บัดนี้เป็ต้นไป พวกข้า เซียนะทั้งหก
ขอรับโลกใบนี้ทั้งใบ เป็สมบัติของพวกข้า มันผู้ใดคิดต่อต้าน
จักต้องพบจุดจบเจ็ดชั่วโคตร
" อย่า อย่าได้หวัง ว่าพวกแกจะลอยหน้าลอยตาได้
อย่าคิดว่าไม่มีใครกล้าเอาปืนเป่าสมองแก
อย่า อย่าได้คิดว่าจะรอด
สักวันหนึ่ง
ฉันจะฆ่าพวกแกทั้ง.."
" การที่เ้าต้องเติบโตในยุทธจักรด้วยแรงแค้นมิใช่สิ่งที่ข้า้าให้เป็เลย "
.
.
" .. ฉังชรู่ "
.
.
\\ ฟึ่บ! \\
เด็กหนุ่มที่กำลังหลับไหล มือทั้งสองข้างเขากำหมัดเกร็งแน่นกรอดๆ เหงื่อแตกเล็กน้อยแม้ห้องนี้จะเปิดแอร์อยู่ แต่เมื่อเสียงหญิงสาวคนหนึ่งผุดขึ้นมากลางความฝันห้วงแห่งความแค้น เด็กหนุ่มได้สติร่างกายค่อยๆผ่อนคลาย เ้าตัวค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นทีละนิด
" แฮ่กๆ เสียงของเธอมาโผล่ในฝันของฉันได้ไงนะฉังชรู่ "
กัสเซ่บ่นพึมพำในห้องมืดบรรยากาศเย็นๆจากแอร์เบอร์24องศา เขาค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง นาฬิกาอนาล็อครูปตัวตุ๊กตาหมีบนหัวเตียงบอกเขาว่าตอนนี้เป็เวลาหนึ่งทุ่มสี่สิบนาที กัสเซ่เห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นเก็บที่นอนให้เรียบร้อย เด็กหนุ่มเหลือบไปเห็นถุงพลาสติกห่อเสื้อผ้าแปรงสีฟันอันใหม่ตรงฟูบที่นอนด้านล่าง เขียนด้วยปากกาไวท์บอร์ดบนถุงว่า " ของกัสเซ่ "
" ใส่ใจกันขนาดนี้เลยเหรอ งั้นฉันคงต้องรีบไปเตรียมตัวแล้วสิ ขอบคุณนะฉังชรู่ " เด็กหนุ่มไม่รอช้าคว้าถุงเสื้อผ้าเดินเข้าไปยังห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำห้องนี้ดูหรูหรามิใช่น้อย มีอ่างน้ำกว้างขนาดนอนได้สองสามคน ดูแล้วคงพึ่งติดตั้งมาไม่นาน สบู่ยาสระผมหลากหลายยี่ห้อ คงเพราะเป็ห้องน้ำสตรีรักสวยรักงาม เด็กหนุ่มไม่คิดอะไรมากมายรีบจัดการอาบน้ำให้เสร็จโดยไว
ขณะอาบน้ำ กัสเซ่เหลือบไปเห็นกระจกบานใหญ่เท่าตัวติดผนัง เขาค่อยๆเดินไปยืนหน้ากระจกสอดส่องร่างกายตัวเอง ร่างของเขามีแผลเป็ตามตัว รอยฟันรอยช้ำที่กำลังจะหายดี กล้ามอันแน่นปึ้กและโครงร่างไหล่กว้างของเขายังคงสมส่วน เขาวอร์มคอหมุนมือยืดขาไปมา ร่างกายของเขารู้สึกดีขึ้นกว่าตอนเที่ยงมาก แต่ก็อดแปลกใจที่มันดูจะหายเร็วเกินไปมิได้ เดาว่าหมอที่รักษาคงมียาวิเศษจากพวกจอมยุทธป้อนใส่เขาทางเข็มฉีดยา แต่คิดไปมากกว่านี้คงไม่ได้รู้อะไรเพิ่ม เด็กหนุ่มรีบแต่งตัวเดินออกมาจากห้อง เก็บข้าวของ ตรวจสอบปลั๊กไฟ ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังยกรีโมทจะปิดสวิตช์แอร์ เขาเหลือบไปเห็นแผงน้ำหอมนาๆชนิดหลายสิบกระปุกของเ้าของห้องตรงที่แต่งหน้า
