“ต่อไปก็ถึงคิวแกแล้วละ”เปลวไฟที่เผาร่างชายร่างผอมแห้งมอดดับไปแล้ว ทิ้งไว้แต่เพียงซากไหม้เป็นตอตะโก ชายร่างอ้วนแก้มพับตัวสั่นคิดว่าคนตรงหน้าคงไม่ใช่มนุษย์สติปกติแต่เป็นฆาตกรโรคจิตที่ชอบทรมานผู้คน ในเมื่อเห็นตัวอย่างแล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้อยู่ต่อปล่อยให้วาสทรมานเล่น เขาอ้าปากเตรียมกัดลิ้นตัวเองฆ่าตัวตาย “อ้ะ! ไม่เอาน่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาตายของแก”ชายหนุ่มสวมหน้ากากไม้รู้ทันคว้ามือไปบีบแก้มหนาของชายร่างอ้วนแก้มพับไว้ “ดูเหมือนฉันต้องเอาอะไรมาอุดปากแกไว้สินะ”วาสหันมองไปรอบๆ แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่จำเป็นต้องหาของไกลตัว เขาตัดมือสีดำไม้เกรียมของชายร่างผอมแห้งออกมา และยัดเข้าปากของชายร่างอ้วนแก้มพับ อะ..อ๊อก! น่าเสียดายที่มือทั้งมือใหญ่เกินไปที่จะยัดใส่ปากของชายร่างอ้วนแก้มพับ “ต้องเอาฟันออกก่อน”วาสพึมพัมคนเดียวแต่ชายร่างอ้วนแก้มพับกลับตาเหลือกที่ได้ยิน ชายหนุ่มง้างแขนกำหมัดและชกไปที่ปากของชายร่างอ้วนแก้มพับ ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! … ต่อยอยู่ไม่นานฟันหน้าของชายร่างอ้วนแก้มพับก็หลุดออกหมด บางซี่ก็หล่นลงพื้น บางซี่ก็ไหลเข้าไปในคอของชายร่างอ้วนแก้มพับ วาสจึงยัดมือที่ไหม้เกรียมเข้าไปได้ในที่สุด ชายร่างอ้วนแก้มพับรู้สึกสะอิดสะเอียด มือที่ไม้และมีนิ้วทั้งห้าขดกันอยู่ในปากของเขา และเนื้อนั้นไหม้แค่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ภายในยังชุ่มไปด้วยเลือด! น้ำตาเจิ่งนองออกมาเต็มเบ้าตาของชายร่างอ้วนแก้มพับ เขานึกสาปแช่งทุกอย่างที่ดลบันดาลให้เขามาที่นี่ ชายร่างอ้วนแก้มพับมองชายหนุ่มสวมหน้ากากด้วยสายตาอ้อนวอน หวังว่าจะปล่อยเขาไป วาสเลิกคิ้ว ตอนทำงานรับจ้างฆ่าคนในโลกเดิมเขาคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้ สายตาของพวกเห็นแก่ตัว… เขาชี้มีดไปที่ศพของหญิงสาวที่นอนอืดส่งกลิ่นเหม็นอยู่ไม่ไกล “ตอนเธอขอชีวิต แกไว้ชีวิตเธอไหม?” เขาชี้มีดไปที่ซากดำตอตะโกของชายร่างผอมแห้ง “แกรู้ทั้งรู้ว่าต้องตายอยู่แล้ว แต่แกก็ยังไม่ยอมตายคนเดียวต้องลากเพื่อนแกไปด้วยใช่ไหม?” สุดท้ายเขาก็ชี้มีดไปที่ตัวเขาเอง “แล้วแกก็ยังจะหวังว่าฉันจะปล่อยแกไปใช่ไหม?” ฉึก! วาสแทงมีดเข้าไปที่ต้นแขนของชายร่างอ้วนแก้มพับ และกรีดแล่ออกมาเหมือนแล่เนื้อสัตว์ อื้อออออๆๆๆๆ ชายร่างอ้วนแก้มพับดิ้นเหมือนหมูที่กำลังถูกเชือด