ตอนที่ 28 : Overlord
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
เสียงหายใจหอบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากชายหนุ่มผู้คลุ้มคลั่งจากโลหิต... สคัล เขาใช้พลังออกไปชุดใหญ่ พลังที่มากเกินไปส่งแรงตีกลับสู่ร่างกายเป็ความล้าทำเขาต้องยืนพักครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาก็เริ่มออกเดินไปรอบ ๆ ตามหาร่องรอยของชินหลังการโจมตี แม้จะพูดไม่ได้อย่างมั่นใจว่าโค่นได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้รับาเ็อยู่บ้างแน่นอน
ไม่สิ... ถึงจะบอกไปแบบนั้นก็จริง แต่ตัวสคัลนั้นค่อนข้างมั่นใจอยู่พอควรว่าการโจมตีนั้นต้องทำให้ชินได้รับาเ็สาหัสแน่ เพราะแบบนั้นจึงเดินหาอย่างไม่รีบร้อนในขณะที่ดูดซับจิตตามธรรมชาติไปอย่างช้า ๆ โดยไม่ประมาท
ถึงจะไม่น่าเป็ไปได้ก็เถอะ... แต่ก็ต้องเผื่อไว้ก่อน
สคัลคิดขณะเดินไปรอบ ๆ
กำลังกายของเขาฟื้นคืนเรื่อย ๆ กระนั้นความกังวลกลับไม่ได้หายไปพร้อมกับความเหนื่อยล้า
เพราะยังมีความคิดนึงที่ติดอยู่ในหัว... เป็ความคิดในแง่ร้ายที่ความเป็ไปได้ต่ำแต่ก็ไม่อาจลบออกไปจากหัวได้
นั่นคือความคิดที่ว่าชินอาจยังไม่ตาย
กึก...
เสียงฝีเท้าเหยียบเศษซากอาคารดังมาจากทางขวาห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร
ตรงจุดนั้นมีชายคนที่สคัลคิดว่าน่าจะตายไปแล้วยืนอยู่... คือแองกริคราวน์ในสภาพไร้าแ
เป็ไปไม่ได้...
แม้จะแอบคิดว่าชินอาจรอดจากการโจมตี แต่พอถูกตอกย้ำด้วยภาพความจริงก็ยังรู้สึกตะลึงอยู่ดี
แถมที่สำคัญ... ความจริงอันน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าการที่เขายังไม่ตาย คือการที่แขนซ้ายของชินที่ควรสะบั้นขาดไปก่อนหน้า แต่ตอนนี้มันได้งอกกลับมาใหม่ สะอาดเสมือนไม่เคยััแม้เศษดิน
แม้แต่พลังปาฏิหาริย์ของเผ่านางฟ้ายังต้องใช้เวลาเป็วันในการคืนอวัยวะที่เสียไปกลับคืนมา ต่อให้เร็วเท่ากับในตำนานปรัมปราก็ต้องใช้เวลาเป็ชั่วโมง แต่ที่มันงอกกลับมาเร็วอย่างผิดธรรมชาติจึงมีความเป็ไปได้แค่สองอย่าง
หนึ่งคือเป็ไนท์ของชิน แต่ไนท์ของชินคือการลบพลังของศัตรูจึงไม่น่าใช่
เพราะงั้นความเป็ไปได้อีกอย่างที่สคัลคิดก็คือ
“นี่นายเอง... ก็เป็แวมไพร์สายเืแท้อย่างงั้นเหรอ?”
“...”
ชินไม่ตอบกลับ ไม่จำเป็ต้องตอบคำถามไม่ว่าในแง่ใด
ความจริงที่สคัลค้นพบจะยากแก่การทำความเข้าใจไม่ต่างกับครั้งของชิน เขาดูตกตะลึงไม่น้อยที่ศัตรูกลายเป็เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่เหลืออยู่บนโลกเพียงหยิบมือ แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความเยือกเย็นของเขาจะลดลง
แน่นอนว่าทางชินที่ไม่ได้ตอบกลับอะไรเลยเองก็เหมือนกัน
สคัลนิ่งไปพักนึง
ทางชินเองก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อดูท่าที เขากลับจับััของโอลิเวียที่อยู่ห่างออกไปแทนเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะปลอดภัย
โอลิเวียตอนนี้กำลังงีบหลับอย่างอ่อนล้าเพราะเสียเืให้ชิน เขาจึงใช้ผ้าคลุมของชุดแองกริคราวน์ห่มคลุมร่างโอลิเวียไว้
ที่เหลืออยู่บนสมรภูมิจึงคงเหลือเพียงผู้แข็งแกร่ง
“งั้นเหรอ...”
