……
วิศณีตุลย์รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าจะได้กลับไปที่จักรวรรดิอาเทนติยูสแล้วในไม่ช้านี้ เธอจึงรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่.. อาร์มมิ่งไวท์ในตอนนี้นั้น เขาได้คิดที่จะช่วยวิศณีตุลย์จริงๆหรือเปล่า ? ยังไม่มีใครทราบได้ เราต้องมารอดูผลลัพธ์กัน..
อาร์มมิ่งไวท์ นั่งจ้องวิศณีตุลย์อย่างไม่วางตา ยิ่งตอนในนาทีที่เมื่อกี๊.. ที่เธอยิ้มให้กับเขาอย่างใจจริง มันทำให้อาร์มมิ่ง รู้สึกหวั่นไหวไปชั่วครู่ เขาจึงกำลังทบทวนและกลั่นกรองกระบวนการทางความคิดของเขาเป็การใหญ่
‘ เป็ไปไม่ได้.. ไม่มีทาง.. ข้าไม่เชื่อ!! ไม่มีทาง!! ข้าไม่มีทางตกหลุมรักใครโดยเด็ดขาด!!.. โดยเฉพาะกับนางคนนี้ เมื่อกี๊นี้.. จะต้องเกิดความผิดพลาดแน่ๆ ใช่แล้ว!! มันคือความผิดพลาด.. ข้าคงจะนอนน้อยไปหน่อย เป็อย่างนั้นอย่างแน่นอน.. ’
อาร์มมิ่งพยายามที่จะเตือนตัวของเขาเองอย่างเงียบๆ และเขาก็บอกให้พ่อบ้านเฮวส์พาวิศณีตุลย์ไปพักผ่อนที่ห้อง
“ เ้าไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถอะ ถึงจะนอนมาบ้างแล้วแต่ในตอนนี้ก็ดึกมากแล้วล่ะนะ ” อาร์มมิ่งโบกหลังมือของเขาเพื่อให้พ่อบ้านเฮวส์ทำหน้าที่ตามที่เขา้า
“ เชิญเลดี้ทางนี้ขอรับ ” พ่อบ้านเฮวส์เปิดประตูและเดินนำวิศณีตุลย์ไปยังห้องนอนที่เธอเพิ่งจะนอนตื่นมาในเมื่อกี๊
วิศณีตุลย์เดินตามมาอย่างเงียบๆ แต่สายตาของเธอยังคอยสอดส่องภายในคฤหาสน์ของอาร์มมิ่งไวท์
‘ อืม.. รวยแน่ๆ อีตาคนนี้ ดูยังไงๆก็ต้องเป็พวกผู้ดีมีสตางค์แน่ๆ อย่างน้อยเขาคงจะไม่ผิดคำพูดล่ะมั้ง ’
ในขณะที่วิศณีตุลย์เดินตามพ่อบ้านเฮวส์ และสายตาของเธอก็ดูลอกแลกเพราะมัวแต่สอดส่องอาณาบริเวณภายในคฤหาสอย่างมีพิรุธอยู่นั้น กริยาของเธอก็ไม่รอดพ้นสายตาอันแหลมคมของพ่อบ้านเฮวส์ไปได้
พ่อบ้านเฮวส์แอบสังเกตพฤติกรรมของวิศณีตุลย์อยู่แบบเงียบๆ ดูท่าทางพ่อบ้านเฮวส์จะไม่ชอบวิศณีตุลย์เอาเสียเลย แต่ในตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรเธอได้ เพราะวิศณีตุลย์อยู่ในฐานะแขกคนสำคัญของท่านผู้นำประจำตระกูลอยู่ในขณะนี้
เมื่อมาถึงที่ห้องนอน วิศณีตุลย์ก็มานั่งมองเหม่อ และคิดถึงบ้านที่ประเทศไทยที่เธอได้จากมา
