ห่างออกไปหลายร้อยลี้ลู่เหวินเหยาที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่นั้นกำลังนั่งอยู่บนเตียงในมือถือกระดาษไว้แต่ไม่ได้อ่านเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
“จ้าวอิงอิง ้าจะทำอะไรกันแน่หึ….อย่าหวังว่าการทำดีเพียงเท่านี้กลับไปแล้วข้าจะไม่หย่าเ้า”
เขาพึมพำกับตัวเอง
ท่านอาเซี่ยต้าหลางบอกกับเขาว่าครอบครัวเขาแยกบ้านได้สำเร็จแต่ต้องได้รับความอยุติธรรม เพราะบ้านที่ได้รับคือบ้านเก่าของปู่ทวด อายุหลายสิบปีที่นั้นทรุดโทรมถึงขีดสุดที่ดินเพียงพื้นเล็ก ๆ ไม่เกินสามไร่ที่เป็พื้นที่รกร้างใกลู้เาทั้งบ้านเก่านี้ยังอยู่หลังสุดของหมู่บ้าน ไม่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงมีเพียงทางผ่านขึ้นเขาเท่านั้น
แต่ยังมีเื่ดี ๆที่เซี่ยต้าหลางเล่าให้ฟังว่าที่บ้านได้รับการซ่อมแซม มุงกระเบื้องใหม่ ไม่ใช่บ้านเก่าทรุดโทรมแล้วจ้าวอิงไม่ก่อปัญหาใด ๆ ตัวเซี่ยต้าหลางเองไม่ได้เห็นกับตาแต่เพียงฟังจากที่ปู่เซี่ยเล่าต่อมาเท่านั้น
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าเขาเดิมที่เขาคิดว่าตัวเองต้องลำบากมากแน่นอนเพราะเงินติดตัวมานั้นมีน้อยนิดเหลือเกิน เงินที่ย่าของเขาเหอซื่อกัดฟันแล้วกัดฟันอีกและสุดท้ายให้มานั้นน้อยนิดนักเพียงเจ็ดตำลึง
แต่เขาก็โชคดีที่มีเพื่อนร่วมสำนักศึกษาเดินทางไปสอบพร้อมกันหลายคน บางคนเป็ลูกคหบดีมีเงินเพื่อที่จะได้ทบทวนตำราร่วมกัน ลูกคหบดีผู้นี้จึงสนับสนุนรถม้าเพื่อเดินทางแต่ก็มีคนที่ฐานะธรรมดาหรือค่อนไปทางยากจนเช่นเขาก็มี
ดังนั้นพวกเขาจึงได้รวมกลุ่มกัน ส่วนค่าห้องพักเมื่อเข้าพักก็หารร่วมกันดังนั้นจึงสามารถใช้จ่ายอย่างประหยัดได้
เขาก้มลงมองถุงเงินที่ส่งมานี้แม้จะไม่แน่ใจว่าท่านพ่อและท่านแม่ได้มันมาอย่างไร แต่เขาจะใช้ให้ดีแน่นอน เขาตั้งใจแล้วว่าครั้งนี้ต้องสอบให้ผ่านดูแลตัวเองให้ดี
‘ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะใช้เงินนี้อย่างคุ้มค่าแน่นอน’นิ้วมือเรียวยาวกำถุงเงินไว้แน่นจนข้อนิ้วเป็สีขาวชัดเจน
แต่แล้วความตั้งใจของเขาต้องเปลี่ยนไปเมื่อมีชายแปลกหน้าสองคนเข้ามาเคาะประตูห้องที่เขาเพิ่งจะเข้ามาพัก
“ก๊อก ๆ”
“นั่นใครกัน”
เขาเปิดประตูออกไปก็เห็นชายหนุ่มสองคนอายุพอ ๆกันกับเขาแต่พวกเขาแต่งการแบบชาวยุทธทั่วไป ที่สำคัญชายทั้งสองยังพกพากระบี่มาด้วยเห็นดังนั้นเขาจึงดึงประตูเพื่อจะปิดลง แต่ก็ถูกเท้าของชายคนหนึ่งกันเอาไว้
