ณ วิทยาลัยทรงปราสาทขนาดใหญ่สีขาวขุ่นที่ประดับไปด้วยลวดลายของหินต่างๆ ได้มีเสียงประกาศต้อนรับของชายหนุ่มที่ดังกังวานไปทั่ววิทยาลัยขนาดใหญ่
“วิทยาลัยที่พร้อมจะอ้าแขนรับทุกคน วิทยาลัยที่ไม่มีการสอบเข้าหรือเงือนไขความสามารถ วิทยาลัยที่มีความหลากหลายทางสาขาคณะมากที่สุด ให้คุณได้เข้ามาเรียนรู้ตามสาขาอาชีพที่คุณอยากเป็ สิ่งที่ยากที่สุดที่วิทยาลัยแห่งนี้จะมอบให้คุณ คือ คุณจะจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เมื่อคุณมีความสามารถพอที่จะประกอบอาชีพเ่าั้แล้วเท่านั้น ทางมหาลัยขอต้อนรับประชาชนทุกท่านเข้าสู่ วิทยาลัยวีวาเลียวันนนนนนนน”
เสียงประกาศของหนุ่มผมสั่นทรงหน้าม้า ที่ใบหน้ายิ้มแย้มดูเป็คนอัธยาศัยดี ผู้ที่ได้รับเลือกให้มาเป็ตัวแทนประกาศแนะนำวิทยาลัยเนื่องจากพลังพิเศษที่สามารถขยายเสียงของเขาได้ ทำให้เสียงะโของชายหนุ่มที่ยื่นประกาศอยู่กลางวงเวียนหลักใจกลางวิทยาลัย ดังไปไกลเป็กิโลจนได้ยินไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย รวมถึงหูของสามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่บนรถประจำทางที่วิ่งเข้ามาถึงในมหาวิทยาลัย และด้วยจำนวนที่มากของคนที่มาเข้าสมัครทำให้ฟินน์อินและลีออน ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะไปถึงโซนที่หน่วยบริการประชาชนมาเปิดรับสมัครเ้าหน้าที่
“พวกเธอจะมาสมัครเป็หน่วยบริการประชาชนสินะ”
ชายที่สวมปลอกแขนของหน่วยบริการประชาชน ได้เขามาสอบถาม กลุ่มชายหนุ่มสามคนที่กำลังมองไปมาหน้าสถานที่รับสมัครของหน่วยบริการประชาชนด้วยท่าทางงุนงง
“ใช่ครับพวกผมลงทะเบียนไว้แล้วต้องทำยังไงต่อหรอครับ”
“ถ้าลงทะเบียนไว้แล้วก็สามารถไปติดต่อที่โต๊ะของเขตที่ลงทะเบียนไว้ได้เลย”
ชายคนนั้นบอกขั้นตอนให้แก่ชายหนุ่มทั้งสามฟัง และชี้ไปยังโต๊ะของแต่ละเขต ทั้งสามคนจึงเดินไปติดต่อที่โต๊ะ ซึ่งมีสาวผมสั้นสีน้ำตาลคอยรับเื่อยู่ แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าโต๊ะ ฟินน์กลับไม่พูดอะไร พร้อมกับยิ้มและจ้องเธออย่างตาไม่กะพริบอยู่อย่างนั้นอยู่นาน หญิงสาวคนนั้นถึงพูดขึ้นเพื่อถามจุดประสงค์ของฟินน์
“มีธุระอะไรคะ”
“ครับคุณแคร์ พวกผมมาสมัครเข้าหน่วยบริการประชาชนครับ”
แคร์ที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าก็ให้ทั้งสามคนสแกนบัตรประชาชนที่เครื่องมือที่ว่างอยู่บนโต๊ะตรงหน้าพวกเขา แล้วจึงเริ่มเปิดดูรายละเอียดต่างๆที่เครื่องสแกนส่งมาที่คอมพิวเตอร์ของเธออยู่นาน ก่อนที่จะเริ่มอ่านย้ำรายละเอียดในหน้าจอของเธอออกมา
“ฟินน์ พลังพิเศษคือสร้างอาวุธจากวิเศษยังงั้นหรอ?”
