เสี่ยวหลินเดินสลับะโนำหน้าคนทั้งสองอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนตอนนี้ชีวิตของนางจะวุ่นวายอยู่แต่กับอาหารการกินในแต่ละวัน กินจนตัวอ้วนกลมเป็ลูกขนุนแล้ว
"ล้าลัลลา~"
เด็กตัวกลมะโดึ๋งๆ ไปตามทาง ปากน้อยๆ ส่งเสียงร้องเพลงแปลกหูออกมาตลอดทาง จนถึงบ้านนางก็ได้กลิ่นหมูย่างหอมๆ ลอยออกมา เ้าตัวรีบวิ่งดุ๊กๆ เข้าไปที่หลังบ้าน ทิ้งตัวนั่งแหมะลงที่หน้ากองไฟซึ่งบิดาของนางกำลังย่างหมูอยู่
"กลับมาแล้วหรือ แล้วไหนมารดาของเ้าเล่า" เทียนหรงเอ่ยถามบุตรสาว เขาหัวเราะเมื่อเห็นดวงตากลมๆ ของนางจับจ้องอยู่ที่เนื้อหมูย่าง
"กำลังเดินมาเ้าค่ะท่านพ่อ"
"เ้าเด็กเห็นแก่กิน" เทียนหรงบีบแก้มกลมๆ ของบุตรสาว เด็กน้อยหัวเราะจนตาหยี
"เสี่ยวหลินกำลังโตเ้าค่ะ"
"พุงโตน่ะสิ เ้าเด็กตัวกลม ไม่รออาเลยนะ" เทียนเฉินเดินเข้ามาพร้อมกับห่อเสื้อที่ใส่ไข่เป็ด เขาเอ่ยขอพี่สะใภ้มากินหมูย่างสักหน่อยก่อนจะเข้าไปช่วยนางสับรากบัว
"ท่านอาก็จะพุงโตเหมือนเสี่ยวหลิน" เด็กน้อยทำปากยื่น สะบัดใบหน้ากลมๆ หันกลับมาจดจ่ออยู่ที่หมูย่างเหมือนเดิม
"อาทำงานตลอดไม่อ้วนหรอก" เด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆ หลานสาว มือจิ้มแก้มนุ่มๆ ของนางเล่น
เสี่ยวหลินหันไปถลึงตาใส่เขา มือป้อมคอยปัดมือของเทียนเฉินออก จนรู้สึกรำคาญมากนั่นแหละนางจึงได้งับเข้าที่แขนของเขาจนจมเขี้ยว
"จ๊ากก!!"
"คิกๆๆ" สี่ยวหลินตัวแสบรีบวิ่งไปหลบด้านหลังของบิดา โผล่เพียงดวงตากลมๆ ออกมามองท่านอาที่มองมา
"เ้าเด็กตัวแสบมานี่เลยนะ" เด็กหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหาเด็กอ้วน ตั้งใจจะจับมางับแก้มให้หนำใจ
"กรี๊ด!" เสี่ยวหลินวิ่งหนีท่านอาหนุ่มน้อยจนพุงกระเพื่อม
เสียงกรี๊ดของเด็กน้อยกับเสียงโวยวายของเทียนเฉินดังลั่นบ้านไปหมด เสี่ยวหลินวิ่งจนหน้าแดงเข้ามาซุกใบหน้ากลมๆ เข้าที่อกของบิดาเพราะนางวิ่งไม่ไหวแล้ว
"พอแล้วอาเฉิน หลานหน้าแดงหมดแล้ว" เทียนหรงอุ้มเอาบุตรสาวมานั่งบนตัก เขายกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อให้นาง
"โถ่เอ้ย เสี่ยวหลินขี้โกงให้พี่ใหญ่ช่วยนี่นา" เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