วันเวลาผ่านไปจ้าวอิงมายังโลกแห่งนี้ได้ครบสามเดือนแล้วอีกเพียงไม่ถึงยี่สิบวันกำหนดการกลับมาของสามีในนามของนางก็จะกลับมาแล้วและนั้นอาจจะถึงเวลาหย่าและนางจะได้เป็อิสระ
ด้านความสัมพันธ์กับครอบครัวใหม่เป็ไปด้วยดียิ่งและที่เบาใจที่สุดคือสามเดือนมานี้ไม่มีใครมาตามรังควานครอบครัวนางแม้แต่คนเดียว
นอกจากอยู่ห่างไกลแล้ว ที่สำคัญคือเหอซื่อย่าของสามีนางนั้นกลัวพวกนางจะกลับไปขอเงินนั้นเองนางจึงสั่งให้ทุกคนในบ้านใหญ่ห้ามมาหาพวกนาง ซึ่งนั้นก็ดียิ่ง
ตอนนี้ขาของพ่อลู่หายเป็ปกติแล้ว ทั้งสองสามีภรรยาลู่เริ่มมีน้ำมีนวลผิวที่เคยเหลืองซีดตอนนี้เริ่มเปล่งปลั่งมีสุขภาพที่ดี หนังหุ้มกระดูกแทบไม่มีแล้วเพราะการบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพร การกินอาหารสามมื้อต่อวันและบางวันยังเพิ่มการนอนกลางวันอีกด้วย
ที่เห็นชัดสุดเห็นจะเป็ลู่เหวินหยวนหรือเสี่ยวเป่านั้นเองตอนนี้ลักษณะได้เปลี่ยนไปหมด ไม่ใช่เด็กหน้าตามอมแมมผิวเหลืองซีดผมแห้งแตกจนเป็สีแดงอีกแล้ว กลายเป็เด็กชายผิวผุดผ่อง แก้มแดงใสผมเริ่มงอกใหม่และดกดำอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็ลักษณะของเด็กที่ใครเห็นใครก็รัก
ส่วนตัวจ้าวอิงเองตอนนี้น้ำหนักนางลดลงอย่างมากทีเดียวใบหน้าอ้วนกลมตอนนี้ไม่มีอีกแล้วรูปร่างแม้จะยังอวบอัดอยู่บ้างแต่สุขภาพของนางตอนนี้ดียิ่งนักทำงานหนักได้สบายไม่หอบเหนื่อยง่ายอีกแล้ว
เมื่อผอมลงใบหน้าที่เคยอัปลักษณ์ ตาเล็กหยีก็หายไปโครงหน้าชัดเจนดวงตาดังลูกกวางดำขลับและวาววับ เพียงมองก็ให้คนใจอ่อนยวบรูปหน้าเรียวเล็กปากบางแต่ก็ดูอิ่มน้ำรูปผลอิงเถาสีแดงสดอยู่ตลอด
จมูกเล็ก ๆเชิดขึ้นของนางเดิมทีตอนที่ยังอ้วนอยู่นั้นเหมือนจมูกหมูมากแต่เมื่อเนื้อที่แก้มหายไปกลับเป็ส่วนที่เสริมให้ใบหน้าของนางดูเฉิดฉายมากขึ้น
และใบหน้าที่เคยเป็สิวก็ได้รับการดูแลอย่างดีจนเกลี้ยงเกลาไม่มีตำหนิแม้สักนิดนับว่าเป็คนงามล่มเมืองก็ไม่ผิด ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตความงามของนางเพราะนางอ้วนท้วนมาั้แ่ยังเด็กแม้มารดานางจะเป็คนงามแต่ก็ไม่เท่าจ้าวอิงในตอนนี้ หากไม่ได้เห็นนางผอมลงกับตาจางซื่อไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่านี่คือจ้าวอิงตัวจริง
นอกจากนี้สวนหลังบ้านยังแบ่งออกเป็สองฝั่งมีอ่างเลี้ยงปลาที่ไม่ลึกนักรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากั้นกลางนำน้ำมาจากแม่น้ำขุดเป็ร่องลำเลียงน้ำเข้ามาฝั่งที่มีพื้นที่เล็กปลูกพืชผักสวนครัวและตอนนี้กำลังงอกงามสามารถเก็บมาทำอาหารได้ทุกเมื่อ
