สามพี่น้องบ้านหวังพากันเดินเรียงแถวหน้ากระดานโดยเฟิ่งเทียนจูงมือน้องทั้งสองคนละข้าง เข้าไปบริเวณชายป่าหลังบ้าน ซึ่งเฟิ่งเทียนเห็นกอไผ่อยู่ด้านนั้น เมื่อมาถึงเฟิ่งเทียนพบหน่อไม้อ่อนมากมายที่ขึ้นแทรกผิวดินขึ้นมา แต่เฟิ่งเทียนคนก่อนก็ไม่ได้นำมากิน เพราะหน่อไม้มีรสขม ชาวบ้านก็ไม่นำมาเป็อาหาร แต่สำหรับเฟิ่งเทียนชายหนุ่มคณะเกษตรและวิจัยพันธุ์พืชคนนี้เล็งเอาไว้แล้ว รอเขาไปเก็บฟืน และกลับไปสำรวจหม้อไหที่บ้านก่อน ถ้ามีไหเปล่าหน่อไม้ดองก็ไม่ไกลเกินเอื้อม เก็บไว้ทานเป็เสบียงในฤดูหนาวได้
เฟิ่งเทียนพาน้องๆเก็บกิ่งไม้แห้ง และริดกิ่งไม้พุ่มเตี้ยที่มีขนาดพอดีมือ เพื่อนำไปตากแดดทำฟืน เฟิ่งเทียนหมายมั่นว่า หากเขาแข็งแรง มีกำลังมากกว่านี้ในอนาคตเขาจะทำถ่านใช้ เพราะใช้ได้นานและไม่มีควันเหมือนกับถ่านไม้ โชคดีที่เขาข้ามมิติมาด้วยิญญาแต่ความรู้เดิมที่เขามีประสบการณ์ในการเรียนและการเข้าค่ายพัฒนาท้องถิ่นในมณฑลต่างๆ จะสามารถนำมาใช้ในชีวิตครั้งที่สองนี้ได้
แรงงานมดตัวน้อยบ้านหวังช่วยกันเก็บกิ่งไม้แห้งได้ 2 รอบก็เริ่มเหนื่อยหมดแรงโจ๊กมันเทศไปแล้ว ก็พากันกลับบ้าน แต่คราวนี้ได้ฟืนมาจำนวนมากกว่าทุกวันที่เฟิ่งเทียนหามาเพราะมีแรงงานเพิ่มอีก 2 คน เฟิ่งเทียนก็สงสารน้องที่ต้องลำบาก แต่น้องๆก็จะได้ค่อยๆเรียนรู้และจะเติบโต สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตซึ่งเขาก็จะไม่เลี้ยงดูน้องที่ี้เีทำงานไม่เป็เป็อันขาด ให้น้องๆรู้จักลำบากในวันนี้เพื่อวันที่จะสบายในอนาคตจะดีกว่า
เฟิ่งเทียนเรียงฟืนแห้งไว้ข้างฝาในครัว ส่วนกิ่งไม้สดก็ให้น้องๆนำไปตากแดดบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นก็ให้น้องๆมาล้างมือล้างหน้า และพักผ่อน ส่วนเขาเข้าครัวทำมื้อเที่ยง เฟิ่งเทียนกดบะหมี่หมูสับ และไข่ไก่ 2 ฟองออกมาจากระบบ เพื่อทำบะหมี่รสเด็ดที่เ้าของร่างนี้และน้องๆไม่เคยกินมาก่อน จะต้องอร่อยจนแสงออกตาออกปากแน่นอน
ในขณะที่เฟิ่งเทียนกำลังต้มบะหมี่ใส่ไข่ใส่ผักบุ้ง เฟิ่งเทียนเรียกระบบออกมาคำนวณอาหารที่เหลืออยู่พบว่า บะหมี่เหลืออยู่ 141ห่อ ข้าวสาร 12 จิน ปลาแห้ง 3 จิน ผักอบกรอบ 3 จิน เนื้อ์ 3 จิน ไข่ไก่อีก 25 ฟอง อย่างน้อยหากเขาประหยัดและหาเสบียงจากในป่าเพิ่มในฤดูหนาวนี้เื่อาหารก็ไม่ต้องกังวลมากนัก
บะหมี่เริ่มเหนียวนุ่ม เฟิ่งเทียนใส่ผักบุ้ง ตอกไข่ 2 ฟองตามลงไป พร้อมฉีกเครื่องปรุงรสโดยไม่เติมพริกลงไปในหม้อเพราะกลัวน้องๆจะเผ็ด ทันใดนั้น กลิ่นหอมตลบอบอวลของบะหมี่หมูสับลอยหอมฟุ้งในบ้าน สองแฝดถึงกับทนไม่ไหววิ่งเข้ามาในครัวตามหาต้นตอของความหอม
“หอมจังเลยพี่ใหญ่” เฟิ่งหลง
“ท้องข้าร้องจ๊อกๆเลยพี่ใหญ่ ท่านทำอาหารอะไรทำไมจึงหอมเช่นนี้” เฟิ่งจิน
"ตามกลิ่นมาเลยนะ เดี๋ยวทั้งสองคนไปเตรียมตะเกียบกับช้อน แล้วไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าว เดี๋ยวพี่ใหญ่จะเอาบะหมี่ออกไปให้ เพราะมันร้อน
เด็กๆรีบนำตะเกียบและช้อนจำนวน 3 ชุด และไปนั่งรอตามตำแห่งของตนเอง ไม่นาน เฟิ่งเทียนนำบะหมี่ออกมา 3 ชาม ควันร้อนๆที่ส่งกลิ่นหอมทำเอาสองแฝดแทบน้ำลายไหล
“เอ้าบะหมี่รสเด็ดมาแล้ว พวกเ้าค่อยๆกินหล่ะ มันยังร้อนอยู่ เป่าให้หายร้อนก่อนค่อยกิน หรือจะชิมน้ำบะหมี่ก่อนก็ได้ว่าหายร้อนแล้วหรือยัง”
“พี่ใหญ่บ้านเราไม่เคยทานบะหมี่ั้แ่ย้ายมาจากบ้านท่านปู่ แล้วพี่ใหญ่เอาบะหมี่มาจากไหน แถมยังหอมกว่าบะหมี่ที่เคยได้กินอีก” เฟิ่งจินถามด้วยความสงสัย
“น้องเล็ก น้องรอง ไม่ต้องห่วง พี่บอกแล้วไงว่าท่านเทพสงสารพวกเรา หากเป็เด็กดี ท่านเทพจะประทานอาหารมาให้ แต่เราต้องขยันทำงานด้วย ถ้าเราี้เีท่านเทพก็จะทิ้งพวกเราไป”
“ขอรับพี่ใหญ่ ขอขอบพระคุณท่านเทพที่เมตตาขอรับ พวกเราสัญญาว่าจะเป็เด็กดีช่วยเหลือพี่ใหญ่ทำงานขอรับ” สองแฝดพนมมือขอบคุณท่านเทพระบบสุ่มทิพย์
“เอาหล่ะ บะหมี่หายร้อนแล้วทานได้เลย รับรองอร่อยแน่นอน” เฟิ่งเทียนรีบขัดสองแฝดให้เริ่มลงมือทาน
“อ๊าาาา….อร่อยมากเลยขอรับ บะหมี่เหนียวนุ่ม คงซินช่ายก็อร่อย น้ำบะหมี่ก็เข้มข้นมีไข่ไก่ด้วย”สองแฝดต่างสูดเส้นบะหมี่ด้วยความสุขล้น ทั้งสองต่างคิดในใจ วันนี้กินอิ่มทั้ง 2 มื้อ หากพวกเขาเป็เด็กดี ช่วยเหลือพี่ใหญ่ทำงาน พวกเขาต้องได้กินอาหารอร่อยทุกมื้อแน่นอน