‘ ป่านนี้.. จะมีคนมาตามหาฉันกันบ้างไหมนะ ? คงไม่มีใครหรอก.. เพราะเราไม่มีพี่น้องเลยสักคน ส่วนพ่อและแม่ก็ตายจากเราไปตั้งนานแล้ว.. แฟนก็ไม่มีเพราะไม่เคยมี จะมีก็แต่เพื่อนที่ในตอนนี้มันก็ไปอยู่กับแฟนของมันที่ต่างประเทศไปแล้ว หรือพวกลูกค้าดูดวงของเราจะตามหาเรากันนะ!!… หรือคงจะไม่ตาม เพราะจริงๆแล้วฉันไม่มีใครเลยจริงๆ คิดๆแล้วก็รู้สึกเหวงๆเหมือนกันนะ แบบนี้เขาเรียกว่าเหงาได้ไหม ? แต่ฉันไม่ได้เหงาหรอก!? ฉันแค่.. นอนไม่หลับต่างหาก.. ’
วิศณีตุลย์ เธอนอนไม่หลับจริงๆนั่นแหละ เพราะว่าเธอนอนไปเยอะแล้วน่ะสิ ในตอนนี้ใครๆก็คงจะช่วยเธอไม่ได้หรอก เพราะอย่างนั้น.. เธอต้องช่วยตัวเองไปก่อนก็แล้วกัน..
วิศณีตุลย์แอบย่องมาเปิดประตูห้องนอนของเธอ ด้วยความคิดที่ว่าจะเดินออกไปหาอะไรทำสักนิดหน่อย อย่างเช่นหาหนังสือมาอ่าน แต่ถ้าอ่านไม่ออกก็หากระดาษและดินสอมาวาดรูปไปก่อน แก้เซ็ง
ทันทีที่เธอเปิดประตูห้อง วิศณีตุลย์ก็ได้เจอกับพ่อบ้านเฮวส์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ด้วยความที่วิศณีตุลย์ไม่คิดว่าจะมีคนยืนดักรออยู่ข้างนอกหน้าห้องของเธอ
“ ว้าย!!!!.. ไอ้ลุง!!!!.. ใหมดเลย..!! ” ด้วยความใของเธอวิศณีตุลย์จึงร้องอุทานออกมาด้วยภาษาเดิม ( ภาษาไทย )
“ ????? ” พ่อบ้านเฮวส์ไม่เข้าใจในสิ่งที่วิศณีตุลย์พูดออกมา
“ เลดี้.. ท่าน้าสิ่งใด ? ในเวลานี้มันก็ดึกและเลยเวลานอนมามากแล้ว ข้าก็กำลังจะไปเข้านอนพอดี ที่นี่.. ที่คฤหาสน์ไวท์แห่งนี้ เรามีกฎห้ามมิให้ผู้ใดออกมาเดินเพ่นพ่านในยามวิกาลเช่นนี้นะขอรับ นอกเสียจากทหารเวรยาม ขอเชิญเลดี้เข้าห้องของท่านไปได้แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าอาจต้องเสียมารยาท ” พ่อบ้านเฮวส์พูดตักเตือนวิศณีตุลย์อย่างที่ข้าผู้ซื่อสัตย์ต่อเ้านายที่ไม่ค่อยจะพอใจในตัวของเธอสักเท่าไหร่นัก
“ เอ่อ.. ฉาน ขอโทดน้า คือฉานนอนม่ายล่ะเลย ยากหาหนามสึกมาอัม ( เอ่อ.. ฉันขอโทษนะ คือฉันนอนไม่หลับเลย อยากหาหนังสือมาอ่าน ) ” วิศณีตุลย์พยายามบอกเหตุผลให้พ่อบ้านเฮวส์เข้าใจเธอ
