.
.
ลมเย็นบนยอดเขาพัดมาเป็ระยะๆ ท้องฟ้าเป็สีฟ้ามีเมฆสีขาวลอยเอื่อยเป็ก้อนๆดีที่ไม่มีละอองฝนโปรยเหมือนเมื่อเช้า ผมเลยออกมานั่งห้อยขารับแสงแดดอ่อนที่ริมระเบียงกว้างของค่ายทหารกลางป่าได้ผมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ..สบายใจ ..สุขใจอยากจะอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ให้ละเอียดกว่านี้เผื่อว่าพวกคุณที่ผ่านเข้ามารู้จักผม จะร่วมแสดงความยินดีที่ผมได้มี่เวลาดีๆสักที ผมยิ้มกับตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่าเื่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริงยิ่งในเวลาผ่อนคลายแบบนี้ ..เลยอดคิดย้อนกลับไปไม่ได้
“ผมมาหาคุณอาร์ของผมครับ..”
“?!”
“ผมคิดถึงคุณอาร์..แฟนของผม”
ตอนนั้นผมมองคนตรงหน้าแบบไม่คิดเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ..แฟน?คนคนเดียวที่ผมยอมให้ใช้คำว่าแฟนก็คือคิว งั้นคนคนนี้คือคิว?..มันจะเป็ไปได้ยังไง
“จำหน้าผมไม่ได้สินะ”
“...” ..ใช่ ผมจำหน้าคิวไม่ได้
“ผมเสียใจนะครับ” มันยิ้มทั้งที่พูดแบบนั้น “แต่ผมดีใจมาก”เสียงกระซิบใกล้หูของคนแปลกหน้าทำผมสั่นไหวผมผลักมันออกทันทีที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเผลอตัวปล่อยอารมณ์ไป
“เลิกพูดล้อเล่นสักที! คุณเป็ใครกันแน่”
“คุณอาร์ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“...”
“แต่ถึงจะจำหน้าไม่ได้..” มันเม้มปากและทำหน้าคิดจนคิ้วขมวด “..ก็ไม่น่าจะลืมรสชาติของผมมั้งครับ”มันระบายยิ้มและยื่นหน้ามาใกล้พร้อมกับกดริมฝีปากลงแนบ!! ผมพยายามสะบัดหน้าหนีแถมยังดิ้นวุ่นวาย มันเป็ใครกันถึงกล้ามาล่วงละเมิดผมแบบนี้! ทั้งที่ใจอยากขัดขืน แต่ยิ่งผมพยายามจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ผมกลับยิ่งตกหลุมเคลิ้มไปกับััที่คุ้นเคย..ทั้งจังหวะ ..ทั้งความหวานละมุน ทั้งที่สมองกำลังเตือนสติผมว่าคนคนนี้ไม่มีทางเป็คิวไปได้เพราะคิวตายไปแล้วแต่ถ้านี่เป็ความฝัน ผมเองก็ยอมเชื่อหมดใจว่าคนคนนี้คือคิว..
มือของมันคลายออกจากการรัดตรึงมือของผมไว้กับผนัง และเลื่อนไหลลงมาประคองที่ลำคอของผมเมื่อมันเห็นว่าผมโอนอ่อนและเปิดรับ ..ผมคิดถึงมันผ่านมานานจนผมเกือบจะลืมไปแล้วว่ามันรู้สึกดีแค่ไหน ..แต่จู่ๆ คิวก็ผละถอยมันพยายามจะช้อนหน้าของผมขึ้นมอง แต่ผมก็หลบเลี่ยง
“ร้องไห้ทำไมครับคุณอาร์”
“...”
“คุณอาร์เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ หรือผมทำอะไรรุนแรงไป..”
“...”
“คุณอาร์ครับ..”
“กูไม่อยากตื่นจากความฝัน..”
“...”
“กูคิดถึงมึงมากคิว”
“...”
“กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูจะทนอยู่โดยที่ไม่มีมึงต่อไปได้อีกนานแค่ไหน”
คิวรั้งตัวผมไปกอดกระชับแน่น “..ขอโทษนะครับ ที่ผมกลับมาช้าผมสัญญาว่า นับจากวันนี้ไป ผมจะไม่ปล่อยให้คุณอาร์ต้องอยู่ห่างผมอีกต่อให้คุณอาร์ไล่ ผมก็ไม่ไป”
ผมเงยหน้าขึ้นมองคิว “..ก็คงได้แค่ในฝันใช่ไหม เดี๋ยวพอกูตื่น..มึงก็หายไปอยู่ดี”
“แต่ตอนนี้.. คุณอาร์ตื่นอยู่นะครับ คุณอาร์เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล”
“...”
“..จริงๆ แล้ว น้องชายของคุณอาร์ก็ตื่น ถ้าไม่เชื่อก็ก้มลงไปดูสิครับ”
..น้องชายตื่น? ผมเหลือบมองลงเบื้องล่างแบบรักษาฟอร์ม
“ไงครับ ตื่นอยู่ชัดๆ”
ผมพยายามจะเก็บหน้าที่เริ่มร้อน ..ถึงจะเป็พื้นที่ในฝันของตัวเองแต่มันก็แม่ง.. คิวบน์จะคิดว่าผมเป็คนยังไงกัน
“ตอนนี้คุณอาร์ของผม.. น่ารักมากเลยนะครับ”
“พอเลย” พอได้แล้วไอ้อาร์ ตื่นเดี๋ยวนี้! ถ้าขืนมึงยังฝันดีอยู่แบบนี้ตอนตื่นมึงได้ปวดใจหนักแน่
“คุณอาร์ครับ ผมกลับมาแล้วจริงๆ ตัวเป็ๆ” คิวเอามือมาััใบหน้าของผมและส่งสายตาเว้าวอน
“มันไม่มีทางเป็ไปได้ มึงเลิกหลอกกูให้ดีใจสักที”
“งั้นผมจะให้อิชะยืนยันกับคุณอาร์ว่าผมไม่ใช่ความฝัน ..ขอแค่คุณอาร์ยอมรับฟัง..นะครับ”
“...”
[ว่าไงคิว นายถึงที่หมายแล้วใช่ไหม]
“ถึงแล้ว แต่คุณอาร์ไม่เชื่อว่าผมเป็ผม”
[ขอฉันคุยกับหมออาร์]
[สวัสดีครับหมออาร์]
“เอ่อ ครับ”
[คุณคงยังไม่ได้อ่านจดหมาย]
“..จดหมาย?”