สคัลพึมพำเบา ๆ เขาเปลี่ยนรูปทรงเพดานจากปิดฝาเป็หลังคาแหลมคล้ายคริสตัลแถมยังเปลี่ยนคุณสมบัติของมันจากสิ่งที่มองทะลุเข้ามาได้เป็สิ่งที่คล้ายกับกระจกไปเสีย
ในทางปฏิบัติ การทำแบบนั้นจะทำให้ดาวเทียมไม่สามารถจับภาพภาคพื้นดินภายใต้กล่องแก้วขนาดั์ที่สคัลสร้างขึ้นนี้ได้ หรือหากมีคนมองอยู่จากภายนอก พวกเขาก็จะมองเข้ามาไม่เห็นพวกชินที่อยู่ข้างในเช่นกัน
ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน———
“มาคุยกันซักหน่อยไหม”
ชินแอบคิดโดยไม่คาดหวัง ทว่าสคัลกลับเปิดปากบอกออกมาเอง น้ำเสียงที่เคยแหบแห้งของเขาถูกเสริมอารมณ์บางอย่างเข้ามามากกว่าปกติ
สคัลนั่งยองลงใกล้กับเศษซากปรักหักพังใกล้ ๆ
การทำให้สถานที่นี้ไม่ถูกจับตามองจากภายนอกก็เพื่อสร้างสถานการณ์ที่เป็กลางในการพูดคุยอย่างแท้จริง แต่แน่นอนว่าชินไม่ได้วางการ์ดแล้วนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ
รอบคอบซะจริง... แต่ก็เอาเถอะ
สคัลยักไหล่เสียดาย ก่อนจะเริ่มประเด็น
“นายไม่คิดว่าโลกนี้มันไร้เหตุผลบ้างเหรอ” สคัลหลับตาลงเบา ๆ ราวหวนนึกถึงบาง่เวลา
“พวกเราแข็งแกร่งกว่าคนอื่นแต่เราก็ไม่เคยไปรุกรานใครก่อน ถึงอย่างงั้น... เพราะถูกหวาดกลัวเลยถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์... เ้าพวกขี้ขลาด”
น้ำเสียงของสคัลแฝงไว้ด้วยความพิโรธ เป็ความรู้สึกเกลียดชังที่ชินเข้าอกเข้าใจ คำพูดนั้นก็ทำให้ชินคิดตามไปด้วย
ไร้เหตุผลงั้นเหรอ... คำพูดนั้นเกิดจากการที่ตัวเราไม่พอใจกับเหตุผลต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะไม่สามารถยอมรับได้จึงบอกกล่าวว่ามันไร้เหตุผล นั่นต่างหากคือความหมายของคำว่าไร้เหตุผล
แต่ถ้ามันหมายถึงแบบนั้น ่แรกเราเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ชีวิตประจำวันที่เคยมีถูก่ชิงไป สายสัมพันธ์ที่ก่อร่างมาตลอดชีวิตถูกสะบั้น ผู้คนที่รู้จักล้มตายกันกลาดเกลื่อน
ที่อยู่ ครอบครัว สังคม วิถีชีวิต... ถูก่ชิงทุกสิ่งไปในคืนเดียว เื่แบบนั้นช่างไร้เหตุผล
“นายไม่คิดอย่างงั้นเหรอ” สคัลส่งสายตามาทางชินราวขอความเห็น ทว่าแม้จะไม่ได้รับอะไรจากชินเขาก็ยังพูดต่อ
“ไม่สิ... ถามอะไรโง่ ๆ สินะ เพราะคนที่เข้าร่วมศึกนี้ทุกคนต่างก็ทนกับความไร้เหตุผลของโลกใบนี้ไม่ไหว จนต้องทำอะไรซักอย่างด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
สคัลยักไหล่อีกครา แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ชินสงสัย
ก็จริงที่รางวัลอันหอมหวานหลังได้รับชัยก็คือการได้ปกครองเป็าาของโลกใบนี้
แต่สำหรับในโลกยุคนี้แล้วมันก็เป็แค่ในนามเท่านั้นไม่ใช่หรือ? เพราะแต่ละประเทศตอนนี้ก็มีผู้นำเป็ของตัวเองอยู่แล้ว จะ้าตกอยู่ใต้การปกครองของคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างผู้ชนะในศึกยามค่ำคืนแบบนี้ได้อย่างไร
หรือจะใช้พลังจากตราในการบังคับให้ทำตามก็ไม่รู้ว่าทำได้จริงแค่ไหน เพราะถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธที่จะทำตามจากใจจริงก็จบกันเท่านั้น