แม้จะอยากแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ทำไม่ได้ ใบหน้าหลังหน้ากากยิ้มเยาะ กดมีดลึกลงไปจนสัมผัสกับกระดูกและแล่อออกมา เนื้อติดหนังเหมือนเนื้อหมู 3 ชั้น มาอยู่บนมือวาส เขาโยนเนื้อนั้นทิ้งและพูดว่า “เนื้อเยอะแบบนี้ฉันคงเล่นกับแกได้ทั้งคืน น่าสงสารสิ่งมีชีวิตที่แกกินไปนะ พวกมันคงไม่รู้ว่าเนื้อหนังของมันได้ตกไปอยู่ในท้องของสวะตัวหนึ่ง แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยเนื้อของแกก็ยังเป็นอาหารให้มอนเตอร์แถวนี้ได้อยู่”กล่าวจบวาสก็ตั้งท่าจะลงมือแล่เนื้อชายร่างอ้วนแก้มพับต่อ ดวงตาชายร่างอ้วนแก้มพับเต็มไปด้วยน้ำตามองวาสเขม็งและก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ หากว่าเขารอดไปได้ เขาจะเอาคืนเป็นพันเท่าทวีคูณให้สาสมกับที่วาสทำกับเขา! “แกจ้องฉันเหมือนอยากจะฆ่าฉันให้ตาย แต่น่าเสียดายนะที่สายตาใช้ฆ่าคนไม่ได้ ต้องโทษตัวแกเองที่อ่อนแอ บนโลกนี้ความแข็งแกร่งคือกฎ จำไว้ใส่กะโหลกหนาๆของแกไว้ด้วยละ”วาสลงมือแล่แขนข้างเดิมของชายร่างอ้วนแก้มพับ เพียงไม่นานแขนอวบก็เหลือแต่กระดูก รอบข้างกระจัดกระจายไปด้วยเศษเนื้อมากมาย ลมหายใจของชายร่างอ้วนแก้มพับดังฟึดฟัด แววตาเริ่มที่จะเลื่อนลอยจากอาการเสียเลือดมาก หากไม่ใช่ทุกครั้งที่แล่วาสจะจี้ไฟห้ามเลือด ชายร่างอ้วนแก้มพับคงตายไปกับอาการขาดเลือดนานแล้ว “เฮ้..ไบรอัน นายอยู่ที่ไหนกัน ได้ยินแล้วตอบด้วย”จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นไม่ไกล วาสขมวดคิ้ว แต่ชายร่างอ้วนแก้มพับกลับตื่นตัวร้องอู้อี้ไม่หยุดปาก “ฉันได้กลิ่นศพจากด้านนั้น ไบรอันคงเอาศพไปทิ้งไว้ที่นั่นเราไปดูกันเถอะ”เสียงฝีเท้ามุ่งตรงเข้ามาหาตำแหน่งที่วาสยืนอยู่ ชายร่างอ้วนแก้มพับหรือไบรอันรู้สึกยินดีอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองวาสด้วยสายตาเคียดแค้น คาดว่าพวกที่กำลังมาคือคนรู้จักของไบรอันแน่นอน แต่วาสกลับไม่ได้วาสกลัวแต่อย่างใด ก็อบลินกับออร์คเป็นหมื่นเขายังฆ่ามาแล้ว จะไปกลัวอะไรแค่มนุษย์ไม่กี่คน ชายหนุ่มเสียบมีดเข้าไปที่ท้องของชายร่างอ้วนแก้มพับจนมิดด้าม และปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น ก่อนจะปืนขึ้นไปบนต้นไม้ที่ใช้แขวนชายร่างอ้วนแก้มพับและชายร่างผอมแห้งไว้ “ไบรอัน! เกิดอะไรขึ้นกับนาย”ไม่นานก็มีกลุ่มคนเกือบสิบคน โผล่ออกมาแต่ละคนมีสัญลักษณ์ของสมาคมนักสำรวจติดอยู่กลางหลัง พวกเขามองรอบๆด้วยสายตาหวาดกลัว ศพของหญิงสาวที่เน่าจนขึ้นอืด