จิวเมิ่งวิ่งพุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงจนกระเื้ัคาหลุดปลิวเป็แถบตามแรงกระแทกของฝ่าเท้าที่วิ่งผ่าน
เจียวฝางกำด้ามกระบี่และตั้งท่ารับมือแม้ร่างกายเจ็บชาไปซีกหนึ่ง ในใจคิดปลง 'ครานี้เห็นทีจะปราชัยไอ้เฒ่าหยาบช้า แต่อย่างไรเสียก็ขอแลกให้มันได้เสียเืให้ได้มากที่สุด! '
จิวเมิ่งกระโจนยกดาบขึ้นสูงหวังใช้พลังฟาดฟันคู่ต่อสู้ ด้วยฮึกเหิมที่อีกฝ่ายถูกพิษจากคมมีดสั้นเมื่อครู่ พลังวัตรของนางย่อมลดทอนไปหลายส่วน ไม่มีทางหลบหนีหรือรับมือกับกระบวนท่านี้ได้อย่างแน่นอน
"โปรดยั้งมือก่อน!"
เสียงของชายคนหนึ่งแทรกเข้ามากลางอากาศ เสียงก้องกังวาลจากพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง แม้เสียงจะดังมาจากด้านล่างแต่ความกังวาลนั้นกึกก้องชัดเจนราวกับอยู่ข้างหู
จู่ๆชายแปลกหน้าก็ะโเข้ามาขวางระหว่างกลางและใช้ฝักกระบี่สอดรับคมดาบของจิวเมิ่ง
แรงปะทะค่อนข้างรุนแรงจนเกิดกระแสคลื่นพลัง ดันเศษกระเื้ัคากระเด็นกระจายเป็วงกว้างสู่เบื้องล่าง เสียงอาวุธทั้งสองกระทบกันดังเคร้ง
จิวเมิ่งและชายหนุ่มยืนใช้อาวุธผลักต้านกันไร้การเคลื่อนไหว ภายนอกดูเหมือนคนทั้งสองกำลังแข่งพลักดันกันธรรมดา แท้จริงแล้วทั้งคู่กำลังต่อสู้กันด้วยกำลังภายในที่ส่งผ่านดาบและกระบี่
"พ่อหนุ่ม! นี่เป็เื่ระหว่างข้ากับนางมารน้อยนี่ เ้าอย่าได้สอด!"
เฒ่าพิษเค้นพูดลอดไรฟันที่ขบแน่น
"ข้าน้อยขอเสียมารยาท แต่ไม่อาจทนดูผู้ใหญ่รังแกเด็กได้!"
บัดนี้พิษในร่างของเจียวฝางแทรกซึมแผ่ซ่านทั่วร่าง การสกัดจุดของนางช่วยได้เพียงชะลอไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่จุดสำคัญเท่านั้น แขนขาอ่อนแรงชาไปทั่วร่าง จำต้องปล่อยกระบี่และฟุบลงกับพื้นหลังคา
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดหมดจดคนนี้คือขันทีผู้ติดตามองค์หญิงซูหนี่นามว่าหนิงหลง หลังจากยืนสังเกตุการณ์อยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงเร่งรุดเข้าช่วยเหลือ
หลังจากยืนปะทะกำลังกันครู่หนึ่ง จิวเมิ่งเกิดความวิตกขึ้นมาอย่างฉับพลัน
'กำลังภายในของมันแข็งแกร่งนัก หากฝืนต่อไปท้ายสุดต้องถูกมันทะลวงบอบช้ำหนักเป็แน่'
คิดได้ดังนั้นเฒ่าพิษจึงเร่งรวบรวมลมปราณอัดวนอยู่ที่ทรวงอก กัดก้อนพิษที่ซ่อนอยู่ที่กระพุ้งแก้ม เป็เคล็ดวิชาที่แปลกและพิสดารในการแปลงลมปราณภายในให้เกิดเป็ไอร้อนเพื่อบ่มยาพิษที่มีส่วนผสมของแร่ชนิดหนึ่งที่ก่อเกิดควันพวยพุ่งเมื่อถูกความร้อน มันพยายามสร้างควันพิษเพื่อพ่นใส่ศัตรู