[ครับ จดหมาย ผมอธิบายทุกอย่างไว้ในนั้นแล้ว ถ้าไงคุณอาร์ลองอ่านดูนะครับตอนนี้ผมยุ่งอยู่ คงต้องวางสายก่อน เอาเป็ว่า ผมขอยืนยันครับว่านี่คือเื่จริง]
“ครับ” ผมคืนโทรศัพท์ให้คิวและเดินไปที่กองจดหมายที่ยังไม่ได้ถูกเปิดอ่านมีฉบับนึงที่ถูกส่งมาจากโนอาห์ โดยมีชื่อผู้ส่งก็คืออิชะ
..ผมขอคืน ‘คิว’ ที่มีความทรงจําเกือบสมบูรณ์ให้คุณถือเป็คําขอบคุณจากทั้งผมและคีย์
ป.ล. โลกใบนี้จะมีแค่คิวของหมออาร์เท่านั้นครับ
หัวใจของผมพองโต มันคือเื่จริง ผมไม่ได้กำลังนอนหลับแล้วฝันไปถึงมันจะดูเป็เื่เหนือความคาดฝัน แต่มันก็มีทางเป็ไปได้ ผมอ่านเนื้อความในจดหมายอีกรอบ..อยากจะะโออกมาว่าผมดีใจมากแค่ไหนแต่สิ่งที่ผมกำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้ก็คือการกลั้นยิ้มไว้ไม่ให้ไอ้คิวมันรู้ว่าผมกำลังมีความสุขมากแค่ไหน
“คุณอาร์หิวรึยังครับ” คิวเดินมากระซิบผมจากด้านหลัง
“..กู”
“ผมหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะครับ”
“..อืม” ผมตอบตกลงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตัวยังไงกับสถานการณ์แบบนี้..ใจนึงอยากจะกอด อยากจะััให้หายคิดถึง แต่อีกใจก็รู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะแสดงออก..ผมมันคนฟอร์มเก่ง
ตลอดทางที่ผมนั่งอยู่บนรถข้างคิว ผมว่าผมเก็บอาการไม่ค่อยมิดเอาแต่มองหน้ามัน จะว่าไปก็มองมันแทบจะทุกการเคลื่อนไหวไม่ได้มองทางเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังจะถูกพาไปไหน
“คุณอาร์ครับ”
“ห่ะ ..ว่าไง” ผมสะดุ้งใ เพราะมัวแต่เอาสมาธิทั้งหมดไปนั่งมองมัน
“ผมเขินเป็นะครับ”
“เออๆ ไม่มองก็ได้” พูดจบผมก็เบือนหน้าออกมองวิวนอกรถ ..อายฉิบแต่ขณะที่ใจของผมกำลังจะกลับมาเต้นในจังหวะปกติ ไอ้คิวก็เอาความอบอุ่นจากมือของมันมาจับมือของผมไว้ใจของผมเต้นเร็วรัว ตอนนี้ถึงในรถจะเปิดแอร์ไว้เย็น ก็ไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของผมเย็นขึ้นเลยสักนิด
“ขอบคุณนะครับ”
“...”
“..ที่คุณอาร์ไม่มีใคร แถมยังคิดถึงผมมากขนาดนี้”
“อืม”
“...”
“กูยังไม่ได้ถามมึงเลย ว่ามึงจำอะไรได้บ้าง จำได้แค่ไหนแล้วร่างกาย.. สุขภาพ.. มีอะไรที่ผิดปกติไหม มีอาการข้างเคียงทางสมองรึเปล่าไหนกูขอจับชีพจรหน่อย” ถึงจะเป็แค่การตรวจเบื้องต้น แต่มันก็อาจจะทำให้ผมรู้ได้ว่ามีอะไรในร่างกายของมันที่ผิดปกติผมจับมือของคิวหงายขึ้นเพื่อเช็ค พร้อมกับมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองแต่คิวกลับเอามือหนีแล้วไปจับที่เกียร์ของรถ
“ถึงแล้วครับคุณอาร์” ..รู้สึกขัดใจ แต่ไม่เป็ไรเรายังมีเวลาคุยเื่นี้ทีหลัง
ผมมองสำรวจวิวด้านนอกขณะที่ปลดเบลท์
“บ้าน?”
“ครับ ผมอยากมาหานาย กับคุณนาย อยากจะคุยกับพวกท่าน..”
“คุย? คุยอะไรวะ”
“ก็เื่ของเรา ผมอยากฝากเนื้อฝากตัวในฐานะแฟนของคุณอาร์น่ะครับ”
“มึง..!” ผมหายใจลึกพยายามจะเรียบเรียงคำพูด “คือกู..กูว่าวันหลังไหม” ..ใช่ มันเร็วเกินไป ผมยังไม่พร้อม ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ถึงจะบอกว่าไม่สนพ่อแต่จริงๆ มันก็น่ากังวล เพราะถ้าพ่อไม่ยอมรับเื่ของผมกับคิว ..คงต้องมีใครได้เจ็บตัวแน่
“อ้าวอาร์ จะมาทำไมไม่บอกก่อน”
“สวัสดีครับแม่”
“มาๆ เข้าบ้าน แม่เตรียมอาหารที่ลูกชอบไว้แล้ว”
“ไหนแม่บอกว่าไม่รู้ว่าผมจะมาไงครับ”
“ก็ถึงอาร์ไม่บอก แต่คิวก็บอกนิ”
ผมหันไปมองไอ้คนตัวสูงกว่า ตอนนี้มันกำลังทำตัวเป็แฟนที่ดีด้วยการเดินมาเปิดประตูรถให้ผมลงมันยิ้มกวนประสาท ..เอาวะ จะถอยหลังกลับก็คงไม่ได้แล้วด้วยจะว่าไปแม่ก็ไม่รู้เื่ระหว่างผมกับคิว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคิวตายไปแล้วหนึ่งรอบ แม่เข้าใจมาตลอดว่าคิวติดภารกิจสำคัญและยุ่งจนไม่มีเวลามาหา ทั้งที่แม่เองก็ถามถึงอยู่บ่อยๆ
“หายไปนานเลยนะคิว ไม่มาหากันเลย กลัวฉันใช้งานรึไง”
“ขอโทษครับคุณนาย ผมน่ะอยากกลับมาหาตลอดเลยครับ แต่..”