แคร์ที่อ่านพลังของฟินน์ก็ทำหน้าสงสัยขึ้น พร้อมกับมองไปยังฟินน์ที่กำลังมองหน้าเธออยู่
“ใช่ครับ”
“คุณลองใช้พลังพิเศษของคุณให้ดูได้ไหม”
ฟินน์ที่ได้ยินคำขอของแค่ก็เริ่มปล่อยวิเศษออกมาจากมือของเขาทันที ก่อนที่วิเศษนั้นจะอัดแน่นร่วมกันจนก่อตัวเป็ขวานขนาดเล็กขึ้นมา และก็สลายไป ก่อนจะก่อตัวกลับมาอีกทีเป็ดาบขนาดพอดีมือของเขาที่ไม่ได้มีลวดลายพิเศษอะไร
“ประมาณนี้ครับ”
ฟินพูดขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่ดวงตาของแคร์ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าแคร์จะไม่ได้สนใจเลย เธอมัวแต่จดจ่อไปกับพลังพิเศษของฟินน์และพยักหน้าออกมาอย่างพอใจ
“อืมๆ เป็พลังพิเศษที่น่าสนใจจริงๆ ได้พลังมาจากพ่อหรือแม่หรอคะ คนที่มีพลังพิเศษอย่างนี้น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแน่”
ในขณะที่แคร์พูดนั้นเธอค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้และเดินอ้อมโต๊ะข้างหน้าเธอมาเพื่อจะดูพลังของฟินน์ใกล้ๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ฟินน์อย่างไม่ละสายตาเพื่อรอให้เขาแสดงพลังออกมาอีก
“ผมเป็เด็กกำพร้าน่ะครับ ไม่เคยเจอพ่อแม่เลยไม่รู้หลายละเอียดพลังพิเศษของพวกเขา”
ในขณะที่ฟินน์พูดถึงพ่อแม่นั้นเขาไม่ได้แสดงความเศร้าออกมาเลยแม้สักนิด แต่กลับเป็แคร์ที่รู้สึกผิดที่ถามออกไปมากกว่า
“ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ ”
ในขณะที่ทั้งคู่พูดคุยกัน ฟินน์ก็ไม่ได้ละสายตาไปจากแคร์เลย จนแคร์นั้นเริ่มรู้สึกตัวถึงสายตาของฟินน์ เพราะก่อนหน้านี้ที่เธอมัวแต่สนใจในพลังของเขาเลยไม่ได้สังเกตท่าทีของฟินน์ แต่เมื่อเธอรู้ตัวว่าพูดอะไรที่เสียมารยาทออกไปเลยเริ่มสังเกตท่าทีของเขาว่าจะไม่พอใจเธอมากน้อยแค่ไหน แต่กลับเจอสายตาของฟินน์ที่จ้องมาที่เธอแทน
เธอพยายามที่จะทำเป็ไม่สนใจสายตาคู่นั้น ก่อนที่จะเอี่ยวตัวไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะด้านหลังของเธอ และเริ่มมองไปที่ฮิวมอนสิงโตที่ร่างกายสูงใหญ่
“ลูกครึ่งมนุษย์กับฮิวมอนสิงโต คุณคงเป็ลูกของคุณแอนกับคุณเลออนสินะ โตขึ้นมากจริงๆ”
ลีออนพยักหน้ารับออกไปอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูดมา และยิ้มให้กับท่าทีที่เธอมองเขาอย่างเอ็นดู ก่อนที่แคร์จะไม่ได้ถามอะไรมากนักและหันไปหาอินเป็คนต่อไป
“ต่อไปก็ อินพลังพิเศษคือได้ยินเสียงจากระยะไกลอย่างงั้นหรอคะ”
แคร์ถามไปยังชายหนุ่มผมตรงหน้าเธออีกคนหนึ่ง พร้อมกับจ้องไปที่เขาเพื่อรอให้เขาอธิบายถึงพลังของตัวเองออกมา แต่อินที่เห็นยังงั้นกลับจ้องมองกลับไปที่แคร์ พร้อมกลับเอียงขอทำหน้าสงสัยออกมาเสมือนเขาไม่เขาใจเจตนาของเธอ
“คุณอินคะ ช่วยกรุณาอธิบายเพิ่มเติมเื่ความสามารถพิเศษหน่อยค่ะ”
“ก็หูดีไงครับได้ยินเสียงจากระยะไกล…ผมต้องอธิบายเพิ่มหรอ”
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”
แคร์กระแทกเสียงของเธอออกมาเมื่อเห็นท่าทีของอิน ที่เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มไม่รู้จริงๆว่าจะอธิบายยังไงดี หรือเขาตั่งใจจะก่อกวนเธอ แต่ด้วยหน้าที่และระเบียบปฎิบัติเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปถามอะไรชายหนุ่มที่ยังเป็ประชาชนธรรมดาอยู่ ก่อนที่จะเก็บเอกสารในมือไปและยืนเอกสารชุดใหม่ให้กับพวกเขา
“ไปรอที่ห้องโถงที่มีป้ายของเขตบีบีได้เลยเดียวการอบรมเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว”
ทั้งสามคนที่ได้ยินคำบอกของแคร์ก็พยักหน้าให้กับเธอ ก่อนจะโค้งหัวเป็การบอกลาและเดินไปยังทางที่แคร์ชี้ไป ก่อนที่หลังจากนั้นจะมีคนเดินเข้ามาหาแคร์
“พวกนั้นเป็กลุ่มเพื่อนของลูกคุณเลออนยังงั้นหรอ แคร์”
ชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบร้อย ได้เดินเข้ามาหาแคร์พร้อมกับมองไปยังฟินน์ ลีออนและอิน ที่พึ่งเดินออกไป และถามเธออกมา
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าค่ะ คุณอีนอค”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากหาเื่ชวนคุยเท่านั้นเอง”
อีนอครีบเผยเจตนาของตัวเองออกมาพร้อมกับส่งยิ้มที่ดูอบอุ่นให้กับแคร์ แต่หญิงสาวดูจะไม่ได้ให้ความสนใจรอยยิ้มนั้นเท่าไร เธอยังนั่งรอผู้สมัครคนอื่นต่อ
แต่อีนอคเองก็ไม่ได้ขยับไปไหนเขายังคงยื่นยิ้มให้เธออยู่อย่างนั้น จนแคร์เริ่มทนไม่ไหวและถามเขาออกไป
“ไม่ต้องรอรับผู้สมัครแล้วหรือคะ ?”