มีทั้งผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา ผักกวางตุ้ง ต้นหอม ผักชี กระเทียมและยังมีมะเขือม่วง มะเขือเทศผักพวกนี้ก็ได้เมล็ดมาจากโรงหมอชุ่ยจู๋หามาให้พร้อมกับเมล็ดพันธ์สมุนไพร
อีกด้านหนึ่งเป็แปลงปลูกสมุนไพรตอนนี้มีหลายชนิดที่ทดลองปลูกได้สำเร็จมีทั้งป้อเหอหน่าว (menthol) จางหน่าว (การบูร) ปิงเพี่ยน (พิมเสน) สือชางผู่ฮั่วเซียง อ้ายเย่ และ โก่วฉีจึ (เก๋ากี้ หรือ โกจิเบอรี่) **
สมุนไพรพวกนี้หากรอการเพาะเมล็ดอย่างเดียวก็ยังไม่เติบโตพร้อมเก็บเร็วขนาดนี้แต่จ้าวอิงนำสมุนไพรจากแปลงเล็กในห้วงมิติที่นางสามารถเข้าถึงได้ออกมาด้วยพวกมันจึงพร้อมเก็บอย่างรวดเร็วกว่าปกติ
บริเวณบ้านมีรั้วรอบขอบชิดประตูทางเข้าลานบ้านก็ทำใหม่เรียกว่าแ่าและแข็งแรงมากเพราะพ่อลู่ห่วงเื่ความปลอดภัยของคนในครอบครัวที่มีผู้หญิงและเด็กอาศัยอยู่
และสมุนไพรที่เพาะปลูกไว้มีราคาที่สูงถึงจะไม่ได้ปลูกมากเท่าข้าวโพดหรือถั่วเหลือง แต่ผลตอบแทนนับว่าดีกว่าหลายเท่า
ยังมีของป่าที่จ้าวอิงเข้าไปเก็บบ่อย ๆ มีทั้งสมุนไพรสัตว์ป่าที่วางกับดักไว้ สามารถนำไปขายในตัวตำบลได้เงินมาอีกด้วย
ระหว่างนี้จ้าวอิงให้พ่อลู่เป็ผู้เข้าไปส่งสมุนไพรและนำของป่าไปฝากเถ้าแก่ฟางและผู้ดูแลหลิวบ่อยๆ จึงทำให้พ่อลู่สนิทสนมกับโรงหมอชุ่ยจู๋
ส่วนตัวของจ้าวอิงราว ๆสิบวันจะเข้าเมืองไปสักครั้งเพื่อนำสมุนไพรไปขายและบางครั้งยังให้คำแนะนำเื่การใช้สมุนไพร รวมถึงสูตรยารักษาโรคอีกด้วย
เถ้าแก่ฟางมิได้รับสูตรยามาเปล่า ๆเมื่อพิสูจน์ว่าเป็ตำรับยาที่จ้าวอิงมอบให้เป็ของแท้และเห็นผลเขาก็มอบค่าตอบแทนให้
เรียกว่าแค่ค่าตำรับยาทั้งหมดที่เคยมอบไป รวมแล้วห้าตำรับด้วยกันนางได้รับเงินมาถึงแปดพันตำลึงแล้ว ที่ได้รับค่าตอบแทนมากเพียงนี้เป็เพราะโรคทั้งห้านั้นยุคนี้ยังไม่มีตำรายารักษาที่ถูกโรค
นั้นก็คือ ตำรายารักษาโรค เบาหวาน ต้อในตา โรดปอดอักเสบ วัณโรคและซิฟิลิส*หรือยุคนี้เรียกว่าโรคลับที่ไม่มีใครกล้ารักษาและไม่มีใครยอมรับว่าตนเป็ เพียงแอบรักษาแบบลับ ๆ เท่านั้น
นี่จึงเป็แหล่งที่มาของเงินตอบแทนมากมาย และยังมีมาอีกเรื่อย ๆตามน้ำใจจากคนไข้กระเป๋าหนักซึ่งห้าโรคนี้ก่อนหน้านี้เพียงมีสมุนไพรประคองโรคเท่านั้นและผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาก็ได้ฝากเงินมาให้นางด้วยเพราะนางปฏิเสธที่จะพบพวกเขาเพื่อลดความยุ่งยาก