“งานมันเยอะน่ะครับแม่ เข้าบ้านดีกว่าครับ ผมหิวแล้ว”ผมรีบเดินจูงแม่เข้าบ้าน ไม่อยากให้ไอ้คิวต้องตอบคำถามที่ตอบโคตรยาก
นายพลพละนั่งอยู่บนโซฟาตรงส่วนของห้องนั่งเล่น กำลังอ่านหนังสือพิมพ์และจิบกาแฟตามสไตล์ แต่ผมว่ามันออกจะแปลกๆ ดูพ่อจะเกร็งๆ เก๊กๆ ยังไงไม่รู้แถมสีหน้าตอนนี้ยังปั้นตึงอย่างกับว่าโกรธใครอยู่
“ผม.. คิวคณนารายงานตัวครับ”
“อืม” พ่อนั่งนิ่งแล้วก็ดูเมินทั้งคิวทั้งผม
“...”
“คุณก็ทำฟอร์มไปได้ เมื่อกี้ยังเดินวนมันทั่วบ้าน ถามแม่อยู่นั่นว่าอาร์กับคิวมาถึงรึยัง”
“ผมไปทำแบบนั้นตอนไหนกัน”
“ไม่เป็ไรครับแม่ ท่านนายพลก็ท่าเยอะแบบนี้ตลอด”
“นายครับ.. คุณนายครับ.. ผมมีเื่จะขอครับ”
“ไอ้คิว!! กูว่ากูหิวแล้ว กินข้าวก่อนดีไหม”
คิวหันหน้ามามองผมพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ เพื่อบอกผมว่า ‘อย่าขัด’ ส่วนผมก็ส่ายหน้าเหมือนกันเพื่อจะบอกมันว่า‘กูไหว้ล่ะ อย่าพูดเลย’
“พ่อว่า.. เราคุยกันก่อนก็ดีเผื่อว่ามื้อนี้จะเป็มื้อสุดท้ายของใครบางคน”
“คุณพูดอะไรแบบนั้นคะ”
“...”
“คือผม.. จะมาขอคบกับคุณอาร์ในฐานะแฟนครับ” ไอ้คิวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน ด้วยท่าทีที่ดุดันสมกับเป็ชายชาติทหาร ผมมองไปที่แม่ก่อน ..แม่เอามือแนบที่อกพร้อมกับสีหน้าที่บอกว่าใสุดขีดส่วนพ่อ.. ยังนั่งนิ่งเหมือนเดิม และมองไปที่หนังสือพิมพ์ที่ถืออยู่ในมือ
“นายกับคุณนายจะอนุญาตได้ไหมครับ”
“คือฉัน..” แม่อึกอักรีบคว้ายาดมขึ้นสูดดม
“มึงตอบคำถามกูมาสามข้อ”
“ครับนาย”
“มึงชอบอะไรในตัวไอ้อาร์”
“ผมชอบที่คุณอาร์ชอบผมครับ”
“ห่ะ มึงชอบลูกกู เพราะลูกกูชอบมึง? คือยังไงวะ” ..ใช่ คืออะไรวะผมเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่มันตอบ “กูกำลังถามความคิด ความรู้สึกของมึงแต่ถ้ามึงจะตอบแบบนี้ เหมือนว่ามึงชอบไอ้อาร์เพราะมึงปฏิเสธความรู้สึกของไอ้อาร์ไม่ได้มากกว่า”พ่อพูดแบบมีอารมณ์ หนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือถูกขยำยับ
“ขอผมอธิบายก่อนครับนาย”
“...”
“ผมไม่เคยรักตัวเองเลยสักนิด เพราะผมไม่เหลือใครในชีวิตให้ต้องห่วงต้องรัก แต่พอผมได้ใกล้ชิดคุณอาร์ ผมก็เลยได้รู้ว่าชีวิตของผมมีความหมาย มีคุณค่า ผมเริ่มรู้จักที่จะรักตัวเองเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่เพื่อรัก และดูแลคนคนนึง ..ที่เขารักผมเพราะผมเองก็รักเขาครับ”
“...” พ่อไม่ตอบว่าอะไร ส่วนผมน่ะเหรอ ..โคตรภูมิใจ ไม่รู้มันไปเข้าคอร์สอบรมอะไรมาถึงได้ตอบคำถามได้ดีขนาดนี้
“..ข้อสอง อะไรในตัวไอ้อาร์ที่มึงไม่ชอบ”
“ถ้าผมตอบว่าไม่มี คงเหมือนผมโกหก ตอบเอาใจนาย” ไอ้คิวทำหน้านึกก่อนจะยิ้มตอบพ่อ“ผมไม่ชอบที่คุณอาร์เอาแต่ใจ นี่เป็เื่เดียวที่ผมไม่ชอบ แต่เพราะว่าเป็คุณอาร์ผมเลยพร้อมที่จะยอมทำทุกอย่างตามที่คุณอาร์้าครับ”
..บวกสิบให้กับคำตอบ ผมเก็บยิ้มไว้ไม่อยู่ ส่วนแม่ก็ยกมือปาดน้ำตาที่ซึมไหลก่อนจะเอามืออุ่นๆมาบีบมือของผมไว้ ..แม่ยิ้มให้ผม ต่างจากพ่อที่ยังคงหน้าตึง ..เครียดบวกเก้า
“แล้วถ้าลูกกู..” พ่อพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนและยกปืนขึ้นชี้ตรงมาที่ผม!!!มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนทั้งผมกับแม่ใ แต่ไม่ใช่กับคิว มันลุกขึ้นและขยับเอาตัวมาบังผมไว้แทบจะเสี้ยววินาทีหลังจากที่พ่อประกาศตัวว่าจะทำอะไร
“ผมพร้อมที่จะตายก่อนคุณอาร์ครับ แต่ผมไม่คิดว่าผมจะตายง่ายๆ”
“งั้นก็ลองตายอีกสักรอบเป็ไง”
“พ่อ!!!”
“คุณ!!!!”
พ่อจ่อปืนประชิดหัวใจของคิว ส่วนคิวก็ยืนปักหลักแน่นไม่หวั่นไหว
“ไอ้คิวมึงหลบไป!!”