" ฉีดสักนิดน่าจะดีแฮะ ไม่ได้ใช้อะไรแบบนี้นานแล้วสิ " ไม่รอช้ากัสเซ่เดินไปหยิบกะปุกน้ำหอมสวยๆรูปทรงดูโบราณ ฉีดใส่ตัวเขาไปหลายที
" เห้ย หมดแล้วเหรอ " เด็กหนุ่มถึงกับผงะ กะปุกน้ำหอมขวดใหญ่ ฉีดสี่ถึงห้าทีก็เกลี้ยงกะปุกเสียแล้ว
" เวรล่ะ โดนด่าแน่ฉัน ท่าทางจะของแพงซะด้วย เห้อมม " กัสเซ่คอตก พึ่งจะรู้จักกันวันแรกดันก่อเื่เข้าเสียแล้ว เขาคิดได้เพียงว่าคงต้องโดนสวดยาวแหงๆ งั้นก็ทำเท่าที่ทำได้ก่อนแล้วกัน เด็กหนุ่มวางกะปุกไว้ที่เดิมแล้วรีบมุ่งออกไปที่แฮงก้าหนึ่ง ลานกว้าง ที่ซึ่งฉังชรู่ได้นัดหมายกับเขา
..
(( เอาล่ะ สวัสดีคร้าบบ พ่อแม่พี่น้องชาวค่ายทุกท่าน!! ทุกท่านรออยู่ใช่ไหม งานประลองผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!!! ))
พิธีกรจอมยุทธชายวัยชราผมขาวตัวค่อนเตี้ยกล่าวเริ่มงานผ่านโทรโข่ง เขายืนอยู่ตรงกลางลานกว้างรายล้อมไปด้วยฝูงชนหลายร้อยคน มีทั้งชั้นล่างที่ยืนและนั่งอยู่บนอัศจรรย์ ชั้นสองที่เป็ทางเดินตามขอบกำแพงจุได้ร้อยกว่าคน ทีมงานเซตสถานที่ให้มีแต่หลอดไฟสว่างอยู่เพียงแค่กลางลานประลอง จะว่าบรรยากาศในตอนนี้เสมือนงานมวยใต้ดินก็ไม่ผิดเสียทีเดียว
(( มาว่ากันเื่รางวัลของเรากันดีกว่าทุกท่าน ผู้ครองตำแหน่งได้อันดับต้นๆของวันนี้ จะได้รับการพิจารณาพิเศษจากผู้าุโถ่ายทอดเคล็ดวิชาพิศดารให้ แน่นอนว่าจอมยุทธมือใหม่ทั้งหลายเมื่อได้เคล็ดนี้ไปครอง วรยุทธต้องรุดหน้าอย่างฉับพลันเป็แน่แท้!! ))
เสียงดังฟังชัดผ่านโทรโข่งบิ้วอารมณ์ผู้เข้าชมได้อย่างเป็งาน ทักษะการพูดจังหวะน้ำเสียงที่เอ่ยของพิธีกรที่พาผู้ชมเฮตื่นเต้นดังลั่นแฮงก้าได้เช่นนี้นับว่าชำนาญในวิชาชีพยิ่ง
(( กฎของงานก็ง่ายๆมิซับซ้อน เราจะนำจอมยุทธหน้าใหม่ที่เป็ปุถุชนทั่วไปแต่ฝักใฝ่ในวรยุทธ ซึ่งหลายคนได้ร่ำเรียนกันมาเป็เดือนๆแล้วนับั้แ่ค่ายหลบภัยแห่งนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น ประลองฝีมือกันทีละคู่ เรื่อยๆจนเหลือผู้ชนะคนสุดท้ายยย!!! ))