ศพของชายร่างผอมแห้งที่ไหม้เป็นตอตะโกและเศษเนื้อเละๆที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ หลายคนรู้สึกพะอืดพะอมกับภาพตรงหน้าหันหลังโก่งคออ้วกออกมาไม่หยุด “เฮ้ย! รออะไรอยู่วะ รีบไปช่วยน้องฉันเร็วๆสิ”ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายๆไบรอันตวาดขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้ คนของสมาคมนักสำรวจลังเล แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งหัวหน้า อีกอย่างพวกเขาทุกคนต่างรู้จักกับไบรอันและก็เป็นพวกเดียวกับที่ไปช่วยกันฉุดหญิงสาวมาแล้วร่วมเล่นสนุกกันอีกด้วย หากปล่อยให้ไบรอันตายแล้วเรื่องเกิดแดงออกมาพวกเขาซวยกันหมดแน่นอน ไบรอันหายใจรวยริน หากเป็นคนอื่นคงตายไปนานแล้ว ดีที่เขามีเลเวลไม่ใช่น้อยๆจึงยังทนถึงได้ตอนนี้ ทันทีที่คนของสมาคมนักสำรวจเข้ามาใกล้พอ วาสก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ฟันดาบผ่าศีรษะของชายคนหนึ่งอย่างดุดัน! “เฮ้ย!”สมาชิกสมาคมนักสำรวจพากันอุทาน แต่วาสไม่สนใจหมุนตัวฟันดาบตัดศีรษะสมาชิกสมาคมนักสำรวจอีกคน “ฆ่ามัน!”วาสแสยะยิ้มเรียกดาบยักษ์สีดำออกมาพร้อมกับใช้สกิลมิติเชื่อมต่อ วูบๆๆๆๆ! วังวนนับสิบโผล่มารอบๆ ซากทัพพากันกรูออกมาเข่นฆ่าสมาชิกของสมาคมนักสำรวจ เพียงไม่กี่นาทีทุกคนก็ทอดกายกลายเป็นศพ เหลือแค่ตัวหัวหน้าเท่านั้น ถ้าปล่อยให้คนของสมาคมนักสำรวจหนีไปได้แม้แต่คนเดียว ก็จะต้องมีคนมาตามล่าวาสมากขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็จะทำให้เขาต้องฆ่ามากขึ้นกว่าเดิมอีก วาสจึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการฆ่าให้หมด เรียกได้ว่าเป็นการ ฆ่าเพื่อระงับฆ่า ที่แท้จริง ชายหัวหน้ากลุ่มมองวาสด้วยความพรั่นพรึง พวกเขาคือสมาชิกของสมาคมนักสำรวจ หนึ่งในมหาอำนาจของมวลมนุษย์ แต่บุคคลตรงหน้ากลับฆ่าพวกเขาราวกับผักปลา ภาพลักษณ์ของวาสทำให้เขานึกถึงคนคนหนึ่ง เขาเข่าอ่อนพูดเสียงสั่นว่า “สวมหน้ากาก ดาบยักษ์สีดำ ควบคุมมอนเตอร์ได้ หะ..หรือว่าคุณคือวีรบุรุสงครามคนนั้น”ไม่แปลกที่ชายคนนี้จะรู้จักวาส เพราะเขาก็ได้ไปอยู่ที่ค่ายพักทหารฝ่ายมนุษย์เมื่อครั้งนั้นด้วย กิตติศักดิ์คำร่ำลือของวาสพูดกันอย่างหนาหู จนตอนนี้ไม่มีมนุษย์คนใดที่ไม่รู้จักนามของวีรบุรุษสงคราม “ปะ..