“ทำไมผมต้องหลบ ในเมื่อนายไม่คิดจะทำอะไรคุณอาร์อยู่แล้ว”
“มึงเข้าใจถูกแล้วไอ้คิว กูไม่เคยคิดจะทำร้ายลูกตัวเอง แต่กับมึงนี่สิ”
“ถ้านายยิงผม แล้วมันจะทำให้นายยอมรับเื่ของผมกับคุณอาร์.. นายยิงได้เลยครับ”
“ต่อให้พ่อยอมรับ แต่ถ้าไม่มีมึง แล้วมันจะยังไงวะ สุดท้าย กูก็ต้องอยู่โดยที่ไม่มีมึงอยู่ดี”
“..ไม่หรอกครับ คุณอาร์จะต้องมีผมอยู่ข้างๆ ตลอดไป”
“อยู่แค่ในใจกูน่ะเหรอ! กูอยากมีมึงอยู่ข้างๆ แบบตัวเป็ๆไม่ใช่แค่ในความรู้สึก สองปีที่ผ่านมา กูทรมานมากพอแล้ว”
“นายลั่นไกเถอะครับ นายจะได้สบายใจ”
“คิว!!”
ความเงียบชวนอึดอัดกระจายตัวอยู่ทั่วห้อง พ่อมองจ้องมาที่คิวด้วยสายตาดุดันที่สุดส่วนคิวก็ยังยืดอกสง่าท้าทายพ่อแบบไม่กลัวตาย
“คุณอาร์ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงผมก็จะไม่ตายเพราะปืนกระบอกนี้ไม่มีลูกั้แ่แรก ใช่ไหมครับนาย”
..................
ในที่สุดพ่อก็ลดปืนในมือลง พร้อมกับถอนหายใจ “มึงรู้ตอนไหน”
“ตอนที่นายเอาปืนจ่อมาชิดที่อกผมครับ น้ำหนักของปืนที่กดลงมามันเบาทั้งมือของนายก็กำด้ามปืนแบบหลวมๆ เหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรมากในการประคองลำกล้อง บวกกับที่นายพูดว่าจะไม่มีวันทำร้ายคุณอาร์แน่ๆนั่นหมายความว่า นายจะไม่มีวันทำร้ายคุณอาร์ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือจิตใจ ผมเลยสรุปว่า..ผมจะไม่ตายแน่ๆ แต่สิ่งที่นาย้าจริงๆ จากบททดสอบนี้ก็คือ ..การได้รับรู้ความรู้สึกของคุณอาร์คงเพราะตลอดสองปี คุณอาร์ไม่เคยแสดงออกว่าจะอยู่ต่อไม่ได้ ..ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณอาร์เ็ปมากขนาดนี้”
พ่อยิ้มพร้อมกับวางมือลงบนบ่าของคิว พ่อตบเบาๆ แต่ลงน้ำหนัก “แบบนี้ค่อยสมกับที่จะดูแลลูกกูมึงโตขึ้นเยอะนะไอ้คิว”
“ขอบคุณครับนาย”
“แต่มึงจำไว้นะ ถ้าลูกกูต้องเสียใจพราะมึงอีก มึงได้ไปไม่กลับหลับไม่ตื่นแน่”
คิวยิ้ม “ครับนาย เพราะผมอยากตื่นขึ้นมาเจอคุณอาร์ทุกเช้ามากกว่าครับ”
มื้ออาหารในคืนนั้นเป็่เวลาที่ดีสุดของผมในรอบสองปี ผมได้คิวคืนมาพ่อกับแม่ยอมรับเื่ของผมกับคิว จะมีอะไรดีไปมากกว่านี้อีก
“นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวครับคุณอาร์” เสียงของคิวเรียกสติของผมมันวางถ้วยโกโก้อุ่นๆ ลงตรงหน้า
“กูก็.. นึกอะไรไปเรื่อย ตามสไตล์คนว่าง”
“อยากช่วยผมกับจ่าเอกฝึกหน่วยลับไหมครับ”
“...”
“คงไม่สินะครับ แต่ถึงคุณอาร์อยากช่วย ผมก็ไม่ยอม ผมไม่อยากให้ใครต้องมาฝึกประชิดตัวกับคุณอาร์ของผม”
“หวง?”
“ครับ หวง”
มันนั่งลงข้างๆ เบียดผมเล็กน้อย
“จะเสร็จเมื่อไหร่”
“ใกล้แล้วล่ะครับ ตอนนี้มีฝึกในป่า”
“แล้วนี่มึงไม่ต้องไป?”
“จ่าบอกว่าไม่เป็ไร อยากให้ผมอยู่กับแฟนมากกว่า อุตส่าห์ได้มาเปลี่ยนบรรยากาศทั้งทีแล้วนี่ก็วันสุดท้ายแล้วด้วย”
“เปลี่ยนบรรยากาศหรือมาทำงานนอกสถานที่กันแน่ ให้กูมานั่งรอ นั่งเฝ้าเป็วันๆ”
“เบื่อรึเปล่าครับ”
“ก็ไม่อ่ะ ชิลดี อากาศก็ดี”
“งั้นเราไปหาอะไรทานกันเถอะครับ”
“อืม” ผมลุกและยืนเหยียดเต็มตัว
“ผู้กอง!! ผู้กองครับ!!” เสียงของพลทหารคนนึงดังขึ้นจากด้านหลัง
“มีอะไรวะ”
“จ่าเอกให้มาแจ้งว่ามีพลทหารคนนึงหลงป่าครับ อยากให้ผู้กองช่วยออกตามหาอีกแรงครับคนอื่นไม่เจนพื้นที่ แถมทักษะการเอาตัวรอดในป่าก็ยังน้อยครับ”
“ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบออกเดินทาง ขอพิกัดที่พลัดหลงด้วย”
“ครับผู้กอง”
“คุณอาร์รอผมอยู่นี่นะครับ”
“ไม่ กูจะไปด้วย”
“แต่มันอันตรายนะครับ”
“ก็เพราะมันอันตรายไง กูถึงยิ่งต้องไป อย่าลืมว่ากูเป็แพทย์ทหารถ้าเกิดอะไรขึ้น กูจะได้ช่วยได้ อีกอย่าง ..กูไม่อยากให้มึงห่างกูไปไหนอีก”
คิวยิ้ม “เหตุผลจริงๆ สินะครับ”
“เออ รู้ก็ดี” ั้แ่คิวกลับมา ผมก็ไม่คิดจะปกปิดท่ามากกับความรู้สึกของตัวเอง ไม่อยากเสียเวลากับการแสดงออกว่าไม่รัก เพราะผมอยากมีเวลาดีๆกับทุกวินาทีที่ผมได้มีคิวอยู่ข้างๆ
“ไปกันเลยนะครับคุณอาร์”
“อืม”
ผมกับคิวออกเดินทางเข้าป่าดิบชื้น มุ่งขึ้นเหนือตามพิกัดที่คาดว่าพลทหารจะพลัดหลง
“คุณอาร์เคยอ่านเพชรพระอุมาไหมครับ”
“ไม่ ทำไม”
“ผมอ่านครับ มันเป็เื่ของการผจญภัยในป่าเพื่อตามหาคน และสมบัติ”
“แล้ว?”