เสียงเฮดังลั่นหลังพิธีกรพูดจบ สาเหตุที่ไม่นำจอมยุทธที่มีฝีมือมาประลองกันนั้น อันที่จริงพวกเขาจะฝึกกันเองทุกวันจนเห็นได้ชินตาอยู่แล้ว บ้างก็กระบวนท่าพิศดาร บ้างก็เคล็ดวิชาล้ำลึก หากออกฝีมือที่แท้จริง เห็นที่ค่ายหลบภัยแห่งนี้คงได้ะเิตายกันระนาวเป็แน่
เมื่อเป็ดังนั้น ค่ายจึงจัดงานที่นำคนทั่วไปซึ่งกำลังเรียนพื้นฐานของวรยุทธ เขาเหล่านี้มีเคล็ดวิชาและกระบวนท่าที่เป็ไปตามตำรา นำมาต่อสู้ประลองให้เกิดการแข่งขันกันเอง ผลักดันให้ผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่มองข้ามความเหนื่อยล้าให้กลายเป็ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นทุกวันแทน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็กิจกรรมมอบความบันเทิงให้ผู้คนอย่างถึงเนื้อถึงเืในยามที่โลกไม่มีอินเทอร์เน็ตเช่นนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าการจัดงานประลองผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่นี้มีแต่ได้กับได้
ขณะที่แฮงก้าหนึ่งกำลังครึกครื้นได้ที่อยู่นั้น เด็กหนุ่มผมแสกกลางชุดนักศึกษาขาวแขนยาวกางเกงวอร์มสีดำรองเท้าผ้าใบพึ่งเดินผ่านเข้าประตูงาน
" โห คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ในที่แบบนี้เนี่ยนะ " กัสเซ่เหม่อลอยกับความหนาแน่นของผู้คนปนเสียงเชียร์สนั่นรอบสนามประลอง ทั้งเด็กเล็กยันคนแก่ กลุ่มคนที่อยู่บนอัศจรรย์กำลังนั่งกินขนมกับน้ำหวานฟังพิธีกรเปิดงานด้วยความตื่นเต้น คนที่ยืนด้านล่างค่อยๆนั่งลงเพื่อไม่ให้บังคนด้านหลัง เหมือนพวกเขาจะเล่นพนันทายแทงคนแพ้ชนะเสียด้วย ฮะฮ่า ไม่ว่าโลกจะล่มสลายยังไงจิติญญาผีพนันก็ยังอยู่คู่ตราบจนมนุษย์สูญพันธุ์เลยสินะ
" น้าครับ โทษนะครับ คือว่า ของกินเอาจากตรงไหนเหรอครับ " กัสเซ่สะกิดถามชายกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
" อ้อ มาใหม่ล่ะสิ เดินเข้าไปตรงหน้าอัศจรรย์ทางขวาเลย ตรงที่พี่สาวพยาบาลหลายๆคนน่ะ เขาแจกข้าวฟรี แต่เดินเบียดๆเอาหน่อยนะพ่อหนุ่ม " ชายกลางคนใจดีหันมาตอบเขาพร้อมรายละเอียดพลางชี้นิ้วประกอบ กัสเซ่จึงกล่าวลาอย่างสุภาพแล้วรีบเดินผ่าฝูงชนไปที่หน้าอัศจรรย์ขอบๆกำแพงใกล้ๆบริเวณตรงกลางลานประลอง โต๊ะแจกจ่ายอาหารอยู่ระนาบเดียวกันกับพิธีกราุโที่ยืนอยู่ตรงกลางลานพอดี
" กัสเซ่! กัสเซ่! ทางนี้จ้า ทางนี้! " เสียงหญิงสาวที่คุ้นหูกำลังเรียกเด็กหนุ่มจากโต๊ะอาหาร
พี่เจนนี่นี่นา !