ปล่อยผมไปเถอะครับ”ชายหัวหน้ากลุ่มโขกหัวลงกับพื้นจนเลือดโชก อ้อนวอนขอชีวิตจากวาส ‘อีกแล้วหรอ’วาสคิดในใจ เขารู้สึกสมเพชจนอยากจะอาเจียนออกมา เขาพึ่งฆ่าพวกพ้องของชายคนนี้ไป แต่ชายคนนี้กลับไม่คิดแม้แต่การแก้แค้นเพียงอ้อนวอนขอชีวิตจากเขา มือของวาสสั่นเทาอยากจะเอาดาบยักษ์สีดำในมือหั่นร่างชายตรงหน้าเป็นสองส่วน แต่เขาสะกดกั้นอารมณ์ไว้ ชายหนุ่มเดินไปตัดเชือกที่พันธนาการข้อมือชายร่างอ้วนแก้มพับไว้ ร่างหนาล้มตุบลงมาอยู่กับพื้น วาสเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าชายหัวหน้ากลุ่มที่กำลังเอาศีรษะวางอยู่แทบเท้าเขาแล้วกล่าวเสียงเหี้ยมว่า “ถ้าแกกล้าฆ่าไออ้วนนี่ฉันจะปล่อยแกไป”ชายหัวหน้ากลุ่มรับรู้ได้ถึงความหวัง เขาไม่รอช้าคว้าดาบยาวที่อยู่ข้างตัวแทงเข้าที่หัวใจของชายร่างอ้วนทันที วาสรู้สึกอึ้ง ชายคนนี้ไม่คิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้คนที่ต้องฆ่าเป็นน้องชายแท้ๆยังฆ่าได้อย่างไม่ลังเล เลือดในกายของวาสรู้สึกเย็นเฉียบสมองนึกไปถึงเรื่องที่ไม่อยากจะนึกถึง เรื่องราวการทรยศของคนใกล้ตัวของวาสเมื่อครั้งยังเด็กที่เป็นบาดแผลฝังอยู่ในใจของเขา ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวระเบิดอารมณ์ออกมา “ฮ่าๆๆๆดี! ดีมาก! ทรยศ! หักหลัง! มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว! สิ่งที่สำคัญที่สุดมีแค่ตัวแกเองเท่านั้นสินะ! ชีวิตของคนอื่นคงเป็นแค่แค่หนอนแมลงสำหรับแกเท่านั้น”ดวงตาแดงเถือกเต็มไปด้วยไฟแค้นผุดวาบขึ้น วาสกำหมัดแน่นจมเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ กระชากหน้ากากไม้ทิ้งเอามือกุมหน้า ดวงตาทอประกายบ้าคลั่ง ลมหายใจถี่กระชั้นชิดราวกับกำลังตื่นเต้น “คุณจะปล่อยผมไปใช่ไหมครับ”ชายหัวหน้ากลุ่มรู้สึกหวาดกลัวกับท่าทางของวาส ยิ่งได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของวาสเขาก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก “ใช่ฉันจะปล่อยแกไป...แต่ไม่รู้ว่าน้องชายแกจะว่ายังไงนะ?” ฉึก! ดาบแหลมแทงทะลุอกของชายหัวหน้ากลุ่ม เลือดฉีดพุ่งรดเข้าที่หน้าไร้หน้ากากของวาส ชายหัวหน้ากลุ่มมองไปด้านหลังอย่างไม่เข้าใจ ทำไมน้องชายที่คิดว่าตายไปแล้วกลับเอาดาบที่ปักอยู่บนอกข้างซ้ายมาแทงเขาได้กัน ชายหัวหน้ากลุ่มทรุดฮวบลงแน่นิ่ง สรรพสิ่งรอบกายของวาสเหลือเพียงความเงียบ หลงเหลือเพียงกลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นคาวเลือดของศพ วาสเลียเลือดที่ขอบริมฝีปาก ลิ้นสัมผัสได้ถึงความคาวที่แพร่กระจาย รสชาติสนิมเหล็กช่วยให้อารมณ์เขาสงบได้อย่างน่าประหลาด เขายืนนิ่งเหม่อมองซากศพรอบตัว หรือที่แบบนี้กันที่เหมาะสมกับตัวเขา? ความคิดของเขากำลังนึกถึงไป๋ฟางและครอบครัว เขาคู่ควรจะอยู่กับพวกเขาจริงหรือ? หากวันหนึ่งเขาโดนทรยศจากพวกนั้นเขาจะทำยังไง? สายตาวาสเริ่มฉายแววสับสน ใบหน้าเบือนมองไปทางทิศที่ตั้งของเมืองฟอนเต้ ใจหนึ่งอยากจะก้าวเดินกลับไปที่บ้านหลังนั้นร่วมทานอาหารเย็นเหมือนปกติอีกครั้งแต่อีกใจก็กลัว...กลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง “วาส...”เสียงเรียกทำให้วาสหันกลับไปมอง ในเงามืดมีร่างบางของหญิงสาวในชุดขาวผู้หนึ่งปรากฏกายออกมา ผมสีดำขลับเงางาม ผิวสีขาวผ่องสะอาด ใบหน้าจิ้มลิ้ม ริมฝีปากบาง... วาสไม่รู้ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี้ได้ แต่เมื่อเห็นสายตาหวาดกลัวที่มองมาวาสก็เริ่มรู้สึกแน่นอก เธอคงรับไม่ได้ที่เขาฆ่าคนได้ง่ายๆแบบนี้ ไป๋ฟางที่เห็นว่าวาสไม่ยอมกลับมาที่บ้านก็เริ่มเป็นห่วง แม้ครอบครัวจะบอกว่าวาสดูแลตัวเองได้สาเหตุที่ไม่กลับมาทานอาหารด้วยก็คงเป็นเพราะกำลังติดลมกับการฝึกอยู่ แต่สัญชาตญาณของไป๋ฟางบอกว่าไม่ใช่ เธอรู้สึกว่าหากไม่ออกไปตามหาชายหนุ่มเธออาจจะต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล หญิงสาวอ่อนแอที่มีเลเวลเพียงแค่ 1 ลอบออกจากบ้านโดยไม่มีใครรู้ เธอเดินออกจากเมืองทั้งที่ฟ้ามืดสนิท แม้จะหวาดกลัวเหล่ามอนเตอร์แต่เธอก็ยังกัดฟันไปต่อ โดยไม่จุดแม้แต่คบเพลิงเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายรอบตัว เธอเดินมาถึงสถานที่ที่เขาใช้ฝึกเป็นประจำและยังเคยพาเธออกมานั่งเล่นดูเขาฝึก....แต่เธอไม่ได้พบเขา ในหูเธอได้ยินเสียงกรีดร้อง หากเป็นคนธรรมดาจะต้องวิ่งหนีกลับเมืองไป แต่เธอกลับเลือกเดินไปที่ต้นเสียงเพราะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอตามหา ทุกฉากฆ่าฟันปรากฏอยู่ในสายตาของหญิงสาว เธอมองชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคยด้วยแววตาหวาดผวา แต่แล้วเธอก็ตั้งสติได้ ถึงแม้เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอเชื่อว่าวาสไม่มีทางเข่นฆ่าใครอย่างไร้เหตุผลแน่นอน หลังการต่อสู้จบลง เธอเห็นชายหนุ่มเหม่อมองไปที่ด้านหนึ่ง แผ่นหลังนั้นช่างดูอ้างว้างโดดเดี่ยว เธอไม่อยากปล่อยให้เขาเป็นเช่นนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียกไป ชายหนุ่มหันหน้าไปมองหญิงสาวด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม มันคือสายตาที่หมางเมิน หวาดระแวง กังวลและหวาดกลัว เขาคิดว่าเขากำลังติดกับ...