ดังนั้น หากไม่มีใครยอมรับให้เป็ผู้นำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโลกใบนี้ย่อมไม่มีทางทำได้ นั่นคือความคิดที่ขัดแย้งกันจากสิ่งที่สคัลกับอัลเฟรดเล่าให้ฟัง
“ฉันน่ะ คิดจะฟื้นฟูเผ่าของเราขึ้นใหม่” สคัลลุกขึ้นยืน มองตรงมาทางชินอย่างแน่วแน่
นั่นขัดกับสิ่งที่ชินรู้มา เพราะดูเหมือนสคัลและคนอื่น ๆ มีความเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนโลกได้อย่างแรงกล้า
“หลังชนะศึกนี้ าาของฉันจะสร้างโลกใบใหม่ที่ถูกปกครองแบบรวมศูนย์... ทุกประเทศจะขึ้นตรงกับาาองค์เดียว ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไร้า ไร้เกมการเมือง สืบทอดอำนาจด้วยระบบคัดเลือกตามความสามารถ ผู้แข็งแกร่งที่มีความสามารถถูกเลือกมาปกครองดูแลผู้คนที่อ่อนแอกว่า ผู้คนมีอิสระในหน้าที่การงาน ไร้ความอดอยาก บริการจากรัฐเข้าถึงได้จากทุกที่ ไม่มีใครเจ็บป่วย และเมื่อทุกคนได้ทรัพยากรในการดำรงชีวิตเพียงพอก็ไม่มีเหตุผลให้ก่ออาชญากรรม... กลายเป็สังคมในอุดมคติที่ทุกคนมีความสุขได้”
สคัลแผ่มือออกราวเชื้อเชิญ เสนอโลกในอุดมคติของทุกคนให้กับชิน ท่าทางราวกับศาสนิกชนเชื้อเชิญให้เข้าร่วมศาสนาลัทธิของตัวเอง
คำเชื้อเชิญนั้นช่างหอมหวานน่าลิ้มลอง... ไม่ว่าใครต่างก็อยากจะมีความสุข สมปรารถนาให้นานที่สุดตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ทนความหอมหวานของความสุขไม่ได้
“ไม่สนใจ... มาเป็รากฐานของโลกใบใหม่นี้ด้วยกันเหรอ”
สคัลยื่นมือขวาแผ่มาทางชิน
สุดท้ายก็ชวนเป็พวกด้วยจริงๆสินะ...
ชินแอบหน่ายใจ รู้สึกว่า่นี้ได้รับคำเชิญบ่อยเสียเหลือเกิน
แต่เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแค่เพราะว่ามีฝักฝ่ายของตัวเองแล้วเท่านั้น
“ฝันหวานเหลือเกินนะ” น้ำเสียงชินเย็นเยือก ตอบกลับไปยังสคัลที่แผ่มือมาหา ทำให้มือนั้นชะงักไป
“ที่พูดมานั่น... ก็แค่เผด็จการเบ็ดเสร็จโดยมีาาของนายเป็ผู้นำเองไม่ใช่รึไง”
“ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับผู้นำ แค่นี้ก็ไม่เข้าใจรึ”
สคัลชักมือตัวเองกลับไป ในน้ำเสียงของเขาเริ่มแสดงความหงุดหงิดออกมาเล็ก ๆ พร้อมกับจ้องมองชินด้วยสายตากินเืกินเนื้อ
ก็จริง... เผด็จการที่ดีก็มีความเป็ไปได้
ขึ้นอยู่กับมโนธรรมในการปกครองของตัวผู้นำ แต่ถึงอย่างงั้น...
ชินจ้องมองสายตาใต้หน้ากากของสคัลกลับไป ด้วยสายตาที่รุนแรงยิ่งกว่า
“อาจารย์ที่ฉันเคารพเคยพูดเอาไว้... รสชาติของอำนาจนั้นหอมหวนกว่าสุราใดจะเทียบเคียง ยิ่งหมักบ่มนานฤทธิ์มันก็ยิ่งแรง... าาของนาย ท้ายสุดก็จะหลงมัวเมาในอำนาจจนกลายเป็กลียุค เกิดการแก่งแย่งชิงอำนาจของเหล่าผู้ปกครองชั้นย่อยอยู่ดีในซักวัน”
สายตาของชินแข็งกร้าวยิ่งกว่าที่เขารู้ ในอกร้อนรุ่มด้วยความโกรธแต่เป็คนละเหตุผลอย่างความแค้นหรือความเกลียดชังเหมือนที่เคยเป็
ทัศนคติที่ขัดแย้งกันราวเส้นขนาน สังคมจอมปลอมที่ขัดกับแิของตัวเอง สิ่งนั้นต่างหากที่ชินยอมรับไม่ได้
โลกจอมปลอมแบบนั้นปลุกความยุติธรรมในตัวของชินที่ถูกฝังดินด้วยความแค้นขึ้นมา...