หนิงหลงคล้ายกับรู้ทันแผนการของมัน ใช้มือขวาชักกระบี่ออกจากฟักที่ยันดาบค้างอยู่ ตวัดเข้าใส่ใต้วงแขนของจิวเมิ่งเพื่อให้คู่ต่อสู้ถอนกำลังล่าถอย ขณะเดียวกันก็หันหลังคว้าตัวเจียวฝางและะโลอยตัวลงเบื้องล่าง
จิวเมิ่งผงะถอยหลังหลบคมกระบี่ ประกอบกับจังหวะการเดินลมปราณที่คั่งค้าง ทำให้สูญเสียการทรงตัวล่วงหล่นลงมา แต่ยังครองสติได้ สามารถพลิกตัวกลางอากาศและใช้วิชาตัวเบาตะกายตัวเองเกาะเสาอาคาร ไม่ให้หล่นกระแทกพื้นเบื้องล่าง เร่งขับควันพิษที่หลงเหลือในกายออกให้หมดก่อนที่จะสำลักควันพิษเสียเอง ก่อเกิดเป็ควันคลุ้งรายล้อมตัว
บัดนี้ชาวบ้านรอบโรงเตี๊ยมต่างหวาดหวั่นหนีตายกันไปหมดแล้ว หลงเหลือเพียงกลุ่มจอมยุทธ์ และกลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นที่ยังคงมุงดูห่างๆอย่างระมัดระวัง
เถ้าแก่ฮุย รีบวิ่งเข้ารับตัวบุตรสาวจากหนิงหลง "ขอบคุณท่านจอมยุทธ์มากที่ช่วยเหลือเราสองพ่อลูก"
ผู้เป็บิดาก้มหัวกล่าวขอบคุณชายผู้เข้าช่วยเหลืออย่างซาบซึ้งใจ
"ลูกสาวท่านกล้าหาญมากนะขอรับ ข้าเองก็ขอนับถือ หากการต่อสู้เมื่อครู่ไม่มีการใช้อาวุธลับกัน ข้าว่าแม่นางท่านนี้คงไม่จำเป็ต้องได้รับความช่วยเหลือจากข้าเป็แน่"
เจียวฝางพยุงตัวขึ้นยืนโดยมีบิดาคอยประคอง สายตาที่พร่ามัวค่อยๆแจ่มชัด ใบหน้าชายหนุ่มที่เข้าช่วยเหลือค่อยๆปรากฎชัดเจน หัวใจของนางเต้นรัวเร็วถี่ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความขวยเขิน
นี่เป็ครั้งแรกที่นางตกอยู่ในอันตรายและมีผู้เข้าช่วยเหลือ และเป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกใจเต้นแรงกับชายชาตรีจนวางตัวไม่ถูก ได้แต่พยายามจะทำการคาระวะเพื่อแสดงถึงความขอบคุณ
"แม่นางออมแรงไว้เถิด เ้าาเ็อยู่"
หนิงหลงเอ่ยปรามก่อนจะหยิบขวดยาที่พกติดตัวขึ้นมา เทยาเม็ดสีขาวใส่ฝ่ามือและยื่นให้นาง
"นี้คือยาไข่มุก์ มีตัวยาสำคัญในการสลายพิษต่างๆ ทานเข้าไปก่อนเพื่อคลายพิษร้ายให้อ่อนกำลัง"
จิวเมิ่งที่นั่งคุมลมปราณที่กระเจิงให้กลับเข้าที่อยู่บนม้านั่งโรงเตี๊ยม คิดประมวลเหตุการณ์เมื่อครู่และฉุกคิด ฝักกระบี่เมื่อครู่ลวดลายบรรจงเป็แบบแผนที่สำนักราชวังใช้ และยาไข่มุก์ก็เป็ยาหลวง มีเพียงหมอหลวงในราชวังเท่านั้นที่มีใช้
คาดว่าชายผู้นี้ต้องมาจากวังหลวงเป็แน่แท้ หากมีเื่มีราวกับคนของทางการย่อมไม่ส่งผลดีต่อตนเอง ครั้นจะดื้อดึงสู้รบต่อ ก็ไม่น่าจะเอาชนะชายผู้นี้ได้
"เฮอะ! นางมารน้อย ในวันนี้ข้าเห็นแก่ที่เ้ายังเด็ก จะละชีวิตเ้าไว้ก่อน แต่อีกไม่นาน ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเ้าแน่นอน!"
