานจัดนี่นะ!
“นึกแล้วเชียว” หมอหนุ่มทำหน้าระอา“หาความจริงใจจากคนแถวนี้ไม่ได้จริงๆ”
“ความจริงใจมันต้องใช้เงินมั้ย เลี้ยงหมอๆพี่คงต้องขายไตแล้ว”
“ไม่รู้ล่ะ พี่ติดหนี้ผมอยู่”
“คนอื่นไม่เห็นทวงเหมือนหมอ”
“ช่างเขาสิ” แน่ะ...ยังเถียงอีก
“เป็ั์หรือไงเขี้ยวงอกแล้ว”
“เป็ได้ทุกอย่างแหละสำหรับพี่” ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกแต่งแต้มด้วยรองพื้นบางๆ ก้มลงมามองหน้าเธอตรงๆจนคนถูกมองเป็ฝ่ายเสหลบสายตาเสียเอง
“หน้าเืถ้าพี่หมดตัวจะทำยังไงเห็นใจกันบ้างสิ”
“เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวโรงอาหารตัวเท่านี้คงไม่เท่าไหร่”
ว่าไปนั่นพ่อคุณ
“เปลี่ยนจากเลี้ยงข้าวเป็สเวนเซ่นส์ได้ไหม”พอนึกได้ว่าติดเลี้ยงไอศกรีมสองสาวผู้ช่วยงานกีฬาสีอยู่จึงลองหยั่งเชิงดู
“สเวนเซ่นส์เหรอ” ชายหนุ่มทำหน้าปั้นยากเพราะไม่ค่อยถูกจริตกับของหวาน
“ขอคิดก่อนนะ”