เมื่อเรือแล่นเข้ามาถึงฝั่ง โดยใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง เล่นเอาเธอแทบอ้วก เพราะเมาเรือที่คนขับเรือคนหล่อขับ
ยี่หวาลุกขึ้นยืน ตัวของเธอโอนเอนไปมาเนื่องจากอาการวิงเวียน พยายามสะบัดหัวไปมาสองสามที กว่าจะทรงตัวได้
“เป็อะไร” ชายคนขับเรือเห็นว่า เธอสะบัดหัวไปมา ยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองจึงเอ่ยถาม พรางนึกขำอยู่ในใจ เพราะเขาคิดว่าเขาคงขับเรือเร็วไป อาจทำให้เธอเมาเรือเอาได้ ด้วยเพราะเขาต้องรีบกลับมาให้ทันประชุมของบริษัท เพราะในบริษัทพนักงานที่ต้องไปรับนักศึกษาฝึกงานวันนี้ให้ออกไปทำธุระ เขาจึงต้องออกไปรับนักศึกษาฝึกงานด้วยตัวเองแทน
“เมาเรือค่ะ” ฉันตอบพี่คนขับเรือไป
“งั้นฉะนจะไปส่งที่บริษัท ที่เหลือเธอก็จัดการตัวเองก็แล้วกัน วันนี้ฉันรีบยังไม่มีเวลาคุยตอนนี้ รีบตามมา” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินก้าวขาขึ้นจากเรือและเดินไปเลย
หญิงสาวงงกับที่เขาพูดอะไรแปลก ๆ ที่เธอไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป
“อะ อ้าว คุณ เดี๋ยวสิคะ กระเป๋าฉันยังไม่ได้ยกขึ้นไปเลย พี่ชายรอหนูก่อน” อ่า ยี่หวาเรียกตามหลังชายคนขับเรือ แต่เขากลับไม่ยักสนใจเธอ เดินหน้าไปก่อนแล้ว
หญิงสาวมองตามหลังเห็นว่าเขาเดินเข้าไปในบริษัทด้านหน้าไปแล้ว เธอกวาดสายตามองออกไป ดูเหมือนจะเป็บริษัทขนาดเล็ก อย่างที่เพื่อนเธอว่าเอาไว้ เพราะดูจากความสูงของบริษัทที่เขาเดินเข้าไปในบริษัทที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามีแค่ไม่กี่ชั้น แต่นั่นก็ยังวัดความใหญ่โตไม่ได้หรอกเพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ที่มาของบริษัทคงต้องเข้าไปดูระบบการทำงานด้านใน
ยี่หวารีบแบกกระเป๋าขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล ลากวิ่งตามชายขับเรือคนนั้นเข้าไปด้านใน เธอหยุดเท้าลงด้านหน้าของประตูบริษัท ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอ่านป้ายเพื่อความชัวร์อีกครั้งว่าเธอมาถูกบริษัทแน่ จึงเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งมีพนักงานหญิงนั่งอยู่ด้านหน้าของเคาน์เตอร์ เธอจึงเดินเข้าไปถาม
“เอ่อ พี่คะ” พนักงานสาวเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะกดคีย์ข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์สักพักและเอ่ยกับเธอขึ้น
“คุณ ยี่หวา นักศึกษาที่ทางมหาลัยส่งตัวเข้ามาฝึกงานใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” ฉันรีบพยักหน้าตอบกลับพี่พนักงานรัว ๆ เพราะไม่รู้จะหันไปถามใครและไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ พี่คนขับเรือเมื่อกี้ก็ไม่รู้หายไปไหนแล้วเดินไวซะจริง
“อ๋อ ตามพี่มาค่ะ คุณระพีสั่งพี่เอาไว้ ว่าหากน้องมาถึงแล้วให้พาเข้าที่พักไปก่อน และมาเริ่มงานได้เลย”
“หาาา เริ่มงานเลยเหรอคะ” ฉันรีบถามกลับไป เพราะไม่คิดว่ามาถึงเขาจะให้ฉันเริ่มงานในทันทีโดยที่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรก่อนเลย
“เดี๋ยวตามพี่มาทางนี้ได้เลยค่ะ “พี่พนักงานลุกขึ้นยืนบอกให้ฉันเดินตามไป ฉันรีบตามพี่เขาไปในทันที
“เอ่อ พี่คะฉันต้องทำยังไงบ้างเหรอคะ พอดีว่าทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดมาเลยอ่าค่ะ” ฉันรีบถามกลับไป