เฒ่าพิษตะเบ็งเสียงดังข่มขวัญ ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำลูกศิษย์กลับ
"ช้าก่อนท่านผู้เฒ่า!"
จิวเมิ่งหยุดชะงักและยืนนิ่งรอฟังโดยไม่หันหน้ามอง
หนิงหลงเดินเข้าหาพร้อมกล่าว "ท่านควรทิ้งยาถอนพิษของท่านให้กับชาวบ้านที่ได้รับพิษของท่านด้วยนะ!"
จิวเมิ่งหยุดคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบถุงผ้าสีเขียวจากสายคาดเอว และขว้างส่งให้หนิงหลง
"ครั้งหน้า หากผู้ใดคิดเข้ามาขวางทางของข้าอีก ข้าจะจัดการให้สิ้นซาก ไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งนั้น!"
มันตะคอกเสียงดัง มองกวาดกลุ่มชาวยุทธ์ที่มุงดูอยู่โดยรอบและเดินจากไปพร้อมลูกสมุนที่แบกหามลูกศิษย์ผู้พิการซึ่งเป็ตัวต้นเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
.
.
.
สองชั่วยามให้หลัง พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทุกอย่างในโรงเตี๊ยมก็กลับสู่สภาวะปกติ ผู้คนเดินทางเข้ามาพักทานอาหารจิบชาดื่มสุรากันอย่างครื้นเครง มีเพียงหลังคาโรงเตี๊ยมเท่านั้นที่คาดว่าต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม
เสี่ยวเอ้อนามว่าหลี่หยาวเดินถือตะเกียงนำคุณชายและผู้ติดตามทั้งสองไปยังห้องพักชั้นสอง
"เถ้าแก่สั่งให้กระผมจัดเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดของเราให้แก่ท่านผู้มีพระคุณขอรับ ทั้งสามห้องนี้เป็ห้องที่ดีที่สุดของเรา ข้าน้อยเตรียมอาหารให้แก่ท่านทั้งสามไว้ในห้องแรก ขอให้พวกท่านพักผ่อนให้เต็มที่ จะพักกี่คืนก็ได้นะขอรับ เถ้าแก่ไม่คิดเงิน"
"ไม่ทราบว่าอาการของแม่นางฮุยดีขึ้นแล้วหรือไม่?" องค์หญิงซูหนี่ในคราบคุณชายเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าน้อยก็ไม่ทราบได้นะขอรับ เถ้าแก่ให้อาจินไปตามหมอในเมืองมา คาดว่าหมอน่าจะใกล้ถึงแล้ว"
"ยาไข่มุก์ของเราก็น่าจะช่วยสลายพิษได้บ้างแล้ว ยิ่งนางมีลมปราณที่แข็งแกร่ง คาดว่าไม่น่าเป็กังวลนะขอรับคุณชาย" หนิงหลงกล่าวตอบ
คุณชายนิ่งคิดอยู่หน้าประตูห้องพักครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามหลี่หยาว "ข้าขอเข้าพบดูอาการนางได้หรือไม่?"