ไม่สิ สำหรับชิน... มันคล้ายกับเจตจำนงที่ได้รับสืบทอดมาจากเหล่าคนสำคัญซึ่งจากไปแล้วมากกว่า
เพื่อสิ่งนั้นแล้ว ชินจะไม่ยอมให้ใครทำมันแปดเปื้อนเด็ดขาด ไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตาม
“งั้นเหรอ... ถ้าขัดแย้งกันจนถึงระดับแิแบบนี้ก็คงช่วยไม่ได้”
สคัลพูดน้ำเสียงสั่นจากความหงุดหงิด กระนั้นก็นึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
...ที่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากต้องฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเอง
“ไม่อยากทำแบบนี้เลยให้ตายสิ” สคัลยื่นมือขวาออกมาทางชินราวคว้าจับ
ท่าทางนั้นคล้ายกับตอนที่ชินเสียแขนซ้ายไปครั้งแรกไม่มีผิด
สคัลตั้งใจจะทำแบบนั้นอีกครั้ง ระหว่างที่คุยกันเขาก็ดูดซับจิตจนฟื้นฟูได้เต็มที่ สามารถใช้ไนท์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งหลังเสียไปกับการสร้างกล่องกรงขนาดั์
ลาก่อน แองกริคราวน์...
สคัลสะบัดมือขวาออกไปด้านข้าง วาดมันราวจะตัดภาพตรงหน้าเป็แนวขวาง
จากนั้นแผ่นแก้วก็ปรากฏขึ้นตัดร่างของชินขาดเป็สองส่วน
...ความจริงมันควรเป็เช่นนั้น
เพล้ง!!!
“!!!”
ทว่าแผ่นแก้วของสคัลกลับแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแทนเสียอย่างงั้น
พื้นที่ตรงนั้นควรจะถูกแทนด้วยแผ่นแก้วจนตัดได้แม้กระทั่งเพชร แต่ฝ่ายที่ถูกตัดทำลายจนแตกเป็เสี่ยงกลับเป็แผ่นแก้วของสคัลเสียเอง
ทำเอาสคัลถึงกับเบิกตาโพลงเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
“แค่เข้าไม่ถึงตัวฉันมันน่าใขนาดนั้นเชียวเหรอ” น้ำเสียงชินช่างเยือกเย็น แต่ท่าทางกลับดูผ่อนคลาย
แสดงท่าทีราวกับว่าศัตรูไม่อาจทำอะไรเขาได้อีกแล้วนับจากนี้
ชินเริ่มออกแรงกดเท้าตัวเองก่อนถีบพื้นเกิดเป็หลุมขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่สคัลที่อยู่ห่างออกไปพร้อมกับออกหมัดขวาใส่เขา
สคัลเองก็ออกหมัดที่คลุมด้วยพลังของตัวเองปะทะเข้ากับชิน
เสียงปานะเิกัมปนาทเกิดในจุดที่หมัดของทั้งสองปะทะกัน สร้างแรงผลักมหาศาลแก่วัตถุและเศษซากปรักหักพังรอบ ๆ จนกระจัดกระจายไปทั่วรอบบริเวณ
“!!!”
แล้วสคัลก็ต้องเบิกตาโพลงอีกหน เพราะพลังเพชรที่ใช้คลุมหมัดของตนแตกสลายราวกับแก้วตกแตกอีกครา เหลือแต่หมัดลุ่น ๆ ปะทะกันซึ่งหน้า
หมัดของทั้งสองที่เข้าปะทะไม่ขยับเขยื้อนแสดงถึงพลังทางกายภาพที่สูสีกัน
เพียงเท่านี้สคัลก็รู้แล้วว่าชินคงได้รับเืมาเหมือนกับตน ไม่สิ... จริง ๆ เื่นั้นก็เดาได้ไม่ยากั้แ่ที่แขนของชินงอกกลับมาอยู่แล้ว
ในจังหวะที่สคัลกำลังคิดเื่อื่น ชินก็หมุนตัวกลางอากาศเตะเข้าที่สีข้างซ้ายของสคัลอย่างแรงจนสคัลถึงกับร่างกระตุก
กระนั้นความรวดเร็วของปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ทั้งคู่ก็พอ ๆ กัน สคัลรีบใช้มือซ้ายหนีบขาของชินแล้วเหวี่ยงหมุนครึ่งรอบก่อนจะทุบลงพื้น
ทว่าในจังหวะก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้นชินก็ใช้สองมือที่ว่างค้ำยันไว้
แล้วใช้ขาอีกข้างที่ไม่ได้ถูกจับรัดร่างของสคัล หมุนตัวโดยใช้ร่างกายท่อนบนเป็ศูนย์ถ่วง เหวี่ยงร่างขอสคัลออกไปไกลก่อนจะกลับมายืนโดยไม่เสียจังหวะใด ๆ