หญิงสาวผิวสีในชุดพยาบาลกำลังโบกมือะโสู้เสียงฮือฮารอบข้างเรียกเด็กหนุ่มให้รีบมา
" หิวข้าวใช่ไหมล่ะ พี่รอเธอตั้งนานเลยนะ " เจนนี่ทักทายเด็กหนุ่มที่พึ่งฝ่าฝูงชนมาได้อย่างทุลักทุเล
" ไอ้แอ้วอั้บ อานอูไอ่อ๊ะเอี้ย ( ใช่แล้วครับ งานดูใหญ่นะเนี่ย ) " กัสเซ่ไม่พูดพล่ำทำเพลง คว้ากล่องโฟมแกะข้าวกระเพราหมูสับไข่ดาวยัดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
" ค่อยๆกินก็ได้นะพี่ว่า เดี๋ยวก็ท้องจุกเอาหรอกเวลาลงสนาม " เจนนี่พยายามปรามเด็กหนุ่มแต่ก็ไม่เป็ผล ความอร่อยที่หยุดเคี้ยวไม่ได้ของกระเพราหมูสับน้ำปลาพริกกลบความเค็มด้วยไข่ดาวไม่สุก เผ็ดพริกกำลังดี อาหารเลิศรสเช่นนี้มิได้แตะลิ้นเข้าปากมาเนิ่นนาน ที่ผ่านมามีเพียงอาหารกระป๋อง มาม่า พืชผักผลไม้ตามป่า ล่าสัตว์บ้างประปราย ที่ว่ามารือจะสู้กับกระเพราหมูสับไข่ดาวใส่น้ำปลาพริกได้ กัสเซ่ซัดข้าวในกล่องไม่ยั้ง คนรอบข้างต่างสงสัยในตัวเด็กหนุ่มตนนี้ยิ่งนักว่าไปอดอยากมาจากไหน
" พี่เจนนี่ครับ องค์หญิงไปไหนเหรอ ท่านนัดผมไว้ที่นี่นี่นา " เด็กหนุ่มมองหาไม่เจอฉังชรู่จึงเอ่ยปากถาม
" พอดีมีเหตุด่วนน่ะ องค์หญิงบอกว่าให้พี่ดูแลเธอไปก่อน " เจนนี่คลายความสงสัยของเด็กหนุ่มพลางจัดข้าวของบนโต๊ะ
" ออ อย่างงั้นเอง ( รีบๆกลับมาล่ะ ถึงจะเป็เธอก็เถอะ ข้างนอกนั่นมีแต่อันตรายทั้งนั้น ) " เด็กหนุ่มคอตกก้มหน้า เขาไม่ได้รู้สึกเซ็งอะไรที่ฉังชรู่ไม่มาตามนัด แต่เขาออกจะเป็ห่วงองค์หญิงใจดีนั่นเสียมากกว่า เจนนี่เห็นท่าทีดังนั้นก็เข้าใจว่าเด็กหนุ่มรู้สึกยังไง เธอยื่นมือค่อยๆดึงเด็กหนุ่มให้มายืนใกล้ๆอย่างน้อยก็จะได้รู้สึกมีเพื่อน
" แล้วว พี่เจนนี่ รายละเอียดการแข่งคิดยังไงเหรอครับ " กัสเซ่เขยิบตัวมายืนข้างเจนนี่ เขาถามไปพลางยืนไปกินข้าวไป
" แข่งวันนี้มี 16 คนจ๊ะ การแข่งขันแบ่งเป็สี่รอบ! " หญิงสาวพยาบาลผมยาวผิวขาวที่ยืนข้างๆเจนนี่เงยหน้าตอบคำถามแทนเพื่อนของเธอ กัสเซ่ดีใจที่ได้คำตอบแต่ก็ถึงกับงงว่าเธอคนนี้เป็ใคร..
" ป๋อมแป๋ม เขาถามฉันต่างหากไหม เธอนี่ก็แหม " เจนนี่ทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนของเธอ กัสเซ่ก็ยังอยู่ในท่าอ้าปากมิได้เคี้ยวข้าวคำต่อไป
" ก็เขาหล่อดีนี่นา ฮะฮ่า เธอเงียบไปเลยเจนนี่ ชั้นจะอธิบายเอง " ป๋อมแป๋มกรีดตาใส่เพื่อนของเธอพลางเอาแขนดันร่างของเจนนี่ที่กำลังบังเด็กหนุ่มอยู่ไปข้างหลัง แล้วจึงยกมือเล่าอธิบายรายละเอียดงานให้เด็กหนุ่มฟัง กัสเซ่ยิ้มพยักหน้าตอบรับ ส่วนเจนนี่ก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความRADของเพื่อนหล่อนเอง