"แบร่ๆ" เ้าเด็กแก้มแดงแลบลิ้นท่าทางทะเล้น
"กินน้ำก่อนลูก" เทียนหรงส่งกระบอกน้ำให้บุตรสาว เสี่ยวหลินก็รับมากระดกดื่มอย่างกระหาย
"เอานี่ เอาไปกินแล้วก็ไปช่วยพี่สะใภ้เ้า" เทียนหรงส่งไม้เสียบเนื้อหมูย่างให้น้องชาย เด็กหนุ่มก็รับไปแล้วเดินกลับเข้าครัวไปช่วยพี่สะใภ้
ปากจิ้มลิ้มคอยอ้ารับเนื้อหมูที่บิดาฉีกเป็ชิ้นเล็กๆ มาป้อนให้ถึงปาก นางเคี้ยวหงุบหงับจนแก้มขยับ ฮุ่ยสงกับหลิวห้าวที่เดินยกถังกลับมาจากลำธารก็เอ่ยทัก
"ไปทำอะไรมาทำไมหลานหน้าแดงเช่นนี้"
"วิ่งเล่นกับอาเฉินน่ะขอรับ"
"หมูน้อยวิ่งเล่นซนหรอกหรือนี่" หลิวห้าวเอ่ยเย้า เสี่ยวหลินได้ยินก็ทำปากยื่น
"เสี่ยวหลินเป็หมูน้อยน่ารัก"
"ขอรับๆ น่ารักที่สุดแล้ว" หลิวห้าวหัวเราะขำ
"แล้วเ้าจะขุดมันเทศเมื่อไหร่เล่าอาห้าว" ฮุ่ยสงเอ่ยถามขึ้นมา
เดิมทีหลิวห้าวตั้งใจปลูกมันเทศทั้งสิบหมู่ แต่สุดท้ายก็เลือกปลูกแค่สองหมู่เอาไว้กินในหน้าหนาวเท่านั้น เขารอดูก่อนว่าเทียนหรงจะขายได้เท่าไหร่ หากราคาดีค่อยปลูกขายบ้าง
"เดี๋ยวข้าทยอยขุดเองขอรับ ข้าไม่ได้ปลูกเยอะเหมือนพี่หรง"
"หลังขุดมันเทศเสร็จเดี๋ยวพ่อจะเอาผักเข้าไปขายนะอาหรง มีอะไรสำคัญต่องทำอีกหรือไม่" ผักที่ปลูกไว้แก่พร้อมเก็บขายแล้ว เพิงขายของเล็กๆ ของหลานสาวพวกเขาก็ทำไว้แล้ว หากไม่มีอะไรให้ทำอีกเขาก็จะเอาผักไปขายกับภรรยา
"ไม่มีแล้วล่ะขอรับ เหลือหญ้าแห้งของเสี่ยวจงเท่านั้น หรือลูกมีอะไรให้ทำอีกหรือไม่ หืม" เทียนหรงก้มลงถามบุตรสาว เด็กน้อยส่ายหัวไปมา
"ไม่มีอะไรสำคัญแล้วนะเ้าคะ อาหารแห้งเราก็พอแล้ว เหลือผักดองแล้วก็ไข่ดองเค็มที่เสี่ยวหลินจะทำกับท่านอาแล้วก็จะไปเก็บมะพร้าวแก่มาไว้ที่บ้านเ้าค่ะ" ปากพูดไปมือก็ชี้ๆ ที่หมูย่าง เทียนหรงเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเบาๆ มือก็รีบฉีกเนื้อหมูส่งเข้าปากเล็กๆ ของบุตรสาว
วันต่อมา
ชาวบ้านมารวมตัวกันั้แ่เช้า พร้อมด้วยอุปกรณ์การขุดดินที่ถือติดมือมา เด็กๆ เองก็มากันหลายคน ทั้งมาช่วยเล็กๆ น้อยๆ และตามบิดามารดามาเพราะที่บ้านไม่มีคนอยู่
มันเทศหัวใหญ่ๆ ทำให้ชาวบ้านเร่งรีบขุดกันจนลืมเหนื่อย หัวหนึ่งกินกันได้ถึงสองหรือสามคนเลยทีเดียว
เถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยออกมาเดินดูแรงงานจำเป็ของบ้านนาง แขนน้อยๆ ยกไพล่หลังไว้ เดินแอ่นพุงไปตามร่องแปลงมันเทศ มองดูชาวบ้านขุดสับกันอย่างขยันขันแข็ง
"มันเทศหัวใหญ่จริงๆ"
"ใช่ๆ ข้าเพิ่งจะเคยเห็นหัวใหญ่ชนาดนี้ สามีข้าเคยซื้อจากในเมืองมาหัวเล็กนิดเดียว"
เสียงชาวบ้านพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น คนบ้านถังช่างมีความสามารถจริงๆ ที่ปลูกมันเทศได้หัวใหญ่ขนาดนี้ อีกทั้งยังใจดีแบ่งมันเทศให้ด้วย ถึงแม้ว่าพวกนางจะทำงานแลกมาก็เถอะ แต่ถ้าเอาไปขายคงจะได้เงินมากกว่าค่าจ้างของพวกนางเสียอีก
คนบ้านหลิงเองก็หยุดงานตากสัตว์ทะเลแล้วมาช่วยขุดมันเทศเช่นกัน สีหน้าของคนบ้านหลิงดูสดชื่นแจ่มใสขึ้นมาก อาหารการกินมีเพียงพอ เงินที่เหลือจากการขายที่ดินพวกเขาก็แบ่งไปซื้อข้าวกับธัญพืชมาตุนเก็บไว้สำหรับหน้าหนาว ส่วนอาหารแห้งนั้นคนบ้านถังแบ่งให้เป็จำนวนมากแล้ว
"เสี่ยวหลินมาเดินตากแดดทำไม" หลิงไห่เห็นร่างขาวๆ มายืนอยู่ด้านข้างจึงเอ่ยถามขึ้นมา มือของเขาก็คอยปัดดินออกจากหัวมันเทศแล้วเก็บใส่ตะกร้า
"เสี่ยวหลินแค่มาเดินดูเ้าค่ะ เสี่ยวหลินขอเอาหัวมันกลับบ้านสักสองสามหัวนะเ้าคะ"
"เอาสิ นี่ก็มันเทศของเ้านะ" เด็กชายหัวเราะขำเบาๆ
เสี่ยวหลินอุ้มเอามันเทศหัวใหญ่กลับบ้านไปสามหัว
ร่างกลมๆ เดินเข้ามาในครัวที่มารดา ท่านยาย และท่านป้ามี่ฮวากำลังช่วยกันทำกับข้าวเตรียมไว้ให้ชาวบ้าน เสียงสับกระดูกหมูดัง โป๊กๆ ไม่หยุด
"จะทำอะไรบ้างเล่าน้องฮุ่ยหนิง" มี่ฮวาถามขึ้น มือก็คอยแกะเปลือกกระเทียมไปด้วย
"ข้าจะทำน้ำแกงกระดูกหมูใส่รากบัวเ้าค่ะ แล้วก็ทำตับผัดต้นหอมป่า ผัดผักกาดขาวใส่เนื้อหมูและไข่เป็ดเ้าค่ะ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยตอบ มือคอยหยิบกระดูกที่สับเป็ท่อนแล้วใส่กะละมัง
"อย่างนั้นเดี๋ยวแม่ปอกรากบัวให้ก็แล้วกัน" จางรั่วเดินไปหยิบรากบัวใส่ตะกร้าถือแล้วเดินหายออกไปหลังบ้าน
"ท่านแม่ ทำขนมไข่นกกระทาให้เสี่ยวหลินด้วยได้ไหมเ้าคะ" ร่างกลมป้อมเดินกอดหัวมันเทศเข้ามา
"ได้สิลูก เอาวางไว้ก่อนนะ แม่ขอทำอาหารเตรียมไว้ก่อนนะจ๊ะ"
"ได้เ้าค่ะ"
เสี่ยวหลินวางมันเทศเอาไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินออกไปด้านนอก นางเดินมาหยุดยืนดูต้นถั่วเหลืองที่เริ่มแห้งแล้ว นางลืมไปเลยว่าปลูกทิ้งไว้ คิ้วน้อยๆ ขมวดมุ่น