หยุนเอ๋อหันสบตาหนิงหลงเหมือนจะสื่อสารให้ช่วยห้ามปรามแต่หนิงหลงดูจะจนปัญญาที่จะกล่าวคำใด นางจึงรีบเข้าขวางแทน
"คุณชายขอรับ! ข้าน้อยว่าคุณชายก็เดินทางมาเหนื่อยมากแล้ว อย่างไรเสีย เรารอให้หมอได้รักษาและให้แม่นางฮุยได้พักผ่อนสักคืน พรุ่งนี้เช้าเราค่อยเข้าไปพบนางน่าจะเหมาะสมกว่านะขอรับ"
คุณชายหยุดชะงักและพยักหน้ารับฟังแต่โดยดี
"ถ้าเช่นนั้น พวกเราฝากแจ้งเถ้าแก่ว่าพวกเราทราบซึ้งในน้ำใจ และพรุ่งนี้เช้าจะขอเข้าเยี่ยมแม่นางฮุยนะเสี่ยวเอ้อ" หลี่ยาวโค้งคำนับรับทราบและขอตัวกลับไปทำงานต่อ
ทันทีที่เสี่ยวเอ้อหายลงไปชั้นล่าง ทั้งสามก็เดินเข้าไปในห้องเดียวกันและปิดประตูลงกลอน ภายในห้องมีสำรับอาหารและน้ำชาตั้งรอไว้แล้วตามที่เสี่ยวเอ้อกล่าว
หยุนเอ๋อรีบจัดแจงจัดเก้าอี้ให้องค์หญิงประทับ ขณะที่หนิงหลงปลี่เข้าตรวจสอบภายในห้องทุกซอกมุมอย่างละเอียด
เมื่อมั่นใจว่าสถานที่ปลอดภัยจึงหันกลับมาหาองค์หญิงและหยุนเอ๋อ
"กระหม่อมคาดว่าสำนักเนตรจันทราต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากเป็แน่"
"อะไรทำให้เ้ามั่นใจเช่นนั้น?" องค์หญิงเอ่ยถาม น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"ในเมื่อแม่นางฮุยเป็ศิษย์ของสำนักเนตรจันทราแถมยังฝึกฝนวิชาจนคล่องแคล่ว จึงเป็ไปได้ที่นางจะต้องพักอยู่ใกล้สำนักมากพอที่จะไปมาหาสู่ได้พะยะค่ะ"
หยุนเอ๋อที่นั่งตรวจสอบอาหารกับเข็มเงินเข็มทอง ซึ่งเป็พิธีการตรวจพิษปกติของราชวัง กล่าวแย้งขึ้นว่า
"แต่ก็ไม่แน่นะท่านหนิงหลง เพราะที่หม่อมฉันได้ยินมาคนในนี้ไม่มีผู้ใดรู้มาก่อนว่านางมีวรยุทธ์ จึงอาจเป็ไปได้ที่นางไม่ได้ไปมาหาสู่กับสำนักบ่อยจนคนสังเกตุ"
องค์หญิงที่นั่งฟังทั้งคู่แสดงความคิดเห็น ทอดถอนหายใจ ก่อเกิดอารมณ์ท้อแท้
"ข้ากังวลใจเหลือเกิน ข้ากลัวว่าพวกเราจะถูกจับเสียก่อน ยิ่งเรารอเวลาผ่านไปเช่นนี้ เกรงว่าพวกคนของวังหลวงจะตามเราเจอเข้าเสียก่อนที่เราจะได้พบเ้าสำนักเนตรจันทรา"