“ผมจะบอกคุณอาร์ว่าการเข้าป่าไม่ใช่เื่ลำบากอะไร”
“มึงจะบอกให้กูไม่ต้องห่วง เพราะว่ามึงเก่งเหมือนพระเอกในนิยาย?”
“..ก็ประมาณนั้น”
“กูจะรอดู” ผมยิ้มขำ อยากจะบอกมันว่าผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ..แค่มีมันอยู่ข้างๆ
ดวงอาทิตย์ส่งแสงลอดผ่านดงไม้มายากเต็มที ความมืดสลัวเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้วทั่วผืนป่านกที่ไม่คุ้นเคยพากันส่งเสียงร้องประหลาดส่งต่อกันดังเป็ระยะ ผมกับคิวเดินมาได้ร่วมสองชั่วโมงเหงื่อเปียกชื้นแฉะทั้งตัว พื้นที่ที่ต้องเดินย่างไปก็ยากลำบากขึ้นทุกขณะ เพราะมันเป็ป่ารกชัฏทางบนเขาขึ้นลงสูงลาดสลับกันไป แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคกับพวกเราทั้งคู่ที่ถูกฝึกมาให้ร่างกายอดทนต่อทุกความยากลำบาก
“เราพักกันก่อนไหมครับ”
“ไม่เป็ไร กูยังไหว” ผมตอบทั้งที่ยกแขนขึ้นปาดเหงื่อและเริ่มหายใจติดขัด
“พักสักนิดเถอะครับ นี่ก็มืดแล้วด้วยขืนเราเดินต่อไปคงได้เจอเสือแทนคนแน่”
“ก็ได้ ว่าแต่.. เราจะรู้ได้ไงว่าทีมค้นหากลุ่มอื่นเจอพลทหารรึยัง”
“...”
“ได้ติดวิทยุมาไหม”
“...”
“กูว่ามันแปลกๆ ไหมวะ ที่เราเดินไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้มาตามหาใคร”..ผมคิดแบบนี้มาได้สักพัก เราไม่ได้ะโเรียกหาใครสักครั้ง ไอ้คิวก็เอาแต่เดินตามเข็มทิศมันเหมือนแค่คอยมองหาอะไรสักอย่าง ..โคตรแปลก
จู่ๆ ไอ้คิวก็หยุดเดินกะทันหันจนผมเกือบจะชนหลังของมัน “หลอกคุณอาร์ไม่ได้เลยสินะครับ”
“หลอก? หลอกอะไรวะ”
“...”
“อย่าบอกนะว่าเราไม่ได้มาตามหาใคร”
“ใช่ครับ เราไม่ได้มาตามหาใคร”
“แล้วมึงพากูเข้าป่ามาเพื่อ?”
“เพื่อ.. มีเวลาสองต่อสองในป่าครับ”
“ห่ะ?”
“นี่ครับ เรามาถึงจุดหมายแล้ว”
ผมมองไปยังจุดที่มือของไอ้คิวผายออกให้มอง ..บ้านต้นไม้? ผมหลุดขำ “มึงพากูมาบ้านต้นไม้กลางป่าพากูมาส่องนกเหรอ หรือว่าพามาฟังเสียงเสือตอนกลางคืน”
“ผมพาคุณอาร์มาเปลี่ยนบรรยากาศ” มันยื่นหน้ามาพูดใกล้หูพร้อมกับปล่อยลมหายใจอุ่นกระทบกับใบหูของผม
ผมผลักตัวมันออกทันที “เปลี่ยนบรรยากาศอะไรของมึงวะ!นี่มันในป่าในเขา มึงคิดอะไรแบบนั้นได้ไง กูจะกลับ!”
“คุณอาร์คิดไปถึงไหนครับเนี่ยอย่าบอกนะว่าคุณอาร์คิดว่าผมล่อลวงคุณอาร์มาถึงนี่ เพราะว่าผมจะ..”
“ไม่รู้! เอาเป็ว่ากูจะกลับ”
“เดี๋ยวก่อนสิครับ” ไอ้คิวจับมือของผมไว้ “ผมแค่อยากพาคุณอาร์มาชมท้องฟ้าตอนกลางคืนจ่าบอกว่าดาวที่นี่สวยมาก”
“...”
“อยู่ก่อนนะครับ ผมรับรองว่าคืนนี้ผมจะไม่กวนคุณอาร์ผมรู้..ว่าคุณอาร์ไม่ชอบนอกสถานที่”
“...” ผมล่ะเกลียดความรู้ดีของมันจริงๆ
“นะครับคุณอาร์ คืนเดียวเอง”
“หรือว่าคุณอาร์กลัว..”