“มันใกล้จะถึงเวลาปิดรับสมัครแล้วนิครับ ผู้สมัครส่วนใหญ่ก็ไปรอที่ห้องโถงของแต่ละเขตเพื่อรออบรมจากเราแล้ว”
“ค่ะ”
แคร์ตอบกลับอีนอคไปเพียงสั่นๆ หลังจากที่เขาพูดจบ แต่อีนอคก็ยังคงยืนยิ้มให้กลับแคร์อยู่ เธอเลยตัดสินใจเริ่มเก็บของและเอกสารต่างๆ เพื่อเตรียมไปอบรมแก่ผู้สมัคร แต่อยู่ดีๆ ก็มีเอกสารยื่นมาที่หน้าของเธอ
“เอกสารรายละเอียดเื่ที่ต้องแจ้งแก่ผู้สมัครครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ผมอุตส่าอาสาเอาเอกสารมาให้ คิดว่าจะได้คุยกับคุณมากกว่านี้ซะหน่อย”
“ต้องขอโทษที่ทำให้ผิดหวังด้วยนะคะ แต่ฉันต้องรีบไปบรรยายแล้ว”
“สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันมีชื่อว่าแคร์ เป็เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนจากเขตบีบี”
แคร์กล่าวแนะนำตัวของเธอออกมาต่อผู้สมัครเข้าหน่วยบริการประชาชน ณ ห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งเป็ห้องอบรมของผู้สมัครเขาหน่วยบริการประชาชนของเขตบีบี ที่เป็พื่นที่อยู่อาศัยของสามเพื่อนสนิทในรัฐฟิฟตี้
"ฉันมีหน้าที่อธิบาย ระเบียบและข้อปฏิบัติของหน่วยบริการประชาชนให้แก่พวกคุณฟัง
ก่อนอื่นเลย การที่เราจะอธิบายว่าหน่วยบริการประชาชนคืออะไร เราต้องมาทำความรู้จักกับตำรวจและทหารกันก่อน เนื่องจากผู้ที่สมัครในปีนี้มีอายุเฉลี่ยที่สิบแปดปี คงไม่รู้จักทหารและตำรวจ หน้าที่ของทหารเปรียบเสมือนรั้วหรืออาวุธที่ไว้ใช้ป้องกัน หรือโจมตีประเทศศัตรู ใน่เวลาที่มีา ซึ่งในขณะนั้นถ้าประเทศนั้นๆ ไม่มีา ความสำคัญของทหารก็จะลดลงไปด้วย ส่วนตำรวจคือผู้ที่ได้รับอำนาจจากรัฐ ให้รักษาความสงบ และบังคับใช้กฎหมาย เช่นการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย
เนื่องจากประเทศของเราเป็ประเทศที่เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นาน จึงยังมีกฎหมายที่บังคับใช้น้อยมาก แต่บางประเทศรอบๆ เรามีกฎหมายและประชากรที่เยอะ จึงต้องใช้ตำรวจในการควบคุมดูแล
และหน่วยบริการประชาชนของเรา เป็การร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ เนื่องจากประเทศเกิดใหม่อย่างเรา มีประชากร และทรัพยากรทางด้านการเงินค่อนจำกัด เราจึงต้องตั้งหน่วยงาน ที่มีอำนาจในการดูแลประชาชน บังคับใช้กฎหมาย และเมื่อเกิดาก็มีความสามารถในการรบได้ทันทีเสมือนกองกำลังสำรอง
โดยฉันจะเริ่มอธิบายต่อในเื่ หน้าที่ของหน่วยบริการประชาชน ใน่ที่พวกคุณยังไม่ได้ผ่านการศึกษาที่เรากำหนดไว้ให้นั้นหน่วยบริการประชาชนจะยังไม่ถูกไปบรรจุในหน่วยงานเฉพาะทางต่างๆ ซึ่งพวกคุณจะได้สวมใส่ปลอกแขนสีเขียวในระหว่างนั้น และจะถูกเรียกว่าเ้าหน้าที่ฝึกหัด หน้าที่หลักของพวกคุณคือการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ตามปัญหาที่ผู้รับบริการได้พบเจอ เมื่อเจอผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งหน้า ถ้าประเมินแล้วมีความสามารถมากพอที่จะจับกุมผู้กระทำผิดได้ เมื่อคุณจับกุมพวกเขา ให้คุณบันทึกการละเมิดกฎหมายที่เกิดขึ้นแล้วส่งตัวให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในสถานีบริการประชาชนใกล้เคียง หรือสถานีที่คุณประจำการอยู่จัดการต่อ