หนิงหลงลอบมองดวงตาที่งดงามคู่นี้แล้วเกิดความสงสารจับใจ เขาอายุห่างจากจากองค์หญิงแปดปี เห็นพระองค์มาั้แ่ทรงพระชนมายุเพียงห้าพรรษา ยังจำได้ถึงวันแรกที่พบองค์หญิงน้อยองค์นี้
องค์หญิงมีพระสิริโฉมงดงามราวภาพวาด ผิวพรรณละเอียดหมดจด เป็ที่สะดุดตาแก่ทุกคนในวังั้แ่ทรงพระเยาว์
มู่หนิงหลงในวัยสิบสามปีได้เข้าถวายงานใหญ่เป็ครั้งแรกในพระราชพิธีเซ่นไหว้เทพ์ชั้นฟ้า และได้พบองค์หญิงซูหนี่เป็ครั้งแรกในงานนั้น
แม้องค์หญิงน้อยจะมีพระชนเพียงห้าพรรษา แต่กลับวางตนได้อย่างสง่างามราวกับกุลสตรีสูงศักดิ์ที่โตเต็มวัย พระองค์นั่งนิ่งราวรูปปั้นอยู่ข้างๆฮ่องเต้
ขณะที่องค์หญิงพระองค์อื่นที่โตกว่ายังมีความซุกซนเหมือนเด็กทั่วไปและนั่งไม่ติดที่จนฮองเฮาส่งสายตาตำหนินางกำนัลผู้ถวายการดูแล
คนในวังต่างทราบกันดีว่าฮ่องเต้ทรงโปรดปรานองค์หญิงน้อยซูหนี่มาก ทั้งๆที่มิใช้เืเนื้อเชื้อไขของราชวงศ์ หากแต่เป็หลานสาวของแม่นมฮ่องเต้ที่ร้องขอฝากฝังกับฝ่าาก่อนสิ้นลม
แน่นอนว่าเป็เื่ที่ผู้คนมากมายในวังต่างไม่เห็นชอบที่ฝ่าาทรงรับเด็กจากนอกวังมาแต่งตั้งเป็องค์หญิง แต่ด้วยเสน่ห์และบุคคลิกที่โตกว่าวัยขององค์หญิงน้อยนั้นทำให้นางเป็ที่ยอมรับของตำหนักในได้อย่างง่ายดาย
เพียงไม่นานจากเด็กที่แปลกแยกก็กลมกลืนเป็ส่วนหนึ่งของราชวงศ์ แต่แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนเซ่นไหว้เทพ์ชั้นฟ้า กลับเปลี่ยนชะตาชีวิตของพระองค์ไปอย่างสิ้นเชิง...
"ท่านหนิงหลง!"
หยุนเอ๋อโพล้งเรียกหนิงหลงด้วยอาการตื่นตระหนก ดึงหนิงหลงให้หลุดจากห้วงความคิดของตนเอง
นางยื่นเข็มเงินที่มีคราบสีดำติดอยู่ที่ปลายให้เขาดู
"ในน้ำชามียาพิษ!"
หนิงหลงรีบปลี่ตัวเข้าไปดูเข็มเงินใกล้ๆ
"เ้าเฒ่าพิษนั่นน่าจะเล่นสกปรกอีกแล้ว!"
องค์หญิงซูหนี่มีใบหน้าที่ถอดสีด้วยความกังวลใจ
"เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามิใช่ฝีมือของคนจากวังหลวง?"
หนิงหลงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง 'องค์หญิงพูดถูก ผู้ที่ใช้ยาพิษกับเราก็อาจเป็คนของวังหลวงได้เช่นกัน'
ไม่รอช้า ขันทีหนุ่มเร่งดับไฟตะเกียงในห้องและเชิญองค์หญิงเสด็จไปหลบยังหลังฉากไม้ข้างเตียงนอน
"ขอองค์หญิงและหยุนเอ๋อหลบอยู่ที่นี่สักครู่ กระหม่อมจะออกไปดูว่าข้างนอกสถานการณ์เป็เช่นไร"
หนิงหลงวิ่งไปทางหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ เปิดแง้มหน้าต่างออกอย่างแ่เบาและะโออกไปอย่างคล่องแคล่ว
องค์หญิงซูหนี่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังฉากในความมืด โดยมีหยุนเอ๋อยืนเกาะกุมมือนางอยู่ข้างๆ มือของหยุนเอ๋อนั้นช่างเย็นและสั่นเทา ซูหนี่รับรู้ได้ว่านางกำนัลคนนี้หวาดหวั่นเพียงใด แต่สำหรับซูหนี่แล้ว กลับคุ้นเคยกับความมืด การหลบซ่อน การรอคอยความช่วยเหลือเสียจนเกิดความเคยชิน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในชีวิตขององค์หญิง แต่เล็กจนโต ผ่านพ้นการถูกคุกคามสารพัด จนมองว่า ความตายเป็เพียงทางออกที่แสนสงบที่นางเฝ้าปราถนา และการออกเดินทางครั้งนี้ นางยินดีพร้อมใจที่จะแลกด้วยชีวิต
ภาพเหตุการณ์ที่แม่นางฮุยต่อสู้กับเฒ่าพิษในวันนี้ ช่างสร้างความประทับใจให้กับนางนัก หากแม้นนางมีความเก่งกล้าได้ครึ่งหนึ่งของจอมยุทธ์หญิง ชะตาชีวิตของนางอาจจะดีกว่านี้ และจะด้วยอานุภาพของแรงอธิษฐานหรือวาสนาหนุนนำ จอมยุทธ์หญิงท่านนี้กลับกลายเป็ความหวัง ผู้ที่อาจจะนำทางสู่สำนักเนตรจันทรา ซึ่งเป็จุดหมายปลายทางและเป็เป้าหมายเดียวของซูหนี่ในขณะนี้
"หยุนเอ๋อ เ้าว่าแม่นางฮุยจะเป็อันตรายหรือไม่?"
องค์หญิงกระซิบถามนางกำนัลที่กำลังเบิกตากว้าง สอดส่องตามช่องว่างของฉาก
"หม่อมฉันไม่แน่ใจเพคะ ทูลตามตรง ตอนนี้หม่อมฉันเป็ห่วงความปลอดภัยของพระองค์ ในหัวคิดเื่อื่นใดไม่ออกแล้วเพคะ"
ซูหนี่เม้มปาก นางกังวลใจว่าผู้เป็ความหวังเดียวของนางจะตกอยู่ในอันตราย
หนิงหลงใช้วิชาตัวเบาะโเหินไปรอบโรงเตี๊ยมราวกับค้างคาวโบยบินอยู่ครู่หนึ่ง ทุกคนในโรงเตี๊ยมใช้ชีวิตกันปกติมิได้มีซุ่มเสียงของเหตุการณ์ใดให้ได้ยิน จึงรีบเหินกลับไปยังห้องพักเพื่อรายงานองค์หญิง
"ยามนี้ภายในโรงเตี๊ยมดูปกติดีพะยะค่ะ"
ซูหนี่พลันครุ่นคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง เพราะคาดการณ์ว่าความปกตินี้มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง
"ข้าจะออกไปดู"
"องค์หญิง! อย่าเลยเพคะ มันอันตราย"
"หยุนเอ๋อ ข้าว่าผู้ลอบวางยามิใช่เจาะจงหมายชีวิตเรา ไม่เช่นนั้น ยามนี้ต้องมีผู้ใดบุกเข้ามาแล้ว มันน่าจะวางยาในน้ำให้ทุกคนในโรงเตี๊ยม!"
"ถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงยังไม่มีผู้ถูกพิษล่ะพะยะค่ะ"
หนิงหลงทูลถามด้วยความกังขา
"พิษบางชนิดก็ใช่ว่าจะออกฤทธิ์ในทันทีนะหนิงหลง"
หนิงหลงดวงตาเบิกกว้าง
"เป็ไปได้พะยะค่ะ กระหม่อมร้อนใจจนลืมข้อเท็จจริงเื่นี้ไป"
"เช่นนั้นเราต้องเตือนทุกคนในที่นี้!"