แต่ทางสคัลที่ถูกเหวี่ยงเองก็หมุนตัวกลับกลางอากาศมายืนตัวตรงในท่าตั้งการ์ดโดยไม่เสียสมดุลเช่นกัน
“เข้ามา!” สคัละโปานสบถ น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวแฝงไว้ด้วยความเสียดายที่ไม่อาจผูกมิตร
แม้กระนั้นก็ไม่ได้คิดผ่อนปรน
พริบตาเดียวกับที่ะโยั่วยุ แท่งแก้วทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่พอ ๆ กับตัวเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จากนั้นผิวหน้าของมันก็ยืดออกพุ่งตรงเข้าใส่ชินด้วยความเร็วสูง แม้แต่ชินยังขยับหลบไม่พ้น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลำบากแต่อย่างใด... พริบตาที่มันพุ่งเข้ามาถึงระยะที่ห่างจากตัวชินราว 5 เมตร แท่งแก้วนั้นก็เริ่มแตกสลายหายไปราวชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น สร้างความตกตะลึงให้กับสคัลอีกครั้ง
อะไรกัน... ไม่ใช่ว่าสลายพลังได้เฉพาะสิ่งที่ััหรอกเหรอ
สคัลขมวดคิ้วแน่นหลังได้เห็นสภาพการณ์เมื่อครู่ เพราะดูยังไงพลังของตนก็ถูกสลายไปด้วยไนท์ของชินแน่นอน ทั้งที่ชินยังไม่ได้ััพลังของเขาโดยตรงแท้ ๆ
ช่างเป็ชายที่เต็มไปด้วยปริศนาจริง ๆ
สคัลรีบถีบพื้นถอยออกมาไกล เขาสร้างชูริเคนจากพลังของตัวเองลอยอยู่กลางอากาศหลายสิบอันพุ่งเข้าใส่ชินด้วยความเร็วที่มากกว่าครั้งก่อนทั้งยังหลากทิศทาง
ชินเห็นแบบนั้นกลับพุ่งเข้าใส่โดยไร้ความเกรงกลัวใด ๆ ชูริเคนอันที่เข้ามาใกล้ต่างแหลกสลายไปทีละอันสองอันโดยไร้ข้อยกเว้น ระยะห่างของชินกับสคัลลดลงเรื่อย ๆ
“เ้าหมอนี่!”
สคัลถีบพื้นถอยหลังหนีพร้อมกับสร้างกับดักระหว่างทางไว้มากมาย เพราะสำหรับคนที่สามารถสลายพลังได้ ยิ่งสู้ในระยะประชิดก็ยิ่งเสียเปรียบ
แต่ชินก็กลับเร่งฝีเท้ามากขึ้น
แล้วพอชูริเคนทั้งหมดถูกทำลาย หนามคริสตัลก็พวยพุ่งออกมาจากพื้นตามทางที่ชินไล่ตามสคัลปานจะเจาะให้พรุน แต่ชินก็หลบทุกอันด้วยระยะที่ห่างแค่กระดาษแผ่นเดียว
ทว่านั่นเป็กับดักซ้อน... เพราะพริบตาที่หลบทั้งหมดได้ คริสตัลที่บางราวเส้นด้ายจนยากจะสังเกตก็กลับปรากฏตรงหน้าพุ่งเข้าหาชินอย่างไม่ทันตั้งตัว และสำหรับชินที่ต้องัักับวัตถุนั้นจึงจะสลายมันได้แล้วถือเป็จุดบอดอันใหญ่หลวง เส้นคริสตัลนั้นพุ่งเข้ามาจากด้านหน้า สร้างาแให้กับชินเป็รอยลึกบริเวณหน้าอกแม้จะหลบเลี่ยงได้เล็กน้อยก็ตาม
เท่านั้นยังไม่พอ คริสตัลหนามที่ชินผ่านมาแล้วยังแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยตัวเอง
ไม่สิ... พูดให้ถูกคือมันะเิออกจากภายในด้วยตัวเอง เศษคริสตัลทั้งหลายพุ่งไปรอบทิศ กลายเป็สะเก็ดะเิที่มีพลังในการทะลุทะลวงในตัว
ด้วยจำนวนของวัตถุที่มากมายขนาดนี้ต่อให้เป็ชินก็ไม่สามารถกำจัดได้หมด ชินถีบพื้นหลบออกไปด้านข้างในทันที สคัลที่เห็นแบบนั้นก็โล่งอกไปเปราะนึง
พอเห็นท่าทางลำบากของชินเพื่อหลบการโจมตีผสานเมื่อครู่ สคัลก็ได้รับรู้จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของไนท์ของชิน นั่นคือจะอ่อนแอต่อการโจมตีแบบวงกว้างด้วยจำนวนที่มากเกินความสามารถในการสังเกต
