จอมหมัดราชันย์

    บทที่ 2 ตอนที่ 31 สมุนไพรขั้นต่ำ

    บทที่ 2 ตอนที่ 31 สมุนไพรขั้นต่ำแสงดวงตะวันยามอรุณรุ่งทอประกายแสง สายลมพัดพาไอเย็นของฤดูเหมันต์กระทบกับเรือนร่าง เนี่ยฟงกับฉางไห่ใช้ระยะเวลาเดินทางถึงห้าวันเต็ม ตลอดเส้นทางเนี่ยฟงหยุดพักดื่มกินอาหาร เนื่องจากเป็นห่วงสุขภาพของฉางไห่ที่แก่ชรา การเดินทางกลับมายังเมืองชิงตงจึงล่าช้ากว่าที่กำหนด เนี่ยฟงเหลือบมองเมืองชิงตง ที่ห่างออกไปอีกประมาณสองลี้ ก่อนจะสั่งให้วิหคสายฟ้าบินทะยานลงสู่ป่าเบื้องล่าง ป้องกันการสังเกตการณ์จากผู้คนในเมือง หลังจากลงมาสู่พื้นป่าที่หนาทึบ เนี่ยฟงปลดปล่อยวิหคสายฟ้าให้โบยบินออกไปอย่างอิสระ เมื่อยามถึงสมาคมจันทราค่อยเป่าเรียกมันอีกครั้ง“ท่านปู่แต่นี้เราต้องเดินทางด้วยเท้า ท่านเดินไหวหรือไม่” เนี่ยฟงกล่าวพร้อมกับประคองร่างชายชรา ทันใดนั้นฉางไห่เปล่งเสียงหัวร่อออกมาทันที “ลูกฟง! ครึ่งค่อนชีวิตของปู่เดินทางมานับไม่ถ้วน ระยะทางเพียงเท่านี้จะเหนือบ่าฝ่าแรงปู่ไปได้อย่างไร ถึงเจ้าจะเห็นปู่แก่ชราแต่อายุของปู่เพียงจะห้าสิบห้าเท่านั้น พวกเราไปกันเถอะ” ฉางไห่เดินนำหน้าเนี่ยฟงด้วยท่าทีที่ขึงขัง เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็วิ่งไปเดินเคียงปู่ของเขาทันที ตลอดเส้นทางปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ สายลมที่เย็นสบายทำให้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงก็พลันเปิดกว้างทันที ก่อนจะกระโจนทะยานดุจสายลมไปใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง พร้อมกับดึงต้นหญ้าสีเทาขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว“เสร็จข้าล่ะ!!” เนี่ยฟงตะโกนออกมาด้วยสีหน้าที่ปีติ พร้อมกับชูต้นหญ้าสีเทาไปมา เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเนี่ยฟง ฉางไห่ก็เดินเข้าไปดูทันที พร้อมกับเอ่ยปากออกมา “หญ้าหางหนู?” หญ้าหางหนูเป็นพืชสมุนไพรระดับต่ำ สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามใต้ต้นไม้ แต่การที่จะเด็ดดึงมันออกมาได้กลับยากเย็น เนื่องจากความสามารถของมันที่มุดดินหนีได้ ด้วยสรรพคุณทางยาที่ช่วยเพิ่มพลังปราณเพียงเล็กน้อย และการปรุงที่แสนยากเข็ญ จึงไม่มีผู้ใดจะเก็บเกี่ยวมันให้เสียแรง จึงทำให้ตามร้านขายยามีจำนวนการขายยาเม็ดที่สกัดจากมันน้อยมาก และระดับของมันก็อยู่ที่ขั้นหนึ่งหรือสองเท่านั้น ซึ่งราคาของมันก็ไม่กี่สิบเหรียญทองแดง“ลูกฟง...