" สั้นๆเลยน้ะรูปหล่อ มีจอมยุทธหน้าใหม่เข้าร่วมการประลอง16คน สู้กันทีละสองคนเลยแบ่งออกเป็8คู่ พอได้ผู้ชนะจาก8คู่การประลองก็จะเหลือ4คู่ จากนั้นก็เหลือ2คู่ แล้วก็ รอบชิงชนะเลิศ แค่นี้แหละค่ารูปหล่อ " ป๋อมแป๋มอธิบายพลางอาศัยโอกาสที่ใส่ชุดพยาบาลรัดติ้ว ขยับท่าทางเอี้ยวตัวเอียงคอทำปากเล็กน้อยใส่เด็กหนุ่มขณะอธิบาย
" ขอบคุณมากเลยครับ พี่ พี่ป๋อมแป๋ม แหะๆ ( หว่านเก่งใช้ได้นะเนี่ย ) "
กัสเซ่พยักหน้าขอบคุณเล็กน้อยแล้วหันมาสนใจข้าวกล่องบนมือตัวเองต่อ ส่วนเจนนี่ก็แอบอมยิ้มเยาะเย้ยใส่ป๋อมแป๋มที่อ่อยเหยื่อไม่ติดเบ็ด ป๋อมแป๋มรู้สึกล้มเหลวอย่างมาก เธอที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็ดาวฮอตประจำค่ายแห่งนี้กลับถูกเด็กหนุ่มหน้าใหม่เมินวิชามารของเธอเพียงเพราะกระเพราหมูสับไข่ดาว
//เฮ! เฮ!//
พิธีกรผันตัวเป็กรรมการ เขาส่งสัญญาณให้ทีมงานเชิญผู้เข้าแข่งขันเข้าสนาม ชายในชุดไปรเวท(ชุดใส่เล่น)ทั้งสองต่างค่อยๆเดินออกมาจากฝูงชน ประกอบกับแสงไฟในแฮงก้าที่มืดแทบทั้งหมดสว่างเพียงลานประลองตรงกลางให้บรรยากาศสูบฉีดเืชวนระทึกกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้านหน้ายิ่งนัก ผู้ชมทั้งสนามต่างส่งเสียงเชียร์ดังลั่น ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองรูปร่างสมส่วนดูมีกล้ามเนื้อในระดับกำลังดี ยืนจ้องหน้ากันและกันโดยมีกรรมการตัวเตี้ยยืนคั่นอยู่ตรงกลาง
" ผมแข่งคู่ไหนกันครับเนี่ย " กัสเซ่ถามเจนนี่
" คู่ที่8จ๊ะ คู่สุดท้ายของรอบแรก " เจนนี่ตอบเด็กหนุ่มพลางแจกจ่ายอาหารให้กับผู้คนที่มารับอย่างล้นหลาม
แม้ท่าทีเด็กหนุ่มชุดนักศึกษาจะดูกินข้าวสบายใจเฉิบ ลึกๆในใจแล้วเขาก็แอบหวั่นๆไม่น้อย จริงอยู่ที่เขาฝึกวิชาต่อสู้ ป้องกันตัว วิชาฆ่าคนมามาก แต่ก็ไม่มีข้อมูลของคู่แข่งที่ฝึกวรยุทธมาเป็เดือน คู่แข่งจะออกท่าโจมตีไหนตั้งรับอย่างไรมีท่าพิศดารคาดเดายากหรือไม่ ที่กล่าวมาข้างต้นถ้าจะให้รีบนั่งฝึกยุทธมีลมปราณเหมือนจอมยุทธคงเป็ไปไม่ได้ แต่เด็กหนุ่มเป็คนมองโลกในแง่ดี เขามักมองหาโอกาสที่ลอยอยู่รอบตัวเสมอ อย่างน้อยพระเ้าก็เป็ใจให้เขาแข่งคู่สุดท้ายของกลุ่ม แน่นอนว่าเขาจะใช้่เวลานี้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ คนธรรมดาที่มีวรยุทธ ให้มากที่สุด
(( เอาล่ะครับพี่น้องทุกท่าน!! การประลองคู่แรกเด็กหนุ่มผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่ระหว่าง เนสเล่ ปะทะ ฮัซฟี กำลังจะเริ่มใน สาม สอง หนึ่งง ))
(( เริ่มประลอง!!!!))