“กูไม่เคยกลัวอะไร เพราะฉะนั้น คืนนี้กูจะนอนที่นี่”
“ดีครับ” ไอ้คิวยิ้มกว้าง “งั้นผมจะไปหาเศษไม้มาก่อกองไฟนะครับ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”
“กูไปช่วยหา จะได้ก่อไฟเร็วๆ”
“ครับผม”
..แสงสว่างบวกความร้อนของกองไฟ เสียงไม้แตกลั่นจากการเผาไหม้ไหนจะเสียงร้องหอนของสิงสาราสัตว์ในป่าลึก รวมๆ มันก็แปลกใหม่ดีคงเพราะผมใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมือง เป็หมอที่พบเจอแต่คนไข้รูปแบบชีวิตรีบเร่งเพราะทุกวินาทีคือความเป็ความตาย กลับถึงห้องในคอนโดก็คือนอนชาร์ตไฟไอ้เวลาที่จะมานั่งปล่อยอารมณ์มองธรรมชาติรอบตัวเลยไม่ค่อยจะมี มันก็ดีเหมือนกันที่ได้มามีเวลาแบบนี้ในที่แบบนี้
“คุณอาร์อิ่มไหมครับ” คิวถามผมหลังจากที่ผมจัดการข้าวร้อนๆ และอาหารกระป๋องที่เตรียมมาเรียบร้อยดีที่คิวไม่ได้แพลนมาให้ผมผจญภัยในป่าด้วยการล่าสัตว์ ยิงนก ตกปลา
“อือ อิ่มแล้ว มึงอ่ะ”
“ผมก็อิ่มแล้วครับ”
“งั้นตอบกูมาได้แล้วว่าร่างกายมึงมีอาการอะไรผิดปกติบ้างรึเปล่ามีอะไรที่ต้องระวังไหม ไม่สิ เล่ามาให้หมดทุกเื่” ั้แ่วันนั้นที่คิวกลับมาผมยังไม่มีโอกาสฟังเื่ราวของคิวแบบละเอียด เพราะผมติดงาน แล้วพอผมว่างคิวก็ดันมีธุระให้ต้องทำ
“ร่างกายผมปกติดีครับ แต่มันไม่เหมือนเดิม ถึงผมจะถูกผ่าตัดสมอง ได้ความทรงจำทุกอย่างกลับคืนแต่ร่างกายของผมกลับไม่มีประสบการณ์อะไรเลย”
“ยังไงวะ”
“ก็อย่างเช่นเื่การต่อสู้ ผมจำได้ดีครับว่าท่าทุ่มต้องทำยังไงถ้าเป็ร่างกายเดิม มันจะตอบสนองการต่อสู้ได้โดยอัตโนมัติ แต่ไม่ใช่กับร่างนี้ผมเลยต้องฝึกร่างกายให้มันสัมพันธ์กับความทรงจำของตัวเอง”
“มึงคงต้องฝึกหนักเลยสินะ”
“ครับ หนักหนาสาหัส เหมือนผมเป็เด็กอนุบาลที่ต้องจบหลักสูตรปอโทให้ได้ในเวลาที่สั้นที่สุด”
“ทำไมวะ ค่อยๆ ฝึกก็ได้ จะรีบไปไหน”
“ก็เพราะผมรู้ว่ามีคนรอผมอยู่น่ะสิครับ”
“งั้นเหรอ” ผมเอาเศษไม้เขี่ยกองไฟตรงหน้าเล่นพยายามหลบเลี่ยงสายตาของคนพูดที่นั่งอยู่ข้างๆ ..โคตรรู้สึกดีที่มันใส่ใจความรู้สึกของผม
“ครับ แต่ที่ใช้เวลาตั้งสองปี ก็เพราะอิชะอยากเช็คให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยจริงๆแถมยังจับผมเรียนอะไรตั้งเยอะ ไม่ยอมปล่อยผมกลับมา ทั้งที่ผมก็แอบหนีตั้งหลายครั้ง”
“นี่มึงหนีไม่รอดเหรอเนี่ย”
“เปล่าครับ ผมหนีสำเร็จทุกครั้ง แต่ผมก็ต้องยอมให้กับเหตุผลของคีย์ที่เอามารั้งผมไว้”
“เหตุผลอะไร”
“มันบอกผมว่า ‘คิดให้ดี ว่าจะกลับไปตอนนี้เพื่อเป็คิวคนเดิมที่เอาแต่ใช้กำลังหรืออยู่ต่อ แล้วกลับไปในแบบที่คุณอาร์จะไม่อายใคร’ ”
“..กูไม่เคยอายใคร ไม่คิดจะสนความรู้สึก ความคิดของใคร เพราะกูมั่นใจในสิ่งที่ตัวเอง้ากูเชื่อในคนที่กูเลือก”
ไอ้คิวยิ้มและขยับตัวเข้ามาใกล้ มันเลื่อนใบหน้ามามองผมในระยะประชิด ดวงตาคู่คมของมันกำลังมองลึกเข้ามาภาพไฟเต้นไหวสะท้อนอยู่ในนั้น “ขอบคุณนะครับ” เรามองโต้ตอบกันอยู่นานจนผมรู้สึกว่าตัวเองชักไม่ไหว..เขินฉิบ ผมหันหน้าหนี หาพื้นที่ผ่อนคลายความร้อนที่แรงกว่ากองไฟหลายเท่ามันเริ่มก่อตัวขึ้นทั้งที่อากาศรอบๆ เริ่มเย็นลง
“ผมว่า.. เราขึ้นไปต่อข้างบนไหมครับ”
“?!?” ผมหันขวับมองคิวทันที หน้าของมันยังคงอยู่ใกล้
“ผมหมายความว่า เราขึ้นไปคุยต่อข้างบนดีกว่าครับ จะได้ดูดาวแล้วถ้าง่วง ก็จะได้นอน ..ดึกแล้ว” คิวยิ้มทะเล้นใส่ผม
“...”
“ไปกันเถอะครับ ก่อนกองไฟจะมอดเดี๋ยวนักล่ากลางคืนก็จะออกล่าแล้วด้วย”
“อืม”
ผมไต่บันไดไม้ที่ถูกตอกไว้กับแก่นไม้เป็ขั้นๆ ขึ้นมาที่ความสูงสิบเมตรเหนือพื้นดิน..ปลอดภัยซะยิ่งกว่าปลอดภัย ถ้าจะมีตัวอะไรมาโจมตีได้ ก็คงเป็แค่สัตว์ชนิดที่มีปีกเท่านั้น
“จ่าเอกเป็คนบอกเหรอว่ามีที่แบบนี้อยู่”
“เปล่าครับ จ่าไม่ได้บอก แต่ผมถาม”
“แล้วก็ดันมีที่แบบนี้จริงๆ”
“แต่ต่อให้ไม่มี ผมก็จะพาคุณอาร์เข้าป่ามาอยู่ดี”
“อยากพากูมาลำบาก?”