มันคือกับดักที่เรียกว่าความสุข มันอาจจะคล้ายกับยาเสพติดที่รู้สึกดีในครั้งแรกและมาบ่อนทำลายเราในภายหลัง ไป๋ฟางรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจที่เห็นสายตานั้น ทำไมเขาถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น.... เธอก้าวเดินไปหาชายหนุ่ม แต่เขากลับถอยหนี… ในหัววาสมีความคิดตีกันสับสนวุ่นวายจนวาสเริ่มที่จะปวดหัว มันเหมือนว่าหัวของเขาจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กรามหนาขบกันแน่นจนเส้นเลือดปูด ในหัวมีแต่ความคิดแง่ลบฟุ้งซ่านทวีคูนจนแทบระเบิดออก ชายหนุ่มละเลยทุกสิ่งรอบตัว ความคิดของเขามีแต่เรื่องของหญิงสาว ละเลยแม้กระทั่งอาการเสียวแปล๊บที่ผุดวาบขึ้นในหัว! “วาสระวัง!”ไป๋ฟางกรีดร้องเสียงหลง ชายหัวหน้าที่คนนอนแน่นิ่งกำลังลุกขึ้นและมองวาสอย่าโกรธแค้น เขาทุ่มกำลังเฮือกสุดท้ายแทงดาบไปที่หัวใจของวาส หญิงสาวผลักชายหนุ่มให้รอดพ้นจากวิถีดาบ แต่เป็นตัวเธอเองที่หลบไม่พ้น ปลายดาบแหลมชำแรกผ่านอกทะลุออกข้างหลัง เสื้อสีขาวที่ใส่มาถูกย้อมเปลี่ยนเป็นสีแดง ความรู้สึกสุดท้ายจากสายตาที่เธอมองวาสมีแต่ความเศร้าหมอง หรือชีวิตนี้พวกเขาทั้งคู่จะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันจริงๆ วาสรู้สึกเหมือนทั้งโลกหยุดหมุน ลมหายใจองเขาขาดห้วง หัวใจคล้ายกำลังจะหยุดเต้น ภาพในสายตามีเพียงภาพหญิงสาวที่ล้มลงอย่างช้าๆ ชายหนุ่มกรีดร้องประหนึ่งสัตว์ที่กำลังได้รับบาดเจ็บ เขายกดาบยักษ์สีดำขึ้นและสับไปที่ชายหัวหน้ากลุ่มเต็มแรง “ตาย! ตาย! ตาย! ตาย! ตายๆๆๆๆๆๆ”เขากระหน่ำฟาดดาบลงบนร่างชายคนนั้นจนแหลกเละเปลี่ยนจากมนุษย์กลายเป็นเนื้อบด ชายหนุ่มหอบหายใจเหน็ดเหนื่อย จากนั้นจึงนึกถึงหญิงสาว เขาถลากายเข้าหาไป๋ฟาง ร่างของเธอเย็นเฉียบ วาสรู้สึกใจหาย “ไม่ๆๆๆๆ ไม่นะ อย่าตายนะๆ เฮ้ๆๆๆๆ ฟื้นสิ! ฟื้น” เขาเริ่มร้อนใจรู้จะทำเช่นไร ณ ที่ที่เขาอยู่ห่างจากเมืองฟอนเต้มาก กว่าจะไปถึงหญิงสาวคงสิ้นลมหายใจแล้ว วาสเสียใจที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้บันทึกจุดวาร์ปไว้ที่เมืองฟอนเต้ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้ไปที่นั่นด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มควานหายารักษาจากถุงมิติอย่างบ้าคลั่ง แต่เขาไม่มีความรู้เรื่องการรักษาบาดแผลสาหัสเช่นนี้ “ใช่แล้ว! เจ้าต้นไม้นั่นไงละ”วาสนึกถึงต้นไม้ตัวน้อยที่อาศัยอยู่ในช่องว่างมิติของเขา วังวนสีฟ้าผุดขึ้นต่อหน้าวาส ชายหนุ่มช้อนร่างหญิงสาวและพาเข้าไปในวังวนอย่างเร่งรีบ “เจ้าต้นไม้! ช่วยเธอด้วย!”