สิ้นเสียงสัญญาณ กรรมการตัวเตี้ยะโออกห่างจากจอมยุทธหน้าใหม่ทั้งสองโดยพลัน เนสเล่และฮัซฟีต่างถอยออกมาคนละก้าว ทั้งคู่ตั้งท่าต่อสู้แตกต่างกันไป พวกเขาเริ่มควบคุมลมหายใจรีดเล้นลมปราณ ทันใดนั้นแขนขาศรีษะของพวกเขาทั้งสองก็กระตุกจากกลางอกแผ่ซ่านไปทั่วตัว
( กำลังเลี้ยงลมปราณอะไรนั่นสินะ ฉันเคยเห็นพวกจอมยุทธข้างนอกทำท่าทางคล้ายประมาณนี้ ฉันไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะมีลูกเล่นปล่อยพลังได้ขนาดไหน แต่ถ้า.. ) เด็กหนุ่มที่กำลังดื่มน้ำไปวิเคราะห์คู่แข่งไปมิทันจบ การต่อสู้ของทั้งสองก็เริ่มขึ้นทันที
// ย้ากกกกกก!! //
// ปั่ม!ปั่ม!ปั่ม!//
เนสเล่และฮัซฟีเข้าปะทะกันโดยตรง พวกเขาไม่ได้ต่อสู้โดยตั้งการ์ดเหมือนมวยหรือกำมือหลวมๆหาจังหวะจับทุ่มเหมือนยูโด แต่เขาทั้งสองกลับแบมือให้นิ้วเรียงชิดติดกัน การต่อสู้จึงเป็การใช้ฝ่ามือเข้าจู่โจม ซึ่งระหว่างที่ฝ่ามือทั้งสองฝ่ายชนใส่กันนั้น บังเกิดคลื่นลมวงกลมอ่อนๆ กระจายซ่านออกฝ่ามือที่ //ปั่ม!! // ใส่กันเล็กน้อย คลื่นลมวงกลมพวกนั้นคือลมปราณที่พวกเขาเลี้ยงไว้ที่ฝ่ามือ ซึ่งการต่อสู้แบบนี้นั้นมิจำเป็ต้องต่อยตีทุบ หากแต่ฝ่ายไหนก็ตามที่ใช้ฝ่ามือจู่โจมโดนจุดสำคัญของคู่แข่งได้ดีกว่า ลมปราณในฝ่ามือจะเข้าไปปั่นป่วนใต้ิัสร้างความเสียหายจากภายในทั้งกล้ามเนื้อ เส้นประสาท เส้นเื เส้นเอ็น ยันเส้นหัวใจ!
ผู้ที่โดนฝ่ามือแฝงลมปราณเข้าไปนั้น หากมิใช่จอมยุทธที่หมั่นฝึกตนจนมีเนื้อหนังเหนียวแน่น ไม่กี่ฝ่ามือก็ฟกช้ำปางตายได้แล้ว เนสเล่และฮัสฟีโจมตีปะทะฝ่ามือใส่กันและไม่หยุด ผ่านไปสิบสองฝ่ามือแล้ว ทั้งคู่ต่างรุกและรับกันได้อย่างสูสี
เสียงฮือฮาในแฮงก้าขึ้นลงเป็จังหวะตามการออกอาวุธของนักสู้ การประมือกันอย่างคู่คี่ไปมาเหมือนฉากบู๊ในหนัง เห็นด้วยตาตนเองช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก พวกเขามองว่าฝีมือของทั้งคู่ต้องเก่งมากแน่ๆ แม้ผ่านไปสิบสองฝ่ามือก็ยังคงสูสีคู่คี่กันไปได้
แต่เด็กหนุ่มชุดนักศึกษาผมแสกกลางมิได้มองเช่นนั้น เขาหลี่ตามองกระบวนท่าที่คนในสนามใช้ กัสเซ่หลุดยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย
ถ้าเป็พวกจอมยุทธเด็กหนุ่มจะไม่แปลกใจเลยที่ประมือรุกรับได้พอๆกัน แต่สำหรับนักสู้ในสนามนั้นที่เป็ผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่ทั้งหมด ั้แ่การตั้งท่าชาร์จลมปราณจนถึงการปะทะฝ่ามือ ปริมาณลมปราณในฝ่ามือของทั้งคู่ที่รีดออกมาได้พอๆกัน กระบวนท่าจู่โจมตั้งรับก็ใกล้เคียงกันเสียจนต่างคนต่างรู้จุดบอดของกันและกัน ฝ่ามือที่ปล่อยออกในแต่ละครั้งจึงถูกสกัดดักทางได้อย่างมิยากเย็น
" พวกนายเรียนมาจากตำราเล่มเดียวกันสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ก็ง่ายฉันขึ้นหน่อย " กัสเซ่มองนักสู้ในสนามทะลุปรุโปร่งพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม