บทที่ 1 ลงเขา
ราชวงศ์ต้าโจว ณ ูเาหลางหยา นอกถ้ำสำนักเสวียนเหมิน
เ้าก้อนแป้งน้อยวัยเพียงสี่ขวบสวมชุดคลุมสีเทาตัวโคร่ง นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนบันไดหิน สองขาป้อมสั้นแกว่งไกวไปมาอย่างสำราญใจ ดวงตากลมโตสุกใสจับจ้องไปยังบานประตูสีชาดเบื้องหน้า ั์ตาฉายแววระยิบระยับด้วยความปีติยินดี
เอี๊ยด!
ทันทีที่ประตูบานใหญ่ส่งเสียงลั่น ดวงตากลมโตคู่นั้นก็ทอประกายวาววับ ร่างเล็กพุ่งปราดเข้าไปหาดุจสายลม
ตุ๊บ!
เสียงเข่ากระแทกพื้นดังลั่น
"หรานหร่านคารวะท่านอาจารย์ใหญ่ อาจารย์รอง อาจารย์สาม... ฮือ ๆ ... หรานหร่านจำต้องลงเขาแล้ว หรานหร่านตัดใจจากพวกท่านมิลงเ้าค่ะ!"
ร่างป้อมกลมยืดหลังตรง ยังมิทันเห็นผู้คน นางก็แผดเสียงร้องโหยหวนขึ้นมาก่อน พลางใช้มือขยี้บีบแก้มยุ้ย ๆ ของตนเองอย่างแรง
ทว่าต่อให้บีบจนแก้มแทบผิดรูป น้ำตาสักหยดก็หามีไม่ กลับทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ ดูน่าเวทนายิ่งนัก
พรืด!
ฉับพลันนั้น เสียงหัวเราะขบขันก็ดังขึ้นข้างหู หรานหร่านชะงักกึก รีบยกมือปิดตาแล้วแอบกางนิ้วออกมองผ่านร่องนิ้ว เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน
"อ้าว... เหตุใดเป็ท่านเล่า?"
นางร้องอุทานพลางตะกายลุกจากพื้นอย่างทุลักทุเล มือลูบแก้มยุ้ยที่ถูกบีบ ปากเล็กยื่นออกด้วยความน้อยใจ เสวียนอิ่นยื่นมือไปดึงจุกผมบนหัวนางอย่างหมั่นไส้
"เป็กระไร? ยังมิทันได้ลงเขา ก็ไม่้าศิษย์พี่ผู้นี้แล้วรึ?"
หรานหร่านเดินไปเกาะขอบประตู ชะโงกศีรษะเล็ก ๆ เข้าไปมองด้านใน เมื่อไร้เงาของเหล่าอาจารย์ นางก็เบะปาก กระทืบเท้าป้อม ๆ เดินกลับมานั่งจุ้มปุ๊กที่บันไดหินดังเดิม
"เชอะ หากพวกอาจารย์ไม่ออกมา ข้าก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยกอดอกทำแก้มป่อง ปากจิ้มลิ้มเชิดขึ้นฟ้า เสวียนอิ่นก็ยิ้มออกมาอย่างจนใจ เขาเดินเนิบนาบเข้าไปนั่งลงข้างกายนาง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ
"อาจารย์ฝากของสิ่งหนึ่งมาให้ข้ามอบแก่เ้า!"
หรานหร่านได้ยินดังนั้น ดวงตาก็กลอกไปมา นางสะบัดหน้าหนี ยืดคอเชิดหน้าอย่างถือดี เอ่ยเสียงเล็กเสียงน้อย "ข้ามิอยากได้!"
แม้วาจาจะกล่าวเช่นนั้น แต่หูเล็ก ๆ ทั้งสองข้างกลับตั้งชัน ก้นน้อย ๆ แอบขยับกระดึ๊บเข้าไปใกล้เสวียนอิ่นทีละนิด
"ไม่อยากได้จริง ๆ รึ?"
เสวียนอิ่นมองนางอย่างขบขัน พลางหยิบถุงผ้าปักลายยันต์แปดทิศออกมา จงใจขึ้นเสียงสูงยั่วนาง
"หากเ้าไม่เอาถุงเฉียนคุนใบนี้ เช่นนั้นศิษย์พี่จะรับไว้เอง"
พอได้ยินว่าเป็ 'ถุงเฉียนคุน' ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายวาววับ
ร่างเล็กกระโจนตัวลอย พุ่งเข้าใส่เสวียนอิ่นอย่างแรง สองมือป้อมแย่งถุงเฉียนคุนมาไว้ในมืออย่างทุลักทุเล นางรีบซุกมันไว้ในอกเสื้อทันที สายตามองเสวียนอิ่นอย่างระแวดระวัง ท่าทางราวกับกลัวเขาจะมาแย่งคืน เอ่ยเสียงดุแบบเด็ก ๆ ว่า
"ของที่อาจารย์ให้หรานหร่าน ก็เป็ของหรานหร่านสิเ้าคะ!"
เสวียนอิ่นมุมปากกระตุก มองนางอย่างระอา "เมื่อครู่เ้าเป็คนบอกเองว่าไม่อยากได้มิใช่หรือ"
"อยากได้ อยากได้ ใครบอกว่าไม่อยากได้กันเล่า?" หรานหร่านเถียงแก้มป่อง
"ได้ของดีไปแล้วก็รีบลงเขาไปเสีย อย่ามาเกะกะลูกตาข้าแถวนี้"
เสวียนอิ่นทำสีหน้ารังเกียจ ทว่าแววตากลับเจือรอยยิ้มและความอาลัยอาวรณ์ หรานหร่านขยับก้นน้อย ๆ ถอยห่างจากเสวียนอิ่น แล้วนั่งตัวตรงทำตัวเป็เด็กดี สองมือประคองถุงเฉียนคุนเปิดออกดูอย่างเบิกบานใจ
"ว้าว!"
"กระบี่เหรียญทองของท่านอาจารย์ใหญ่นี่นา!"
หรานหร่านหยิบกระบี่ที่ร้อยด้วยเหรียญทองแดงหนึ่งร้อยแปดเหรียญออกมา ดวงตาเป็ประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น
นางเดาะลิ้นเบา ๆ กล่าวว่า "ยามใดไม่มีเงิน ก็แกะออกมาซื้อน้ำตาลปั้นกินได้ตั้งสองเหรียญแน่ะ!"
เสวียนอิ่นถึงกับมีเส้นเืปูดโปนขึ้นข้างขมับ มุมปากกระตุกมิทราบว่าหากอาจารย์ใหญ่ได้ยินวาจานี้ จะรู้สึกเช่นไร!
"ว้าว!"
"เข็มทองเข็มเงินของท่านอาจารย์รอง!"
เสวียนอิ่นเหลือบตามองนางพลางกำชับ "อาจารย์รองสั่งความไว้ ของเหล่านี้ถ่ายทอดแก่เ้า เพื่อให้เ้าใช้วิชาช่วยเหลือปวงประชา"
"ทราบแล้ว! ทราบแล้วเ้าค่ะ!"
แม่หนูน้อยรับคำเสียงใส ผงกศีรษะรัว ๆ ดั่งไก่จิกข้าวสาร
"ว้าว!"
"เตาปรุงยาจือจินของท่านอาจารย์สามนี่นา"
"ว้าว! นี่มัน..."
หรานหร่านหยิบของวิเศษออกมาจากถุงเฉียนคุนทีละชิ้น ตื่นเต้นจนแทบจะหาทิศเหนือไม่เจอ เสวียนอิ่นมองดูนางที่โยนของล้ำค่าเ่าั้กองไว้กับพื้น พลันรู้สึกปวดตาตุบ ๆ!