“เปล่าเลยครับ ผมแค่รู้สึกว่า ‘ป่า’ ..โรแมนติกดี”
ผมวางข้าวของลงบนพื้นและเดินสำรวจพื้นที่ว่าง ส่วนคิวก็จุดตะเกียงน้ำมันที่เตรียมมา
“โอเคครับคุณผู้กอง โรแมนติกสุดๆ คร๊าบบบ เงียบสงัด มืดสนิทแล้วก็..” ผมเดินเรื่อยจนมาหยุดอยู่ที่หน้าต่าง ผืนป่าดำสนิทด้านล่างไม่ได้ชวนมองเท่าอาณาเขตของผืนฟ้ากว้าง้าดวงดาวหลายพันดวงกำลังส่องแสงระยิบกะพริบพราว “..สวยมาก”ผมหลุดปากพูดแบบไม่ผ่านกระบวนการทางสมอง ภาพที่เห็นตอนนี้มันช่างมหัศจรรย์เหมือนเมื่อครั้งที่ไปท้องฟ้าจำลองทั้งที่เป็แสงจากฝีมืุ์แต่มันก็ชวนตื่นตะลึงสำหรับเด็กเมืองหลวงที่ไม่เคยััท้องฟ้าที่มืดสนิทจริงๆ
คิวเดินมาใกล้ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้และตอนนี้มันยืนโอบตัวของผมจากด้านหลัง ผมทิ้งน้ำหนักบางส่วนพิงลงบนอกแกร่งอย่างคุ้นเคยและมั่นใจ..มันปลอดภัยเสมอ
“ให้คะแนนผมเท่าไหร่ดีครับ”
“ทำไมต้องให้ มึงไม่ได้เป็คนสร้างดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์พวกนี้สักหน่อย”
“ก็จริงครับ แต่ผมเป็คนพาคุณอาร์มานะครับ”
“ไม่ใช่อีกเหมือนกัน เพราะกูเดินมาด้วยขาของตัวเอง มึงก็แค่นำทางมา”
“ว้า ยังไงผมก็ไม่มีทางได้รางวัลสินะครับ”
“...”
“..สวยจังเลยนะครับ”
“อืม สวยมาก ..มึงรู้ไหม ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็มองเห็นดวงดาวได้เหมือนกัน”
“ครับ แค่เพราะแสงจากความศิวิไลซ์แข่งกันบดบังแสงจากดวงดาวนอกโลกคนในเมืองอย่างคุณอาร์เลยไม่ค่อยได้เห็นความสวยงามที่แท้จริง”
“ใช่ น่าเสียดายเนอะที่ไม่ได้เห็นแบบนี้ทุกคืน ไม่งั้นคงหลับฝันดี”
“ผมดีใจนะครับที่คุณอาร์ชอบ”
“เออ ขอบคุณมากครับผู้กองที่พาผมมา ..จะว่าไปคุณหมอชินก็เข้าร่วมงานวิจัยชิ้นนี้”
“ครับ ผมเจอหมอปลาสลิดนั่นั้แ่ในห้องผ่าตัดเขาไม่ได้บอกอะไรคุณอาร์เลยเหรอครับ”
“ไม่เลยสักนิด นี่มึงเรียกคุณหมอชินว่าปลาสลิด?”
“ก็ใครใช้ให้มาวนเวียนอยู่ใกล้ตัวคุณอาร์ล่ะครับแล้วไอ้ที่ไม่บอกคุณอาร์เื่ของผม ก็คงกะจะเสียบแทนที่ผมแน่ๆ”
“ไม่ใช่ล่ะ ที่เขาไม่บอก คงเพราะข้อบังคับในงานวิจัยส่วนเื่ที่รอเสียบแทนมึง.. กูเห็นด้วยนะ”
“นั่นไงครับ ต้องไปเคลียร์ให้รู้เื่ ว่าอย่ามายุ่งกับคนของผม”
“...” ผมขำท่าทางของคิว น้ำเสียงของมันขึงขังจริงจัง แต่ผมว่ามันหนักไปทางเล่นมากกว่า
“คุณอาร์รู้ไหมครับ ว่าผมพูดอะไรเป็ประโยคแรกตอนที่ผมได้สติ”
“...” ผมส่ายหัว
“ผมพูดว่า..” คิวจับตัวผมให้หันมอง มือของมันวางอยู่บนมือของผมที่วางอยู่บนกรอบหน้าต่าง“..คุณอาร์ ผมะโเรียกชื่อคุณอาร์เสียงดังลั่นห้อง มันเป็คำๆ เดียวที่ผมออกเสียงได้ชัดที่สุดในตอนนั้น”
“...”
“..ผมรักคุณอาร์นะครับ”
“..กูก็รักมึง” ผมเอามือที่ว่างอยู่โอบคอคิวให้โน้มมาใกล้ความสูงที่ต่างกันไม่กี่เซนไม่เป็อุปสรรคในการจูบของเรา
..................
“เราไปนอนกันไหมครับ ผมปูผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว”คิวพูดเสียงเบาข้างใบหูของผม
“อืม กูง่วงล่ะ” ผมทำท่าหาวเอาอากาศเข้าปอดเดินทอดน่องไปที่ผืนผ้าบางที่ปูวางอยู่บนพื้นไม้
“พื้นแข็งหน่อยนะครับ”
“กูไม่ได้คุณหนูขนาดนั้น ชายชาติทหารจะมาจุกจิกเื่ที่นอนได้ยังไง”
“ถ้านายมาได้ยินคงภูมิใจในตัวคุณอาร์”
“ไม่ต้องมาประชดเลย มึงน่ะลูกพ่อชัดๆ”
“ก็จริงนะครับ เพราะผมเป็ลูกเขยของนาย”
ผมไม่อยากเถียงกับมันต่อ มีแต่จะแพ้กับแพ้ ยอมรับเลยว่าั้แ่มันกลับมาผมแพ้คารมกับท่าทีของมัน จากที่ห่ามๆ ไม่กล้าพูดไม่กล้าเถียง เอาแต่ยอมผมตลอดแต่มาตอนนี้ ถึงจะยอมผมเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมมา กลับเป็เสน่ห์ที่ผมแพ้ทาง
คิวนอนลงก่อนผมและเอามือวางบนพื้นให้ผมหนุนนอนต่างหมอนผมนอนลงแต่หันหน้าออก ยอมรับตรงๆ ว่ามันเขินเกินกว่าจะหันหน้าเข้าหา..ใครใช้ให้มันพูดแบบนั้นในเวลาแบบนี้ คิวโอบเอาตัวของผมไว้แนบชิดความอบอุ่นถูกส่งผ่านเสื้อเนื้อหนาที่สวมใส่
“ผมอยากจะนอนกอดคุณอาร์แบบนี้ทุกคืน..” เสียงของคิวทำผมสั่นไหวยิ่งมันเอาริมฝีปากมาััที่ใบหูของผมแ่เบา ..ผมล่ะกลัวจริงๆ
“...”