“ เชิญเลดี้เข้าห้องได้ ส่วนความ้าของท่าน เอาไว้ในวันพรุ่งนี้ ข้าจะให้คนนำไปให้ท่านก็แล้วกันนะขอรับ ” พ่อบ้านเฮวส์หลุบตามองต่ำ และไม่สนใจในคำพูดของวิศณีตุลย์เลย
วิศณีตุลย์เดินเข้าห้องไปอย่างเดิม และบ่นกระปริบกระปรอย
“ โอ้โห..!! ไอ้พ่อบ้านจอมงก!!.. แค่ขอหนังสือมาอ่านแก้เซ็งก็ไม่ได้ บอกให้รอพรุ่งนี้ๆอยู่นั่นแหละ และคนมันนอนไม่หลับในตอนนี้!! จะให้เอาหนังสือมาอ่านในวันพรุ่งนี้!! แล้วมันจะได้นอนกันตอนไหน!! พรุ่งนี้ฉันก็ไม่อยากอ่านแล้ว!! เออ!! ไม่ให้ก็ไม่เอาก็ได้ เฮ้อ.. นอนนับแกะนับแพะไปก่อนก็แล้วกัน ” วิศณีตุลย์รู้สึกหงุดหงิดจากการที่พ่อบ้านเฮวส์ไม่ยอมรับฟังความ้าของเธอ แต่จะทำยังได้ในเมื่อในเวลานี้เธออยู่ที่คฤหาสน์ไวท์ที่เขามีกฎและระเบียบในแบบนี้
“ ไม่เห็นเหมือนที่บ้านของอาเทนติยูสเลย อาเทนเขาใจดี ฉันอยากอ่านหนังสือที่ไหนในตอนไหนก็สามารถเข้าไปหยิบเองได้ตลอดเวลา แถมยังช่วยสอนให้ฉันได้หัดอ่านด้วย ”
วิศณีตุลย์ ก็ยังคิดวกไปเวียนมาแต่ก็ไม่พ้นคิดถึงอาเทนติยูส และแอบเอาไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เธอได้เจอมาด้วยและสุดท้ายตัวของเธอก็ค่อยๆง่วงจนในที่สุดก็หลับลงไปได้ในสักที!!..
……
บริเวณท่าเรือชายฝั่งแคว้นฮัมเบิร์ต
อาเทนติยูสและลาทส์องครักษ์ประจำกายของเขาก็ได้เทเลพอร์ตมาถึงที่ดินแดน แห่งแคว้นฮัมเบิร์ตแล้ว ด้วยความที่อาเทนติยูส้าตามตัวจากเรือที่เขาสงสัยว่าวิศณีตุลย์ถูกปลอมแปลง และพวกโจรที่จับเอาตัวของวิศณีตุลย์มานั้นคงจะต้องโดยสารที่ทางเรือของมาร์ดีโล่เป็แน่แท้
อาเทนและลาทส์สอบถามคนแถวๆท่าเรือในบริเวณนั้นว่า บ้านของมาร์ดีโล่อยู่แถวไหน พวกพ่อค้าและแม่ค้าที่พอจะรู้จักก็บอกว่าในตอนนี้ มาร์ดีโล่ไม่ออกเรือแล้ว และคงไปอยู่ช่วยเ้านายของเขาอยู่ที่ร้านอาหารร้านใหญ่ๆในย่านที่มีโรงแรมและบ่อนคาสิโน ซึ่งเป็ร้านอาหารของกัสต้านั่นเอง
อาเทนติยูสและลาทส์ก็เดินทางมาเรื่อย ๆ ในตอนนั้นเขามาถึงที่หน้าร้านอาหารของกัสต้าแล้ว และเห็นกัสต้ากำลังไล่เด็กชายและเด็กหญิงให้ออกไปจากร้านของเขา อาเทนแอบมองและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่อย่างเงียบๆ
“ ออกไปเลย!! พวกเ้ามันไม่ได้เื่ เลี้ยงเสียอาหารไปเปล่าๆ ให้เฝ้าคนก็เฝ้าไม่ได้ ไปให้พ้นหน้าข้าในตอนนี้ ” กัสต้าะเิอารมณ์ใส่เด็กๆ เพราะไม่ได้ดั่งใจของเขา