“น่าเสียดายนะ” สคัลฉีกรอยยิ้มออกเล็ก ๆ ที่มุมปากจากความได้เปรียบเมื่อครู่ แต่ใช่ว่าชินจะไม่เข้าใจความหมาย
“ฉันนึกว่านายจะเป็คนพูดน้อยกว่านี้ซะอีก” แต่มันกลับทำให้ชินรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจมากกว่ารำคาญหรือหงุดหงิด
“ไม่รู้สิ... คงเพราะนาน ๆ ทีได้เจอเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ มันก็อยากเก็บเื่ของคนที่กำลังจะตายไว้ให้มากที่สุดเป็ธรรมดา”
น้ำเสียงของสคัลยังแฝงไว้ด้วยความเสียดายอยู่เหมือนเคย ดูเหมือนอย่างน้อยเขาจะไม่ได้โกหกเื่นี้
...แต่สิ่งที่เขาทำหลังจากนั้นช่างขัดกับน้ำเสียงเสียนี่กระไร
เพราะหลังจากนั้น ด้านหลังของสคัลได้ปรากฏแท่งคริสตัลแบบเดียวกับที่เคยใช้โจมตีก่อนหน้านี้ขึ้นมามากกว่าร้อยแท่ง
แต่ลวดลายของมันดูแตกต่างออกไป
ซึ่งหากจะให้ชี้ชัด... ลวดลายของมันคล้ายกับหนามที่กลายเป็ะเิชิ้นเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด ชินจึงเข้าใจสถานการณ์ในทันทีโดยที่ไม่ต้องให้สคัลเป็ฝ่ายบอก
“ถึงเวลาต้องบอกลากันแล้ว”
สคัลผายมือขึ้นสูงปานแม่ทัพก่อนเริ่มศึก ท่าทางนั้นมั่นใจหาใดเปรียบ
แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านมารวมถึงผลลัพธ์ในตอนนี้ ท่าทางมั่นใจในการคว้าชัยของเขานั้นถือเป็เื่ปกติ
“นั่นสินะ ถึงเวลาต้องบอกลาแล้ว”
ชินพึมพำเบา ๆ ในลำคอ สำหรับสคัลในตอนนี้คงได้ยินคำพูดนี้ด้วย แต่เขาไม่ใช่คนที่สนใจคำพูดของคนที่กำลังจะตาย
“ลาก่อน ตัวตลกเอ๋ย”
สคัลกลับหลับตาลงราวสวดภาวนาให้ชิน ก่อนจะสะบัดมือที่ผายขึ้นเหนือศีรษะลงอย่างแรงราวเปิดศึก
ไม่สิ เพื่อจบศึกต่างหาก...
พริบตาหลังประกาศิตสั่งตาย แท่งคริสตัลจำนวนกว่าร้อยแท่งก็พุ่งผ่านอากาศหมายทะลวงร่างของชินด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่าหนก่อน ๆ
เห็นได้ชัดเลยว่าที่ผ่านมาสคัลแค่ออมพลังไว้เพื่อตัดสินในตอนท้าย ซึ่งถือเป็การเลือกที่ฉลาด ความเร็วของมันขณะนี้สูงราวเครื่องบินรบมากถึง 5 มัคจนสร้าง Shock Wave เลยทีเดียว
เสียงของแท่งคริสตัลแต่ละอันราวถูกจุดะเิ พุ่งทะยานสายลมสูงกว่าความเร็วเสียง
สมกับเป็แวมไพร์สายเืแท้
ดูเหมือนสุดท้าย ถ้าไม่เอาจริงซักหน่อยก็คงเอาชนะไม่ได้ล่ะนะ...
“Percentage All Round... 100%”
ชินพึมพำราวร่ายคาถา เปิดการใช้งานบางสิ่งขึ้น แน่นอนว่าเป็อย่างอื่นไปไม่ได้นอกเสียจากไนท์ของตัวเอง
พริบตานั้นดวงตาของชินก็ลุกโชนเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน ออร่าสีแดงดำคลอบคลุมทั้งร่างพร้อมสายฟ้าวาดไปทั่วดูน่าพรั่นพรึง ทั้งาแที่ได้รับก็สมานในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
เวลารอบตัวช้าลงราวกับหยุดนิ่ง
กล้ามเนื้อร่ำร้อง ััสั่นสะท้าน... ความสามารถของชินทั้งหมดพุ่งทะลุขีดจำกัดที่สมองจำกัดไว้เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป
ผลลัพธ์ของการฝืนทำสิ่งนั้นคืออาการาเ็รุนแรงภายในระดับเซลล์ ทว่าพริบตาที่ได้รับความเสียหาย มันก็ถูกฟื้นฟูขึ้นทันทีเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น...