มันเป็นเพียงสมุนไพรระดับต่ำเท่านั้น ไยเจ้าถึงดีใจเพียงนี้ ด้วยคุณสมบัติของมันที่น้อยนิดและการสกัดพิษของมันก็แสนลำบาก มันไม่คุ้มกับการที่ต้องเสียพลังลมปราณในการเก็บเกี่ยวมัน” มุมปากของเนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นอย่างเชื่องช้า หากเป็นแต่ก่อนเขาย่อมไม่เก็บมันให้เสียแรงเปล่า แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่เขาได้มาจากถังต้าเหลียน มีหรือที่หญ้าหางหนูจะเป็นเพียงแค่สมุนไพรระดับต่ำ เนี่ยฟงส่งยิ้มให้กับฉางไห่ “ท่าปู่ข้าเพียงแต่ฝึกฝนท่าเท้าของข้าเท่านั้น และหญ้าหางหนูก็เหมาะสมกับการฝึกที่สุด” ฉางไห่ลอบผงกศีรษะเข้าใจกับการกระทำของหลานตน ทำให้เกิดรอยยิ้มที่แสนภูมิใจ ก่อนจะกลับไปเดินตามเส้นทางเข้าสู่เมือง ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางเนี่ยฟงก็ยังเก็บหญ้าหางหนูที่เขาพบเห็น กาลเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ปู่และหลานก็มาถึงประตูทางเข้าเมืองชิงตง หากเนี่ยฟงไม่ง่วนกับการเก็บหญ้าหางหนู พวกเขาสามารถมาถึงไม่เกินครึ่งชั่วยาม จึงทำให้แหวนมิติของเนี่ยฟงนั้นมีหญ้าหางหนูกินพื้นที่ไปถึงหนึ่งในสี่ของแหวน หลังจากนั้นเนี่ยฟงก็พาปู่ของเขาไปที่โรงเตี้ยมทันที ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมเดิมที่เขาเคยพักเมื่อครั้งก่อน ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในโรงเตี๊ยม ก็พบกับเถ้าแก่สาวที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาดีดลูกคิด เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้น จึงเตรียมเข้าไปพูดคุยกับนางทันที“เถ้าแก่ข้าต้องการห้องพักสองห้อง” ทันทีที่เนี่ยฟงกล่าวจบ นิ้วมือของเถ้าแก่ก็หยุดนิ่งแข็งค้างดุจก้อนหิน แม้ไม่ต้องจ้องมองก็รู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะอมยิ้มเบาๆ ราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง นางรีบหุบยิ้มแล้วจ้องมองหน้าเนี่ยฟงทันที แล้วเอ่ยปากออกไป“นึกว่าใครที่แท้ก็เป็นเจ้านี้เอง...ห้องว่างเหลือเพียงหนึ่งห้อง เจ้าต้องการหรือไม่ อ๊ะ!! นี่เจ้าพาพ่อเจ้ามาสู่ขอข้าใช่หรือไม่? ข้ายังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย” “เถ้าแก่...นั่นปู่ข้า” เนี่ยฟงตอบเพียงสั้นๆ พร้อมกับวางเหรียญเงินสิบเหรียญลงบนโต๊ะ เมื่อเถ้าแก่เห็นดังนั้น ก็ดันกองเงินคืนให้กับเนี่ยฟงทันที “เมื่อครั้งก่อนเจ้าพักไม่นานก็จากไป ดังนั้นค่าห้องครั้งนี้ข้าไม่คิดเงิน ข้าจะให้คนจัดที่นอนเพิ่มให้หรือเจ้าจะมานอนกับข้า...ข้าก็ไม่ปฏิเสธนะ คิกคิก ส่วนนี้คือกุญแจห้องของเจ้า ห้องไหนข้าคงไม่ต้องบอกนะ” เนี่ยฟงรับกุญแจพร้อมกับผงกศีรษะรับ แน่นอนว่าห้องที่เขาได้นั้นคือห้องเดิมที่เขาเคยอยู่ ซึ่งไม่แน่ใจว่ามันเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ แต่เนี่ยฟงก็ไม่ได้ถามสิ่งใด ก่อนจะพาปู่เขาขึ้นไปยังบนห้องทันที ซึ่งขณะที่กำลังเดินขึ้นห้องอยู่นั้นเอง