ร่างป้อมวิ่งดุ๊กๆ เข้าไปเกาะหลังบิดาที่กำลังขุดมันเทศช่วยชาวบ้านอยู่ เทียนหรงหันมามองก็เห็นเพียงผมทรงซาลาเปาที่โผล่พ้นไหล่ของตนเองมาเล็กน้อย
"มีอะไรหรือลูก หืม"
"หลังเก็บมันเทศยังต้องเก็บถั่วเหลืองด้วยนะเ้าคะท่านพ่อ ตากไว้ให้แห้งด้วยเ้าค่ะ"
"พ่อรู้แล้ว เดี๋ยวเก็บเกี่ยวมาตากแดดไว้ หลังจากนั้นพ่อกับอาของเ้าก็จะไปตัดหญ้ามาเก็บไว้ให้เสี่ยวจง"
"เสี่ยวหลินขอไปขายผักกับท่านตาท่านยายได้ไหมเ้าคะ" นางแนบแก้มกลมๆ ไปกับแผ่นหลังของบิดา
ชาวบ้านที่ขุดมันเทศอยู่ใกล้ๆ ต่างหันมามองร่างอวบกลมอย่างเอ็นดู นอกจากหน้าตาน่ารักแล้วนางยังขี้อ้อนอีกด้วย หากพวกเขามีบุตรหลานอวบอ้วนน่ารักแบบนี้อยู่ที่บ้านบ้างคงจะดีไม่น้อย
"จะไปขายของอย่างเดียวหรือ หืม" เทียนหรงพอจะเดาได้ว่าเด็กน้อยคงอยากจะไปเล่นซนมากกว่า เสี่ยวหลินหัวเราะแหะๆ
"เสี่ยวหลินจะไม่ไปที่ท่าเรือแน่นอนเ้าค่ะ!"
ได้ยินเสียงดังฟังชัดของบุตรสาว เทียนหรงก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยอนุญาต เสี่ยวหลินร้องะโอย่างดีใจ ร่างอวบยักย้ายส่ายสะโพกพร้อมกับฮึมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
"เสี่ยวหลินทำอะไรน่ะ" เทียนเฉินเอ่ยถามหลานสาว เขาหัวเราะกับท่าทางของนางจนปวดท้องไปหมด
"ท่านอาไม่ตั้งใจทำงานหรือเ้าคะ เสี่ยวหลินจะไม่จ่ายค่าจ้างนะเ้าคะ" เด็กน้อยทำท่าขึงขังจนคนแถวนั้นหัวเราะอย่างเอ็นดู
"โอ้ นายหญิงน้อยจะจ่ายค่าจ้างเป็อะไรเล่า"
"เสี่ยวหลินขอให้ท่านแม่ทำขนมไข่นกกระทา ถ้าท่านอาไม่ตั้งใจทำงานเสี่ยวหลินจะไม่ให้กินเ้าค่ะ" ใบหน้ากลมๆ เชิดขึ้นอย่างเหนือกว่า
"ขอรับๆ บ่าวจะตั้งใจทำงานเดี๋ยวนี้เลยขอรับ"
เห็นท่าทางตั้งใจขุดสับของเขาแล้วเสี่ยวหลินก็ปิดปากหัวเราะชอบใจ ร่างกลมๆ ะโเกาะหลังเด็กหนุ่มกลายเป็ตัวถ่วงอวบขาวเกาะติดหลังไม่ปล่อย จนเด็กหนุ่มเหงื่อตก
เื่ขุดมันเทศน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เื่ปวดหลังนี่สิ เห็นทีคงจะขุดมันเทศได้แค่วันเดียวแล้วนอนพักหลังสักสามวัน