“อ้าว นี่ผู้จัดการยังไม่ได้ส่งรายละเอียดให้น้องเหรอ” ฉันส่ายหน้า ก็เห็นมาแค่อีเมลตอบรับเข้าทำงานอันเดียวบอกตำแหน่งที่ต้องทำแต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
“แล้วในอีเมล ส่งไปว่าไงล่ะ” พี่พนักงานถามกลับมา
ฉันจึงรีบเปิดอีเมลของตัวเองเมื่อคืนในโทรศัพท์ให้พี่เขาดู
0.0
อะ ทำไมพี่เขาไม่พูดอะไรเลยล่ะ
“นะ น้อง นะนี่มัน อีเมลของคุณระพีเ้าของบริษัทเป็คนส่งรายละเอียดไปให้น้องเหรอ พี่ถึงว่าทำไมน้องไม่ได้รายละเอียดงาน แถมเมื่อกี้บอสเดินผ่านถึงได้ฝากพี่สอนงานให้น้อง” พี่แกพูดขึ้น
หา! ระดับผู้บริหารส่งอีเมลหาเธอเอง ว่าแต่เ้าของบริษัทเขาเป็คนส่งอีเมลหาเธอเองเนี่ยนะ ล้ำเว่อร์ขนาด อยากจิอู้เป็ภาษาเหนือ นี่บริษัทให้ความสำคัญกับเธอขนาดนั้นเลยเหรอ
“เอ่อ พี่คะ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ” ยี่หวาถามชื่อพี่พนักงานออกไป ผูกมิตรไว้ก่อนดีกว่าเพราะเธอต้องอยู่กันอีกนาน เผื่อทำอะไรไม่เป็พี่แกจะได้ช่วยสอนงานให้เธอได้
“พี่ชื่อ ส้มเป็พนักงานต้อนรับของคอนโด มีหน้าที่รับลูกค้าที่เข้ามาจัดซื้อคอนโดจ้า” พี่ส้มแนะนำตัวกับฉัน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ถ้าพี่มีอะไรจะสอนฉัน ก็บอกฉันได้เลย ฉันเป็คนเรียนรู้เร็วทำได้หมดทุกอย่าง”
“อย่างน้องพี่ว่า น้องคงต้องไปเรียนงานกับบอสเองอ่ะ เพราะบอสเป็คนส่งเมลหาน้องเอง ตำแหน่งที่น้องได้เป็เลขาใช่ไหม”
ฉันพยักหน้าตอบกลับพี่ส้มไป ก่อนพี่ส้มจะแตะคีย์การ์ดเข้าไปในห้องอีกห้อง
ว้าว พอเดินเข้าห้องมาเป็ต้องร้องว้าว นี่ห้องนักศึกษาฝึกงานจริงปะ มันใหญ่และกว้างมาก ถูกจัดไว้หรูหราหมาเห่าสวยงามเตียงใหญ่ไซซ์คิงใหญ่สุด ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครั้นโดยที่เธอแทบไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย
“ใช่ค่ะ ตำแหน่งเลขา แต่แบบนี้พี่สอนฉันไม่ได้เหรอคะ ต้องเป็บอสสอนอย่างเดียวเลยเหรอ” ฉันถามกลับพี่ส้มไปเพราะกลัวว่าถ้าให้บอสสอนเธอคงได้นั่งเกร็งทั้งวันไม่เป็อันทำงานแน่
“ใช่ค่ะ เพราะพี่เองก็เอาใจบอสไม่ถูกเหมือนกัน วันดีคืนดี สั่งงานอย่างกับจะไปออกรบที่ไหน ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนที่ยอม แต่บางวันก็พาลูกน้องออกไปเลี้ยงชุดใหญ่ไฟกะพริบจนงงกันไปหมด แถมพนักงานเมาแอ๋เขาก็ให้หยุดงานกันทั้งบริษัท พี่เลยบอกน้องว่าพี่เองก็เอาใจบอสไม่ถูกถ้าไม่เข้าใจงานตรงไหนก็ถามพี่ได้ แต่ถ้าจะให้ดีพี่ว่าถามบอสดีกว่า”
ง่า บริษัทนี้เขาทำงานหนักกันเหรอ ทำไมฟังจากที่พี่แกพูดแล้ว มันดูหนักจัง นี่เธอคิดผิดคิดถูกที่เลือกมาฝึกที่บริษัทนี้ หรือเธอได้หัวหน้าเป็ไบโพล่าเหรอ หลายอารมณ์งี้ ยี่หวาคิด
“ทำงานหนักเหรอคะ”
“ไม่หรอก บอสแค่เป็คนที่เอาแต่ใจตัวเองนิดหนึ่ง”
อ๋อ อย่างงี้นี่เอง นึกว่าเป็ไบโพล่า แฮะ แฮะ
“นี่ห้องน้อง เดี๋ยวน้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดเรียบร้อยหน่อย แล้วเดี๋ยวออกไปเจอพี่ที่ด้านหน้าเหมือนเดินนะ ขอชุดสาวออฟฟิศน่ารัก ๆ หน่อย รองเท้าส้นเตี้ยก็ได้ไม่ต้องสูงมากเดี๋ยวเดินลำบาก อ้อ เรามีติดมาหรือเปล่า หรือมีแค่คู่นี้” พี่ส้มชี้มือมาที่รองเท้าของฉันที่เป็คัทชูสีดำที่เธอใส่อยู่