เมื่อหรานหร่านเห็นเช่นนั้น ก็แกว่งขาสั้น ๆ เดินเตาะแตะเข้ามา สองมืออวบอ้วนโอบรอบลำคอเสวียนอิ่น เอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน
"ขอบคุณเ้าค่ะศิษย์พี่ หรานหร่านรักท่านที่สุดเลย"
กล่าวจบ ศีรษะทุยก็ซุกไซ้เข้าที่ซอกคอเขา ถูไถไปมาราวกับลูกแมวน้อยขี้อ้อน เสวียนอิ่นแม้จะทำท่าไม่ชอบใจความเว้าวอนนี้ แต่ก็มิได้ผลักไสนาง เขาช่วยเก็บสมบัติที่เหล่าอาจารย์มอบให้กลับคืนลงในถุงให้นางทีละชิ้น
"ไปเถอะ หากชักช้าจะมืดค่ำเสียก่อน!" เสวียนอิ่นเบือนหน้าหนี ยัดถุงเฉียนคุนใส่อกเสื้อให้นาง เอ่ยเร่งรัดแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หรานหร่านมองแผ่นหลังศิษย์พี่ที่เดินจากไป แล้วหันกลับมามองประตูใหญ่ที่ปิดสนิท รู้สึกแสบจมูกนิด ๆ ในใจบังเกิดความอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาวูบหนึ่งทว่าพอหวนนึกถึงของกินแสนอร่อยและเื่สนุก ๆ ตีนเขา ความเศร้าหมองเพียงน้อยนิดในใจก็อันตรธานหายไปจนสิ้น
"ซาลาเปาไส้เนื้อ น่องไก่ พุทราเชื่อมเสียบไม้... หรานหร่านมาแล้ว"
หรานหร่านวาดฝันถึงของกินเ่าั้ พลางะโโลดเต้นลงเขาไปราวกับกระต่ายน้อย
ณ ยอดเขาสูง
เหล่าผู้เฒ่ายืนท้าสายลม สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างเล็กจ้อยในป่าเขา สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยความอาลัย
นักพรตเสวียนิเครากระดิก ส่งเสียงฮึดฮัด "เ้าตัวแสบ รู้อยู่หรอกว่าปกติแสร้งทำตัวเรียบร้อย ที่แท้อยากจะติดปีกบินลงเขาไปใจจะขาด"
หรานหร่านคือเด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยงเมื่อสี่ปีก่อนระหว่างออกท่องยุทธภพ แม้เป็ดรุณีน้อย แต่รากฐานฝึกตนเลิศล้ำ ไม่ว่าจะเป็ศาสตร์เร้นลับ วิชาแพทย์ หรือวรยุทธ์ ล้วนเก่งกาจจนผู้คนต้องทอดถอนใจ เห็นเป็เพียงก้อนแป้งวัยสี่ขวบ แต่กลับเรียนรู้วิชาของพวกตาแก่ทั้งหลายไปจนหมดสิ้น
ทว่า์กลั่นแกล้ง เด็กน้อยเช่นนี้กลับมีดวงชะตา 'ห้าพิการสามขาด' โดยเฉพาะการขาด 'อายุขัย' หากมิหมั่นสั่งสมกุศล เกรงว่าจะมีภัยถึงชีวิต
"อามิตาภพุทธ!" ไต้ซือเหลียวคงเอ่ย "เป็เื่ของกาลเวลาและวาสนา!"
"ไปเสียได้ก็ดี หูข้าจะได้สงบสุขเสียที!" นักพรตอี้ิกล่าวเสียงแข็ง น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความรังเกียจ ผู้เฒ่าลำดับสี่ที่อยู่ข้าง ๆ ชำเลืองมองเขา มุมปากกระตุกอย่างแรง มิทราบว่าผู้ใดกัน ที่แม้แต่ยามหลับยามนอนยังต้องแอบลุกไปดูนางทุกคืน
เหล่าปรมาจารย์ต่างพ่นวาจาขับไล่ไสส่ง แต่สายตากลับมิอาจละไปจากร่างเล็กในป่าเขาได้เลย จวบจนเงาร่างนั้นลับสายตาไป พวกเขาจึงค่อย ๆ หันหลังกลับด้วยความอาลัย
"ร่มแดงแดง ด้ามขาวขาว... พวกคนชั่ว นอนยาวยาว..."
"นอนในโลง ฝังในเขา... แล้วเราก็กลบดิน..."
"กลบดิน..."
"เอ๊ะ?"