พอแดดตกกลางหัวฮุ่ยหนิงก็ออกมาเรียกให้ทุกคนไปนั่งพักใต้ร่มไม้เพื่อรอกินอาหารกลางวัน ชาวบ้านต่างจับจูงบุตรหลานที่เนื้อตัวมอมแมมเพราะนอนคลุกดินเดินไปยังใต้ร่มไม้ กลิ่นอาหารโชยมาทำให้พวกเขารู้สึกหิวเป็อย่างมาก
"มาเข้าแถวตรงนี้นะเ้าคะ เตรียมจานชามมาเลยเ้าค่ะ" ฮุ่ยหนิงะโเรียก นางช่วยกันยกหม้ออาหารมาวางไว้เตรียมพร้อมแล้ว
ชาวบ้านต่างเข้าแถวกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย พวกเขาได้ชามน้ำแกงไปครอบครัวละหนึ่งชาม จานใส่ตับผัดต้นหอม และจานผัดผักใส่หมูใส่ไข่อีกอย่างละหนึ่งจาน
หลายคนต่างคีบเนื้อส่งให้บุตรหลานได้กิน ในใจก็เอ่ยยกย่องว่าคนบ้านถังใจดีถึงกับใช้เนื้อมาทำอาหารให้พวกเขากิน เด็กๆ กินเนื้ออย่างชอบอกชอบใจ เนื้อมีราคาแพงมากชาวบ้านที่ได้เงินวันละไม่กี่อีแปะก็เลยไม่เคยซื้อเนื้อมาทำอาหารให้เด็กๆ ในบ้านกิน
"คนบ้านถังร่ำรวยมาจากไหนถึงขนาดเอาเนื้อมาทำอาหารแบบนี้"
"คงไปเจอของดีในป่ามากระมัง ทั้งซื้อที่มากมาย ไหนจะทำบ้านใหม่อีก"
"พวกเขาร่ำรวยแล้วแต่ก็ยังจิตใจดีไม่เปลี่ยนเลยนะ ไม่เหมือนคนรวยในมือง"
"จะไปเทียบกับคนในเมืองได้อย่างไร คนบ้านถังเติบโตมาในหมู่บ้านเล็กๆ ยากจนมาครึ่งชีวิต แต่คนในเมืองร่ำรวยมาแต่เกิด พวกเขาล้วนมองเราไม่ต่างจากขอทาน"
"นั่นสินะ เป็อย่างที่เ้าพูดมาทั้งหมดนั่นแหละ"
ชาวบ้านกินไปก็พูดคุยกันเสียงเบา ในใจรู้สึกขอบคุณคนบ้านถังที่ทำให้พวกเขาได้ลิ้มลองเนื้อหมูราคาแพงสักครั้ง คราวก่อนที่ฮุ่ยสงเอาเนื้อหมูไปขายก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินมาซื้อกิน
หลังเติมพลังกันจนอาหารเกลี้ยงหม้อแล้ว เหล่าคนงานจำเป็ก็ออกไปขุดมันเทศกันอย่างขันแข็ง แรงขุดไม่มีตกทั้งๆ ที่ตัวผอมแห้ง เพียงวันเดียวก็ขุดไปได้ถึงสิบหมู่แล้ว แบบนี้ขุดอีกวันเดียวก็แล้วเสร็จ
ตอนเย็นฮุ่ยหนิงจึงใช้ให้น้องสามีไปเก็บไข่มาราวยี่สิบฟอง จัดการผัดไข่ใส่กะหล่ำปลีแบ่งให้ชาวบ้านเอาไปกินเป็มื้อเย็น เหล่าชาวบ้านเอ่ยขอบคุณกันยกใหญ่ ก่อนจะจับจูงมือบุตรหลานเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมรอยยิ้ม
หลังมื้ออาหารคนบ้านถังก็มานั่งย่อยกันอยู่ที่ห้องโถง ถึงจะบอกว่านั่งย่อยแต่มือของบางคนก็ยังคงหยิบกินขนมไข่นกกระทาไม่หยุด
"วันพรุ่งแม่ไม่ได้อยู่ช่วยนะอาหนิง เดี๋ยวแม่กับพ่อเ้าจะเก็บผักไปขาย"
"ได้เ้าค่ะท่านแม่"