“เอ่อ เอามาค่ะ” ฟู่~ ดีที่เธอเอารองเท้าส้นสูงอีกคู่ที่เธอเอาไว้ใส่เล่นติดมาด้วย ไม่คิดว่าที่นี่จะไม่ให้ใส่ชุดนักศึกษาฝึกงาน แต่ให้ใส่เสื้อเหมือนเป็พนักงานในบริษัทฝึกแทน ก็ดีเหมือนกันสมจริงดี หญิงสาวคิด
“งั้นก็รีบแต่งตัว พี่จะไปส่งที่ห้องทำงานบอส เดี๋ยวเราต้องเจอบอสก่อน ตอนนี้บอสน่าจะประชุมอยู่ อีกสักสิบห้านาที เดี๋ยวพี่พาไปเจอบอส” พี่ส้มยื่นคีย์การ์ดห้องให้กับฉัน มือเล็กรับคีย์การ์ดมาถือเอาไว้ ฉันส่งยิ้มให้พี่แกไปก่อนเอ่ยรับ
“ค่ะ” แล้วพี่ส้มก็ทิ้งเธอไว้อยู่ในห้องคนเดียว ยี่หวารีบลากกระเป๋าของตัวเองเข้าไปในห้องและปิดประตูลง รื้อกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอออกมา
ใส่ชุดยังไงดีนะ เจอเ้านายซะด้วยสิ ไม่รู้หน้าตาเป็ยังไง จะเป็ตาลุงแก่ไหมนะ เมื่อกี้ได้ยินพี่ส้มพูดชื่อ คุณ ระพี ระพี เขาชื่อระพีสินะ ชื่อเดียวกับบริษัทเลยแฮะ ระพีพัฒน์
เมื่อเลือกเสื้อผ้าได้แล้ว ยี่หวาจึงรีบเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนจะเดินออกมาลอนผมจัดทรงให้เรียบร้อย
ตอนนี้เธอเหมือนเด็กสาวพนักงานเต็มตัว ไม่เหมือนเด็กฝึกงานเลย ในเมื่อทำตำแหน่งเลขา จากที่เธอดูซีรีส์มาเหมือนเขาจะแต่งตัวประมาณนี้กันละมั้ง ใส่กระโปรงรองเท้าส้นสูงไม่สูงมากและใส่กระโปรงหรือกางเกงเหมือนสาวออฟฟิศ
เธอเลือกกระโปรงสีสดใสที่เอามาด้วยหลายตัวขึ้นมาเลือกใส่และเธอเลือกเป็สีขาวใส่กำเสื้อสีดำสุภาพ เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วเธอจึงเดินไปหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางออกมาเปิดเอาลิปสติกชมพูสีอ่อนออกมาทาที่ริมฝีปากเล็กนิดหน่อยใช้นิ้วเกลี่ย ๆ แตะ ๆ ให้เข้าที่ เม้มริมฝีปากก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองเหลือเวลาอีกห้านาทีจึงรีบเดินออกจากห้องไปหาพี่ส้มที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์พนักงาน
“มาแล้วเหรอไวดี” พี่ส้มมองมาที่ฉัน ก่อนจะใช้สายตามองการแต่งตัวของเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“อืม เพอร์เฟค แบบนี้แหละ ปะพี่พาไปเจอบอส บอสน่าจะประชุมเสร็จพอดี” พี่ส้มยกนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองขึ้นดู ก่อนเดินนำเธอไปยังลิฟต์ด้านในอีกตัว
ติ๊ง~ ลิฟต์ถูกเปิดออก ก่อนเราทั้งคู่จะเดินเข้าไป
เอ๊ะ! บริษัทมันมีแค่ไม่กี่ชั้น จำเป็ต้องใช้ลิฟต์ด้วยเหรอ ยี่หวาจำได้ก่อนเธอจะเดินเข้ามาด้านใน มันแค่ไม่กี่ชั้นเอง แต่เมื่อเดินเข้ามาในลิฟต์และกำลังจะเอ่ยถาม เธอก็ต้องใเมื่อเห็นพี่ส้มกดลิฟต์ไปยังชั้นที่สี่สิบเก้า
โอ้มายก้อด 0.0
สี่สิบเก้าชั้น เดี๋ยวนะ แล้วตึกมันอยู่ตรงไหน ด้านหน้าก็ไม่เห็นจะมีตึกอะไรนี่ ฉันสงสัยจึงถามพี่ส้มออกไป
“เอ่อพี่คะ ทำไมชั้นมันถึงมีสี่สิบเก้าชั้นละคะ ด้านหน้าฉันเห็นมันมีไม่กี่ชั้นเอง”
“อ้าวนี่น้องไม่รู้เหรอว่า บริษัทเรามันเชื่อมกับคอนโดใหญ่ด้านหลังน่ะ ด้านนี้ที่น้องเข้ามามันเป็แค่ด้านหลังคอนโด” พี่ส้มอธิบายให้ฟัง
ด้านหลัง งั้นฉันก็เข้าใจผิดเหรอว่ามันเป็บริษัทเล็ก ๆ มาตลอดน่ะสิ โอ้ เธอยังคงตะลึงไม่หาย
นี่เธอได้เข้าฝึกงานบริษัทใหญ่แถมใหญ่มาก หรูหราสุด เมื่อฟังจากที่พี่ส้มเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนประตูลิฟต์ชั้นที่สี่สิบเก้าจะเปิดออก