“ ข้าขอโทษนะท่าน แต่พวกเราแค่ลงไปข้างล่างแค่แปบเดียวจริงๆนะท่าน แสดงว่าคงจะเป็พวกคนร้ายที่จับเอาตัวตุลย์มาเป็แน่ครับ พวกมันอาจจะแฝงตัวมากับแขกที่มางานเลี้ยงก็ได้ ” ฟินลิปพยายามแก้ต่างให้กับตัวของเขาเอง
“ มันไม่ใช่พวกนั้นน่ะสิ ไอ้พวกนั้นมันโง่จะตายไป ไม่เชื่อก็ดูสิ!! พวกมันยังอยู่ในร้านอาหารของข้าและยังคงเฝ้ามาร์ดีโล่อยู่เลย แค่นี้มันยังไม่รู้เลยว่าเ้าและข้าก็มีส่วนร่วมในการช่วยผู้หญิงคนนั้น ” กัสต้าโมโหและหงุดหงิดที่ในสิ่งที่เขาคิดและตามไปเพื่อพิสูจน์นั้นมันไม่ง่ายเลย กัสต้ามั่นใจในสิ่งที่เขาเชื่อว่า ท่านอาร์มมิ่งไวท์นั้นต้องมีส่วนรู้เห็นอย่างแน่นอน เขาเลยมาระบายอารมณ์ใส่พวกเด็กๆ
อาเทนติยูสและลาทส์ที่แอบฟังอยู่ที่บริเวณนั้นได้ยินและพอจะลำดับเหตุการณ์ได้แล้วว่า ชายผู้ที่อยู่ตรงหน้า.. ที่กำลังคุยกับเด็กทั้งสองคนนั้น ได้เอ่ยถึงตุลย์ของเขาจริงๆ และในตอนนี้พวกเขากำลังกลุ้มใจอะไรสักอย่าง
พลันสายตาอันเฉียบคมของอาเทนติยูสก็ได้เห็นชายชุดดำคนหนึ่งที่เอาผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาเอาไว้ กำลังแอบฟังคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาอีกที
“ แต่ว่า.. ท่านครับถ้าไล่พวกข้าไปแล้วใครจะทำงานเดินเรือให้ท่านเล่าครับ ” ฟินลิปกำลังขอร้องกัสต้าและบอกเหตุผลว่าตัวของเขายังมีคุณค่าอยู่
“ ข้ายังไม่ทำหรอกงานเดินของบนเรือน่ะ เพราะตอนนี้ไอ้มาร์ดีโล่มันโดนไอ้พวกสวะเฝ้าติดตามอยู่ ไว้ค่อยคิดว่าจะทำกันตอนไหน ? ส่วนพวกแกออกไปเลย งานที่นี่ไม่มีสำหรับเด็ก ” กัสต้าไล่เด็กๆโดยไม่สนใจว่าเขาจะขอร้องสักเท่าไร
“ ข้ายังพอมีประโยชน์นะท่าน เดี๋ยวข้าจะไปไล่ไอ้พวกที่ตามเฝ้าท่านมาร์ดีโล่ให้เอง ” ทิวลี่บอกกับกัสต้า
“ เ้าจะทำได้อย่างไร ” กัสต้าถามเด็กหญิงด้วยความอยาก...รู้
“ ท่านเอาหูมานี่ ” ทิวลี่กระซิบแผนการของเธอให้กัสต้าฟัง
“ เออ.. ฮ่าๆๆๆ ดีๆๆ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะอภัยให้เ้าถ้าเ้าไล่ไอ้พวกนั้นไปได้สำเร็จ ” กัสต้าดูอารมณ์ดีขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