"เสี่ยวหลินไปด้วยเ้าค่ะ" ร่างขาวอวบะโเข้าไปกอดหมับเข้าที่เอวของจางรั่ว
"หลานไม่อยู่ช่วยที่บ้านหรือ" จางรั่วลูบหัวหลานสาว เด็กน้อยส่ายหัวก่อนจะเอ่ยตอบ
"เสี่ยวหลินจะไปช่วยท่านตาท่านยายขายของเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นต้องตื่นเช้าๆ นะ เพราะยายจะไปเก็บผักแล้วออกไปที่เมืองเลย"
"ท่านแม่ปลุกเสี่ยวหลินด้วยนะเ้าคะ" เสี่ยวหลินหันไปเอ่ยกับมารดา จนทุกคนหลุดหัวเราะออกมา
"ได้จ้ะลูกรัก"
เช้ามืดวันต่อมา
เด็กตัวกลมถูกมารดาปลุกแล้วจับมาอาบน้ำแต่งตัวทั้งที่นางยังไม่ตื่นดีนั่นแหละ แต่พอเจอน้ำเย็นๆ นางก็ตาสว่างใสแจ๋ว มารดาส่งย่ามใบน้อยที่บรรจุซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่มาให้ถึงหกก้อน พร้อมด้วยกระบอกน้ำเล็กๆที่ถักเชือกไว้ให้ถือได้ง่าย
เสี่ยวหลินถูกจับมานั่งบนรถเข็นคันที่ท่านตาเป็ผู้เข็น ส่วนท่านยายก็เข็นอีกคัน เพราะมีผักเยอะพอสมควร เก็บไปขายให้มากหน่อยจะได้ไม่ต้องเข้าเมืองหลายวัน
พอมาถึงบ้านท่านตาท่านยาย นางก็นั่งรอที่แคร่ถือซาลาเปากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย พอฟ้าสว่างก็ถูกอุ้มกลับมานั่งบนกองผักกะหล่ำปลีที่ถูกผ้าปิดทับเอาไว้
รถเข็นทั้งสองคันมุ่งหน้าออกจากหมู่บ้าน ผ่านเส้นทางเล็กๆ มีชาวบ้านกำลังเดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกันอยู่ประปราย บางคนก็เอ่ยทักทายท่านตาท่านยายของนางด้วย
"เราจะขายผักกันที่ไหนหรือเ้าคะ" ใบหน้าน้อยๆ เหลียวกลับไปถามท่านตาของนาง
"ขายหน้ากำแพงเมือง เพราะไม่ต้องเสียค่าแผง แต่ถ้าอยากขายในเมืองก็ไม่มีแผงว่างหรอกลูก พ่อค้าแม่ค้าที่พักอยู่ในเมืองจับจองไว้ขายประจำหมดแล้ว" ฮุ่ยสงเอ่ยบอกหลานสาว
"แล้วขายยังไงหรือเ้าคะ"
"ชั่งละ 5 อีแปะเท่านั้น"
เสี่ยวหลินขมวดคิ้วมุ่น ถ้าหากขายข้างนอกประตูเมืองแล้วใครจะมาซื้อกัน ข้ารับใช้ของคนรวยๆ ก็คงไปเดินซื้อที่ตลาดมากกว่าน่ะสิ
"เข็นรถไปที่ร้านยาเลยเ้าค่ะท่านตา"
"ร้านยาหรือ"
"เ้าค่ะ ร้านยาของท่านปู่หงฉวนเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินเอ่ยตอบกลับไป นางตั้งใจจะไปขอเช่าพื้นที่หน้าร้านของผู้เฒ่าหงเพื่อขายผักสักหน่อย คราวก่อนทำการค้าใหญ่กันไปเขาน่าจะจำนางได้นะ