“..คุณอาร์จะอนุญาตไหมครับ”
“คิว.. มึงไม่ต้องขอกูทุกเื่ก็ได้นะ”
“ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่อยากขัดใจคุณอาร์”
“โอเค กูอนุญาต”
“ผมขอไปรับคุณอาร์ที่โรงพยาบาลทุกวัน ถ้าผมไม่ติดภารกิจ”
“ได้ ดีซะอีก ไม่ต้องขับรถเอง กูอนุญาต”
“ถ้ามีวันว่าง.. ผมขอพาคุณอาร์มาเที่ยวนอกเมือง ตกลงไหมครับ”
“..ก็ดีนะ แต่ต้องเป็วันหยุดยาวเท่านั้น”
“ครับ”
“ตกลง กูอนุญาต”
“งั้นคืนนี้ผมขอได้ไหมครับ”
“เอาดิ กูอนุญา..!! เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้มึงขออะไรนะ กูฟังไม่ถนัด”
“ผมบอกว่า.. คืนนี้ผมขอนะครับ ซึ่งคุณอาร์ก็อนุญาต”
“ก็ใช่ กูบอกว่ากูอนุญาต แต่มึงขออะไรให้กูเติมคำในช่องว่างเอาเองรึไง”
“คุณอาร์ไม่รู้จริงๆ เหรอครับ ว่าผมขออะไร”
“...”
คิวเอามือที่โอบผมไว้สอดเข้าใต้เสื้อ มืออุ่นของมันซุกซนไปทั่วจนผม..“ไอ้คิว!! กูไม่ได้จะอนุญาตมึงเื่นี้..” เสียงผมสั่นแหบแทบไม่เป็ภาษายิ่งพอมันลูบไล่ไปมาที่ยอดอก.. หัวใจผมเต้นแรงอย่างกับจะะเิ ผมรีบสะกัดกั้นมือของมันให้หยุดเคลื่อนไหวด้วยมือของตัวเองแม้จะมีเสื้อหนากั้น
“น้า.. ผมขอนะครับคุณอาร์”
“มึงก็รู้อยู่ว่ากูไม่ชอบ..”
“แน่เหรอครับ”
“แน่!”
คิวถอนหายใจเบา “..งั้นเรานอนกันเถอะครับ” คิวยอมนอนนิ่งสงบหยุดทุกการเคลื่อนไหวมีเพียงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดคอผมที่บอกว่ามันยังนอนอยู่ข้างหลังไม่ได้หนีห่างไปไหน
“..โกรธรึไง”
“ครับ ..โกรธ”
“เพราะเื่แค่นี้?”
“ครับ แต่ผมไม่ได้โกรธที่คุณอาร์ปฏิเสธผมแค่โกรธตัวเองที่ยังแพรวพราวไม่พอ”
“อะไรของมึง ..แพรวพราวไม่พอ?”
“ก็ถ้าผมเก่งกว่านี้.. คุณอาร์คงตอบรับไปแล้ว แต่นี่.. เฮ้อผมมันอ่อนจริงๆ”
“คือมึงไม่ได้ไม่เก่ง..” ..โคตรกระดากที่ต้องพูดเื่แบบนี้แต่ถ้าไม่พูดอะไรเลย ไอ้คนข้างหลังผมคงได้นอยข้ามวันแน่
“งั้นมันอะไรล่ะครับ” คิวกดน้ำหนักมือที่ยังอยู่บนอกของผมใต้เสื้อ
“..คือ” สติของผมเริ่มกระจัดกระจายไร้ทิศ สมองเริ่มประมวลคำพูดไม่ถูก
“ยังไงครับคุณอาร์” มือของไอ้คิวเลื่อนลงต่ำทุกที ไม่รู้มันเจตนาหรือแค่บังเอิญเสียงของมันก็ชวนเคลิ้มเต็มที “..ยอมรึยังครับ”
“..กู”
“...”
“..ยอม”
..อยากจะโทษว่าเป็เพราะบรรยากาศที่พาไปผมถึงได้ยอมทำอะไรที่ขัดจากกฎของตัวเอง ไม่ก็เพราะคิวมัน ‘เก่ง’หรือไม่ก็เพราะจริงๆ แล้วผมเองก็้า เอาเป็ว่ามันเป็ประสบการณ์ครั้งแรกของพวกเราในป่าดงที่โอบล้อมด้วยความดำมืดของผืนป่ากับท้องฟ้ากว้างใหญ่ลายดวงดาวเราส่งเสียงครางร้องแข่งกับเหล่าสัตว์นักล่ายามค่ำคืน เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ตอนไหนผมไม่แน่ใจรู้แค่ตัวเองตื่นก่อนคนที่นอนอยู่ข้างๆ ..หนาว ทั้งที่มีผ้าห่มหนาคลุมตัวอยู่ผมขยับกระชับซุกซบอกเปลือยของคิว มันยังไม่ตื่น ขี้เซาแบบนี้ตลอด แต่ก็เป็ข้อดีเพราะผมจะได้มีเวลาจ้องมองมันได้แบบนี้
“ตื่นก่อนผมอีกแล้วนะครับ”
“ขอโทษ กูทำให้มึงตื่น”
“ก็ไม่นิครับ น้องชายผมยังนอนหลับอยู่”
“มึงนี่มัน”
“แต่ถ้าคุณอาร์จะกรุณาปลุก”
“ตลกล่ะ กูว่าเรารีบแต่งตัวแล้วกลับค่ายดีกว่า กูไม่อยากถูกมอง”
“ไม่มีใครอยู่มองเราหรอกครับ ทุกคนลงเขาไปแล้วั้แ่เมื่อวาน”
“นี่มึง..”
“ไงครับ ชอบไหม”
“ชอบบ้าอะไรวะ เดินขึ้นเขาสองชั่วโมง”
“แต่ก็ได้มามองดวงดาว แถมยัง..”
“พอเลย ลุก กูอยากกลับแล้ว”
“ก็ได้ครับ”
คิวยอมลุกและจัดการเก็บข้าวของเคลียร์พื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมอยากบอกมันนะ..ว่าผมประทับใจ แต่..
“คิว”
“ครับ”
“กูชอบเตียงที่คอนโดมากกว่า” ผมพูดโดยที่ไม่มองหน้ามัน
“ผมก็เหมือนกันครับ”
.
.
.
จบบริบูรณ์
ขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาอ่าน และอยู่ด้วยกันจนจบฮะ