ในอีกบทบาทหนึ่งพวกคุณก็มีบทบาทเป็กองกำลังที่จะต้องเผชิญกับศัตรูเมื่อมีาเกิดขึ้น การเพิ่มระดับวิเศษจึงมีความจำเป็ในระดับหนึ่ง เพื่อความปลอดภัย และความสามารถในการปฏิบัติงาน
การเพิ่มระดับพลังวิเศษปัจจุบันมีอยู่สองวิธี หนึ่งคือการใช้วิเศษ ออกไปในรูปแบบต่างๆ เมื่อวิเศษในร่างกายของพวกคุณลดลงจะมีการดึงวิเศษจากธรรมชาติเข้าไปในร่างกาย เมื่อทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะเพิ่มระดับพลังวิเศษของพวกคุณได้
สอง ได้จากการกินผลวิเศษ ผลวิเศษแต่ละผลจะมีระดับพลังวิเศษต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่ามันได้มาจากศพของสัตว์วิเศษระดับใด ซึ่งทุกคน คงรู้อยู่แล้วว่าวิธีที่สองนี้ผิดกฎหมายของประเทศเรา ยิ่งเราล่าสัตว์วิเศษมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้วิเศษในอากาศที่เราใช้เป็พลังงานในสิ่งของต่างๆ ของโลกนี้น้อยลงไปด้วย การปล่อยให้สัตว์วิเศษดำเนินชีวิตไปตามธรรมชาติของมันจะทำให้มันปล่อยละอองวิเศษออกมาได้มากกว่าการล่าจากเรา เพราะฉะนั้นการฝึกของพวกคุณที่ทำได้มีแค่วิธีแรกเท่านั้น
แต่ในแต่ละวันพวกคุณคงทราบกันดีว่าจะมีสัตว์วิเศษ ที่ตายเองหรือเกิดการคลุ้มคลั่งขึ้น เมื่อมันเกิดการคลุ้มคลั่งพวกมันจะโจมตีทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งเหตุการณ์หลายครั้งก็ทำให้มันหลุดเข้ามาโจมตีในเขตอาศัยของประชาชนธรรมดา นี่จึงเป็หนึ่งในหน้าที่ของพวกเราหน่วยบริการประชาชน ที่จะต้องเข้ากำจัดสัตว์วิเศษ ที่เกิดการคลุ้มคลั่งขึ้น เมื่อกำจัดสัตว์วิเศษได้แล้ว ผลวิเศษที่ได้จะถูกจัดส่งไปที่หน่วยราชการ เพื่อนำมาเป็รางวัลแก่หน่วยบริการประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด นี่เป็วิธีการเพิ่ม ระดับพลังวิเศษจากผลวิเศษ ที่ถูกกฎหมาย
โดยหลักสูตรการเรียนการสอนระหว่างเป็เ้าหน้าที่ฝึกหัดนั้นจะจัดสอนขึ้นที่วิทยาลัยแห่งนี้ และจะจัดเพียงอาทิตย์ละหนึ่งหลักสูตร โดยพวกคุณจะเลือกเข้าอบรมหลักสูตรวันไหนก็ได้เพียงแค่วันเดียวในอาทิตย์นั้น ซึ่งก็คือพวกคุณจะต้องเข้าหลักสูตรเพียงแค่อาทิตย์ละครั้ง
เื่ต่างๆ นอกจากนี้จะอธิบายเพิ่มเติมแก่พวกคุณอีกทีที่อาคารหน่วยบริการประชาชนของรัฐฟิฟตี้ ซึ่งพรุ่งนี้พวกคุณจะต้องไปรับบัตรประจำตัวของหน่วยบริการประชาชนที่นั่น วันนี้การอบรมเบื้องต้นคงจบแค่นี้ทุกคนสามารถกลับไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองได้”