ฮุ่ยสงได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองหน้าภรรยา ก่อนจะตัดสินใจเข็นรถเข้าไปยังหน้าประตูเมือง เสียค่าเข้าเมืองคนละสองอีแปะ ก่อนจะเข็นรถต่อไปยังร้านขายยาสกุลหง
พอรถเข็นคันเล็กมาจอดที่หน้าร้าน เสี่ยวหลินก็ชูแขนให้ท่านตาของนางอุ้มลงจากรถเข็น ขาแตะพื้นร่างกลมๆ ก็เดินเข้าไปในร้านทันที จนผู้เป็ตาต้องรีบตามเข้าไป
"อ้าว เชิญๆ มาซื้อยาอะไรหรือ" เป็ผู้เฒ่าหงฉวนที่เอ่ยทักทายขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าลงมองเมื่อเห็นแก้มล้นๆ ขาวๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้า
"อ้อ! แม่หนูตัวน้อยนั่นเอง ไม่เจอกันนาน วันนี้มีของดีมาขายให้ปู่อีกแล้วหรือ" ชายชรานั่งยองๆ ลงพูดคุยกับเด็กน้อยอย่างเป็กันเอง
"คารวะท่านปู่เ้าค่ะ วันนี้เสี่ยวหลินไม่ได้มีของดีมาขาย แต่ว่าจะมาขายผักเ้าค่ะ ที่ตลาดไม่มีแผงว่างเลย เสี่ยวหลินเห็นว่าร้านขายยาของท่านปู่ใหญ่โต คงจะมีคนเข้าร้านมากแน่ๆ เลยอยากจะขอเช่าที่หน้าร้านขายผักสักวันเ้าค่ะ"
หงฉวนได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วกับถ้อยคำน่าเอ็นดูก็หัวเราะเสียงดัง เขายกมือขึ้นลูบเครายาวอย่างอารมณ์ดี ส่วนฮุ่ยสงนั้นกำลังยืนเหงื่อตก
เ้าหลานคนนี้เหตุใดจึงใจกล้านัก
"ได้สิปู่อนุญาต แต่ปู่ไม่เก็บค่าเช่าหรอกนะ ขอเพียงเ้าแบ่งผักให้ปู่สักกำสองกำก็พอ"
"เสี่ยวหลินมีผักกาดขาวกับกะหล่ำปลีและหัวไชเท้าอีกนิดหน่อยเ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะแบ่งให้ท่านปู่นะเ้าคะ" เด็กตัวกลมฉีกยิ้มกว้างจนผู้เฒ่าเอ็นดูที่สุด
"ขอบใจเ้ามาก อย่างนั้นก็ไปตั้งแผงเถอะ เดี๋ยวปู่ให้คนยกโต๊ะไปให้นะ"
"เอ่อ ขอรบกวนด้วยนะขอรับนายท่าน" ฮุ่ยสงเอ่ยอย่างเกรงใจ หงฉวนได้ยินอย่างนั้นก็โบกมือไปมา
"ไม่ต้องเกรงใจๆ"
ฮุ่ยสงแบ่งผักไปให้หงฉวนอย่างละสองหัว ผักของเขามีแต่หัวใหญ่ๆ กะหล่ำหัวหนึ่งน่าจะหนักมากกว่าสองชั่งเสียอีก
พอลูกจ้างร้านยายกโต๊ะมาให้สองสามีภรรยาก็รีบจัดการเอาผักมาวางเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย โดยมีหลานสาวตัวน้อยออกไปะโเย้วๆ อยู่ริมถนน
#######################################
น้องเริ่มขายของแล้ว!!