ทิวลี่กระซิบบอกกับพี่ชายของเธอด้วย และแล้วสองพี่น้องก็เดินเข้าไปในร้านอาหารเลยในทันที ในตอนนี้ที่โต๊ะอาหารของทางร้านลูกค้าเริ่มทยอยออกไปค่อนข้างเยอะแล้ว จนเหลือแค่โต๊ะของเ้าพวกโจรสามคนที่พวกมันต่างก็กินอาหารหมดไปกันตั้งนานแล้ว
ฟินลิปแต่งกายเป็พนักงานเสิร์ฟของทางร้านค้า เขาทำทีเป็เข้ามาเตือนลูกค้าทั้งสามคนว่าที่ร้านอาหารในตอนนี้ใกล้จะปิดแล้ว ขอเชิญลูกค้าทั้งสามคนออกมาได้แล้ว แต่พวกโจรทั้งสามคนยังไม่อยากไปไหน จึงถามพนักงานเสิร์ฟไปว่า
“ นี่เ้า ที่ร้านอาหารนี่เขามีที่พักให้เช่าไหม ? ” เ้าหัวหน้าโจรเอ่ยถาม
“ ท่านหมายถึงโรงแรมอย่างนั้นหรือขอรับ ? ” ฟินลิปแกล้งทำเป็ถาม
“ เอ้อ.. ใช่ๆ ข้าหมายถึงอย่างที่เ้าว่านั่นแหละ ” เ้าหัวหน้าโจรได้ทีก็รีบถาม
“ อ๋อ.. ที่จริงที่ร้านของเรามีที่พักนะขอรับแต่ไม่ได้ปล่อยให้เช่าแต่ เดี๋ยวข้าจะไปถามกับท่านมาร์ดีโล่ให้ก็แล้วกันขอรับ ว่าจะว่ายังไง ”
ฟินลิปแกล้งทำเป็ไปถามไถ่เื่ที่พักกับมาร์ดีโล่และแอบส่งซิกให้กับมาร์ดีโล่เพื่อให้รับรู้ว่าเขาจะออกอุบายให้พวกโจรทั้งสามคนอย่างไร
เ้าพวกโจรทั้งสามคนเห็นเด็กเสิร์ฟไปคุยกับมาร์ดีโล่ ก็รู้สึกดีใจที่เด็กเสิร์ฟรู้จักกับเ้าของเรือคนนั้น พวกมันคิดว่างานนี้พวกมันจะได้รับรู้เสียทีว่าวิศณีตุลย์ได้ไปอยู่ที่ไหนกันแน่
ฟินลิปกลับมาบอกพวกโจรทั้งสามคนว่า
“ ท่านลูกค้าขอรับ ท่านหัวหน้าของข้าบอกมีห้องว่างแต่ท่านจะต้องแชร์ห้องกันอยู่นะขอรับเพราะว่าว่างแค่เพียงห้องเดียวเท่านั้น ” ฟินลิปกำลังหลอกล่อพวกโจรทั้งสามคน
“ เอ่อ.. คนเมื่อกี๊เป็หัวหน้าของเ้าอย่างนั้นรึ ” เ้าหัวหน้าโจรถามฟินลิป
“ เอ่อ.. ใช่ขอรับ เขาเป็หัวหน้าที่นี่และยังเป็เ้าของเรือในการขนส่งของเ้านายใหญ่ด้วยขอรับ ” ฟินลิปพยายามบอก
“ ออ.. มีเ้านายใหญ่อีก.. อย่างนั้นด้วยรึ ? ”
“ ขอรับเ้านายใหญ่จะมีคาสิโน และบ่อนด้วยนะขอรับ รวมทั้งร้านอาหารแห่งนี้ด้วยขอรับ แต่ว่าตอนนี้ตกลงท่านจะไปพักที่ห้องตามที่ตกลงไหมขอรับ ”
“ ไปสิ.. เพราะว่าในตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว และพวกข้าก็ยังไม่ได้พักผ่อนกันเลย ”
“ ได้สิขอรับ ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้ขอรับ ”