เมื่อเป็เช่นนี้จ้าวอิงจึงได้รู้ว่าโรงหมอชุ่ยจู๋มีหลายสาขาแทบจะมีอยู่ทุกเขตมณฑลดังนั้นสูตรยาของนางจึงทำเงินได้มากทีเดียว
แต่เทียบกับที่นางได้รับมานั้นน้อยนิดมากคาดว่าไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ แต่จ้าวอิงเองก็พอใจแล้วนางไม่ได้ลงแรงอะไรเลยเพียงเขียนสูตรยาที่ร่ำเรียนมาจากวิทยาลัยและตำราที่สะสมไว้ก็เท่านั้น
เงินจากการรักษาโรคนี้เถ้าแก่ฟางจะให้จ้าวอิงส่วนตัวส่วนค่าสมุนไพรหากใครนำมาก็จะให้ผู้นั้นราคาก็เป็ราคาที่ยุติธรรมไม่ได้ให้มากเกินไป หรือน้อยกว่าที่ควร
จ้าวอิงจึงพึงพอใจกับการจัดการของเถ้าแก่ฟางมาก เื่การปลูกสมุนไพรนั้นนางตั้งใจให้ครอบครัวลู่มีแหล่งรายได้ไม่ลำบากอีกต่อไป
ส่วนตัวจ้าวอิงเองไม่เดือดร้อนเลย นางสามารถเอาตัวรอดได้สบายๆพ่อลู่ก็สามารถดูแลสมุนไพรในแปลงได้ดีมากเช่นกัน
อีกเื่ที่น่ายินดีเช่นกันก็คือของในกระท่อมห้วงมิติของจ้าวอิงสามารถเติมเต็มกลับมาเหมือนเดิมได้ หลังจากเริ่มวันใหม่ เหมือนรีเซตใหม่ในทุก ๆวัน
และพื้นที่บาเรียก็ขยายออกไปเช่นกัน นางสำรวจแล้วตอนนี้น่าจะขยายรัศมีอีกสองสามเมตรจากวงบาเรียเดิม นางคิดว่าเป็เพราะนางช่วยรักษาคนป่วยจึงทำให้พื้นที่ขยายขึ้น
นี่ก็สุดยอดไปเลยสำหรับคนหลงยุคแบบนางแล้วนี่เป็สุดยอดไอเท็มเอาชีวิตรอดจริงๆ..
•────────❅❀❅────────•
ป้อเหอหน่าว : (menthol)
จางหน่าว: (การบูร)
ปิงเพี่ยน (冰片) หรือพิมเสม จัดเป็ยาในกลุ่มยาเปิดทวาร มีกลิ่นหอมเย็นเข้าสู้เส้นลมปราณหัวใจ ม้ามและปอด
สือชางผู่ (石菖蒲) จัดเป็ยาในกลุ่มยาเปิดทวาร ฤทธิ์อุ่นเข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจและกระเพาะอาหาร สือชางผู่มีกลิ่นหอม
ฮั่วเซียง (藿香) หรือพิมเสนต้น มีรสเผ็ด อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณปอด ม้ามและกระเพาะอาหารน้ำมันหอมระเหยช่วยขับของเสีย
อ้ายเฉ่า (艾草) หรืออ้ายเย่ (艾叶) เป็พืชในตระกูลดาวเรือง เป็สมุนไพรที่นิยมใช้ในทางการแพทย์แผนจีนเนื่องจากอ้ายเย่มีฤทธิ์อุ่นช่วยคลายความอุดตันกำจัดความเย็นและความชื้นออกจากเส้นลมปราณกลิ่นฉุนของอ้ายเย่สามารถทะลวงเส้นลมปราณเพื่อควบคุมการไหลเวียนของเืและลมปราณให้เป็ปกติ
โก่วฉีจึ : (เก๋ากี้ หรือ โกจิเบอรี่)
http://cmed.hcu.ac.th/article.php?num=276
โรคซิฟิลิส : โรคซิฟิลิสเป็โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์