เถ้าแก่ก็พูดออกมาอย่างเบาๆ “ในเมืองมีรูปเจ้าเต็มไปหมด ระวังตัวให้ดี” “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย!” เนี่ยฟงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ใจของเถ้าแก่สั่นไหว แต่นางก็เก็บอาการอย่างดีเยี่ยม ราวกับว่าไม่ได้เกิดสิ่งใดขึ้น เมื่อยามที่เนี่ยฟงเดินเข้าห้องไป นางก็ถอนหายใจออกมาราวกับโล่งอก ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องกลับมา...ข้าจึงได้เก็บห้องของเจ้าไว้ให้เจ้าไงล่ะ..เจ้าทึ่ม!” เนี่ยฟงพาปู่ของตนไปนั่งลงที่ขอบเตียง พร้อมกับรินน้ำชาส่งให้ หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาทันที “ท่านปู่...ท่านอยู่ที่นี่ไปก่อน หลานจะเอาวิหคสายฟ้าไปคืนให้แก่เจ้าของ และอาจจะไปหาที่ทางเพื่อทำการค้า อาจจะไม่ได้กลับมาในค่ำคืนนี้” เมื่อเนี่ยฟงกล่าวจบฉางไห่ก็หยิบยื่นบัตรเงินให้กับเนี่ยฟงพร้อมกับรอยยิ้ม ด้วยวัยที่เติบโตของเขา ไม่มีสิ่งใดที่ฉางไห่จะเป็นห่วงอีก จึงลูบศีรษะของเนี่ยฟงเบาๆ พร้อมกับเอ่ยออกมา “ไปเถอะลูกฟง ระวังตัวด้วย” เนี่ยฟงส่งยิ้มให้กับฉางไห่ พร้อมกับทะยานออกไปทางหน้าต่างด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของฉางไห่ พลางคิดในใจทำไมไม่ออกทางประตู ทันใดนั้นเถ้าแก่เนี้ยก็เปิดประตูเข้ามาในห้องทันที พร้อมกับส่งยิ้มที่หวานละมุมและสำรับอาหารที่อยู่ในมือ “ท่านไม่ต้องใส่ใจ เขาเป็นอย่างนี้ประจำเพื่อหลบข้า...ที่เป็นภรรยาของเขา” ดวงตาทั้งสองของฉางไห่พลันเบิกกว้าง น้ำชาในปากพวยพุ่งไม่ขาดสาย เมื่อเถ้าแก่เนี้ยวางสำรับอาหารเสร็จก็เดินจากไปทันที พร้อมกับเอ่ยวาจาออกมาขณะที่กำลังจะผ่านประตู “ข้าหยอกท่านเล่น คิกคิก!” ตึกสูงสามชั้นที่ตบแต่งอย่างโอ่อ่า ผู้คนต่างเดินก้มหน้าก้มตาเดินผ่านประตูมังกรคู่หงส์ด้วยความรวดเร็ว ป้ายสลักตัวอักษรสีทองบ่งบอกว่าที่นี่คือสมาคมจันทรา ทันใดนั้นปรากฏคลื่นลมที่รุนแรง พัดพาเศษทรายกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราผมขาว เมื่อเขาเฝ้าประตูเห็นใบหน้าของชายชรา มันรีบวิ่งเข้าไปในสมาคมด้วยความรวดเร็ว ผ่านไปไม่กี่อึดใจหูเกอก็วิ่งออกมาจากสมาคมด้วยสีหน้าที่แตกตื่น“โอ้!!! พี่ต้าเหลียน! พี่กลับมาแล้ว ข้าเป็นห่วงท่านยิ่งนัก” หูเกอพูดพร้อมประสานฝ่ามือคำนับ รอยยิ้มของหูเกอแทบจะฉีกถึงหูถ้าหากมันทำได้ เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็เอ่ยวาจาที่แหบพร่าออกมา “ห่วงข้าหรือห่วงนกของท่านกันแน่ ท่านไม่ต้องห่วงมันปลอดภัยดี” เมื่อกล่าวจบเนี่ยฟงก็หยิบยื่นนกหวีดคืนให้กับหูเกอ เมื่อรับนกหวีดมาหูเกอก็ส่งให้เสมียนชายที่อยู่ด้านข้างทันที ราวกับว่าไม่ได้สนใจมัน หลังจากนั้นเนี่ยฟงเดินเข้าไปในสมาคมทันทีหูเกอหันหน้าไปทางเสมียน “เจ้าไปที่กลางเนินเขายิ่งไกลเท่าไรยิ่งดี ไปเป่านกหวีดเรียกวิหคสายฟ้าที่นั่น ด้วยระยะทางที่ไกล ถังต้าเหลียนต้องไม่ได้ยินเสียงนกหวีดแน่นอน” เสมียนชายผงกศีรษะรับด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับทะยานออกไปทันที เมื่อหูเกอเห็นดังนั้นก็เดินตามเนี่ยฟงเข้าไปในสมาคม เมื่อเห็นเนี่ยฟงกำลังจะนั่งลงที่ม้านั่งหินอ่อน หูเกอรีบทะยานเข้ามาประคองร่างให้เขาลุกขึ้นยืนทันที “พี่ต้าเหลียนม้านั่งหินมันแข็ง...เด็กๆ ! ยกโต๊ะเก้าอี้ที่ดีที่สุดมา พร้อมกับชาและขนมหวานที่ดีที่สุด” ผ่านไปไม่กี่อึดใจเก้าอี้สุดหรู ที่ปกคลุมไปด้วยขนสัตว์ที่หนานุ่ม พร้อมกับโต๊ะไม้ที่สักรูปหงส์คู่มังกรก็มาปรากฏที่เบื้องหน้า หญิงสาวรูปงามรินน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมอย่างเบามือ พร้อมกับขนมรสเลิศที่ถูกจัดสรรอย่างสวยงาม หูเกอผายมือเชิญให้เนี่ยฟงลงนั่ง พร้อมกับมันที่นั่งเคียงข้างทันที พร้อมกับเอ่ยถามถึงเรื่องการเดินทางของเขา “พี่ต้าเหลียน การเดินทางไปเมืองซีหนาน ราบรื่นดีหรือไม่” เนี่ยฟงผงกศีรษะรับพร้อมกับยกชาขึ้นดื่ม “ราบรื่นดี นั่นล้วนมาจากความช่วยเหลือของท่าน ที่ให้ข้าหยิบยืมวิหคสายฟ้า ข้ามีเวลาไม่มากนัก...ข้าอยากสอบถามถึงวันประมูลของสมาคมท่าน และอยากซื้อของสักสองสามอย่าง ก็จะจากไปในทันที ข้ายังมีกิจอื่นที่ต้องรีบสะสาง” เนี่ยฟงไม่อยากเสียเวลา เขาจึงพูดตัดบททันที “งานประมูลจะจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า ท่านไม่ต้องห่วงแก่นอสูรพยัคฆ์ของท่านได้รับการดูแลอย่างดี แล้วไม่ทราบว่าพี่ต้าเหลียนต้องการซื้อสิ่งใด” “ข้าต้องการหม้อปรุงยาที่ดีที่สุดสองใบ แก่นอสูรธาตุไฟขั้นก่อกำเนิดสองก้อน และที่สำคัญหญ้าหางหนูหนึ่งร้อยกิโลกรัม” เนี่ยฟงกล่าวออกมาอย่างเชื่องช้า ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของหูเกอพลันเปิดกว้าง จนแทบสำลักชาออกจากปาก มันไม่ได้ตกใจกับของที่เนี่ยฟงต้องการ แต่ตกใจกับจำนวนของหญ้าหางหนู “พี่ต้าเหลียน...ท่าต้องการหญ้าหางหนูมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ” “ถูกต้อง! จะขาดแม้แต่กรัมเดียวก็ไม่ได้เด็ดขาด” “พี่ต้าเหลียน...แน่นอนว่าสมาคมจันทราย่อมมีหญ้าหางหนู แต่ด้วยจำนวนมหาศาลของมันที่ท่านต้องการ...ข้าเกรงว่า..อาจไม่เพียงพอ ข้าต้องการมันไปทำสิ่งใด ด้วยประโยชน์ของมันและการสกัดพิษที่ยากลำบาก..."เนี่ยฟงยกฝ่ามือขึ้นเป็นสัญญาณให้หูเกอหยุดพูด ทันใดนั้นเขาเอ่ยออกมาทันที “ที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรเปิดเผย แต่เห็นแก่เจ้าที่ให้ข้าหยิบยืมวิหคสายฟ้า ข้าจะบอกให้...ข้าจะปรุงยาเม็ดหางหนูระดับสิบ” “!!!!”