ฟินลิปนำทางพวกโจรทั้งสามไปยังที่ห้องพักทาง้า และห้องนั้นก็คือห้องที่วิศณีตุลย์เคยพักอยู่ก่อนหน้านี้นั่นเอง พวกโจรทั้งสามคนเข้ามาในห้องนี้แล้วก็รู้สึกพอใจเป็อย่างมาก เพราะห้องนี้กว้างขวางและสะอาดสะอ้าน ฟินลิปยังบอกกับพวกโจรอีกว่า
“ เนื่องจากพวกท่านเพิ่งเคยมาพักผ่อนที่นี่เป็ครั้งแรก ทางร้านอาหารของเราก็จะมีโปรโมชั่นให้กับท่านลูกค้าขอรับ ” ฟินลิปพูดกับพวกโจรอย่างภาคภูมิ
“ โปรโมชั่นอะไรกัน ? ” เ้าคนเสียงแหลมถามเพราะอยาก..รู้
“ โปรโมชั่นแถมเครื่องดื่มให้ฟรีขอรับ ” ฟินลิปบอกไปอย่างใจเย็น
“ เครื่องดื่มฟรีอย่างนั้นรึ ? ”
“ ใช่แล้วขอรับ เครื่องดื่มฟรีทุกรายการขอรับ รวมไปถึงสุราด้วยขอรับท่านลูกค้า ”
“ จริงอย่างนั้นรึ ? ดีทีเดียว ฮ่าๆๆๆๆ ข้าเพิ่งจะรู้สึกว่าคุ้มค่าก็ในตอนนี้นั่นแหละ ” เ้าหัวหน้าโจรหัวเราะชอบใจ
“ งั้นเอาสุราจัดมาให้พวกข้าด่วนๆในตอนนี้ ฮ่าๆๆ ” เ้าคนเสียงห้าวสั่งแทนเ้าหัวหน้าของมัน
ฟินลิปรับคำและก็เดินออกมา เขาเข้าไปในครัวและบอกกับท่านมาร์ดีโล่ให้เตรียมสุราให้และจะต้องไม่ลืมใส่ยานอนหลับลงไปในสุราด้วย ฟินลิปยกสุรามาตั้งไว้ให้พวกโจรทั้งสามดื่มกิน
เวลาผ่านไปไม่ถึง สิบนาทีพวกโจรทั้งสามก็หลับเป็ตายด้วยเพราะฤทธิ์ยาของยานอนหลับ ด้วยความที่ทั้งฟินลิปและทิวลี่เป็พวกมือดีที่คอยฉกข้าวของจนเป็มืออาชีพ พวกเขาทั้งสองคนพี่น้องจึงค้นหาทรัพย์สมบัติจากตัวของโจรและหยิบมาอย่างเบามือจนเ้าพวกโจรหมดตัว และฟินลิปยังค้นไปเจอกระดาษรูปวาดที่เป็รูปของวิศณีตุลย์ที่มีค่าหัวถึง 4,000 เหรียญทอง ฟินลิปและทิวลี่จึงแอบเอาของที่ขโมยเ้าพวกโจรออกมาและปล่อยให้พวกมันนอนอยู่อย่างนั้น
……
“ พี่ฟินลิป พี่จะเอารูปวาดนั้นไปให้ท่านหัวหน้าดูไหม ? ” ทิวลี่ถามฟินลิป
“ ไม่รู้สิ.. แต่เหรียญทองถึง 4,000 เหรียญเลยนะ ถ้าพวกเราได้มา พวกเราก็ไม่ต้องทำงานแบบนี้อีกต่อไปแล้วนะทิวลี่ ” ฟินลิปบอกกับน้องสาว
“ แต่ถ้าท่านหัวหน้ารู้ เขาคงไม่ให้เงินแก่พวกเราเยอะหรอก ข้าว่าพี่อย่าเอาไปให้ท่านหัวหน้าดูเลย เชื่อข้าเถอะ ”
ฟินลิปเก็บรูปวาดไว้ที่ตัวของเขาอย่างใจเย็น และเดินพาน้องสาวของเขาไปหาท่านกัสต้าเพื่อบอกภารกิจที่เขาได้ทำไปสำเร็จแล้ว…