โตโต้ที่กำลังนอนเล่นอยู่เด้งตัวขึ้นอย่างตกใจ แต่พอเห็นร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของหญิงสาวก็แตกตื่น “เกิดอะไรขึ้นขอรับ”โตโต้เอ่ยถามอย่างไม่คิด แต่วาสกลับตะคอกกลับมาว่า “ใช่เวลามาถามไหม! นายช่วยเธอได้หรือเปล่า”โตโต้สูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติแล้วเอ่ยปากทันทีว่า “ท่านวาสช่วยกดแผลไว้ แล้วเอาสมุนไพรหรือยารักษาที่มีทั้งหมดออกมาด้วยขอรับ”วาสทำตามที่โตโต้บอก ต้นไม้ตัวน้อยแยกแยะสมุนไพรกองโต หาส่วนที่จำเป็นและเอามาบดรวมกันอย่างรวดเร็ว “ใช้นี่ปิดปากแผลไว้ขอรับ มันจะช่วยห้ามเลือดได้”วาสนำกองสมุนไพรที่บดรวมกันเละๆมาปิดปากแผลไว้ตามที่โตโต้บอก ต้นไม้ตัวน้อยหันกลับไปสนใจยารักษาอีกครั้ง เขาเอาขวดยาหลายอย่างขึ้นมาดม และเริ่มนำมาผสมกันหลายอย่าง เพียงไม่นาน เขาก็ได้ยาตัวใหม่ออกมา “เอายานี่ให้เธอเดิมขอรับ มันจะช่วยสมานแผลจากภายใน”วาสค่อยๆรินอยาเข้าไปในปากของไป๋ฟาง แววตาของเธอเลื่อนลอยแต่ยังพอมีสติอยู่จึงสามารถกลืนยาเข้าไปได้ “ต่อจากนี้คงได้แต่รอดูอาการนะขอรับ น่าเสียดายข้าและท่านไม่มีหม้อปรุงยาติดตัวมา ข้าจึงไม่อาจทำตัวยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่านี้ได้” วาสไม่สนใจโตโต้อีก เขาเฝ้ามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ตอนนี้เลือดจากปากแผลหยุดไหลแล้วแต่ใบหน้าของเธอกลับซีดเซียวมีเปลี่ยน 1นาทียาวนานเหมือน1ปี วาสไม่ยอมอยู่ห่างกายจากหญิงสาวแม้แต่ก้าวเดียว ใจเฝ้าภาวนาขอให้เธอปลอดภัย
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายความหวังของเขาก็เป็นจริง ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มมีเลือดฝาดและเธอค่อยๆลืมตาขึ้นมา ชายหนุ่มสวมกอดหญิงสาวอย่างลืมตัวน้ำตาไหลลินอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโทษตัวเองที่ก่อนหน้านี้คิดแต่เรื่องไม่ดีระแวงสงสัยในตัวหญิงสาวจนเกิดเรื่องขึ้น ไป๋ฟางที่พึ่งฟื้นขึ้นมายังรู้สึกงงๆ แต่สัมผัสเปือกชุ่มทำให้เธอรู้ว่าวาสกำลังร้องไห้อยู่ เธอลูบหลังชายหนุ่มเบาๆแล้วถามว่า “เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ” วาสสวมกอดและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมไปถึงเรื่องในอดีตและเรื่องที่เขาคิดไม่ดีกับเธอและครอบครัวของเธอ ไป๋ฟางผละออกจากอ้อมของชายหนุ่ม นิ้วเรียวปาดน้ำตาของเขาทิ้งไปและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ฉันขอสัญญาด้วยชีวิต...ฉันจะไม่มีวันทรยศนายเด็ดขาด!”