ทวยเทพเอ๋ย จงมอบพลังแห่งการเยียวยาให้ข้า... มารฟ้าเอ๋ย จงมอบพลังแห่งการทำลายล้างให้ข้า...
คำบริกรรมของชินสิ้นสุดในหัว เมฆหมอกแลดูคล้ายกลุ่มก้อนของแสงสว่างปรากฏขึ้นในมือซ้ายของชิน
เป็พริบตาเดียวกับที่มือขวาถูกครอบคลุมด้วยของเหลวสีดำสนิทดูสยดสยอง ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างไปเป็สิ่งที่มันควรเป็ทั้งสอง
...นั่นคือดาบคู่แห่งแสงและมืด
เคร๊ง!
ใบดาบห่อหุ้มมือทั้งสองของชินผ่าแท่งคริสตัลอันแรกที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง 5 เท่าขาดเป็สองส่วน
ไม่จบเพียงเท่านั้น จังหวะของชินยังรวดเร็วยิ่งขึ้น กระหน่ำวาดดาบใส่แท่งคริสตัลที่พุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วมากยิ่งกว่าที่มันพุ่งเข้ามา
เร็วยิ่งกว่าเสียง เร็วยิ่งกว่าผู้ใด... มากขึ้นและมากขึ้น เร็วเสียจนภาพรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง
ตัวชินยังคงเคลื่อนไหวอยู่ผู้เดียว ร่ายรำท่ามกลางเศษคริสตัลสะท้อนแสงดุจเ้าชายในงานเต้นรำอย่างสง่างาม
จนกว่าจะรู้ตัว แท่งคริสตัลทั้งหมดก็แหลกสลายหายไปจนหมดสิ้น สคัลได้แต่เบิกตาโพลงอ้าปากค้าง
“เป็ไปไม่ได้”
เขาไม่อดกลั้นที่จะพึมพำแบบนั้นและสูญเสียความเยือกเย็นไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นมันไม่มีทางเป็ไปได้
อย่างน้อยสคัลก็เห็นแค่ภาพของชินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
ออร่าสีแดงดำอันแสดงถึงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดของแวมไพร์ ว่ากันว่ามันเกิดขึ้นเมื่อแวมไพร์ได้รับเืมากเกินจนคลุ้มคลั่งเสียสติ
แต่ชินที่อยู่ตรงหน้ากลับยังคงเยือกเย็น เห็นได้ชัดว่าเขาคงสถานะที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้โดยไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะ
ไม่... ที่น่าใยิ่งกว่านั้น คือดาบพวกนั้นต่างหาก
สคัลได้แต่คิดสงสัยมองดาบสองเล่มที่คลุมมือของชินอย่างฉงนงงงวย
ทำไมงั้นหรือ? เพราะดาบสีทองราวแสงแห่งพระผู้เป็เ้า กับดาบสีดำราวเจตนาร้ายของจอมปีศาจที่อยู่ในมือทั้งสองของชิน มันคือ ‘ปาฏิหาริย์’ และ ‘คำสาป’ ของเผ่านางฟ้าและเผ่าปีศาจ
ไม่เพียงเท่านั้น ดาบทั้งสองยังเป็มนตราระดับสูงของทั้งสองเผ่า ว่ากันว่ามีแต่แม่ทัพในสมัยาโลกครั้งโบราณกาลเท่านั้นที่ใช้ได้ ในสมัยนี้คงเหลือยอดฝีมือไม่กี่คนที่ทำได้อย่างนั้น
ทั้งอย่างงั้น... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างชิน กลับสามารถใช้มันได้ทั้งสองอย่างทั้งที่เป็แวมไพร์สายเืแท้
“นายมันเป็ตัวอะไรกันแน่...”
เสียงของสคัลสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวเป็ครั้งแรก ขาขวาหยั่งถอยหลังกลับโดยที่เ้าตัวไม่ทันรู้
เหงื่อเย็นไหลไปทั่วใบหน้า สคัลรู้สึกหวาดกลัวเป็ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีกับภาพที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ตรงหน้า เป็ไปดังที่ชินคาด
“ไม่เข้ามาแล้วเหรอ... เ้าโครงกระดูก” ชินพูดปานล้อเลียน
แต่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น ยิ่งรีดเร้นความร้อนใจออกมาจากส่วนลึกของสคัลให้มากขึ้น
ท่าทางของชินทำให้สคัลสติแทบหลุด แต่เขาปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้
ไม่ได้... จะถอยไม่ได้...
ไม่ว่าใครต่างก็มีเหตุผลที่จะไม่ยอมแพ้
ทั้งการปกป้องเจตจำนงของเหล่าคนสำคัญและการปกป้องคนสำคัญอย่างโอลิเวียของชิน
ทั้งการสร้างโลกในอุดมคติเพื่อเติมเต็มอดีตของสคัล
ชายหนุ่มทั้งสองจ้องมองกันด้วยสายตาที่ทั้งเคารพยำเกรงและไม่อาจยอมพ่ายแก่อีกฝ่าย
แต่ถึงอย่างงั้น...
แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ...
สคัลกลืนน้ำลายเสียงดัง นอกจากเสียงสั่นเครือแล้วยังลามไปถึงร่างกายที่เริ่มสั่นสะท้านด้วยความกลัว
เพราะภาพตรงหน้ายังเหนือความเข้าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
“เตรียมรับมือซะสิ” ชินน้ำเสียงเยือกเย็นไม่เปลี่ยน ทว่าสายตาช่างดูแคลนอีกฝ่าย
เขาเองก็รู้ตัวว่าไม่ควรทำเพราะเป็การเสียมารยาท แต่ก็อดคิดแบบนั้นไม่ได้อยู่ดีเพราะมันช่วยไม่ได้
ในเมื่อด้านหลังของชินกำลังปรากฏวงเวทย์มากถึง 6 วง วางตำแหน่งแต่ละมุมของรูปหกเหลี่ยม ลายลักษณ์และสีสื่อถึงไฟ น้ำ ดิน ลม สายฟ้าและน้ำแข็ง
นั่นคือนอกจากสามารถใช้พลังของเผ่านางฟ้าและปีศาจในระดับสูงได้แล้ว ชินยังสามารถใช้เวทย์มนของเผ่าเอลฟ์ได้ครบทุกธาตุอีกต่างหาก
ราวฟ้ากับเหว...
สคัลหวาดหวั่นกับช่องว่างของความสามารถที่แตกต่างกันถึงระดับนั้นตรงหน้า
กระนั้น สคัลก็ยังเค้นใจสู้ออกมาจากส่วนลึก สร้างบาเรียด้วยพลังของตัวเองหลายต่อหลายชั้นเพื่อป้องกันเวทย์ของชิน
ย่อมได้
ชินเห็นใจสู้ของสคัลก็เปลี่ยนใจ รู้สึกเคารพอีกฝ่ายทั้งที่เห็นความต่างชั้นราวกับอยู่คนละมิติขนาดนี้ก็ยังไม่ยอมแพ้
เขาจัดการสั่งยิงเวทย์ทั้ง 6 ธาตุใส่บาเรียของสคัลอย่างต่อเนื่อง
“อึก!”
และก็เป็ไปตามคาด พลังของสคัลไม่อาจต้านทานเวทมนตร์ผสมสผานของชินได้ บาเรียที่สร้างถูกทำลายลงทีละชั้น ๆ ราวความหวังถูกบดขยี้ทีละนิดทีละน้อย
กระทั่งพริบตาที่กำแพงชั้นสุดท้ายแตกสลาย กลายเป็ชินที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของสคัลอย่างไม่ทันตั้งตัวพร้อมดาบสองเล่มง้างเตรียม
“หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีกนะ เ้าโครงกระดูกเอ๋ย”
ชินกล่าวเคารพต่อคู่ต่อสู้ แล้วจัดการใช้ดาบสองเล่มฟันร่างของสคัลจากด้านหน้าเป็รอยกากบาทขนาดใหญ่
เกิดแผลฉกรรจ์ที่ไม่อาจฟื้นฟูได้ทันทีขึ้นจนสคัลล้มหงายราวหมดแรงต่อต้าน
ทั้งพลังของเผ่านางฟ้าและเผ่าปีศาจระดับสูงราวเทวทูตหรือจอมปีศาจ
ทั้งพลังของเอลฟ์ที่สามารถใช้เวทย์ได้ทุกประเภทอย่างชำนาญราวกับเทพจากอิกดราซิลในตำนาน
ทั้งยังสามารถคงสภาวะคลุ้มคลั่งของผีดูดเืได้ราวกับาาเอลานอร์ผู้พิชิตโลกทั้งใบได้กลับชาติมาเกิด
ทั้งหมดนั่นคือภาพสุดท้ายที่สคัลรับรู้ได้ก่อนจะหมดสติไป... คือภาพของชินผู้ครองพลังมหาศาลราวกับรวมความเป็ไปได้ของแต่ละเผ่าพันธุ์เอาไว้ในมือ
คือภาพของชินผู้จ้องมองตนจากจุดที่อยู่เหนือกว่าทุกสรรพสิ่ง...
ดุจดั่งาาผู้อยู่เหนือราชันย์ทั้งปวง (Overlord)
❖❖❖❖❖
